ข้าว
ข้าวเป็นพืชอาหารที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อวิถีชีวิตของคนไทยและประชากรในเอเชีย นอกจากใช้เป็นอาหารหลักแล้ว ข้าว (Oryza sativa L.) ยังปรากฏในภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้านและการใช้ประโยชน์ทางสุขภาพหลายรูปแบบ โดยมีการนำส่วนต่าง ๆ เช่น เมล็ดข้าว ข้าวกล้อง รำข้าว น้ำข้าว และข้าวงอกมาใช้แตกต่างกัน ทั้งนี้ การใช้ข้าวเป็นอาหารกับการใช้เป็นสมุนไพรควรแยกให้ชัดเจน เนื่องจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ของสรรพคุณแต่ละด้านมีระดับความน่าเชื่อถือแตกต่างกัน
ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร
- ชื่อสมุนไพร : ข้าว
- ชื่อไทย : ข้าว, ข้าวเจ้า, ข้าวเหนียว
- ชื่อสามัญ : Rice, Rice plant
- ชื่อวิทยาศาสตร์ : Oryza sativa L.
- ชื่อวงศ์ : Poaceae หรือ Gramineae
- ชื่อสกุล : Oryza
- ประเภท : พืชล้มลุกจำพวกหญ้า เป็นทั้งพืชอาหารและพืชที่มีการใช้ประโยชน์ทางสมุนไพร
- ส่วนที่ใช้ประโยชน์ : เมล็ดข้าว ข้าวกล้อง รำข้าว จมูกข้าว ข้าวงอก แกลบ ฟาง และผลิตภัณฑ์จากข้าว
- กลุ่มข้าวที่สำคัญ : ข้าวกลุ่ม indica และ japonica ซึ่งมีลักษณะและการกระจายพันธุ์แตกต่างกัน
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
- ต้น : เป็นพืชล้มลุกอายุประมาณหนึ่งฤดูปลูก ลำต้นตั้งตรงเป็นกอ ลำต้นมีลักษณะเป็นข้อและปล้อง ภายในส่วนใหญ่กลวง ความสูงแตกต่างกันตามพันธุ์และสภาพแวดล้อม โดยทั่วไปอาจสูงประมาณ 1–2 เมตร แต่ข้าวบางชนิดสามารถมีความสูงมากกว่านี้ได้
- ราก : เป็นระบบรากฝอย ประกอบด้วยรากที่เกิดจากเมล็ดในระยะแรกและรากแขนงหรือรากที่เกิดตามข้อของลำต้น ระบบรากส่วนใหญ่อยู่ค่อนข้างตื้น
- ใบ : ใบเดี่ยว เรียวยาว แบน สีเขียว ออกสลับตามข้อของลำต้น มีส่วนกาบใบหุ้มลำต้น
- ดอก : ออกเป็นช่อที่ปลายยอด เรียกว่า ช่อดอกแบบรวง (panicle) ประกอบด้วยช่อดอกย่อยจำนวนมาก ดอกข้าวเป็นดอกสมบูรณ์เพศและส่วนใหญ่สามารถผสมตัวเองได้
- ผล : เป็นผลแบบเมล็ดเดียวแห้งหรือ caryopsis ซึ่งเป็นส่วนที่เรียกกันทั่วไปว่าเมล็ดข้าว โดยมีเปลือกหุ้มเมล็ดหรือแกลบ
- เมล็ด : ประกอบด้วยส่วนสำคัญ ได้แก่ เยื่อหุ้มเมล็ด รำข้าว จมูกข้าว และเอนโดสเปิร์มซึ่งเป็นแหล่งสะสมแป้งหลัก
ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์
- ถิ่นกำเนิด : ข้าวเอเชียหรือ Oryza sativa มีประวัติการเพาะปลูกมายาวนานและมีความเห็นทางวิชาการเกี่ยวกับศูนย์กำเนิดและการทำให้เป็นพืชปลูกหลายแนวคิด ปัจจุบัน Kew ระบุถิ่นกำเนิดของ Oryza sativa ในฐานะพืชปลูกว่าอยู่ในประเทศจีน ขณะที่หลักฐานด้านโบราณคดีและพันธุศาสตร์ชี้ให้เห็นประวัติการกระจายและการทำให้เป็นพืชปลูกที่ซับซ้อนในเอเชีย
- การกระจายพันธุ์ : ปัจจุบันปลูกอย่างแพร่หลายทั่วโลก โดยเฉพาะเอเชียตะวันออก เอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เวียดนาม และประเทศต่าง ๆ ในเขตร้อนและกึ่งร้อน
- ประเทศไทย : ข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจและอาหารหลักของประเทศ มีการปลูกหลากหลายพันธุ์ เช่น ข้าวหอมมะลิ ข้าวเหนียว ข้าวสี และข้าวพันธุ์พื้นเมืองจำนวนมาก
การปลูกและการขยายพันธุ์
- การขยายพันธุ์ : ขยายพันธุ์หลักด้วยเมล็ด โดยใช้เมล็ดพันธุ์ที่มีความสมบูรณ์และตรงตามพันธุ์
- การเตรียมแปลง : ขึ้นอยู่กับระบบการผลิต เช่น นาดำ นาหว่านน้ำตม นาหว่านแห้ง หรือระบบนาข้าวที่ใช้น้ำน้อย
- น้ำและดิน : ข้าวสามารถปลูกได้ในสภาพพื้นที่หลากหลาย ตั้งแต่พื้นที่น้ำขังจนถึงพื้นที่ดอน ทั้งนี้แต่ละพันธุ์มีความต้องการน้ำแตกต่างกัน
- อุณหภูมิ : โดยทั่วไปเจริญได้ดีในสภาพอากาศอบอุ่นถึงร้อน โดยข้อมูล FAO ระบุช่วงอุณหภูมิที่เหมาะสมประมาณ 20–30 องศาเซลเซียส
- ระยะเวลาเพาะปลูก : แตกต่างตามพันธุ์และระบบการปลูก โดยข้อมูล FAO ระบุวงจรการปลูกโดยประมาณ 80–180 วัน และพันธุ์หรือระบบการปลูกบางประเภทอาจใช้เวลามากกว่านี้
- การเก็บเกี่ยว : เก็บเกี่ยวเมื่อเมล็ดสุกแก่ตามระยะที่เหมาะสม จากนั้นนำมาตากหรือลดความชื้นก่อนการเก็บรักษา
ส่วนที่ใช้เป็นยา
- เมล็ดข้าว : ใช้เป็นอาหารและมีการใช้ในภูมิปัญญาพื้นบ้าน
- ข้าวกล้อง : มีรำและจมูกข้าวคงอยู่ จึงมีสารอาหารและสารพฤกษเคมีมากกว่าข้าวขาวที่ผ่านการขัดสี
- รำข้าว : เป็นส่วนที่มีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพหลายชนิด เช่น γ-oryzanol โทโคฟีรอล โทโคไตรอีนอล สารฟีนอลิก และไฟโตสเตอรอล
- จมูกข้าว : มีไขมัน โปรตีน วิตามิน และสารพฤกษเคมีหลายชนิด
- ข้าวงอก : มีสารชีวภาพบางชนิดเพิ่มขึ้นในระหว่างกระบวนการงอก โดยเฉพาะ GABA
- น้ำข้าว : ในภูมิปัญญาพื้นบ้านบางพื้นที่ใช้เป็นอาหารหรือเครื่องดื่มเพื่อฟื้นกำลังและดูแลระบบทางเดินอาหาร
สรรพคุณทางสมุนไพร มีการใช้ตามภูมิปัญญา
- ข้าวและข้าวต้ม : ใช้เป็นอาหารที่ย่อยง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการอาหารอ่อนตามภูมิปัญญาการดูแลสุขภาพ
- ข้าวเหนียว : ในภูมิปัญญาไทยและจีนมีการกล่าวถึงการใช้เพื่อบำรุงกำลังและช่วยในกรณีเหงื่อออกมากหรือท้องเสีย อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลจากภูมิปัญญา ไม่ควรตีความว่าเป็นหลักฐานยืนยันประสิทธิผลในการรักษาโรค
- ข้าวงอก : มีการใช้ตามภูมิปัญญาบางพื้นที่ในลักษณะอาหารบำรุงร่างกายและแก้อาการอ่อนเพลีย
- รำข้าว : ได้รับความสนใจจากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ในด้านสารต้านอนุมูลอิสระ การอักเสบ ไขมันในเลือด และสุขภาพเมตาบอลิซึม
- ข้าวสี เช่น ข้าวแดงและข้าวดำ : มีสารสีธรรมชาติ โดยเฉพาะกลุ่มแอนโทไซยานินและสารฟีนอลิก ซึ่งมีการศึกษาด้านฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและการอักเสบ
วิธีใช้
- รับประทานเป็นอาหาร : หุงเป็นข้าวสวย ข้าวต้ม หรือข้าวเหนียวตามชนิดของข้าว
- ข้าวต้ม : นิยมใช้เป็นอาหารอ่อนและอาหารสำหรับผู้ที่ต้องการอาหารย่อยง่าย
- น้ำข้าว : สามารถนำข้าวมาต้มแล้วใช้ส่วนของน้ำเป็นเครื่องดื่มหรืออาหารตามภูมิปัญญาท้องถิ่น
- ข้าวกล้องและรำข้าว : รับประทานเป็นอาหารเพื่อเพิ่มใยอาหารและสารอาหาร
- ข้าวงอก : ใช้ประกอบอาหารหรือผลิตเป็นเครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ
การใช้ข้าวเพื่อเป็นอาหารแตกต่างจากการใช้สารสกัดหรือผลิตภัณฑ์เข้มข้นจากรำข้าวและจมูกข้าว ซึ่งมีปริมาณสารสำคัญแตกต่างกัน จึงไม่ควรนำผลการศึกษาสารสกัดไปเทียบเท่ากับการรับประทานข้าวตามปกติ
ในบัญชียาจากสมุนไพร
- จากการตรวจสอบข้อมูล บัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร ที่เผยแพร่โดยหน่วยงานด้านยา ไม่พบว่า Oryza sativa L. หรือข้าว เป็นรายการยาสมุนไพรเดี่ยวที่ใช้เป็นรายการมาตรฐานในบัญชียาจากสมุนไพรที่ตรวจสอบได้ในปัจจุบัน
- ดังนั้นควรแยกข้อมูล ข้าวในฐานะสมุนไพรตามภูมิปัญญา ออกจาก รายการยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ อย่างชัดเจน
สารสำคัญ
- คาร์โบไฮเดรตและแป้ง : เป็นองค์ประกอบหลักของเมล็ดข้าว
- โปรตีน : พบในเมล็ดข้าวในปริมาณแตกต่างกันตามพันธุ์
- ใยอาหาร : พบมากกว่าในข้าวกล้องและรำข้าวเมื่อเทียบกับข้าวขาว
- γ-Oryzanol : กลุ่มสารสำคัญที่พบเด่นในรำข้าวและน้ำมันรำข้าว ได้รับการศึกษาด้านฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ การอักเสบ และการควบคุมไขมัน
- Tocopherols และ Tocotrienols : เป็นวิตามินอีรูปแบบต่าง ๆ ที่พบในส่วนรำและจมูกข้าว
- Phytosterols : พบในรำข้าวและน้ำมันรำข้าว
- สารฟีนอลิก : มีบทบาทเกี่ยวข้องกับฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
- Anthocyanins : พบเด่นในข้าวสีม่วงหรือข้าวดำ
- GABA : สามารถเพิ่มขึ้นในข้าวกล้องงอกและเป็นสารที่ได้รับความสนใจด้านโภชนาการและเภสัชวิทยา
งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
- งานทบทวนทางวิชาการพบว่าองค์ประกอบจากข้าว โดยเฉพาะ ข้าวกล้อง รำข้าว น้ำมันรำข้าว และสาร γ-oryzanol มีศักยภาพทางชีวภาพหลายด้าน เช่น ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ และเกี่ยวข้องกับการควบคุมเมแทบอลิซึมของไขมันและน้ำตาล
- การศึกษาด้านรำข้าวพบสารพฤกษเคมีหลายกลุ่ม เช่น phytosterols, tocopherols, tocotrienols, flavonoids และ phenolic compounds ซึ่งอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ
- มีงานวิจัยเกี่ยวกับข้าวสี เช่น ข้าวดำ ที่รายงานศักยภาพด้านฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ และการปกป้องเซลล์ แต่หลักฐานจำนวนมากยังอยู่ในระดับห้องปฏิบัติการหรือสัตว์ทดลอง จึงยังไม่ควรสรุปว่าใช้รักษาโรคในมนุษย์ได้
- หลักฐานเกี่ยวกับ γ-oryzanol มีการศึกษาต่อเนื่อง รวมถึงการศึกษาด้านฤทธิ์ต้านการอักเสบและระบบประสาท แต่ยังจำเป็นต้องมีการศึกษาทางคลินิกเพิ่มเติมเพื่อกำหนดประสิทธิผลและขนาดที่เหมาะสม
การศึกษาทางเภสัชวิทยา
- ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ : สารฟีนอลิก แอนโทไซยานิน และสารในรำข้าวมีศักยภาพในการลดความเสียหายจากอนุมูลอิสระ
- ฤทธิ์ต้านการอักเสบ : สารจากรำข้าวและผลิตภัณฑ์จากข้าวมีรายงานฤทธิ์ต้านการอักเสบในงานทดลอง
- ฤทธิ์เกี่ยวกับไขมันในเลือด : γ-oryzanol และองค์ประกอบจากรำข้าวได้รับการศึกษาเกี่ยวกับการควบคุมไขมันและคอเลสเตอรอล
- ฤทธิ์เกี่ยวกับเมแทบอลิซึมของน้ำตาล : มีการศึกษาข้าวกล้อง ข้าวสี และสารสกัดจากข้าวในแบบจำลองโรคเบาหวาน แต่หลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะใช้แทนการรักษามาตรฐาน
- ฤทธิ์ทางระบบประสาท : GABA จากข้าวกล้องงอกและ γ-oryzanol เป็นสารที่มีการศึกษาด้านระบบประสาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- ฤทธิ์ทางระบบหัวใจและหลอดเลือด : รำข้าวและน้ำมันรำข้าวมีสารที่อยู่ระหว่างการศึกษาเกี่ยวกับไขมันในเลือดและปัจจัยเสี่ยงทางหัวใจและหลอดเลือด
ความปลอดภัย
- ข้าวที่ใช้เป็นอาหารโดยทั่วไปมีความปลอดภัยสูง เมื่อบริโภคในปริมาณเหมาะสมและผ่านการเก็บรักษาและปรุงอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ
- ผู้ที่มี อาการแพ้ข้าว แม้พบไม่บ่อย ควรหลีกเลี่ยงข้าวหรือผลิตภัณฑ์ที่ทำให้เกิดอาการแพ้ โดยมีรายงานการแพ้โปรตีนจากข้าวในบางราย
- การบริโภคข้าวเป็นอาหารควรคำนึงถึงปริมาณคาร์โบไฮเดรต โดยเฉพาะผู้ที่ต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
- ผลิตภัณฑ์สารสกัดจากรำข้าว น้ำมันรำข้าว หรือสารสำคัญเข้มข้นควรใช้ตามคำแนะนำของผู้ผลิตและผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากมีความเข้มข้นของสารแตกต่างจากข้าวที่รับประทานตามปกติ
- ข้าวสามารถสะสมสารหนูอนินทรีย์จากสภาพแวดล้อมและน้ำที่ใช้ปลูกได้ จึงควรบริโภคอาหารให้หลากหลายและเลือกวัตถุดิบจากแหล่งผลิตที่มีมาตรฐาน
ข้อห้ามใช้
- ผู้ที่แพ้ข้าว : หลีกเลี่ยงข้าวและผลิตภัณฑ์จากข้าวที่ทำให้เกิดอาการแพ้
- ผู้ที่มีโรคหรือภาวะที่ต้องจำกัดคาร์โบไฮเดรต : ควรควบคุมปริมาณการรับประทานตามคำแนะนำของแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร
- ผลิตภัณฑ์สารสกัดเข้มข้น : ไม่ควรนำมาใช้แทนยาในการรักษาโรคโดยไม่มีคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์
- ข้อควรระวังเกี่ยวกับข้าวเหนียวตามตำราหรือภูมิปัญญาแพทย์พื้นบ้าน เช่น อาจทำให้แน่นท้องหรือย่อยยากในบางคน เป็นข้อมูลทางภูมิปัญญาและไม่ใช่ข้อห้ามทางการแพทย์สมัยใหม่โดยตรง
ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา
- ข้าวที่รับประทานเป็นอาหารทั่วไป : ยังไม่มีหลักฐานสำคัญว่าการรับประทานข้าวตามปกติทำให้เกิดปฏิกิริยาระหว่างยาที่มีนัยสำคัญทางคลินิก
- รำข้าวหรือผลิตภัณฑ์ที่มีใยอาหารสูง : อาจมีผลต่อการดูดซึมสารบางชนิดได้ในทางทฤษฎี จึงควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรหากใช้ผลิตภัณฑ์รำข้าวหรือใยอาหารในปริมาณสูงร่วมกับยาเป็นประจำ
- สารสกัดหรือผลิตภัณฑ์เข้มข้นจากข้าว : ไม่ควรเหมารวมความปลอดภัยเช่นเดียวกับข้าวที่รับประทานเป็นอาหาร เนื่องจากข้อมูลด้านปฏิกิริยาระหว่างยาและสารสกัดแต่ละชนิดอาจแตกต่างกัน
การใช้ในอาหาร
- ข้าวสวย : เป็นอาหารหลักที่รับประทานกันทั่วไป
- ข้าวเหนียว : ใช้เป็นอาหารและวัตถุดิบทำขนมและอาหารพื้นบ้าน
- ข้าวต้ม : ใช้เป็นอาหารอ่อนและอาหารที่ย่อยง่าย
- ข้าวกล้อง : เป็นแหล่งใยอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ และสารพฤกษเคมีจากรำและจมูกข้าว
- ข้าวดำและข้าวแดง : ใช้เป็นอาหารเพื่อเพิ่มความหลากหลายทางโภชนาการและสารสีธรรมชาติ
- ข้าวงอก : ใช้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
- แป้งข้าว : ใช้ทำขนม เส้น อาหารแปรรูป และผลิตภัณฑ์ปราศจากกลูเตน
- รำข้าว : ใช้เป็นส่วนประกอบอาหาร อาหารสัตว์ และนำไปสกัดน้ำมันรำข้าว
การใช้ในผลิตภัณฑ์
- น้ำมันรำข้าว : ใช้เป็นน้ำมันประกอบอาหารและเป็นวัตถุดิบในผลิตภัณฑ์สุขภาพ
- ผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ : เช่น ข้าวกล้อง ข้าวงอก เครื่องดื่มจากข้าว และผลิตภัณฑ์ธัญพืช
- ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร : ใช้สารสกัดจากรำข้าวหรือ γ-oryzanol เป็นส่วนประกอบ
- เครื่องสำอาง : น้ำมันรำข้าวและสารสกัดจากข้าวถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย
- ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม : แกลบและฟางสามารถนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิง วัสดุ และวัตถุดิบในอุตสาหกรรมบางประเภท
การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา
- การเก็บเกี่ยว : เก็บเกี่ยวเมื่อเมล็ดสุกแก่ตามลักษณะของพันธุ์และระยะที่เหมาะสม
- การลดความชื้น : หลังเก็บเกี่ยวควรลดความชื้นของข้าวเปลือกให้อยู่ในระดับเหมาะสมก่อนจัดเก็บ เพื่อลดความเสี่ยงจากเชื้อราและการเสื่อมคุณภาพ
- การเก็บข้าวเปลือก : เก็บในสถานที่แห้ง สะอาด อากาศถ่ายเท และป้องกันแมลงและสัตว์รบกวน
- ข้าวสาร : ควรเก็บในภาชนะปิดสนิท ป้องกันความชื้น ความร้อน แสง และแมลง
- รำข้าว : เนื่องจากมีไขมันสูงและเกิดการเหม็นหืนได้ง่าย จึงควรเก็บรักษาอย่างเหมาะสมและควรผ่านกระบวนการทำให้รำมีความคงตัวก่อนนำไปเก็บเป็นเวลานาน
ภูมิปัญญาท้องถิ่น
- ข้าวเป็นส่วนหนึ่งของภูมิปัญญาด้านอาหารและสุขภาพของคนไทยมาอย่างยาวนาน
- ข้าวต้มและน้ำข้าว : ใช้เป็นอาหารสำหรับผู้ป่วยหรือผู้ที่ต้องการอาหารอ่อนในหลายชุมชน
- ข้าวเหนียว : มีการใช้ตามภูมิปัญญาเกี่ยวกับการบำรุงกำลังและอาการบางอย่าง เช่น เหงื่อออกมากและท้องเสีย
- ข้าวสารบดหรือแป้งข้าว : มีการใช้ในภูมิปัญญาพื้นบ้านบางพื้นที่ทั้งด้านอาหารและการดูแลผิว
- ข้าวงอก : มีการนำมาใช้เป็นอาหารและเครื่องดื่มตามภูมิปัญญาและต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพ
- การใช้เหล่านี้ควรจัดทำในฐานะ ข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่น และไม่ควรนำเสนอเป็นหลักฐานยืนยันการรักษาโรคโดยปราศจากหลักฐานทางคลินิก
ประวัติและวัฒนธรรม
- ข้าวมีบทบาทสำคัญต่อประวัติศาสตร์ สังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของประเทศไทย
- ในสังคมไทย ข้าวไม่ได้เป็นเพียงอาหาร แต่เชื่อมโยงกับ วิถีเกษตรกรรม ประเพณี ความเชื่อ และพิธีกรรมเกี่ยวกับการทำนา
- มีประเพณีและพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับข้าว เช่น ประเพณีบุญข้าว ประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าว และพิธีกรรมเกี่ยวกับแม่โพสพ
- ข้าวเจ้าและข้าวเหนียวมีบทบาทแตกต่างกันตามภูมิภาค โดยข้าวเหนียวมีความสำคัญมากในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะที่ข้าวเจ้ามีบทบาทเด่นในภาคกลางและภาคใต้
- ข้าวพันธุ์พื้นเมืองหลายชนิดได้รับการอนุรักษ์และพัฒนาต่อยอด เช่น ข้าวสังข์หยด ซึ่งเป็นพันธุ์พื้นเมืองของจังหวัดพัทลุงและได้รับการรับรองเป็นพันธุ์แนะนำ
สถานะการอนุรักษ์
- Oryza sativa L. ในฐานะพืชปลูกไม่จัดว่าเป็นพืชที่กำลังเสี่ยงสูญพันธุ์ในระดับชนิดพันธุ์ โดย Kew ระบุการประเมินความเสี่ยงของชนิดพันธุ์ว่าไม่ถูกคุกคาม (not threatened)
- อย่างไรก็ตาม ความหลากหลายทางพันธุกรรมของข้าวพันธุ์พื้นเมือง มีความสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหาร เนื่องจากแต่ละพันธุ์อาจมีลักษณะทนแล้ง ทนน้ำท่วม ทนโรค หรือเหมาะกับสภาพพื้นที่แตกต่างกัน
- การอนุรักษ์จึงควรให้ความสำคัญกับ พันธุ์ข้าวพื้นเมือง เมล็ดพันธุ์ดั้งเดิม และญาติป่าของข้าว ควบคู่กับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ
ข้อมูลอนุกรมวิธาน
- อาณาจักร (Kingdom) : Plantae
- หมวด (Phylum) : Streptophyta
- ชั้น (Class) : Equisetopsida
- อันดับ (Order) : Poales
- วงศ์ (Family) : Poaceae
- สกุล (Genus) : Oryza
- ชนิด (Species) : Oryza sativa L.
การตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพร
- ลักษณะมหภาค : ตรวจสอบจากลักษณะของต้น กอ ลำต้นที่เป็นข้อและปล้อง ใบเรียวยาว ช่อดอกแบบ panicle และเมล็ดที่มีแกลบหุ้ม
- เมล็ด : ตรวจสอบรูปร่าง ขนาด สี ลักษณะเปลือก และลักษณะเมล็ดข้าวสารตามพันธุ์
- รำข้าว : ตรวจสอบลักษณะทางกายภาพร่วมกับการวิเคราะห์ทางเคมี เนื่องจากรำข้าวมีสารสำคัญ เช่น γ-oryzanol, tocopherols, tocotrienols และ phytosterols
- การตรวจสอบทางจุลทรรศน์ : สามารถตรวจสอบโครงสร้างของเมล็ดและเนื้อเยื่อ เช่น ชั้นรำ เอนโดสเปิร์ม และแป้ง
- การตรวจสอบทางเคมี : สามารถใช้เทคนิค เช่น HPLC หรือวิธีวิเคราะห์ทางเคมีที่เหมาะสมเพื่อตรวจสอบสารสำคัญและสารบ่งชี้ โดยงานวิจัยด้านสารออกฤทธิ์ในข้าวนิยมใช้ HPLC ในการตรวจวิเคราะห์และจำแนกสารพฤกษเคมี
- การตรวจสอบทางพันธุกรรม : ในกรณีต้องการยืนยันพันธุ์หรือสายพันธุ์ สามารถใช้เครื่องหมายโมเลกุลและการวิเคราะห์ DNA ซึ่งเหมาะกับงานอนุรักษ์และการตรวจสอบพันธุ์ข้าวที่มีความใกล้เคียงกัน
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กองนโยบายแห่งชาติด้านยา. (2568). ประกาศบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568. กระทรวงสาธารณสุข.
- วิทิต วัณนาวิบูล. (2529). ข้าวเหนียวมะม่วง อาหารและขนมที่อร่อย. หมอชาวบ้าน, 86.
- ศูนย์ข้อมูลสารานุกรมวัฒนธรรมไทย. (ม.ป.ป.). ข้าว. มูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพาณิชย์.
- กรมวิชาการเกษตร. (ม.ป.ป.). ข้อมูลพันธุ์พืชรับรอง พันธุ์พืชแนะนำ และสิ่งประดิษฐ์: ข้าวสังข์หยดพัทลุง. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์.
- Burlando, B., & Cornara, L. (2014). Therapeutic properties of rice constituents and derivatives (Oryza sativa L.): A review update. Trends in Food Science & Technology, 40(1), 82–98.
- Food and Agriculture Organization of the United Nations. (1997). Rice in human nutrition. FAO.
- Food and Agriculture Organization of the United Nations. (n.d.). Ecocrop: Oryza sativa. FAO.
- Kew Science. (2026). Oryza sativa L. Plants of the World Online. Royal Botanic Gardens, Kew.
- Kumar, A., et al. (2020). Bioactive compounds of rice (Oryza sativa L.): Review on paradigm and its potential benefit in human health. Trends in Food Science & Technology, 97, 355–365.
- Henderson, A. J., Ollila, C. A., Kumar, A., Borresen, E. C., Raina, K., Agarwal, R., & Ryan, E. P. (2012). Chemopreventive properties of dietary rice bran: Current status and future prospects. Advances in Nutrition, 3(5), 643–653.
- Awasthi, A., et al. (2025). Exploring the mechanisms and therapeutic role of γ-oryzanol in neuropathic pain: A systematic review. Inflammopharmacology.
