กระดาดดำ
กระดาดดำเป็นพืชล้มลุกขนาดใหญ่ในวงศ์บอน มีชื่อวิทยาศาสตร์ที่ยอมรับในปัจจุบันว่า Alocasia macrorrhizos (L.) G.Don พบในเขตร้อนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และหมู่เกาะแปซิฟิก รวมถึงประเทศไทย มีการใช้เป็นสมุนไพรตามภูมิปัญญาพื้นบ้านหลายพื้นที่ แต่พืชชนิดนี้มีผลึกรูปเข็มของแคลเซียมออกซาเลต จึงต้องระมัดระวังอย่างมากในการนำมาใช้ โดยเฉพาะการรับประทาน
ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร
- ชื่อสมุนไพร : กระดาดดำ
- ชื่อวิทยาศาสตร์ : Alocasia macrorrhizos (L.) G.Don
- ชื่อสามัญ : Giant alocasia, Giant taro, Elephant’s ear
- ชื่อท้องถิ่น : ปึมปื้อ หรือบึมบื้อ (เชียงใหม่), กลาดีบูเก๊าะ (ยะลา), เอาะลาย (ยะลา), เมาะดำ, หัวชะออกดำ (ภาคใต้), โหรา (สงขลาและยะลา), คือ และโทป๊ะ (กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน)
- วงศ์ : Araceae หรือวงศ์บอน
- ลักษณะการใช้ประโยชน์ : สมุนไพร พืชอาหารในบางวัฒนธรรม และไม้ประดับขนาดใหญ่
- ข้อควรจำ : กระดาดดำไม่ควรนำมารับประทานสด เนื่องจากมีผลึกแคลเซียมออกซาเลตที่ทำให้เกิดอาการระคายเคืองและแสบคันได้
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
- ต้น : ไม้ล้มลุกอายุหลายปี ขนาดใหญ่ สูงได้มากกว่า 1 เมตร ลำต้นสั้น อวบ และมีส่วนที่พองเป็นหัวหรือเหง้าอยู่ใต้ดิน
- ใบ : ใบเดี่ยวขนาดใหญ่ เรียงหนาแน่นบริเวณปลายลำต้น ใบมีสีเขียวเข้มหรือเขียวอมม่วง รูปไข่กว้าง ปลายใบแหลม โคนใบเว้าลึกคล้ายหัวลูกศร ขอบใบเรียบเป็นคลื่นหรือม้วนเข้าด้านใน ใบกว้างประมาณ 25–60 เซนติเมตร และยาวประมาณ 30–90 เซนติเมตร
- ก้านใบ : ก้านใบใหญ่ สีเขียวอ่อนอมม่วง ยาวประมาณ 0.8–1.5 เมตร โคนก้านแผ่เป็นแผ่นและเรียงซ้อนหุ้มบริเวณลำต้น
- ดอก : ออกเป็นช่อแบบช่อเชิงลด รูปแท่งคล้ายดอกบอน ช่อดอกตั้งตรง มีกาบหุ้มช่อดอกสีขาวหรือเขียวอ่อน ดอกเพศเมียอยู่บริเวณโคนช่อ ส่วนดอกเพศผู้อยู่ด้านบน
- ผล : ผลสดมีลักษณะเป็นผลรูปรี เมื่อสุกมีสีส้มหรือแดง ขนาดประมาณ 5 มิลลิเมตร และมีเมล็ดอยู่ภายใน
ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์
- ถิ่นกำเนิด : มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และภูมิภาคเมลานีเซีย โดยแหล่งข้อมูล Kew ระบุขอบเขตถิ่นกำเนิดตั้งแต่ Central Malesia ไปจนถึง Queensland
- การกระจายพันธุ์ : พบตามธรรมชาติในบอร์เนียว มาลูกู นิวกินี ฟิลิปปินส์ สุลาเวสี หมู่เกาะโซโลมอน หมู่เกาะบิสมาร์ก และควีนส์แลนด์ และถูกนำไปปลูกในพื้นที่เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย
- ถิ่นอาศัย : ชอบสภาพอากาศร้อนชื้นและพื้นที่ที่มีความชื้นสูง สามารถพบขึ้นใกล้บริเวณที่อยู่อาศัยของมนุษย์ได้
การปลูกและการขยายพันธุ์
- สภาพพื้นที่ : เหมาะกับพื้นที่ร้อนชื้น มีความชื้นในดินค่อนข้างสูง และดินที่มีอินทรียวัตถุ
- แสง : สามารถเจริญได้ในบริเวณที่มีแสงรำไรถึงแสงค่อนข้างมาก แต่ควรหลีกเลี่ยงสภาพแห้งแล้งเป็นเวลานาน
- การขยายพันธุ์ : สามารถขยายพันธุ์ด้วยการแยกหัวหรือส่วนของเหง้า และเพาะเมล็ด
- ข้อควรระวังในการเพาะปลูก : ควรสวมถุงมือเมื่อตัดหรือสัมผัสส่วนสด เนื่องจากน้ำยางและเนื้อเยื่อของพืชอาจทำให้เกิดการระคายเคือง
ส่วนที่ใช้เป็นยา
- ใบ
- น้ำจากก้านใบ
- ราก
- หัวหรือเหง้า
การใช้ส่วนต่าง ๆ ดังกล่าวปรากฏในข้อมูลภูมิปัญญาไทยและฐานข้อมูลสมุนไพรหลายแหล่ง
สรรพคุณทางสมุนไพร มีการใช้ตามภูมิปัญญา
- ใบ : ตามตำรายาพื้นบ้านระบุว่ามีรสเย็น ใช้สำหรับอาการอักเสบและบวมแดงบริเวณข้อ
- น้ำจากก้านใบ : ตามภูมิปัญญาพื้นบ้านใช้คั้นรับประทานเพื่อแก้อาการไอ
- ราก : ตามตำรายาพื้นบ้านมีรสเย็นจืด ใช้ต้มรับประทานเพื่อขับปัสสาวะ ระบายท้อง และใช้แก้พิษแมลงป่อง
- หัว : ตามภูมิปัญญาพื้นบ้านใช้โขลกพอกบริเวณแผลที่มีหนอง
ในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยยังพบการใช้ หัวกระดาด ในรูปแบบ “กระดาดทั้ง 2” ซึ่งหมายถึงกระดาดแดงและกระดาดขาว ใช้เป็นส่วนประกอบของตำรับยาบางชนิด เช่น ตำรับที่เกี่ยวข้องกับเถาดาน ท้องผูก และการขับเสมหะ อย่างไรก็ตาม การใช้ในตำรับยาไม่ควรนำไปตีความว่าเหมาะสำหรับการใช้พืชสดด้วยตนเอง
หมายเหตุด้านหลักฐาน : สรรพคุณข้างต้นเป็นข้อมูลจากภูมิปัญญาและตำรายา ไม่ได้หมายความว่าได้รับการยืนยันประสิทธิผลในการรักษาโรคในมนุษย์จากการทดลองทางคลินิก
วิธีใช้
- ใช้ภายนอก : ภูมิปัญญาบางพื้นที่ใช้ส่วนหัวบดหรือโขลกสำหรับพอกบริเวณแผลบางลักษณะ
- ใช้เป็นส่วนประกอบตำรับยา : หัวกระดาดมีการใช้เป็นเครื่องยาประกอบตำรับยาแผนไทย โดยต้องผ่านกรรมวิธีเตรียมเครื่องยาตามตำรับ
- การรับประทาน : ไม่ควรนำกระดาดดำสดมารับประทาน เนื่องจากมีผลึกแคลเซียมออกซาเลตที่ทำให้เกิดการระคายเคืองอย่างรุนแรงได้
สำหรับเว็บไซต์สมุนไพรควรเน้นว่า ไม่แนะนำให้ประชาชนทดลองต้ม ดอง หรือรับประทานกระดาดดำเองเพื่อรักษาโรค เพราะความปลอดภัยและขนาดการใช้ที่เหมาะสมในมนุษย์ยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกเพียงพอ
ในบัญชียาจากสมุนไพร
ไม่พบข้อมูลที่ระบุ “กระดาดดำ” โดยตรง เป็นรายการเครื่องยาในรูปแบบชื่อดังกล่าวในบัญชียาจากสมุนไพรที่ตรวจสอบได้
อย่างไรก็ตาม ใน รายการตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ พ.ศ. 2564 มีรายการ กระดาดขาว และ กระดาดแดง โดยใช้หัว และระบุชื่อวิทยาศาสตร์เป็น Alocasia macrorrhizos (L.) G.Don “Alba” และ “Rubra” ตามลำดับ
นอกจากนี้ กระดาดขาวและกระดาดแดงยังเป็นส่วนประกอบในตำรับ ยาธรณีสันฑะฆาต ซึ่งอยู่ในกลุ่มยาจากสมุนไพรของการแพทย์แผนไทย
สารสำคัญ
มีรายงานการตรวจพบสารและกลุ่มสารหลายชนิดใน Alocasia macrorrhizos ได้แก่
- แคลเซียมออกซาเลต (Calcium oxalate) : พบเป็นผลึกรูปเข็มหรือ raphides เป็นองค์ประกอบสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความเผ็ดแสบและความเป็นพิษของพืช
- สารฟีนอลิก (Phenolic compounds)
- ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids)
- แทนนิน (Tannins)
- ซาโปนิน (Saponins)
- อัลคาลอยด์ (Alkaloids)
- สเตอรอลและไฟโตสเตอรอล
- ไซยาโนเจนิกไกลโคไซด์ (Cyanogenic glycosides)
- ไตรกลอกคินิน (Triglochinin)
- ไอโซไตรกลอกคินิน (Isotriglochinin)
- เบตาซิโตสเตอรอล (β-Sitosterol)
- กรดแอสคอร์บิก (Ascorbic acid)
- กรดซิตริก (Citric acid)
องค์ประกอบทางเคมีอาจแตกต่างกันตามส่วนของพืช อายุ สภาพแวดล้อม และวิธีการสกัด
งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
งานวิจัยเกี่ยวกับ Alocasia macrorrhizos ส่วนใหญ่เป็นการศึกษาในระดับ หลอดทดลอง สัตว์ทดลอง และการทบทวนองค์ความรู้ ยังมีข้อมูลการทดลองทางคลินิกในมนุษย์ค่อนข้างจำกัด
- ฤทธิ์ต้านการอักเสบและลดปวด : งานทดลองในสัตว์รายงานว่าสารสกัดเอทานอลจากเหง้าของ Alocasia indica ซึ่งเป็นชื่อพ้องที่เกี่ยวข้องกับ A. macrorrhizos แสดงฤทธิ์ลดปวดและลดการอักเสบในแบบจำลองสัตว์ทดลอง
- ฤทธิ์ต้านจุลชีพ : มีการศึกษาสารสกัดจากพืชและพบฤทธิ์ต่อแบคทีเรียหลายชนิดในระดับหลอดทดลอง แต่ผลดังกล่าวยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันประสิทธิผลในการรักษาการติดเชื้อในมนุษย์
- ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ : สารสกัดจากใบและส่วนอื่นของพืชมีสารฟีนอลิกและฟลาโวนอยด์ และแสดงฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในการทดสอบทางห้องปฏิบัติการ
- การศึกษาสารพฤกษเคมี : ฐานข้อมูล IMPPAT รายงานสารหลายชนิดในใบ ดอก หัว และทั้งต้น เช่น triglochinin, isotriglochinin, cholesterol และ β-sitosterol
- งานวิจัยด้านอาหาร : งานทบทวนล่าสุดชี้ว่าพืชชนิดนี้มีศักยภาพด้านอาหาร แต่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการลดสารต้านโภชนาการและแคลเซียมออกซาเลตอย่างเหมาะสมก่อนบริโภค
เภสัชวิทยา
จากหลักฐานที่มีการศึกษา พบแนวโน้มของฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา ได้แก่
- ฤทธิ์ต้านการอักเสบ : พบในการทดลองในสัตว์และการทดสอบระดับหลอดทดลอง
- ฤทธิ์ลดปวด : มีรายงานจากการทดลองในสัตว์
- ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ : พบในสารสกัดที่มีสารฟีนอลิกและฟลาโวนอยด์
- ฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย : พบในสารสกัดบางชนิดในการทดลองภายนอกร่างกาย
- ฤทธิ์ต้านเชื้อรา : มีรายงานจากการศึกษาสารสกัดและสารประกอบบางชนิด
- ฤทธิ์ทางชีวภาพอื่น ๆ : มีรายงานการศึกษาด้าน cytotoxic, anthelmintic และกิจกรรมทางชีวภาพอื่น แต่ส่วนใหญ่ยังอยู่ในขั้นการวิจัยเบื้องต้น
ข้อจำกัดสำคัญ : ผลจากสารสกัดหรือการทดลองในเซลล์และสัตว์ไม่สามารถนำมาเทียบเท่ากับประสิทธิผลของการใช้สมุนไพรในมนุษย์ได้
ความปลอดภัย
- ไม่ควรรับประทานส่วนสด ของกระดาดดำ เนื่องจากมีผลึกแคลเซียมออกซาเลตชนิดเข็ม ซึ่งสามารถทำให้เกิดอาการแสบ ปวด ระคายเคือง และบวมบริเวณปาก คอ และทางเดินอาหารได้
- การสัมผัสน้ำยางหรือน้ำจากเนื้อเยื่อสด อาจทำให้เกิดอาการคัน แสบ และระคายเคืองผิวหนังในบางคน
- การรับประทานในปริมาณมากหรือรับประทานโดยไม่ผ่านการเตรียมที่เหมาะสม อาจเป็นอันตราย
- กระบวนการเตรียมอาหาร เช่น การแช่ ต้ม นึ่ง หมัก หรือการให้ความร้อน สามารถช่วยลดสารที่ทำให้เกิดความแสบและสารต้านโภชนาการได้ แต่ประสิทธิภาพขึ้นกับวิธีและเงื่อนไขของกระบวนการ
- หญิงตั้งครรภ์ เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว ควรหลีกเลี่ยงการใช้รับประทานโดยไม่มีคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา
ยังไม่มีหลักฐานทางคลินิกที่เพียงพอสำหรับระบุปฏิกิริยาระหว่างกระดาดดำกับยาสมัยใหม่อย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากพืชชนิดนี้มีแคลเซียมออกซาเลตและสารออกฤทธิ์หลายกลุ่ม จึงควร หลีกเลี่ยงการใช้สารสกัดหรือผลิตภัณฑ์กระดาดดำร่วมกับยาประจำโดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคไตหรือมีประวัตินิ่วในทางเดินปัสสาวะ
การใช้ในอาหาร
กระดาดชนิดนี้มีประวัติการใช้หัวหรือเหง้าเป็นอาหารในบางพื้นที่ของเอเชียและหมู่เกาะแปซิฟิก โดยต้องผ่านการเตรียมและปรุงอย่างเหมาะสมเพื่อกำจัดหรือลดผลึกแคลเซียมออกซาเลตและสารต้านโภชนาการ
ไม่ควรนำข้อมูลการใช้เป็นอาหารในต่างประเทศมาใช้เป็นคำแนะนำให้รับประทานกระดาดดำสดในประเทศไทย เพราะส่วนต่าง ๆ ของพืชมีความเผ็ดแสบและอาจทำให้เกิดพิษได้
การใช้ในผลิตภัณฑ์
- ไม้ประดับ : เป็นการใช้ประโยชน์ที่แพร่หลาย เนื่องจากมีใบขนาดใหญ่และรูปทรงโดดเด่น
- ผลิตภัณฑ์สมุนไพรและงานวิจัย : มีการศึกษาสารสกัดจากใบและเหง้าเพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีฤทธิ์ต้านจุลชีพ ต้านอนุมูลอิสระ และลดการอักเสบ
- ผลิตภัณฑ์อาหาร : มีงานวิจัยเกี่ยวกับการใช้หัวเป็นวัตถุดิบอาหารหลังผ่านกระบวนการลดสารพิษและสารต้านโภชนาการ
การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา
- ใบ : เก็บเมื่อพืชเจริญสมบูรณ์ โดยควรใช้เครื่องมือและถุงมือที่เหมาะสม
- หัวและราก : เก็บจากต้นที่สมบูรณ์และทำความสะอาดก่อนนำไปแปรรูปตามวัตถุประสงค์
- การเก็บรักษา : หากต้องการเก็บส่วนที่ใช้เป็นเครื่องยา ควรทำให้แห้งอย่างเหมาะสมและเก็บในภาชนะปิดสนิท ป้องกันความชื้น แมลง และการปนเปื้อน
- ข้อควรระวัง : ควรติดฉลากชัดเจนว่าเป็นพืชที่มีผลึกแคลเซียมออกซาเลต และไม่ควรเก็บรวมกับวัตถุดิบอาหารที่บริโภคสด
ภูมิปัญญาท้องถิ่น
ข้อมูลภูมิปัญญาไทยพบการใช้กระดาดดำในหลายภูมิภาค โดยมีชื่อท้องถิ่นแตกต่างกัน เช่น ปึมปื้อ เอาะลาย โหรา และหัวชะออกดำ
ในภาคใต้มีข้อมูลการใช้ กระดาดดำหรือเอาะดำ ในตำรับพื้นบ้าน เช่น การใช้ส่วนของพืชร่วมกับเครื่องยาชนิดอื่นตามตำรับของท้องถิ่น
ในทางเภสัชกรรมไทยยังมีแนวคิดเรื่อง “กระดาดทั้ง 2” ซึ่งหมายถึงกระดาดแดงและกระดาดขาว โดยใช้หัวเป็นส่วนประกอบของตำรับยา และมีการบันทึกสรรพคุณเกี่ยวกับเถาดาน เสมหะ และแผลหนอง
ประวัติและวัฒนธรรม
กระดาดเป็นพืชที่มีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตของประชาชนในเขตร้อนของเอเชียและแปซิฟิกมาเป็นเวลานาน นอกจากการเป็นพืชอาหารในบางพื้นที่แล้ว ยังมีการนำมาใช้เป็นพืชสมุนไพรและพืชประดับ
แหล่งข้อมูล Kew ระบุว่า Alocasia macrorrhizos เคยมีความสำคัญในฐานะพืชอาหารประเภทแป้งในบางสังคมของไมโครนีเซียและภูมิภาคอินโดมาเลเซีย ก่อนที่พืชกลุ่มเผือกชนิดอื่นจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น
สถานะการอนุรักษ์
ปัจจุบัน Alocasia macrorrhizos ยังไม่ได้รับการประเมินตามเกณฑ์บัญชีแดงของ IUCN Red List ตามข้อมูล Plants of the World Online ของ Kew
จึงไม่ควรระบุว่ากระดาดดำเป็นพืช “ใกล้สูญพันธุ์” หรือ “มีความเสี่ยงต่ำ” โดยไม่มีการประเมินระดับประชากรที่เฉพาะเจาะจงในประเทศไทย
ข้อมูลอนุกรมวิธาน
- อาณาจักร (Kingdom) : Plantae
- หมวด (Phylum) : Streptophyta
- ชั้น (Class) : Equisetopsida
- ชั้นย่อย (Subclass) : Magnoliidae
- อันดับ (Order) : Alismatales
- วงศ์ (Family) : Araceae
- สกุล (Genus) : Alocasia
- ชนิด (Species) : Alocasia macrorrhizos (L.) G.Don
ชื่อพ้องที่สำคัญ : Arum macrorrhizon L., Caladium macrorrhizon (L.) R.Br. และ Colocasia macrorrhizos (L.) Schott
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. (ม.ป.ป.). สารานุกรมพืช: Alocasia macrorrhizos (L.) G.Don. สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช.
- กระทรวงสาธารณสุข. (2564). รายการตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ ฉบับ พ.ศ. 2564. กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก.
- ราชพฤกษ์. (ม.ป.ป.). กระดาดดำ (Alocasia macrorrhizos (L.) G.Don). องค์การสวนพฤกษศาสตร์.
- สมุนไพรดอทคอม. (2559). กระดาดดำ.
- สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอ่างทอง. (2565). ภูมิปัญญาท้องถิ่น: กระดาด. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์.
- Das, O., Nickhil, C., & Deka, S. C. (2026). A comprehensive review on the nutritional value, anti-nutritional factors, acridity, medicinal properties, and culinary applications of Alocasia macrorrhizos. Sustainable Food Technology, 4, 1–20.
- Govaerts, R., & Frodin, D. G. (2002). World checklist and bibliography of Araceae (and Acoraceae). Royal Botanic Gardens, Kew.
- Royal Botanic Gardens, Kew. (2026). Alocasia macrorrhizos (L.) G.Don. Plants of the World Online.
- Barbhuiya, S. M., Devi, S. H., Kakati, A., Choudhury, R. A., & Mazumder, M. U. (2021). Pharmacognostic profile and comparative in vitro anti-inflammatory activity study of ethnomedicinal plants of North East India. Pharmacognosy Journal, 13(2), 317–324.
- Banik, S., et al. (2014). Determination of biological properties of Alocasia macrorrhizos: A medicinal plant. World Journal of Pharmaceutical Research, 3(9), 193–210.
