กระดาดแดง
กระดาดแดงเป็นพืชล้มลุกในวงศ์บอน (Araceae) ที่มีใบขนาดใหญ่และรูปลักษณ์คล้ายพืชสกุลบอนและเผือก พบชื่อเรียกตามท้องถิ่นหลายชื่อ และมีการใช้เป็นสมุนไพรในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย โดยเฉพาะส่วนหัวหรือเหง้า อย่างไรก็ตาม กระดาดแดงเป็นพืชที่มีสารผลึกแคลเซียมออกซาเลตซึ่งก่อการระคายเคือง จึงต้องให้ความสำคัญกับการเตรียมยาและความปลอดภัยเป็นอย่างมาก
ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร
- ชื่อไทย : กระดาดแดง
- ชื่อท้องถิ่น : เมาะแดง (ปัตตานี), หัวชะออกแดง, ออกดิบ (ภาคใต้), กะเอาะแดง
- ชื่ออังกฤษ : Giant taro, Elephant’s ear
- ชื่อวิทยาศาสตร์ที่พบในเอกสารไทย : Alocasia indica var. metallica Schott และมีการใช้ชื่อ Alocasia indica ในฐานข้อมูลพิษวิทยาของมหาวิทยาลัยมหิดล
- ชื่อวิทยาศาสตร์ตามฐานข้อมูลอนุกรมวิธานสมัยใหม่ : Alocasia indica (Lour.) Spach ได้รับการยอมรับโดย Plants of the World Online (Kew) ในปัจจุบัน ขณะที่ Flora of Thailand ใช้ Alocasia macrorrhizos (L.) G.Don สำหรับกลุ่มพืชที่มีชื่อท้องถิ่นกระดาดแดงในประเทศไทย จึงควรระบุหมายเหตุด้านอนุกรมวิธานไว้ในเว็บไซต์เพื่อป้องกันความสับสน
- วงศ์ : Araceae
- สกุล : Alocasia
- ลักษณะการใช้ : พืชสมุนไพรประเภทหัว/เหง้า
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
- ต้น : เป็นไม้ล้มลุก มีเหง้าหรือส่วนใต้ดินที่พัฒนาเป็นหัว ลำต้นตั้งตรง โดยต้นที่เจริญเต็มที่อาจสูงประมาณ 2 เมตร
- ใบ : ใบเดี่ยวขนาดใหญ่ รูปไข่แกมรูปหัวใจ ปลายใบแหลม โคนใบเว้าลึก ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่น ก้านใบยาวและอวบ
- ดอก : ออกเป็นช่อแบบช่อเชิงลด ลักษณะเป็นแท่งคล้ายพืชวงศ์บอน มีดอกเพศเมียอยู่บริเวณโคนช่อ ดอกเพศผู้อยู่ด้านบน และมีส่วนปลายช่อที่ไม่มีดอก
- ผล : ผลสดมีเนื้อนุ่ม เมื่อสุกมีสีแดง มีเมล็ดอยู่ภายใน
ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์
- ถิ่นกำเนิด : ข้อมูลอนุกรมวิธานมีความแตกต่างกันตามการจำแนกชนิด โดย Alocasia indica มีถิ่นกำเนิดตั้งแต่อนุทวีปอินเดียถึงอินโดจีนและชวา ส่วน A. macrorrhizos ตาม Kew มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย
- ในประเทศไทย : Flora of Thailand รายงานกระดาด (A. macrorrhizos) ในประเทศไทย และระบุชื่อพื้นเมือง “กระดาดแดง” ในกรุงเทพฯ โดยพบในพื้นที่ชื้น เช่น ร่องน้ำ ริมพื้นที่นา และบริเวณที่มีการปลูกเป็นไม้ประดับ
- ถิ่นอาศัย : ชอบบริเวณชื้น มีน้ำหรือความชื้นในดินสูง และสามารถพบตามพื้นที่ใกล้ชุมชนหรือพื้นที่เพาะปลูก
การปลูกและการขยายพันธุ์
- สภาพแวดล้อม : ควรปลูกในดินร่วนหรือดินที่มีอินทรียวัตถุสูง ระบายน้ำได้ดีแต่สามารถเก็บความชื้นได้ และเหมาะกับพื้นที่มีแสงรำไร
- น้ำ : ต้องการความชื้นสม่ำเสมอ แต่ไม่ควรปล่อยให้ดินแฉะจนเกิดน้ำขังเป็นเวลานาน
- การขยายพันธุ์ : สามารถขยายพันธุ์โดยการแยกหน่อ แยกเหง้าหรือหัว และการเพาะเมล็ด โดยการขยายพันธุ์แบบแยกส่วนใต้ดินเหมาะกับการเพิ่มจำนวนต้นที่มีลักษณะตรงตามต้นแม่
- ข้อควรระวังในการปลูก : ควรสวมถุงมือเมื่อสัมผัสส่วนสด เนื่องจากน้ำยางและเนื้อเยื่อของพืชอาจทำให้ผิวหนังระคายเคืองได้
ส่วนที่ใช้เป็นยา
- หัวหรือเหง้า : เป็นส่วนที่ใช้เป็นยาในตำรับยาไทย โดยในรายการตำรับยาแผนไทยแห่งชาติพบการระบุ “กระดาดแดง” เป็นตัวยาและใช้ส่วนหัว
สรรพคุณทางสมุนไพร มีการใช้ตามภูมิปัญญา
- หัวหรือเหง้า : ตามภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย มีการนำมาปรุงเป็นยากัดเถาดานในท้อง
- หัวหรือเหง้า : นำมาปรุงกับน้ำมันใช้เป็นยาสมานแผล และใช้กัดฝ้าหรือหนองตามตำรับพื้นบ้าน
- การใช้ภายนอกในภูมิปัญญาพื้นบ้าน : มีการนำหัวมาตำพอกบริเวณแผลที่มีหนอง โดยเฉพาะในสัตว์ ตามข้อมูลตำรับสมุนไพรพื้นบ้าน
- ข้อจำกัดของหลักฐาน : สรรพคุณดังกล่าวเป็นข้อมูลจากภูมิปัญญาและตำรับยา ไม่ควรตีความว่าเป็นข้อพิสูจน์ประสิทธิผลทางคลินิกในมนุษย์
วิธีใช้
- การใช้ตามตำรับยาแผนไทย : กระดาดแดงไม่ได้ใช้เป็นยาสมุนไพรเดี่ยวเป็นหลัก แต่ใช้เป็นส่วนประกอบของตำรับยา
- ตัวอย่างตำรับ : “ยาธรณีสันฑะฆาต” มีหัวกระดาดแดงเป็นส่วนประกอบ โดยสูตรที่ระบุในรายการตำรับยาแผนไทยแห่งชาติใช้กระดาดแดง 1 กรัมในตำรับรวม 160 กรัม
- การเตรียมวัตถุดิบ : เอกสารรายการตำรับยาแผนไทยแห่งชาติระบุว่าตัวยากระดาดแดงต้อง ปิ้งไฟหรือนึ่งก่อนนำไปใช้ ในตำรับดังกล่าว
- ไม่ควรใช้หัวหรือส่วนสดรับประทานเอง เนื่องจากพืชมีผลึกแคลเซียมออกซาเลตที่ทำให้เกิดการระคายเคืองอย่างรุนแรงได้
ในบัญชียาจากสมุนไพร
- สถานะการใช้ในระบบยาไทย : พบกระดาดแดงเป็นตัวยาประกอบในตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ เช่น ยาธรณีสันฑะฆาต และตำรับยาแก้กษัยกล่อนสูตรหนึ่ง
- ยาธรณีสันฑะฆาต : ใช้กระดาดแดงเป็นส่วนประกอบร่วมกับกระดาดขาวและสมุนไพรอื่น โดยมีสรรพคุณตามตำรับสำหรับแก้เถาดาน ท้องผูก และกษัยเส้น
- ยาแก้กษัยกล่อน สูตร 2 : มีการระบุกระดาดแดงเป็นหนึ่งในตัวยาของตำรับ และกำหนดข้อห้ามใช้สำหรับหญิงตั้งครรภ์ ผู้มีไข้ และเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีตามรายละเอียดของตำรับนั้น
- หมายเหตุสำคัญ : การที่กระดาดแดงเป็นส่วนประกอบของตำรับยา ไม่ได้หมายความว่าสามารถนำพืชสดมาใช้แทนยาตำรับได้ และควรยึดวิธีเตรียมวัตถุดิบตามตำรับ
สารสำคัญ
- Calcium oxalate : เป็นสารสำคัญด้านความเป็นพิษที่พบในพืชกลุ่มนี้ โดยเฉพาะผลึกแคลเซียมออกซาเลตชนิดที่ก่อการระคายเคือง
- สารกลุ่มฟลาโวนอยด์และโพลีฟีนอล : งานวิจัยใน Alocasia indica พบสารกลุ่ม flavonoids และ polyphenolic compounds ในสารสกัด
- สารกลุ่ม cyanogenic glycosides : มีรายงานจากการตรวจคัดกรองเบื้องต้นในสารสกัด A. indica
- สารประกอบฟีนอลิกและฟลาโวนอยด์ : งานวิจัยในหัว A. indica รายงานปริมาณสารฟีนอลิกรวมและฟลาโวนอยด์ รวมทั้งตรวจพบสารประกอบที่มีศักยภาพทางชีวภาพหลายชนิด
- หมายเหตุ : ข้อมูลสารสำคัญจำนวนมากเป็นการศึกษาในระดับชนิด Alocasia indica หรือ A. macrorrhizos ไม่ได้เป็นข้อมูลเฉพาะของกระดาดแดงที่ผ่านการยืนยันทางพันธุกรรม จึงไม่ควรระบุว่าสารดังกล่าวเป็นองค์ประกอบเฉพาะของกระดาดแดงโดยตรง
งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
- ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ : สารสกัดใบ Alocasia indica แสดงฤทธิ์กำจัดอนุมูลอิสระหลายระบบทดลอง เช่น DPPH, nitric oxide, superoxide และ hydroxyl radicals
- ฤทธิ์ต้านการอักเสบและลดปวด : การศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่าสารสกัดเอทานอลจากใบ A. indica มีฤทธิ์ลดการอักเสบและลดปวดแบบขึ้นกับขนาดยาในแบบจำลองทดลอง
- ฤทธิ์ของหัวหรือเหง้า : งานวิจัยสารสกัดเอทานอลจากหัว A. indica พบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านแบคทีเรีย และฤทธิ์ลดอาการท้องเสียในแบบจำลองสัตว์ทดลอง รวมถึงมีผลในการทดสอบความเป็นพิษต่อเซลล์บางระบบ
- หลักฐานระดับมนุษย์ : ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางคลินิกที่เพียงพอที่จะยืนยันว่ากระดาดแดงสามารถรักษาโรคใดโรคหนึ่งในมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิผลและปลอดภัย
- ภาพรวมงานวิจัย : หลักฐานส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับการทดลองในหลอดทดลอง สารสกัด และสัตว์ทดลอง จึงควรใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อประกอบการศึกษาวิจัย ไม่ใช่ใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์
เภสัชวิทยา
- ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ : มีรายงานจากสารสกัดใบและหัวในแบบจำลอง in vitro
- ฤทธิ์ต้านการอักเสบ : สารสกัด A. indica สามารถลดการบวมในแบบจำลองการอักเสบของสัตว์ทดลอง
- ฤทธิ์ลดปวด : พบผลลดพฤติกรรมปวดในแบบจำลองสัตว์ทดลอง
- ฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย : สารสกัดจากหัวมีฤทธิ์ต่อเชื้อแบคทีเรียบางชนิดในการทดลอง
- ฤทธิ์ต้านอาการท้องเสีย : มีการทดลองในหนูโดยใช้แบบจำลองที่เหนี่ยวนำให้เกิดอาการท้องเสีย
- ระดับหลักฐาน : ผลดังกล่าวเป็นเภสัชวิทยาระดับก่อนคลินิก ยังไม่เพียงพอสำหรับการสรุปประสิทธิผลในผู้ป่วย
ความปลอดภัย
- สารก่อพิษสำคัญ : ผลึก calcium oxalate ในน้ำยางและเนื้อเยื่อของพืชสามารถทำให้เกิดการระคายเคือง
- การสัมผัสผิวหนัง : อาจทำให้คัน ปวดแสบปวดร้อน อักเสบ บวม และเกิดตุ่มน้ำ
- การสัมผัสดวงตา : อาจทำให้ตาอักเสบ และในกรณีรุนแรงอาจกระทบต่อการมองเห็น
- การรับประทาน : อาจทำให้ปากและลิ้นพอง แสบร้อน น้ำลายไหล บวมบริเวณลิ้น เพดานปาก และใบหน้า รวมถึงอาจมีอาการอาเจียน
- การใช้เป็นอาหาร : หากจะนำส่วนใต้ดินมาใช้เป็นอาหาร ต้องผ่านการเตรียมและให้ความร้อนอย่างเหมาะสมเพื่อลดผลึกแคลเซียมออกซาเลต ไม่ควรรับประทานส่วนสด
- กลุ่มที่ควรระวังเป็นพิเศษ : เด็กมีความเสี่ยงต่อพิษจากพืชมากกว่าผู้ใหญ่ จึงไม่ควรให้เด็กทดลองกินหรือสัมผัสพืชโดยไม่จำเป็น
ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา
- หลักฐานเฉพาะของกระดาดแดง : ยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกที่เพียงพอเกี่ยวกับปฏิกิริยาระหว่างกระดาดแดงกับยาแผนปัจจุบัน
- ข้อควรระวัง : ไม่ควรนำผลการทดลองของสารสกัด Alocasia มาใช้สรุปว่าปลอดภัยเมื่อใช้ร่วมกับยาชนิดใดชนิดหนึ่ง
- เมื่อใช้ในตำรับยาไทย : ปฏิกิริยาระหว่างยากับยาชนิดอื่นอาจเกิดจากสมุนไพรตัวอื่นในตำรับด้วย เช่น ตำรับยาธรณีสันฑะฆาตมีพริกไทยและการบูร จึงมีคำเตือนเรื่องยากลุ่ม anticoagulants, antiplatelets รวมถึง phenytoin, propranolol, theophylline และ rifampicin ซึ่งเป็นข้อควรระวังของ ทั้งตำรับ ไม่ใช่หลักฐานว่าเกิดจากกระดาดแดงโดยตรง
การใช้ในอาหาร
- การใช้เป็นอาหารพื้นบ้าน : พืชสกุล Alocasia บางชนิด รวมถึง A. macrorrhizos มีประวัติใช้ส่วนหัวหรือเหง้าเป็นอาหารประเภทแป้งในบางพื้นที่ของเขตร้อน
- การเตรียม : ต้องปอกและผ่านการต้ม นึ่ง หรือเผา/คั่วอย่างเพียงพอและใช้เวลานาน เพื่อช่วยลดความระคายเคืองจากผลึก calcium oxalate
- ข้อควรระวัง : ไม่ควรนำกระดาดแดงสดมารับประทานโดยตรง และไม่ควรใช้ข้อมูลเรื่องการบริโภคของ A. macrorrhizos มาเหมารวมกับกระดาดแดงทุกแบบ เนื่องจากชื่อพื้นเมืองอาจครอบคลุมพืชต่างชนิดกัน
การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา
- ส่วนที่ใช้ : หัวหรือเหง้า
- การเก็บเกี่ยว : ควรเลือกหัวจากต้นที่สมบูรณ์และระบุชนิดพืชได้ถูกต้อง
- การเตรียม : ล้างทำความสะอาด ตัดส่วนที่เสียหาย และดำเนินการเตรียมวัตถุดิบตามตำรับ เช่น การปิ้งไฟหรือนึ่งเมื่อใช้ในตำรับที่กำหนด
- การเก็บรักษา : วัตถุดิบแห้งควรเก็บในภาชนะสะอาด แห้ง ปิดสนิท ป้องกันความชื้น แมลง และการปนเปื้อน
- ข้อควรระวัง : ควรติดฉลากชัดเจนว่าเป็นวัตถุดิบสมุนไพรและหลีกเลี่ยงการปะปนกับหัวพืชที่ใช้รับประทานได้ เนื่องจากลักษณะภายนอกอาจคล้ายพืชในกลุ่มบอนและเผือก
ภูมิปัญญาท้องถิ่น
- ภาคใต้ : พบชื่อ เมาะแดง, หัวชะออกแดง, ออกดิบ และกะเอาะแดง
- ภูมิปัญญาการใช้ยา : มีการใช้หัวหรือเหง้าในตำรับยาเพื่อแก้เถาดานในท้อง และนำไปปรุงกับน้ำมันเพื่อใช้ภายนอก
- การใช้กับสัตว์ : มีข้อมูลภูมิปัญญาพื้นบ้านเกี่ยวกับการตำหัวพอกแผลที่มีหนองในสัตว์
- ความสำคัญทางภูมิปัญญา : กระดาดแดงเป็นตัวอย่างของพืชที่มีทั้งคุณค่าทางยาและความเสี่ยงจากพิษ จึงสะท้อนความสำคัญของขั้นตอนการเตรียมยาในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย
ประวัติและวัฒนธรรม
- ชื่อในประเทศไทย : Flora of Thailand ระบุ “กระดาดแดง” เป็นชื่อพื้นเมืองที่ใช้ในกรุงเทพฯ และพบชื่อเรียกอื่นจำนวนมากในภาคเหนือ ภาคตะวันตก และภาคใต้
- การใช้ในวัฒนธรรมการแพทย์พื้นบ้าน : มีการบันทึกกระดาดแดงเป็นตัวยาในตำรับยาไทยมาเป็นเวลานาน และปรากฏในตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ เช่น ยาธรณีสันฑะฆาต
- ความเชื่อมโยงทางพฤกษศาสตร์ : กระดาดเป็นพืชที่มีการปลูกเป็นไม้ประดับด้วย เนื่องจากมีใบขนาดใหญ่และโดดเด่น
สถานะการอนุรักษ์
- สถานะ IUCN : สำหรับ Alocasia macrorrhizos Kew ระบุว่ายังไม่ได้รับการประเมินตามเกณฑ์บัญชีแดงของ IUCN
- การอนุรักษ์ในประเทศไทย : ยังไม่พบข้อมูลที่เพียงพอที่จะระบุว่ากระดาดแดงในระดับชื่อพื้นบ้านเป็นพืชที่มีสถานะถูกคุกคามเฉพาะถิ่น ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการระบุสถานะ “ใกล้สูญพันธุ์” โดยไม่มีหลักฐานรองรับ
ข้อมูลอนุกรมวิธาน
- อาณาจักร (Kingdom) : Plantae
- กลุ่มพืชมีท่อลำเลียง (Phylum/Division) : Streptophyta
- ชั้น (Class) : Equisetopsida
- ชั้นย่อย (Subclass) : Magnoliidae
- อันดับ (Order) : Alismatales
- วงศ์ (Family) : Araceae
- สกุล (Genus) : Alocasia
- ชนิด (Species) : Alocasia indica (Lour.) Spach ตาม Plants of the World Online (Kew) ซึ่งปัจจุบันยอมรับชื่อดังกล่าวเป็นชื่อที่ถูกต้อง
- ชื่อที่เกี่ยวข้องกับกระดาดแดง : Alocasia indica var. metallica (Schott) Schott และ Alocasia indica var. rubra (Hassk.) Engl. เป็นชื่อที่ปรากฏในประวัติการจำแนกกลุ่มกระดาดแดง
- ชื่อที่ใช้ใน Flora of Thailand : Alocasia macrorrhizos (L.) G.Don โดย Flora of Thailand ระบุ “กระดาดแดง” เป็นชื่อพื้นเมืองของพืชชนิดนี้ในกรุงเทพฯ
- ชื่อพ้องสำคัญ : Arum macrorrhizon L., Colocasia macrorrhizos (L.) Schott และ Alocasia macrorrhizos (L.) G.Don ปรากฏในฐานข้อมูลอนุกรมวิธานเป็นชื่อที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มพืชนี้
หมายเหตุด้านอนุกรมวิธานสำหรับเว็บไซต์ : กระดาดแดงเป็นกรณีที่ชื่อพื้นบ้านและการจำแนกทางอนุกรมวิธานมีประวัติเปลี่ยนแปลงหลายครั้ง โดยแหล่งข้อมูลไทยบางแห่งใช้ Alocasia indica var. metallica ขณะที่ Flora of Thailand ใช้ Alocasia macrorrhizos และ Kew ปัจจุบันยอมรับ Alocasia indica แยกเป็นชนิดหนึ่ง ดังนั้นควรเก็บชื่อพ้องไว้ในฐานข้อมูลเพื่อให้ผู้ค้นหาสามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากเอกสารเก่าได้อย่างถูกต้อง
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (2564). รายการตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ พุทธศักราช 2564. กระทรวงสาธารณสุข. เอกสารรายการตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ
- กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. (2555). Flora of Thailand: Araceae—Alocasia. สำนักหอพรรณไม้. e-Flora of Thailand
- ราชบัณฑิตยสถาน. (2554). กระดาดแดง. ใน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554. ข้อมูลคำศัพท์กระดาดแดง
- สุนทรเจริญนนท์, น. (2556). ไม้ประดับมีพิษ…คิดสักนิดก่อนจะปลูก. สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล. สำนักงานข้อมูลสมุนไพร มหาวิทยาลัยมหิดล
- สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล. (ม.ป.ป.). กระดาด. ฐานข้อมูลพืชพิษ. ฐานข้อมูลพืชพิษ TPEX
- สมุนไพรดอทคอม. (ม.ป.ป.). กระดาดแดง. ข้อมูลกระดาดแดง
- Boyce, P. C., & Sookchaloem, D. (2012). Araceae. In Flora of Thailand (Vol. 11, Part 2, pp. 101–325). The Forest Herbarium, Department of National Parks, Wildlife and Plant Conservation. Flora of Thailand
- Das, O., Nickhil, C., & Deka, S. C. (2026). A comprehensive review on the nutritional value, anti-nutritional factors, acridity, medicinal properties, and culinary applications of Alocasia macrorrhizos. Sustainable Food Technology. Sustainable Food Technology
- Islam, M. K., Mahmud, I., Saha, S., Sarker, A. B., Mondal, H., Monjur-Al-Hossain, A. S. M., & Anisuzzman, M. (2013). Preliminary pharmacological evaluation of Alocasia indica Schott tuber. Journal of Integrative Medicine, 11(5), 343–351. Journal of Integrative Medicine
- Mulla, W. A., Salunkhe, V. R., & Bhise, S. B. (2010). Free radical scavenging activity of leaves of Alocasia indica (Linn). Indian Journal of Pharmaceutical Sciences, 72(3). PubMed Central
- Rahman, M. A., Solaiman, M., Haque, M. E., & Das, A. K. (2011). Analgesic and anti-inflammatory activities of Alocasia indica (Roxb.) Schott. Oriental Pharmacy and Experimental Medicine, 11(3), 143–146. บทความวิจัย
- Saha, S., et al. (2010). Antioxidant, antinociceptive and anti-inflammatory activities of ethanolic extract of leaves of Alocasia indica (Schott.). Journal of Young Pharmacists, 2(2), 137–143. PubMed
- Royal Botanic Gardens, Kew. (2026). Alocasia indica (Lour.) Spach. Plants of the World Online. Plants of the World Online
- Royal Botanic Gardens, Kew. (2026). Alocasia macrorrhizos (L.) G.Don. Plants of the World Online. Plants of the World Online
