กระดูกไก่

กระดูกไก่

กระดูกไก่

กระดูกไก่ หรือ “หอมไก่” และ “หอมไก๋” เป็นไม้พุ่มสมุนไพรพื้นบ้านที่พบในประเทศไทย โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ชื้น ริมน้ำ และป่าดิบ ลักษณะเด่นคือบริเวณข้อของลำต้นโป่งพองคล้ายกระดูกไก่ และเมื่อนำส่วนต่าง ๆ ของต้นมาขยี้จะมีกลิ่นหอมคล้ายการบูร จึงเป็นที่มาของชื่อเรียกในท้องถิ่น สมุนไพรชนิดนี้มีประวัติการใช้เป็นยาพื้นบ้านสำหรับอาการไข้ การขับเหงื่อ และอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ รวมทั้งมีการใช้เป็นพืชสำหรับชงเป็นเครื่องดื่มและใช้เป็นสีย้อมจากภูมิปัญญาพื้นบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร

  • ชื่อสมุนไพร : กระดูกไก่
  • ชื่อท้องถิ่น : กระดูกไก่ (ภาคกลาง), หอมไก่ (ภาคเหนือ), หอมไก๋ และมีชื่อท้องถิ่นอื่นในบางพื้นที่
  • ชื่อวิทยาศาสตร์ที่ใช้ในเอกสารไทย : Chloranthus erectus (Buch.-Ham.) Verdc.
  • ชื่อวิทยาศาสตร์ที่ฐานข้อมูล Kew ปัจจุบันรับรอง : Chloranthus officinalis Blume โดย C. erectus ถูกจัดเป็นชื่อพ้องในระบบดังกล่าว
  • วงศ์ : CHLORANTHACEAE
  • ลักษณะวิสัย : ไม้พุ่มหรือไม้พุ่มกึ่งไม้เนื้ออ่อน
  • ส่วนที่ใช้เป็นยา : ทั้งต้น ราก และใบ
  • รสและกลิ่นตามข้อมูลภูมิปัญญา : รสค่อนข้างขม และส่วนต่าง ๆ ของต้นมีกลิ่นคล้ายการบูรเมื่อขยี้

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

  • ต้น : เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูงประมาณ 0.5–2.5 เมตร ลำต้นตั้งตรง ผิวค่อนข้างเกลี้ยง มีข้อโป่งพองเป็นปล้อง ลักษณะคล้ายกระดูกไก่
  • ใบ : เป็นใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามเป็นคู่ ลักษณะใบเป็นรูปรี รูปหอก หรือรูปรีแกมรูปหอก ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบ ขอบใบมีลักษณะเป็นจักฟันเลื่อยตื้น ๆ แผ่นใบสีเขียว ผิวด้านบนค่อนข้างเกลี้ยงและเป็นมัน
  • ดอก : ออกเป็นช่อบริเวณปลายกิ่งหรือยอด ช่อดอกแตกแขนง ดอกย่อยมีขนาดเล็ก สีขาว และมีกลิ่นหอม ลักษณะโครงสร้างดอกเป็นเอกลักษณ์ของพืชวงศ์ CHLORANTHACEAE
  • ผล : ผลมีลักษณะค่อนข้างกลมหรือรูปไข่กลับ เมื่อสุกมีสีขาว ภายในมีเมล็ดประมาณ 1 เมล็ด
  • ช่วงออกดอกและติดผล : ข้อมูลพฤกษศาสตร์จาก Flora of China ระบุว่ามีดอกประมาณเดือนเมษายน–มิถุนายน และติดผลประมาณเดือนกรกฎาคม–กันยายน

ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์

  • พบกระจายพันธุ์ในเอเชียเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน ตั้งแต่เนปาล อินเดีย ยูนนานของจีน หมู่เกาะอันดามัน อินโดจีน มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ไปจนถึงนิวกินี
  • ในประเทศไทยพบในพื้นที่ป่าและบริเวณที่มีความชื้น โดยมีรายงานการพบในหลายภูมิภาค
  • มักพบตาม ป่าดิบ ป่าริมน้ำ พื้นที่ชื้น และบริเวณที่มีร่มเงา
  • แหล่งข้อมูล PROSEA ระบุว่าสามารถพบตั้งแต่พื้นที่ระดับต่ำไปจนถึงพื้นที่สูงประมาณ 1,450 เมตร และบางบริเวณอาจพบได้ถึงประมาณ 2,550 เมตร

การปลูกและการขยายพันธุ์

  • กระดูกไก่สามารถขยายพันธุ์ได้ทั้ง การเพาะเมล็ดและการปักชำ
  • การเพาะเมล็ด : ใช้เมล็ดแก่หรือเมล็ดสุก นำไปผึ่งในที่ร่มและเตรียมเมล็ดก่อนเพาะ จากนั้นเพาะในวัสดุหรือแปลงเพาะที่มีความชื้นและมีร่มเงา
  • การปักชำ : ใช้กิ่งหรือท่อนพันธุ์บริเวณข้อยาวประมาณ 10–15 เซนติเมตร ปักลงในวัสดุปลูกที่มีความชื้น และควรพรางแสงในระยะแรก
  • ควรรักษาความชื้นของดินและอากาศให้เหมาะสม เนื่องจากเป็นพืชที่พบตามธรรมชาติในพื้นที่ชื้นและร่มเงา
  • การนำต้นกล้าหรือกิ่งปักชำลงปลูกในพื้นที่จริงควรทำในช่วงฤดูฝน เพื่อลดความเครียดจากการขาดน้ำ

ส่วนที่ใช้เป็นยา

  • ทั้งต้น : ใช้ในตำรับยาพื้นบ้านสำหรับกระตุ้นและระงับอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ
  • ราก : ใช้ในภูมิปัญญาพื้นบ้านสำหรับแก้ไข้ ขับเหงื่อ และใช้ในตำรับบางชนิด
  • ใบ : ใช้สำหรับแก้ไข้ ขับเหงื่อ และใช้เป็นชาสมุนไพร
  • ใบอ่อน : มีการใช้เป็นผักในบางท้องถิ่น

สรรพคุณทางสมุนไพร มีการใช้ตามภูมิปัญญา

  • ทั้งต้น : ใช้เป็นยากระตุ้นและใช้ระงับอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ โดยภูมิปัญญาพื้นบ้านนำมาต้มร่วมกับเปลือกอบเชยแล้วดื่ม
  • รากและใบ : ใช้เป็นยาพื้นบ้านแก้ไข้และขับเหงื่อ โดยนำมาชงหรือต้มเป็นเครื่องดื่ม
  • ใบ : ในบางภูมิภาคมีการใช้เพื่อดูแลอาการที่เกี่ยวข้องกับไข้และอาการปวดเมื่อย
  • ตำรับพื้นบ้านล้านนา : ใช้ทั้งต้นผสมกับหัวยาข้าวเย็น ต้มกับน้ำดื่มแทนน้ำชาเพื่อใช้กับอาการไข้เรื้อรัง
  • ภูมิปัญญาชนเผ่า Khampti ในอินเดียตะวันออกเฉียงเหนือ : มีการใช้ใบสำหรับอาการบวมเฉพาะที่ ปวดข้อ การอักเสบของผิวหนัง ไข้ และปวดเมื่อยตามร่างกาย

หมายเหตุ : สรรพคุณข้างต้นเป็นข้อมูลจากการใช้ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน ไม่ควรตีความว่าเป็นข้อบ่งใช้ทางการแพทย์ที่ได้รับการยืนยันในมนุษย์

วิธีใช้

  • ชาสมุนไพร : ภูมิปัญญาพื้นบ้านใช้ใบหรือรากที่เตรียมและทำให้แห้งแล้วนำมาชงหรือต้มเป็นเครื่องดื่ม
  • ยาต้ม : ใช้ทั้งต้นหรือรากร่วมกับสมุนไพรอื่นตามตำรับพื้นบ้าน เช่น ตำรับที่ใช้ร่วมกับหัวยาข้าวเย็น
  • ตำรับระงับอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ : มีข้อมูลการใช้ทั้งต้นร่วมกับเปลือกอบเชยแล้วต้มรับประทาน
  • ใช้ภายนอก : ในบางภูมิปัญญามีการใช้ส่วนของพืชในรูปแบบตำหรือพอก แต่ข้อมูลมาตรฐานด้านขนาดยาและความปลอดภัยยังมีจำกัด

ไม่ควรกำหนดขนาดรับประทานมาตรฐานจากข้อมูลพื้นบ้านเพียงอย่างเดียว เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกเพียงพอที่จะกำหนดขนาดยาและระยะเวลาการใช้ที่เหมาะสม

สารสำคัญ

  • การศึกษาทางพฤกษเคมีพบสารกลุ่ม ฟลาโวนอยด์ เทอร์พีนอยด์ ซาโปนิน ควิโนน ไกลโคไซด์ และสเตียรอยด์ ในสารสกัดจากใบและกิ่งของ Chloranthus erectus
  • มีรายงานว่าส่วนใบมี น้ำมันหอมระเหย และมีสารกลุ่มกรดฟีนอลิก เช่น กรดคูมาริก (coumaric acid) ตามข้อมูลพฤกษศาสตร์และภูมิปัญญาที่เผยแพร่ในประเทศไทย
  • การศึกษาสมัยใหม่โดย LC-QTOF/MS ยังตรวจพบสารชีวภาพหลายชนิดในสารสกัดของกระดูกไก่ และพบสารประกอบฟีนอลิกและฟลาโวนอยด์ในระดับที่แตกต่างกันตามชนิดของตัวทำละลายที่ใช้สกัด

งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

  • ฤทธิ์ต้านการอักเสบ : การศึกษาสารสกัดเมทานอลจากใบในหนูทดลองพบว่าสามารถลดอาการบวมของอุ้งเท้าที่เหนี่ยวนำด้วย carrageenan, histamine และ serotonin ได้ โดยสารสกัดขนาด 200 มก./กก. ให้ผลลดการบวมจาก carrageenan ประมาณ 38.34% ในแบบจำลองดังกล่าว
  • ฤทธิ์ลดไข้ : งานวิจัยในหนูทดลองพบว่าสารสกัดเมทานอลจากใบมีฤทธิ์ลดอุณหภูมิร่างกายและลดไข้ที่เหนี่ยวนำด้วย Brewer’s yeast และยังแสดงฤทธิ์ยับยั้งแบคทีเรียหลายชนิดในการทดลองในห้องปฏิบัติการ
  • ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ : การศึกษาสารสกัดจากใบและกิ่งพบฤทธิ์กำจัดอนุมูลอิสระ โดยสารสกัดเมทานอลจากใบและกิ่งแสดงกิจกรรมต้านอนุมูลอิสระในระดับสูงเมื่อเทียบกับตัวทำละลายที่ศึกษา
  • งานวิจัยในพืชสมุนไพรพื้นบ้านภาคเหนือของประเทศไทยซึ่งใช้ LC-QTOF/MS และการทดสอบ DPPH, ABTS และ FRAP พบว่า Chloranthus erectus มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ แต่ผลแตกต่างกันตามตัวทำละลายและวิธีทดสอบ

หลักฐานโดยรวมยังอยู่ในระดับการศึกษาในหลอดทดลองและสัตว์ทดลองเป็นหลัก จึงยังไม่เพียงพอที่จะสรุปประสิทธิผลในการรักษาโรคในมนุษย์

เภสัชวิทยา

  • ต้านการอักเสบ : มีหลักฐานจากสัตว์ทดลองว่าสารสกัดใบสามารถลดการอักเสบและการเกิด granuloma ได้
  • ลดไข้ : สารสกัดใบแสดงฤทธิ์ลดไข้ในแบบจำลองสัตว์ทดลอง
  • ต้านแบคทีเรีย : สารสกัดเมทานอลจากใบแสดงการยับยั้งการเจริญของแบคทีเรียทั้งแกรมบวกและแกรมลบบางชนิด
  • ต้านอนุมูลอิสระ : สารสกัดจากใบและกิ่งมีฤทธิ์กำจัดอนุมูลอิสระในการทดสอบ DPPH และ ABTS รวมถึงมีความสามารถในการรีดิวซ์เหล็กในการทดสอบ FRAP
  • องค์ประกอบทางพฤกษเคมี : พบกลุ่มสารหลายประเภท เช่น ฟลาโวนอยด์ เทอร์พีนอยด์ ซาโปนิน และสารประกอบฟีนอลิก ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับฤทธิ์ทางชีวภาพที่ตรวจพบ

ความปลอดภัย

  • ข้อมูลความปลอดภัยของกระดูกไก่ในมนุษย์ยังมีจำกัด และยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกเพียงพอที่จะยืนยันความปลอดภัยของการใช้เป็นยาระยะยาว
  • งานวิจัยด้านพิษวิทยาบางส่วนรายงานว่าสารสกัดเมทานอลจาก Chloranthus erectus ในการทดลองสัตว์ไม่พบการตายหรืออาการพิษเฉียบพลันอย่างมีนัยสำคัญที่ขนาดสูงสุด 2,000 มก./กก. ในช่วงติดตาม 14 วัน แต่ข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงการประเมินพิษเฉียบพลันในสัตว์ ไม่สามารถใช้ยืนยันความปลอดภัยในมนุษย์ได้
  • ควรระมัดระวังการใช้ใน หญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว เนื่องจากยังมีข้อมูลด้านความปลอดภัยไม่เพียงพอ
  • ไม่ควรนำข้อมูลการใช้พื้นบ้านมาใช้แทนการรักษาโรคติดเชื้อ ไข้สูง หรือโรคที่ต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์

ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา

ยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกที่เพียงพอเกี่ยวกับปฏิกิริยาระหว่างกระดูกไก่กับยาสมัยใหม่โดยตรง จึงไม่ควรสรุปว่าปลอดภัยเมื่อใช้ร่วมกับยา

  • ผู้ที่รับประทาน ยาลดไข้ ยาต้านการอักเสบ ยากดภูมิคุ้มกัน หรือยาที่มีผลต่อการทำงานของตับ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้สารสกัดกระดูกไก่
  • การใช้สมุนไพรหลายชนิดร่วมกัน โดยเฉพาะในตำรับพื้นบ้าน อาจทำให้ได้รับสารออกฤทธิ์หลายชนิดพร้อมกันและทำให้ประเมินผลหรืออาการไม่พึงประสงค์ได้ยาก
  • ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะระบุคู่ยาที่ห้ามใช้ร่วมกับกระดูกไก่อย่างชัดเจน

การใช้ในอาหาร

  • ใบอ่อน มีรายงานว่าสามารถนำมารับประทานเป็นผักร่วมกับอาหารพื้นบ้าน เช่น ลาบ
  • ในบางพื้นที่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใบและรากที่ทำให้แห้งถูกนำมาใช้ชงเป็นเครื่องดื่มลักษณะคล้ายชา
  • ในชวาและบางพื้นที่ของมาเลเซียมีประวัติการใช้กระดูกไก่เป็นวัตถุดิบสำหรับชาสมุนไพร และใช้เป็นส่วนผสมเพื่อแต่งกลิ่นและรสของชา

การใช้ในผลิตภัณฑ์

  • ชาสมุนไพร : ใบและรากสามารถนำมาใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับเครื่องดื่มสมุนไพรตามภูมิปัญญาท้องถิ่น
  • ผลิตภัณฑ์สมุนไพรพื้นบ้าน : สามารถนำส่วนของต้นไปใช้เป็นวัตถุดิบในตำรับสมุนไพรพื้นบ้านได้
  • สีย้อมธรรมชาติ : มีรายงานการใช้กระดูกไก่เป็นพืชให้สี โดยสามารถให้สีตั้งแต่น้ำเงินเข้มจนถึงเกือบดำ
  • ไม้ประดับ : ด้วยลักษณะทรงพุ่ม ดอกสีขาว และดอกมีกลิ่นหอม จึงสามารถปลูกเป็นไม้ประดับได้

การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา

  • สำหรับการใช้เป็นสมุนไพร ควรเก็บส่วนของพืชจากต้นที่สมบูรณ์และปลอดจากสารเคมีหรือมลพิษ
  • ใบและกิ่ง ควรเก็บในสภาพที่สะอาดและนำไปทำความสะอาดก่อนนำไปแปรรูป
  • หากต้องการทำเป็นสมุนไพรแห้ง ควรหั่นเป็นชิ้นตามความเหมาะสมและ ทำให้แห้งในที่ร่ม อากาศถ่ายเทดี เพื่อช่วยรักษาคุณภาพของวัตถุดิบ
  • เก็บวัตถุดิบแห้งในภาชนะที่สะอาด แห้ง ปิดสนิท ป้องกันความชื้น แสง แมลง และเชื้อรา
  • ควรแยกวัตถุดิบจากสมุนไพรชนิดอื่นและติดฉลากชื่อพืช ส่วนที่ใช้ และวันที่เก็บเกี่ยวเพื่อป้องกันการปะปนของสมุนไพร

ภูมิปัญญาท้องถิ่น

  • ภาคเหนือของไทย เรียกกระดูกไก่ว่า “หอมไก่” หรือ “หอมไก๋” และมีการใช้เป็นสมุนไพรพื้นบ้าน
  • ภูมิปัญญาล้านนา มีตำรับที่นำทั้งต้นผสมกับหัวยาข้าวเย็นแล้วต้มดื่มเพื่อใช้กับไข้เรื้อรัง
  • ฐานข้อมูลสมุนไพร KUIHerb ของมหาวิทยาลัยศิลปากรบันทึกการใช้รากในตำรับสำหรับประจำเดือนมาไม่ปกติ การใช้ต้นร่วมกับหัวข้าวเย็นสำหรับไข้ และการใช้ต้นร่วมกับเปลือกอบเชยสำหรับอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ
  • ประเทศอินโดนีเซียและมาเลเซีย มีประวัติการใช้ใบและรากทำเป็นชาสมุนไพร ใช้เพื่อขับเหงื่อและดูแลอาการไข้
  • ชาวไทยภูเขาบางกลุ่ม มีรายงานการใช้กระดูกไก่เป็นส่วนหนึ่งของตำรับสมุนไพรสำหรับอาการที่เกี่ยวข้องกับไข้และมาลาเรีย

ประวัติและวัฒนธรรม

กระดูกไก่เป็นพืชที่มีความสัมพันธ์กับวัฒนธรรมการใช้พืชสมุนไพรและเครื่องดื่มพื้นบ้านของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในอินโดนีเซียและมาเลเซีย ก่อนที่การปลูกชา (Camellia sinensis) จะขยายตัวในชวา มีการนำใบและรากกระดูกไก่แห้งมาใช้ทำเครื่องดื่มคล้ายชา ต่อมาในบางพื้นที่มีการใช้ส่วนต่าง ๆ ของพืชเพื่อแต่งกลิ่นของชาและเครื่องดื่มสมุนไพร

ชื่อ “กระดูกไก่” ในภาษาไทยสัมพันธ์กับลักษณะข้อของลำต้นที่โป่งพองเป็นปล้องคล้ายกระดูกไก่ ส่วนชื่อ “หอมไก่” หรือ “หอมไก๋” สัมพันธ์กับกลิ่นหอมของพืช โดยเฉพาะเมื่อขยี้ส่วนของลำต้นหรือใบ

สถานะการอนุรักษ์

ปัจจุบันยังไม่พบข้อมูลจากแหล่งที่ตรวจสอบได้ซึ่งระบุสถานะการอนุรักษ์ระดับ IUCN ของ Chloranthus erectus โดยตรง และฐานข้อมูลบางแห่งระบุว่ายังไม่มีข้อมูลสถานะ IUCN ของชนิดนี้

อย่างไรก็ตาม การเก็บพืชป่ามาใช้เป็นสมุนไพรควรคำนึงถึงการเก็บอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการขุดรากหรือถอนทั้งต้น เพราะอาจส่งผลต่อการฟื้นตัวของประชากรพืชในธรรมชาติ การปลูกเพื่อใช้ประโยชน์และการขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดหรือกิ่งปักชำจึงเป็นแนวทางที่ช่วยลดแรงกดดันจากการเก็บจากธรรมชาติ

ข้อมูลอนุกรมวิธาน

  • อาณาจักร (Kingdom) : Plantae
  • หมวด (Phylum) : Streptophyta
  • ชั้น (Class) : Equisetopsida
  • ชั้นย่อย (Subclass) : Magnoliidae
  • อันดับ (Order) : Chloranthales
  • วงศ์ (Family) : Chloranthaceae
  • สกุล (Genus) : Chloranthus
  • ชนิด (Species) : Chloranthus erectus (Buch.-Ham.) Verdc.

หมายเหตุด้านชื่อวิทยาศาสตร์: ฐานข้อมูลอนุกรมวิธานมีความแตกต่างกัน ปัจจุบัน Plants of the World Online (Kew) จัด Chloranthus officinalis Blume เป็นชื่อที่ยอมรับ และจัด Chloranthus erectus เป็นชื่อพ้อง ขณะที่ Flora of Thailand และฐานข้อมูลพฤกษศาสตร์/งานวิจัยจำนวนมากยังใช้ชื่อ Chloranthus erectus (Buch.-Ham.) Verdc. ดังนั้นสำหรับเว็บไซต์สมุนไพรไทยควรระบุทั้งชื่อที่ใช้ในประเทศไทยและชื่อพ้องทางอนุกรมวิธาน เพื่อป้องกันความสับสนในการค้นข้อมูล

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. (ม.ป.ป.). Flora of Thailand: Chloranthus.
  2. มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ. (2563). กระดูกไก่.
  3. มหาวิทยาลัยศิลปากร คณะเภสัชศาสตร์. (ม.ป.ป.). KUIHerb: กระดูกไก่ (Chloranthus erectus).
  4. มูลนิธิโครงการหลวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง. (ม.ป.ป.). ฐานข้อมูลพรรณไม้: กระดูกไก่.
  5. สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน). (2559). หอมไก๋.
  6. Xia, N., & Jeremie, J. (1999). Chloranthaceae. In Z. Y. Wu & P. H. Raven (Eds.), Flora of China. Missouri Botanical Garden Press.
  7. Tag, H., Namsa, N. D., Das, A. K., Kalita, P., & Mandal, S. C. (2009). Evaluation of anti-inflammatory potential of Chloranthus erectus (Buch.-Ham.) Verd. leaf extract in rats. Journal of Ethnopharmacology, 126(2), 371–374. https://doi.org/10.1016/j.jep.2009.08.015
  8. Tag, H., Namsa, N. D., Das, A. K., Kalita, P., & Mandal, S. C. (2010). Antipyretic and antibacterial activity of Chloranthus erectus (Buch.-Ham.) Verdcourt leaf extract: A popular folk medicine of Arunachal Pradesh. Journal of Advanced Pharmaceutical Technology & Research, 1(1), 78–81.
  9. Hasan, N. A., Ariffin, S., Azzeme, A. M., Hasbullah, N. I., Nawahwi, M. Z., & Zemry, I. H. B. (2023). Preliminary phytochemical screening of medicinal herb, SAMBAU PAYA (Chloranthus erectus). Materials Today: Proceedings. https://doi.org/10.1016/j.matpr.2023.01.365
  10. Ariffin, S., et al. (2023). Antioxidant potential of Chloranthus erectus (Chloranthaceae) from various solvents extract. Journal of Experimental Biology and Agricultural Sciences, 11(1), 75–80. https://doi.org/10.18006/2023.11(1).75.80
  11. Plants of the World Online. (2026). Chloranthus officinalis Blume. Royal Botanic Gardens, Kew.
  12. Plant Resources of South-East Asia (PROSEA). (ม.ป.ป.). Chloranthus erectus (Buch.-Ham.) Verdc.

 

Scroll to top