กำลังพญาเสือโคร่ง

กำลังพญาเสือโคร่ง

กำลังพญาเสือโคร่ง

กำลังพญาเสือโคร่ง เป็นชื่อสมุนไพรพื้นบ้านที่มีความสำคัญในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย โดยส่วนที่ใช้เป็นเครื่องยาที่มีการจัดทำมาตรฐานอย่างเป็นทางการคือ เปลือกต้นของ Betula alnoides Buch.-Ham. ex D.Don หรือที่เรียกว่า กำลังเสือโคร่ง ในบางท้องถิ่น เปลือกมีกลิ่นหอมเฉพาะคล้ายการบูร และถูกใช้ตามภูมิปัญญาเพื่อบำรุงกำลัง บำรุงธาตุ ช่วยเจริญอาหาร และบรรเทาอาการปวดเมื่อย นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่พบสารกลุ่มไตรเทอร์พีนและสารฟีนอลิกหลายชนิดซึ่งมีฤทธิ์ทางชีวภาพในระดับห้องปฏิบัติการและสัตว์ทดลอง

หมายเหตุสำคัญเกี่ยวกับชื่อสมุนไพร: ชื่อ “กำลังพญาเสือโคร่ง/กำลังเสือโคร่ง” เป็นชื่อพ้องที่อาจหมายถึงพืชหลายชนิด โดยเฉพาะ Betula alnoides, Strychnos axillaris และ Ziziphus attopensis งานวิจัยด้านการตรวจสอบเครื่องยากำลังเสือโคร่งพบว่าพืชทั้งสามชนิดถูกนำมาใช้ภายใต้ชื่อเดียวกัน และมีองค์ประกอบทางเคมีและความปลอดภัยแตกต่างกัน ดังนั้นข้อมูลในบทความนี้ยึด Betula alnoides ซึ่งเป็นชนิดที่มีมอโนกราฟใน Thai Herbal Pharmacopoeia 2021 Supplement 2023 และเป็นชนิดที่เว็บไซต์ samunpri.com ใช้เป็นข้อมูลของ “กำลังพญาเสือโคร่ง”

ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร

  • ชื่อสมุนไพร: กำลังพญาเสือโคร่ง
  • ชื่อไทย: กำลังพญาเสือโคร่ง, กำลังเสือโคร่ง, พญาเสือโคร่ง, นางพญาเสือโคร่ง
  • ชื่อท้องถิ่น: กำลังเสือโคร่ง พบการเรียกในภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ ส่วนกลุ่มชาติพันธุ์มีชื่อเรียกแตกต่างกัน เช่น ลำแค ลำแคร่ ลำคิแย และเส่กวอเว
  • ชื่อวิทยาศาสตร์: Betula alnoides Buch.-Ham. ex D.Don
  • ชื่อพ้องทางวิทยาศาสตร์ที่พบในเอกสาร: Betula affinis, Betula nitida และชื่อพ้องอื่นตามฐานข้อมูลอนุกรมวิธาน
  • ชื่อสามัญ: Himalayan birch, Indian birch, Birch
  • ชื่อเครื่องยา: Betulae Alnoides Cortex
  • วงศ์: Betulaceae
  • ส่วนที่ใช้เป็นเครื่องยา: เปลือกต้นหรือเปลือกลำต้น
  • ลักษณะการใช้: ใช้เป็นสมุนไพรพื้นบ้านและเป็น เครื่องยาที่มีมาตรฐานในตำรามาตรฐานยาสมุนไพรไทย

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

  • ลักษณะต้น: เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงประมาณ 20–35 เมตร และบางแหล่งรายงานว่าสามารถสูงได้ประมาณ 40 เมตร ลำต้นมีขนาดใหญ่
  • เปลือกต้น: เปลือกชั้นนอกมีสีน้ำตาลเทาถึงเกือบดำ มีช่องระบายอากาศเป็นจุดเล็ก ๆ สีขาวหรือสีอ่อน เปลือกแก่ลอกออกเป็นแผ่นหรือชั้นบาง ๆ คล้ายกระดาษ และเปลือกด้านในมีกลิ่นหอมคล้ายการบูร
  • ใบ: เป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่ รูปไข่แกมใบหอก หรือรูปใบหอก ขอบใบหยักแบบฟันเลื่อย มีเส้นแขนงใบประมาณ 7–10 คู่
  • ดอก: เป็นดอกแยกเพศ ออกเป็นช่อคล้ายหางกระรอก ช่อดอกเพศผู้ห้อยลงและมีดอกย่อยจำนวนมาก ส่วนช่อดอกเพศเมียมีขนาดสั้นกว่า
  • ผล: ผลมีลักษณะแบนขนาดเล็ก มีปีกบางและโปร่งแสงช่วยในการกระจายพันธุ์ด้วยลม
  • ช่วงออกดอก: โดยข้อมูลพรรณไม้ในประเทศไทยมักระบุช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายน–กุมภาพันธ์

ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์

  • ถิ่นกำเนิด: มีถิ่นกำเนิดตั้งแต่เขตเทือกเขาหิมาลัย จีนตอนใต้ และภูมิภาคอินโดจีน
  • การกระจายพันธุ์: พบในอินเดีย เนปาล ภูฏาน บังกลาเทศ เมียนมา จีน ลาว ไทย และเวียดนาม
  • ในประเทศไทย: พบเด่นในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมักขึ้นตามพื้นที่ภูเขาและป่าดิบเขาที่ระดับความสูงประมาณ 800–1,800 เมตรจากระดับน้ำทะเล
  • ถิ่นอาศัย: ป่าดิบเขา ป่าเขตอบอุ่น และพื้นที่สูงที่มีสภาพเหมาะสมต่อการเจริญเติบโต
  • ความสำคัญในท้องถิ่น: เป็นพรรณไม้ที่มีความสำคัญในจังหวัดน่าน และมีการนำไปปลูกเพื่อฟื้นฟูพื้นที่ป่าและพื้นที่เสื่อมโทรม

การปลูกและการขยายพันธุ์

  • การขยายพันธุ์: นิยมขยายพันธุ์ด้วย เมล็ด
  • เมล็ด: ผลมีปีกบางและกระจายโดยลม เมล็ดมีอายุสั้น จึงควรเพาะหลังเก็บเกี่ยวไม่นาน
  • การเพาะกล้า: มีรายงานการเพาะเมล็ดในวัสดุเพาะ เช่น ทราย และเลี้ยงต้นกล้าในสภาพมีแสงรำไรหรือแสงบางส่วนก่อนย้ายปลูก
  • การปลูก: ควรเลือกพื้นที่ระบายน้ำดี ไม่แฉะ และเหมาะกับสภาพพื้นที่สูงหรือสภาพแวดล้อมใกล้เคียงถิ่นกำเนิด
  • การฟื้นฟูป่า: Betula alnoides เป็นไม้โตค่อนข้างเร็วและถูกนำมาใช้เป็นไม้สำหรับฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรมในพื้นที่สูงของภาคเหนือ

ส่วนที่ใช้เป็นยา

  • เปลือกต้น: เป็นส่วนสำคัญที่ใช้ทำเครื่องยา กำลังเสือโคร่ง และเป็นส่วนที่ได้รับการจัดทำมาตรฐานใน Thai Herbal Pharmacopoeia 2021 Supplement 2023
  • ลำต้น/เนื้อไม้: มีการใช้ในภูมิปัญญาพื้นบ้านบางพื้นที่ แต่ควรแยกจาก “เครื่องยาเปลือกต้น” ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่มีมาตรฐานชัดเจนกว่า

สรรพคุณทางสมุนไพร มีการใช้ตามภูมิปัญญา

  • เปลือกต้น: ใช้เป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงธาตุ และช่วยเจริญอาหาร
  • เปลือกต้น: ใช้ขับลมในลำไส้ตามภูมิปัญญาท้องถิ่น
  • เปลือกต้น: ใช้บรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย
  • เปลือกต้น: มีรายงานการใช้ในตำรับพื้นบ้านเพื่อบำรุงร่างกายและเป็นยาอายุวัฒนะ
  • การใช้พื้นบ้านบางพื้นที่: มีการใช้เกี่ยวกับอาการท้องร่วง อาการปวดฟัน และอาการเกี่ยวกับระบบสตรี แต่ข้อมูลเหล่านี้เป็น การใช้ตามภูมิปัญญา ไม่ควรตีความว่าได้รับการพิสูจน์ประสิทธิผลทางคลินิกแล้ว
  • มาตรฐานยา: ตำรามาตรฐานยาสมุนไพรไทยจัดกำลังเสือโคร่งอยู่ในกลุ่มสมุนไพรที่มีการใช้เกี่ยวข้องกับฤทธิ์ต้านการอักเสบ ช่วยระบบทางเดินอาหาร และเป็นยาบำรุง

วิธีใช้

  • ยาต้ม: ภูมิปัญญาพื้นบ้านนำเปลือกต้นมาต้มกับน้ำแล้วดื่ม โดยรายละเอียดปริมาณและระยะเวลาการใช้แตกต่างกันตามตำรับ
  • ยาดอง: มีการนำเปลือกต้นไปดองสุราในภูมิปัญญาบางพื้นที่
  • การใช้สูดดม: มีรายงานการนำเปลือกที่มีกลิ่นหอมมาใช้สูดดมเพื่อบรรเทาอาการหน้ามืดตาลายตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน
  • ข้อควรระวัง: ยังไม่มีขนาดรับประทานมาตรฐานสำหรับประชาชนทั่วไปที่สามารถนำข้อมูลจากภูมิปัญญามาใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์ได้ จึงไม่ควรนำวิธีดั้งเดิมไปใช้เป็นสูตรรักษาโรคด้วยตนเอง

ในบัญชียาจากสมุนไพร

  • กำลังพญาเสือโคร่ง (Betula alnoides) มี มอโนกราฟในตำรามาตรฐานยาสมุนไพรไทย (Thai Herbal Pharmacopoeia 2021 Supplement 2023) ในชื่อ Betulae Alnoides Cortex หรือเปลือกต้นกำลังเสือโคร่ง โดยกำหนดมาตรฐานด้านเอกลักษณ์ คุณภาพ และการเก็บรักษา
  • การมีมอโนกราฟใน Thai Herbal Pharmacopoeia ไม่ได้หมายความว่าเป็น “ตำรับยาเดี่ยวในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร” โดยอัตโนมัติ จึงควรแยกสองระบบนี้ออกจากกัน

สารสำคัญ

  • กลุ่มไตรเทอร์พีน (triterpenoids): พบ betulin, betulinic acid, lupeol, oleanolic acid และ ursolic acid
  • กลุ่มฟีนอลิก: พบรายงานสาร เช่น methyl salicylate และ arbutin
  • งานวิจัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับสารสกัดเปลือกพบสารกลุ่มฟีนอลและฟลาโวนอยด์ในปริมาณที่แตกต่างกันตามวิธีการสกัด
  • งานวิจัยด้านพฤกษเคมีในเปลือกยังพบ chlorogenic acid, sinapic acid, caffeic acid, coumarin, p-coumaric acid และ gallic acid โดยปริมาณขึ้นอยู่กับแหล่งตัวอย่างและวิธีสกัด

งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

  • ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ: สารสกัดเปลือกด้วยเมทานอล 80% แสดงความสามารถในการกำจัดอนุมูลอิสระ DPPH และมีฤทธิ์รีดิวซ์ในระดับห้องปฏิบัติการ
  • ฤทธิ์ต้านจุลชีพ: สารสกัดเปลือกและบางส่วนของสารสกัดแสดงฤทธิ์ต้านจุลชีพบางชนิด
  • ฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ α-glucosidase: สารสกัดเมทานอล 80% แสดงฤทธิ์ยับยั้ง α-glucosidase ในการทดลองระดับหลอดทดลอง
  • ฤทธิ์ต้านการอักเสบ: สารสำคัญกลุ่ม pentacyclic triterpenes ได้แก่ betulin, betulinic acid, lupeol, oleanolic acid และ ursolic acid แสดงฤทธิ์ยับยั้งการสร้าง nitric oxide ในเซลล์ RAW 264.7 โดย betulin และ betulinic acid มีฤทธิ์เด่นกว่าสารอื่นในชุดทดลอง
  • ฤทธิ์ต้านเชื้อ HIV-1 integrase: งานวิจัยปี 2019 พบว่าสาร betulin มีฤทธิ์ยับยั้ง HIV-1 integrase ในหลอดทดลอง โดยมีค่า IC50 ประมาณ 17.7 µM ส่วน betulinic acid, oleanolic acid และ ursolic acid ก็แสดงฤทธิ์ในระดับที่แตกต่างกัน
  • ฤทธิ์ต้านมาลาเรีย: สารสกัดน้ำจากลำต้นของ B. alnoides ในหนูที่ติดเชื้อ Plasmodium berghei สามารถลดระดับปรสิตได้แบบขึ้นกับขนาดยา โดยการทดลองไม่ได้เป็นการศึกษาทางคลินิกในมนุษย์
  • ข้อจำกัดของหลักฐาน: งานวิจัยจำนวนมากยังอยู่ในระดับหลอดทดลองหรือสัตว์ทดลอง จึงยังไม่สามารถสรุปว่า กำลังพญาเสือโคร่งสามารถใช้รักษาโรคในมนุษย์ ได้โดยตรง

เภสัชวิทยา

  • ต้านการอักเสบ: มีหลักฐานจากการทดลองในเซลล์และสารบริสุทธิ์บางชนิด
  • ต้านอนุมูลอิสระ: พบฤทธิ์จากสารสกัดเปลือก โดยสัมพันธ์กับสารกลุ่ม polyphenols และ flavonoids
  • ต้านจุลชีพ: พบฤทธิ์จากสารสกัดเปลือกในระดับห้องปฏิบัติการ
  • ยับยั้ง α-glucosidase: พบฤทธิ์ในสารสกัดเปลือก
  • ต้านมาลาเรีย: พบฤทธิ์ในแบบจำลองหนูทดลองที่ติดเชื้อ P. berghei
  • ยับยั้ง HIV-1 integrase: พบในสารกลุ่ม triterpenoids ที่แยกจากลำต้น
  • กลไกที่เกี่ยวข้อง: หลักฐานปัจจุบันชี้ไปที่การลด nitric oxide และการออกฤทธิ์ต่อเอนไซม์หรือโมเลกุลเป้าหมายบางชนิด แต่ยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อยืนยันกลไกในมนุษย์

ความปลอดภัย

  • งานวิจัยในหนูพบว่า สารสกัดน้ำจาก Betula alnoides ที่ให้ทางปากครั้งเดียวในขนาด 5,000 มก./กก. ไม่พบความผิดปกติรุนแรงของค่าชีวเคมีและพยาธิสภาพของตับ ไต และม้ามภายในระยะติดตาม 14 วัน
  • อย่างไรก็ตาม ผลดังกล่าวเป็น ข้อมูลจากสัตว์ทดลอง ไม่สามารถใช้ยืนยันความปลอดภัยของการรับประทานในมนุษย์ระยะยาวหรือในขนาดต่าง ๆ ได้
  • ยังมีข้อมูลจำกัดเกี่ยวกับความปลอดภัยในหญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว
  • การใช้ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรควรเลือกวัตถุดิบที่ระบุชนิดพืชได้ชัดเจน เพราะชื่อ “กำลังเสือโคร่ง” อาจหมายถึงพืชต่างชนิดที่มีความปลอดภัยต่างกัน

ข้อห้ามใช้

  • ยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกเพียงพอที่จะกำหนด ข้อห้ามใช้เฉพาะของ Betula alnoides อย่างชัดเจนในประชาชนทั่วไป
  • ไม่ควรใช้วัตถุดิบที่ไม่สามารถยืนยันชนิดพืชได้ โดยเฉพาะเครื่องยาที่ขายภายใต้ชื่อ “กำลังเสือโคร่ง” เพราะอาจเป็นพืชชนิดอื่น
  • ควรหลีกเลี่ยงการใช้เองในหญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร เด็ก และผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือรับประทานยาหลายชนิด จนกว่าจะมีข้อมูลความปลอดภัยที่เพียงพอ

ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา

  • ยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกที่เพียงพอสำหรับระบุ ปฏิกิริยาระหว่าง Betula alnoides กับยาชนิดใดโดยเฉพาะ
  • เนื่องจากพบสารกลุ่ม triterpenoids และสารฟีนอลิกหลายชนิด จึงไม่ควรสรุปว่าปลอดจากการเกิดปฏิกิริยากับยาโดยอัตโนมัติ
  • ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยารักษาเบาหวาน หรือยาที่มีช่วงการรักษาแคบ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้สารสกัดเข้มข้น
  • ไม่ควรนำข้อมูลจากพืชชนิดอื่นที่ใช้ชื่อ “กำลังเสือโคร่ง” มาปนกับ Betula alnoides เพราะองค์ประกอบทางเคมีแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ

การใช้ในอาหาร

  • ไม่พบหลักฐานเพียงพอที่จะจัด กำลังพญาเสือโคร่ง (Betula alnoides) เป็นพืชอาหารทั่วไป
  • การใช้หลักของเปลือกในประเทศไทยอยู่ในด้าน สมุนไพรและเครื่องยา มากกว่าการใช้เป็นอาหาร
  • จึงไม่ควรนำเปลือกต้นมาประกอบอาหารหรือทำเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในปริมาณเข้มข้นโดยถือว่าเป็นอาหารทั่วไป

การใช้ในผลิตภัณฑ์

  • เครื่องยาสมุนไพร: เปลือกต้นแห้งเป็นส่วนที่มีมาตรฐานใน Thai Herbal Pharmacopoeia
  • ยาต้มพื้นบ้าน: มีการนำเปลือกไปต้มเป็นเครื่องดื่มสมุนไพรตามภูมิปัญญา
  • ยาดองสมุนไพร: มีการใช้เปลือกในตำรับยาดองพื้นบ้านบางพื้นที่
  • ผลิตภัณฑ์สารสกัด: มีการศึกษาสารสกัดในงานวิจัยด้านฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ ต้านจุลชีพ และฤทธิ์ทางชีวภาพอื่น ๆ
  • การนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อจำหน่ายควรอยู่ภายใต้กฎหมายและมาตรฐานผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่เกี่ยวข้อง

การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา

  • ส่วนที่เก็บเกี่ยว: เปลือกต้น
  • ควรเลือกวัตถุดิบที่สามารถยืนยันชนิดพืชได้ถูกต้อง
  • การลอกเปลือกจากต้นมีชีวิตโดยไม่เหมาะสมอาจทำให้ต้นไม้เสียหายและเพิ่มแรงกดดันต่อทรัพยากรป่า
  • การเก็บรักษา: ตำรามาตรฐานยาสมุนไพรไทยกำหนดให้เก็บเปลือกแห้งในภาชนะที่ปิดสนิท ป้องกันแสง และเก็บในบริเวณเย็นและแห้ง
  • มาตรฐานของเครื่องยาระบุ loss on drying ไม่เกิน 9.0% w/w, foreign matter ไม่เกิน 2.0% w/w, total ash ไม่เกิน 3.0% w/w, ethanol-soluble extractive ไม่น้อยกว่า 12.0% w/w และ water-soluble extractive ไม่น้อยกว่า 8.0% w/w

ภูมิปัญญาท้องถิ่น

  • ชุมชนในภาคเหนือมีการใช้ เปลือกกำลังพญาเสือโคร่ง ต้มน้ำดื่มเป็นยาบำรุงธาตุ บำรุงร่างกาย เจริญอาหาร และบรรเทาอาการปวดเมื่อย
  • ในบางพื้นที่มีการใช้เปลือกเป็นส่วนประกอบของยาดองสมุนไพร
  • กลิ่นหอมของเปลือกเป็นลักษณะเด่นที่ใช้ในการจดจำพืชชนิดนี้
  • การศึกษาภูมิปัญญาในประเทศไทยพบว่ากำลังเสือโคร่งถูกใช้ในบริบทของ ยาบำรุงและยาแก้ปวดเมื่อย และมีความสัมพันธ์กับตำรับยาพื้นบ้านหลายพื้นที่

ประวัติและวัฒนธรรม

  • กำลังพญาเสือโคร่ง เป็นพรรณไม้พื้นถิ่นบนพื้นที่สูงของภาคเหนือที่มีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตและการใช้ประโยชน์จากป่าของชุมชน
  • นอกจากเป็นสมุนไพรแล้ว เนื้อไม้ยังมีคุณสมบัติด้านงานไม้ สามารถนำไปทำพื้น เครื่องเรือน และงานก่อสร้างบางประเภท
  • จังหวัดน่านมีการกล่าวถึงกำลังเสือโคร่งในฐานะพรรณไม้สำคัญประจำจังหวัด และมีการปลูกเพื่อการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์
  • ชื่อ “กำลังเสือโคร่ง” สะท้อนแนวคิดด้านการบำรุงกำลังตามภูมิปัญญาไทย แต่ไม่ควรตีความชื่อเป็นหลักฐานทางเภสัชวิทยาว่าช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางกายโดยตรง

สถานะการอนุรักษ์

  • สถานะระดับโลก: Betula alnoides ได้รับการประเมินโดย IUCN ในระดับ Least Concern (LC) – ความเสี่ยงต่ำ
  • สถานะในประเทศไทย: ชื่อ “กำลังเสือโคร่ง” ซึ่งหมายถึง Betula alnoides ปรากฏอยู่ในบัญชี ไม้หวงห้ามประเภท ก. ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ. 2530 ดังนั้นการตัด โค่น ครอบครอง หรือเคลื่อนย้ายไม้จึงควรตรวจสอบกฎหมายป่าไม้และเงื่อนไขที่ใช้บังคับในพื้นที่ก่อนดำเนินการ
  • การเก็บเปลือกจากต้นธรรมชาติควรดำเนินการอย่างระมัดระวังและเน้น การปลูกทดแทน การอนุรักษ์พันธุกรรม และการใช้วัตถุดิบจากแหล่งปลูกที่ตรวจสอบย้อนกลับได้

ข้อมูลอนุกรมวิธาน

  • อาณาจักร (Kingdom): Plantae
  • หมวด (Phylum): Streptophyta
  • ชั้น (Class): Equisetopsida
  • อันดับ (Order): Fagales
  • วงศ์ (Family): Betulaceae
  • สกุล (Genus): Betula L.
  • ชนิด (Species): Betula alnoides Buch.-Ham. ex D.Don

การตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพร

  • ลักษณะภายนอก: เปลือกแห้งมีลักษณะเป็นชิ้นเปลือกสีน้ำตาลถึงน้ำตาลแดง มีกลิ่นหอมเฉพาะ
  • ลักษณะทางจุลทรรศน์: ตำรามาตรฐานยาสมุนไพรไทยระบุลักษณะสำคัญ เช่น กลุ่ม sclereids ผนังหนา และเซลล์พาเรงคิมาที่มีสารสีน้ำตาล ซึ่งใช้ช่วยตรวจสอบเอกลักษณ์ของเครื่องยา
  • การตรวจสอบทางเคมี: สามารถใช้ Thin-layer chromatography (TLC) ตรวจสอบลักษณะสารสำคัญ โดยตำรามาตรฐานระบุแถบที่สัมพันธ์กับ lupeol เป็นหนึ่งในลักษณะสำคัญสำหรับการตรวจสอบ
  • การตรวจสอบทางโมเลกุล: งานวิจัยปี 2021 พัฒนา multiplex PCR และ TLC เพื่อแยกแยะ Betula alnoides จาก Strychnos axillaris และ Ziziphus attopensis ซึ่งใช้ชื่อเครื่องยา “กำลังเสือโคร่ง” ร่วมกัน
  • การตรวจสอบชนิดพืชมีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจาก Strychnos axillaris มีรายงานสารกลุ่ม strychnine-type alkaloids ที่อาจก่อพิษได้ การใช้เพียงสี กลิ่น หรือรูปลักษณ์ภายนอกอาจไม่เพียงพอสำหรับการยืนยันชนิด

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, สำนักยาและวัตถุเสพติด. (2023). Thai Herbal Pharmacopoeia 2021 Supplement 2023: กำลังเสือโคร่ง (Betula alnoides Buch.-Ham. ex D.Don), Betulae Alnoides Cortex. กระทรวงสาธารณสุข.
  2. โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ. (ม.ป.ป.). กำลังพญาเสือโคร่ง (Betula alnoides Buch.-Ham. ex G.Don).
  3. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศูนย์ธรรมชาติวิทยาดอยสุเทพ. (ม.ป.ป.). กำลังพญาเสือโคร่ง: Betula alnoides Buch.-Ham. ex D.Don.
  4. มูลนิธิชัยพัฒนา. (ม.ป.ป.). กำลังพญาเสือโคร่ง (Betula alnoides Buch.-Ham. ex D.Don).
  5. Yanaso, S., Phrutivorapongkul, A., Hongwiset, D., Piyamongkol, S., & Intharuksa, A. (2021). Verification of Thai ethnobotanical medicine “Kamlang Suea Khrong” driven by multiplex PCR and powerful TLC techniques. PLoS ONE, 16(9), e0257243.
  6. Chaniad, P., Sudsai, T., Septama, A. W., Chukaew, A., & Tewtrakul, S. (2019). Evaluation of anti-HIV-1 integrase and anti-inflammatory activities of compounds from Betula alnoides Buch-Ham. Advances in Pharmacological Sciences, 2019, 2573965. https://doi.org/10.1155/2019/2573965
  7. Chaniad, P., Techarang, T., Phuwajaroanpong, A., & Punsawad, C. (2019). Antimalarial activity and toxicological assessment of Betula alnoides extract against Plasmodium berghei infections in mice. Evidence-Based Complementary and Alternative Medicine, 2019, 2324679. https://doi.org/10.1155/2019/2324679
  8. Ghimire, B. K., Tamang, J. P., Yu, C. Y., Jung, S. J., & Chung, I. M. (2012). Antioxidant, antimicrobial activity and inhibition of α-glucosidase activity by Betula alnoides Buch. bark extract and their relationship with polyphenolic compounds concentration. Immunopharmacology and Immunotoxicology, 34(5), 824–831. https://doi.org/10.3109/08923973.2012.661739
  9. Kew Science, Royal Botanic Gardens, Kew. (2026). Betula alnoides Buch.-Ham. ex D.Don. Plants of the World Online.
  10. Sur, T. K., Pandit, S., Battacharyya, D., et al. (2002). Studies on the anti-inflammatory activity of Betula alnoides bark. Phytotherapy Research, 16(7), 669–671. https://doi.org/10.1002/ptr.942

 

Scroll to top