กาหลง

กาหลง

กาหลง

กาหลง เป็นไม้พุ่มดอกสีขาวที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Bauhinia acuminata L. อยู่ในวงศ์ถั่ว (Fabaceae) มีใบเป็นเอกลักษณ์ ปลายใบเว้าลึกจนดูคล้ายใบแฝด และมีดอกสีขาวมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ นอกจากใช้เป็นไม้ประดับแล้ว กาหลงยังเป็นสมุนไพรไทยที่มีการใช้ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน โดยใช้ใบ ต้น ราก และดอก อย่างไรก็ตาม การใช้เพื่อรักษาโรคในปัจจุบันควรแยกให้ชัดเจนระหว่างข้อมูลจากภูมิปัญญาดั้งเดิมกับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน

ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร

  • ชื่อไทย: กาหลง
  • ชื่อวิทยาศาสตร์: Bauhinia acuminata L.
  • ชื่อสามัญภาษาอังกฤษ: Dwarf White Bauhinia, White Bauhinia, White Orchid Tree, Snowy Orchid Tree
  • ชื่อท้องถิ่น: กาแจ๊ะกูโด (มลายู-นราธิวาส), โยธิกา (นครศรีธรรมราช), ส้มเสี้ยว (ภาคกลาง), เสี้ยวน้อย (เชียงใหม่) และมีชื่อท้องถิ่นอื่นในภูมิภาคเอเชีย
  • วงศ์: Fabaceae
  • วงศ์ย่อยตามการจำแนกสมัยใหม่: Cercidoideae
  • สกุล: Bauhinia
  • ลักษณะการเจริญเติบโต: ไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก สูงประมาณ 1–3 เมตร และบางแหล่งรายงานได้ถึงประมาณ 3 เมตร
  • ส่วนที่มีการใช้เป็นยาในภูมิปัญญาไทย: ใบ ต้น ราก และดอก
  • การใช้ประโยชน์: สมุนไพร ไม้ประดับ และในบางวัฒนธรรมมีการใช้ส่วนต่าง ๆ เป็นอาหาร

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

  • ต้น: กาหลงเป็นไม้พุ่มขนาดกลาง ทรงพุ่มค่อนข้างกลม กิ่งอ่อนมีขน ส่วนกิ่งแก่มีผิวค่อนข้างเรียบหรือเกือบเกลี้ยง ลำต้นแตกกิ่งจำนวนมาก
  • ใบ: เป็น ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่จนเกือบกลม โคนใบรูปหัวใจ ปลายใบเว้าลึกลงมาหาเส้นกลางใบประมาณหนึ่งในสามถึงเกือบครึ่งหนึ่งของแผ่นใบ ทำให้ดูคล้ายใบประกอบที่มีใบย่อย 2 ใบ แต่แท้จริงเป็นใบเดี่ยว ลักษณะนี้เป็นจุดสำคัญในการจำแนกกาหลง
  • ขนาดใบ: โดยทั่วไปกว้างประมาณ 9–13 เซนติเมตร และยาวประมาณ 10–14 เซนติเมตร
  • เส้นใบ: มีเส้นแขนงใบออกจากบริเวณโคนใบประมาณ 9–11 เส้น
  • ก้านใบ: ยาวประมาณ 3–4 เซนติเมตร
  • ดอก: สีขาว มีกลิ่นหอมอ่อน ออกเป็นช่อสั้นบริเวณปลายกิ่งหรือซอกใบ ช่อหนึ่งมีประมาณ 3–10 ดอก
  • กลีบดอก: มี 5 กลีบ รูปรีหรือรูปไข่กลับ ขนาดไม่เท่ากัน ดอกบานเต็มที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5–8 เซนติเมตร
  • ผล: เป็นฝักแห้ง แบน รูปขอบขนาน กว้างประมาณ 1–1.5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 9–15 เซนติเมตร
  • เมล็ด: มีขนาดเล็ก รูปขอบขนาน บรรจุอยู่ภายในฝัก

ข้อสังเกตในการจำแนก: ลักษณะใบเดี่ยวที่ปลายใบเว้าลึกเป็นสองแฉก เป็นลักษณะที่ทำให้กาหลงแตกต่างจากพืชหลายชนิดและเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้พบเห็นเข้าใจผิดว่าเป็นใบแฝด

ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์

กาหลงมีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของภูมิภาค Malesia ไปจนถึงออสเตรเลียตอนเหนือ โดยมีการกระจายพันธุ์ตามธรรมชาติในบริเวณบอร์เนียว ชวา หมู่เกาะซุนดาน้อย โมลุกกะ ฟิลิปปินส์ สุมาตรา และพื้นที่ทางตอนเหนือของออสเตรเลีย

ปัจจุบันมีการนำกาหลงไปปลูกอย่างกว้างขวางในประเทศเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนหลายแห่ง รวมถึง ประเทศไทย ลาว กัมพูชา เมียนมา อินเดีย ศรีลังกา เวียดนาม และพื้นที่อื่น ๆ จึงพบข้อมูลการกระจายพันธุ์ทั้งในฐานะพืชปลูกและพืชที่หลุดรอดจากการเพาะปลูก

ในประเทศไทยกาหลงสามารถเจริญเติบโตได้ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณที่มีสภาพอากาศร้อนชื้นและดินระบายน้ำได้ดี

การปลูกและการขยายพันธุ์

  • สภาพแวดล้อม: เหมาะกับภูมิอากาศเขตร้อน ต้องการความชื้นอย่างสม่ำเสมอ
  • ดิน: ควรเป็นดินร่วนหรือดินร่วนปนอินทรียวัตถุที่อุดมสมบูรณ์และระบายน้ำได้ดี
  • ค่า pH: มีรายงานว่าสามารถเจริญได้ดีในดินที่มีความเป็นกรดอ่อนประมาณ pH 5.6–6.5
  • การขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด: ใช้เมล็ดจากฝักแก่ นำไปเพาะในวัสดุเพาะที่ระบายน้ำได้ดี
  • การปักชำ: สามารถใช้กิ่งกึ่งแก่กึ่งอ่อนในการขยายพันธุ์ได้
  • การตอนกิ่ง: เป็นอีกวิธีที่มีการระบุว่าสามารถใช้ขยายพันธุ์กาหลงได้
  • การดูแล: ควรรดน้ำให้มีความชื้นพอเหมาะ หลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำขัง และตัดแต่งกิ่งเพื่อควบคุมทรงพุ่ม

ส่วนที่ใช้เป็นยา

ตามข้อมูลภูมิปัญญาสมุนไพรไทย มีการใช้ ใบ ต้น ราก และดอก ของกาหลงเป็นส่วนประกอบในการใช้เป็นสมุนไพร

การใช้แต่ละส่วนแตกต่างกันตามตำรายาและภูมิปัญญาท้องถิ่น จึงไม่ควรนำข้อมูลการใช้แบบพื้นบ้านไปตีความเป็นขนาดยาสำหรับรักษาโรคโดยตรง

สรรพคุณทางสมุนไพร มีการใช้ตามภูมิปัญญา

ข้อมูลการแพทย์แผนไทยและภูมิปัญญาพื้นบ้านที่มีการรวบรวมไว้ระบุการใช้กาหลงดังนี้

  • ใบ: ใช้รักษาแผลในจมูก
  • ต้น: ใช้แก้โรคสตรี แก้ลักปิดลักเปิด และแก้เสมหะ
  • ราก: ใช้แก้ไอ แก้ปวดศีรษะ ขับเสมหะ และแก้บิด
  • ดอก: ใช้แก้ปวดศีรษะ ลดความดันเลือด แก้เลือดออกตามไรฟัน แก้เสมหะ และแก้อาเจียนเป็นเลือด

หมายเหตุด้านหลักฐาน: สรรพคุณข้างต้นเป็นข้อมูลจากภูมิปัญญาและเอกสารสมุนไพร ไม่ควรนำเสนอว่าเป็นข้อบ่งใช้ทางการแพทย์ที่ได้รับการยืนยันในมนุษย์ทั้งหมด เนื่องจากหลักฐานทางคลินิกของ Bauhinia acuminata ยังมีจำกัด

วิธีใช้

มีรายงานการใช้ ใบ ต้น ราก และดอก ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน แต่ไม่พบข้อมูลทางคลินิกที่เพียงพอสำหรับกำหนด ขนาดรับประทานมาตรฐาน วิธีเตรียม และระยะเวลาการใช้กาหลงเพื่อรักษาโรค อย่างเป็นสากล

ดังนั้น เว็บไซต์ควรนำเสนอวิธีใช้ในลักษณะ “การใช้ตามภูมิปัญญา” และไม่ควรกำหนดขนาดยาเองโดยไม่มีตำรับหรือแหล่งอ้างอิงที่เชื่อถือได้

ในบัญชียาจากสมุนไพร

จากการตรวจสอบข้อมูลที่ค้นได้ ยังไม่พบหลักฐานที่เพียงพอว่ากาหลง (Bauhinia acuminata L.) เป็นตัวยาสำคัญหรือรายการยาที่มีข้อบ่งใช้มาตรฐานในบัญชียาจากสมุนไพรของบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพรของประเทศไทย

ดังนั้นควรแยก “สมุนไพรกาหลงที่มีการใช้ตามภูมิปัญญา” ออกจาก “สมุนไพรที่มีข้อบ่งใช้ในบัญชียาจากสมุนไพร” อย่างชัดเจน

สารสำคัญ

การศึกษาทางเภสัชพฤกษเคมีของ Bauhinia acuminata พบสารกลุ่มต่าง ๆ โดยเฉพาะ สารฟีนอลิกและฟลาโวนอยด์ รวมถึงสารพฤกษเคมีชนิดอื่นที่อาจแตกต่างกันตามส่วนของพืช ตัวทำละลาย และวิธีสกัด

การศึกษาผลกาหลงในปี 2025 ตรวจพบสารกลุ่มโพลีฟีนอล ได้แก่

  • Rutin hydrate
  • Vanillic acid
  • p-Coumaric acid
  • Kaempferol

และสามารถแยกสาร β-sitosterol และ β-sitosterol-3-O-β-D-glucoside จากสารสกัดผลได้

งานทบทวนด้านฟลาโวนอยด์ของสกุล Bauhinia ยังแสดงให้เห็นว่าสมาชิกในสกุลนี้มีสารฟลาโวนอยด์หลายชนิดที่เกี่ยวข้องกับฤทธิ์ทางชีวภาพหลายด้าน แต่ผลของแต่ละชนิดไม่ควรนำมาเหมารวมว่าเป็นผลของกาหลงทั้งหมด

งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

มีงานวิจัยระดับห้องปฏิบัติการและสัตว์ทดลองเกี่ยวกับ Bauhinia acuminata หลายด้าน แต่ยังไม่ควรสรุปว่าเป็นยารักษาโรคในมนุษย์

ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและต้านจุลชีพ

งานวิจัยเกี่ยวกับใบและลำต้นของกาหลงพบว่าสารสกัดบางชนิดมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและยับยั้งจุลชีพบางชนิดในการทดลองในห้องปฏิบัติการ โดยผลแตกต่างกันตามชนิดตัวทำละลายและความเข้มข้นของสารสกัด

ฤทธิ์ลดปวด

การศึกษาในสัตว์ทดลองปี 2018 ประเมินสารสกัดใบกาหลงทั้งชนิดน้ำและแอลกอฮอล์ในแบบจำลองความเจ็บปวด พบสัญญาณของฤทธิ์ต้านความเจ็บปวด และมีการศึกษาความเป็นพิษเฉียบพลันร่วมด้วย

ฤทธิ์ต้านการอักเสบและลดไข้

งานวิจัยผลกาหลงที่ตีพิมพ์ในปี 2025 รายงานว่าสารสกัดเอทานอลจากผลมีฤทธิ์ต้านการอักเสบและลดไข้ในแบบจำลองทดลอง รวมถึงมีฤทธิ์ระงับปวดบางรูปแบบ

ฤทธิ์เกี่ยวกับระดับน้ำตาล

การศึกษาเดียวกันพบว่าสารสกัดผลกาหลงมีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ α-glucosidase และมีผลลดระดับน้ำตาลในแบบจำลองการทดลองแบบขึ้นกับขนาดยา

ฤทธิ์ต้านแบคทีเรียและไบโอฟิล์ม

สารสกัดผลกาหลงในการศึกษาปี 2025 สามารถยับยั้งการสร้างไบโอฟิล์มของแบคทีเรียบางชนิดในระบบทดลองได้

ข้อสรุปของหลักฐาน: งานวิจัยเหล่านี้สนับสนุนว่า Bauhinia acuminata มีศักยภาพทางเภสัชวิทยาหลายด้าน แต่ส่วนใหญ่ยังเป็น การศึกษาในหลอดทดลองหรือสัตว์ทดลอง จึงยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันประสิทธิผลและขนาดยารักษาโรคในมนุษย์

เภสัชวิทยา

ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่มีรายงานจากการศึกษาของ Bauhinia acuminata ได้แก่

  • ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
  • ฤทธิ์ต้านจุลชีพ
  • ฤทธิ์ต้านการอักเสบ
  • ฤทธิ์ระงับปวด
  • ฤทธิ์ลดไข้
  • ฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในแบบจำลองทดลอง
  • ฤทธิ์ยับยั้งการสร้างไบโอฟิล์ม
  • ฤทธิ์ทางชีวภาพจากสารฟลาโวนอยด์และสารฟีนอลิก

ผลการศึกษาดังกล่าวยังอยู่ในระดับ preclinical เป็นหลัก และยังจำเป็นต้องมีการศึกษาทางคลินิกในมนุษย์เพื่อประเมินประสิทธิผล ความปลอดภัย ขนาดยา และมาตรฐานสารสกัดอย่างเป็นระบบ

ความปลอดภัย

ข้อมูลความปลอดภัยของกาหลงในมนุษย์ยังมีไม่มาก

การศึกษาความเป็นพิษเฉียบพลันของสารสกัดใบในสัตว์ทดลองปี 2018 ไม่พบความเป็นพิษเฉียบพลันที่เด่นชัดภายใต้เงื่อนไขการทดลองดังกล่าว

การศึกษาสารสกัดผลในปี 2025 ก็ไม่พบการตายหรือความผิดปกติของสัตว์ทดลองในการทดสอบความเป็นพิษเฉียบพลัน และไม่สามารถคำนวณค่า LD50 ได้เนื่องจากไม่พบการตายในการทดลอง

อย่างไรก็ตาม ผลการทดลองในสัตว์ไม่สามารถยืนยันความปลอดภัยสำหรับการใช้ในมนุษย์ได้โดยตรง โดยเฉพาะการรับประทานสารสกัดเข้มข้นหรือการใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน

ข้อห้ามใช้

เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกที่เพียงพอสำหรับกำหนดข้อห้ามใช้ของกาหลงโดยเฉพาะ จึงควรใช้ความระมัดระวังในกรณีต่อไปนี้

  • ผู้ที่แพ้พืชในวงศ์ถั่ว
  • หญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตร เนื่องจากข้อมูลความปลอดภัยยังไม่เพียงพอ
  • เด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้มีโรคประจำตัวที่ต้องรับประทานยาหลายชนิด ควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ก่อนใช้สารสกัดเข้มข้น
  • ผู้ที่ต้องใช้ยาเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลหรือความดันโลหิตควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากมีข้อมูลการทดลองที่ชี้ถึงฤทธิ์ทางชีวภาพในด้านดังกล่าว แต่ยังไม่มีข้อมูลการใช้ร่วมกับยาในมนุษย์อย่างเพียงพอ

ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา

ยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกที่ชัดเจนเกี่ยวกับปฏิกิริยาระหว่างกาหลงกับยาในมนุษย์

อย่างไรก็ตาม จากผลการทดลองที่พบฤทธิ์เกี่ยวข้องกับ ระดับน้ำตาลและการอักเสบ จึงควรระมัดระวังการใช้สารสกัดเข้มข้นร่วมกับยาลดน้ำตาลหรือยาที่มีผลต่อระดับน้ำตาล จนกว่าจะมีข้อมูลทางคลินิกที่ชัดเจน

การใช้กาหลงร่วมกับยาลดความดันโลหิตก็ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร โดยเฉพาะผู้ที่ใช้สารสกัดในปริมาณสูง เนื่องจากภูมิปัญญาพื้นบ้านมีการกล่าวถึงการใช้ดอกกาหลงเพื่อลดความดัน แต่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะกำหนดขนาดหรือประเมินปฏิกิริยาระหว่างยาได้

การใช้ในอาหาร

มีข้อมูลด้านชาติพันธุ์พฤกษศาสตร์ระบุว่า ดอก ใบ และผลของ Bauhinia acuminata สามารถนำมาใช้เป็นอาหารได้ ในบางพื้นที่

มีรายงานว่าดอกสามารถนำมาปรุงสุก และดอกตูมอาจนำไปดองหรือประกอบอาหารบางชนิดในภูมิภาคเอเชีย

ทั้งนี้ ข้อมูลการรับประทานในอาหารไม่ควรนำไปเทียบเท่ากับการใช้สารสกัดเป็นยา เพราะปริมาณสารสำคัญและความเข้มข้นแตกต่างกันอย่างมาก

การใช้ในผลิตภัณฑ์

กาหลงมีศักยภาพในการนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์จากพืช เช่น

  • ผลิตภัณฑ์สมุนไพรจากใบหรือดอก
  • ผลิตภัณฑ์สารสกัดจากพืช
  • ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากสารสกัดพืช
  • ผลิตภัณฑ์จากดอกไม้เพื่อการตกแต่ง
  • ผลิตภัณฑ์อาหารหรืออาหารพื้นถิ่นในพื้นที่ที่มีการบริโภคส่วนของพืช

อย่างไรก็ตาม การนำ สารสกัดกาหลงไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพ จำเป็นต้องควบคุมชนิดพืช ส่วนที่ใช้ วิธีสกัด ปริมาณสารสำคัญ ความสะอาด และความปลอดภัยให้เป็นมาตรฐาน

การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา

  • ใบ: เก็บใบที่สมบูรณ์ ไม่เป็นโรคหรือมีแมลงทำลาย
  • ดอก: เก็บในช่วงดอกสมบูรณ์ โดยควรหลีกเลี่ยงดอกที่ช้ำหรือมีเชื้อรา
  • รากและต้น: หากใช้เป็นวัตถุดิบสมุนไพร ควรเก็บจากต้นที่ระบุชนิดได้ถูกต้องและไม่ปนเปื้อนสารเคมีหรือโลหะหนัก
  • การทำให้แห้ง: ควรทำให้แห้งอย่างรวดเร็วในสภาวะที่เหมาะสมและหลีกเลี่ยงความชื้นสูง
  • การเก็บรักษา: เก็บวัตถุดิบแห้งในภาชนะปิดสนิท ป้องกันแสง ความชื้น แมลง และเชื้อรา
  • ควรติดฉลากระบุ ชื่อสมุนไพร ส่วนที่ใช้ วันที่เก็บ และแหล่งที่มา เพื่อช่วยในการตรวจสอบย้อนกลับ

ภูมิปัญญาท้องถิ่น

กาหลงมีชื่อพื้นเมืองหลายชื่อในประเทศไทย เช่น กาแจ๊ะกูโด โยธิกา ส้มเสี้ยว และเสี้ยวน้อย สะท้อนให้เห็นถึงการรู้จักและใช้ประโยชน์จากพืชชนิดนี้ในหลายภูมิภาค

ในภูมิปัญญาสมุนไพรไทยมีการใช้ ใบ ต้น ราก และดอก แตกต่างกันตามตำรับและท้องถิ่น โดยมีการกล่าวถึงการใช้เพื่อบรรเทาอาการเกี่ยวกับทางเดินหายใจ ปวดศีรษะ เสมหะ และอาการอื่น ๆ

ควรบันทึกข้อมูลภูมิปัญญาเหล่านี้ในฐานะ องค์ความรู้ดั้งเดิม และแยกออกจากหลักฐานทางเภสัชวิทยาสมัยใหม่

ประวัติและวัฒนธรรม

กาหลงเป็นพืชที่มีความโดดเด่นทั้งด้านสมุนไพรและวัฒนธรรมการใช้พืชของไทย โดยชื่อ “กาหลง” ยังถูกนำมาอธิบายเชิงวัฒนธรรมและภาษาจากลักษณะใบที่มีรอยเว้าลึกจนดูคล้ายใบสองใบ ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นใบแฝด ทั้งที่ตามหลักพฤกษศาสตร์เป็น ใบเดี่ยว

ดอกกาหลงสีขาวและมีกลิ่นหอมอ่อน ทำให้กาหลงได้รับความนิยมในฐานะไม้ประดับและไม้ดอกในเขตร้อน นอกเหนือจากการใช้เป็นสมุนไพร

สถานะการอนุรักษ์

ฐานข้อมูล Plants of the World Online ของ Royal Botanic Gardens, Kew ระบุว่า Bauhinia acuminata เป็นชนิดที่ได้รับการยอมรับทางอนุกรมวิธาน และข้อมูลจากฐานข้อมูลที่อ้างอิง IUCN ระบุสถานะ Least Concern (LC) หรือ มีความเสี่ยงต่ำต่อการสูญพันธุ์

อย่างไรก็ตาม การประเมินระดับโลกไม่ได้หมายความว่าประชากรในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งจะไม่มีความเสี่ยง การอนุรักษ์แหล่งพันธุกรรมและการเก็บตัวอย่างพรรณไม้ที่ถูกต้องยังมีความสำคัญต่อการศึกษาสมุนไพร

ข้อมูลอนุกรมวิธาน

  • อาณาจักร (Kingdom): Plantae
  • กลุ่มพืชมีท่อลำเลียง (Clade/Division): Tracheophyta
  • กลุ่มพืชดอก (Clade): Angiosperms
  • กลุ่มพืชใบเลี้ยงคู่แท้ (Clade): Eudicots
  • กลุ่มกุหลาบ (Clade): Rosids
  • อันดับ (Order): Fabales
  • วงศ์ (Family): Fabaceae
  • วงศ์ย่อย (Subfamily): Cercidoideae
  • เผ่า (Tribe): Cercideae
  • สกุล (Genus): Bauhinia
  • ชนิด (Species): Bauhinia acuminata L.

ชื่อพ้องที่พบในฐานข้อมูลอนุกรมวิธาน

  • Bauhinia linnaei Ali
  • Casparia acuminata (L.) Heynh.
  • Mandarus acuminata (L.) Raf.
  • Pauletia acuminata (L.) A.Schmitz

หมายเหตุ: เอกสารไทยรุ่นเก่าบางแห่งอาจจัดกาหลงไว้ใน Leguminosae – Caesalpinioideae แต่ระบบอนุกรมวิธานสมัยใหม่จัดไว้ใน Fabaceae – Cercidoideae

การตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพร

การตรวจสอบเอกลักษณ์กาหลงควรพิจารณาทั้ง ลักษณะทางพฤกษศาสตร์และชื่อวิทยาศาสตร์ เพื่อป้องกันการปะปนกับพืชในสกุล Bauhinia ชนิดอื่น

ลักษณะสำคัญสำหรับตรวจสอบเบื้องต้น

  • ไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก
  • ใบเดี่ยว เรียงสลับ
  • ปลายใบเว้าลึกเป็น 2 แฉก
  • โคนใบรูปหัวใจ
  • เส้นใบหลายเส้นแผ่ออกจากบริเวณโคนใบ
  • ดอกสีขาว 5 กลีบ
  • ช่อดอกสั้นบริเวณปลายกิ่งหรือซอกใบ
  • ผลเป็นฝักแบน
  • ชื่อวิทยาศาสตร์ต้องตรวจสอบให้ตรงกับ Bauhinia acuminata L.

การตรวจสอบวัตถุดิบแห้งหรือผงสมุนไพร: หากนำไปใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร ควรตรวจสอบด้วยลักษณะมหภาค จุลทรรศน์ และหากจำเป็นควรใช้วิธีวิเคราะห์ทางเคมีหรือ chromatographic fingerprint เพื่อยืนยันเอกลักษณ์และตรวจหาการปนปลอม

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. กรมป่าไม้. (ม.ป.ป.). กาหลง (Bauhinia acuminata L.). ฐานข้อมูลพรรณไม้และแสตมป์ประเทศไทย.
  2. มูลนิธิหมอชาวบ้าน. (2547). กาหลง : มิใช่หลงเฉพาะเพียงกา. หมอชาวบ้าน.
  3. สมุนไพรดอทคอม. (ม.ป.ป.). กาหลง.
  4. สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง. (ม.ป.ป.). ฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย: Bauhinia acuminata.
  5. Anjukrishna, S. R., Chandrika, P., Lekhya, G., & Rao, B. (2015). Pharmacological properties, phytochemical and GC-MS analysis of Bauhinia acuminata Linn. Journal of Chemical and Pharmaceutical Research, 7(4), 372–380.
  6. Chatan, W., & Promprom, W. (2018). New species of Bauhinia (Cercidoideae: Leguminosae) from Thailand. Phytotaxa, 385(1), 43–47. https://doi.org/10.11646/phytotaxa.385.1.6
  7. Dongray, A., Irchhaiya, R., Chanchal, D., & Chaudhary, S. (2024). Phytochemical and pharmacological properties of Bauhinia acuminata. World Journal of Pharmaceutical Research.
  8. Sebastian, D., & Sophy, R. (2020). Bauhinia acuminata Linn: A brief review of its phytochemistry and pharmacology. Asian Journal of Pharmacy and Pharmacology, 6(3), 164–170.
  9. Verma, R., Dash, S., Ankita, Thakur, S., Kumar, R., Singh, G., & Kaur, C. (2024). Genus Bauhinia (Fabaceae): A review from phytochemistry to pharmacology—Exploring traditional uses and toxicological insights across Asia. Phytomedicine, 135, 156246. https://doi.org/10.1016/j.phymed.2024.156246
  10. Rahman, et al. (2025). Exploration of pharmacological potentialities of Bauhinia acuminata L. fruits by in vitro and in vivo assays supported by computational analysis. Journal of Ayurveda and Integrative Medicine, 16(4), 101127. https://doi.org/10.1016/j.jaim.2025.101127
  11. Royal Botanic Gardens, Kew. (2026). Bauhinia acuminata L. Plants of the World Online.
  12. World Flora Online. (2025). Bauhinia acuminata L.
Scroll to top