กกสามเหลี่ยม
กกสามเหลี่ยม เป็นพืชล้มลุกอายุหลายปีในวงศ์กก (Cyperaceae) พบได้ตามพื้นที่ชุ่มน้ำ หนอง บึง คลอง อ่างเก็บน้ำ และบริเวณที่มีน้ำขัง ลักษณะเด่นคือมีลำต้นเป็นสามเหลี่ยมและเจริญเป็นกอขนาดใหญ่ นอกจากการใช้ประโยชน์ด้านจักสานแล้ว ส่วนหัวและรากยังปรากฏอยู่ในภูมิปัญญาการใช้สมุนไพรของไทยและระบบการแพทย์พื้นบ้านในเอเชีย โดยเฉพาะการใช้เพื่อบรรเทาอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารและเป็นยาขับปัสสาวะ อย่างไรก็ตาม หลักฐานทางคลินิกในมนุษย์ยังมีจำกัด จึงควรแยกให้ชัดเจนระหว่าง สรรพคุณตามภูมิปัญญา กับ หลักฐานทางวิทยาศาสตร์
ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร
- ชื่อสมุนไพร: กกสามเหลี่ยม
- ชื่ออื่น: กก, กกตะกลับ, กกตาแดง, กกปรือ, กกคมบาง, มะนิ่ว, มะเนี่ยว, แห้วกระดาน, แห้วหิน และกกสามเหลี่ยมยักษ์
- ชื่อสามัญ: Giant bulrush, Greater club-rush, Greater bulrush, Coarse bullrush
- ชื่อวิทยาศาสตร์: Actinoscirpus grossus (L.f.) Goetgh. & D.A.Simpson
- วงศ์: Cyperaceae
- ส่วนที่มีการใช้เป็นยาในภูมิปัญญา: หัวหรือส่วนใต้ดิน และราก
- ลักษณะเด่น: พืชอายุหลายปี ลำต้นเป็นสามเหลี่ยม สูงประมาณ 1–2 เมตร และมีไหลหรือส่วนใต้ดินสำหรับขยายพันธุ์
- การใช้ประโยชน์อื่น: ใช้ทำเสื่อ เครื่องจักสาน ตะกร้า กระเป๋า ฝาบ้าน ฝ้าเพดาน และงานหัตถกรรมจากวัสดุธรรมชาติ
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
- ต้น: เป็นพืชล้มลุกอายุหลายปี เจริญเป็นกอ มีไหลหรือส่วนใต้ดิน ลำต้นตั้งตรง แข็ง มีลักษณะเป็นสามเหลี่ยมอย่างชัดเจน สูงประมาณ 1–2 เมตร บางแหล่งรายงานว่าสามารถสูงได้มากกว่านี้
- ลำต้น: มีสามเหลี่ยมมุมค่อนข้างแหลม ผิวค่อนข้างเรียบหรืออาจสากตามขอบ ลักษณะภายในและกาบมีเนื้อคล้ายฟองน้ำ
- ใบ: ใบออกบริเวณโคนต้น ลักษณะเป็นแถบหรือเส้นยาว แบนและค่อนข้างแข็ง ยาวประมาณ 0.5–1.7 เมตร ขอบใบอาจเรียบหรือสาก
- กาบใบ: กาบใบเปิดและหุ้มโคนลำต้น ไม่มีลิ้นกาบ
- ช่อดอก: ออกบริเวณปลายยอด เป็นช่อแบบแยกแขนงหรือคล้ายช่อร่ม มีช่อดอกย่อยจำนวนมาก
- ดอกย่อย: ช่อดอกย่อยมีลักษณะรูปรีถึงรูปไข่ สีเขียวอ่อนเมื่ออ่อน และเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเมื่อแก่
- ผล: เป็นผลแห้งขนาดเล็ก ลักษณะค่อนข้างแบนหรือเป็นสามเหลี่ยม สีน้ำตาล
- ส่วนใต้ดิน: มีไหลและส่วนที่พัฒนาเป็นหัวขนาดเล็ก ซึ่งช่วยให้พืชสามารถแพร่ขยายเป็นกอได้
ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์
- มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเขตร้อนและกึ่งร้อนของเอเชีย ตั้งแต่เอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไปจนถึงตอนเหนือของออสเตรเลีย
- พบในประเทศอินเดีย เนปาล บังกลาเทศ ศรีลังกา เมียนมา ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ จีนตอนใต้ ไต้หวัน และบางพื้นที่ของออสเตรเลีย
- ในประเทศไทยพบได้หลายภูมิภาค โดยเฉพาะพื้นที่ชุ่มน้ำ หนอง บึง คลอง อ่างเก็บน้ำ และพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังเป็นระยะ
- เป็นพืชที่ปรับตัวได้ดีกับพื้นที่ชื้นแฉะและพื้นที่น้ำท่วม จึงมักพบขึ้นเป็นกลุ่มหรือเป็นกอขนาดใหญ่
การปลูกและการขยายพันธุ์
- กกสามเหลี่ยมเหมาะกับพื้นที่ชื้นหรือมีน้ำเพียงพอ เช่น พื้นที่ริมบ่อ หนอง คลอง หรือแปลงที่มีน้ำขัง
- สามารถขยายพันธุ์ด้วย ไหลหรือส่วนใต้ดิน ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยให้ตั้งต้นได้รวดเร็ว
- สามารถขยายพันธุ์ด้วย เมล็ด ได้เช่นกัน
- ในการปลูกเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบสมุนไพรควรเลือกพื้นที่ที่ปราศจากน้ำเสียและสารปนเปื้อน เนื่องจากเป็นพืชที่มักขึ้นในบริเวณชุ่มน้ำ
- หากปลูกเพื่อใช้ในงานจักสาน สามารถปล่อยให้เจริญเป็นกอและเก็บเกี่ยวลำต้นเมื่อมีขนาดเหมาะสม
ส่วนที่ใช้เป็นยา
- หัวหรือส่วนใต้ดิน: มีการใช้ตามภูมิปัญญาเพื่อบรรเทาอาการท้องเสีย อาเจียน และใช้เป็นยาขับปัสสาวะ
- ราก: มีรายงานการใช้เป็นยาสมาน ลดไข้ ขับปัสสาวะ บำรุงตับ และใช้กับอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร
- การใช้ส่วนใต้ดินในระบบการแพทย์พื้นบ้านของอินเดียและภูมิภาคเอเชียมีการบันทึกไว้เช่นกัน
สรรพคุณทางสมุนไพร มีการใช้ตามภูมิปัญญา
- หัว: ตามตำรายาพื้นบ้านมีรสฝาดหวาน ใช้แก้ท้องเสียและแก้อาเจียน
- ราก: ตามภูมิปัญญาไทยมีรสฝาดหวาน ใช้เป็นยาสมาน ลดไข้ ขับปัสสาวะ บำรุงตับ แก้ท้องเสีย แก้อาเจียน และใช้ในตำรับที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหาร
- ภูมิปัญญาอินเดีย: ส่วนหัวหรือเหง้ามีการใช้เป็นยาขับปัสสาวะ ยาสมาน ยาระบาย ยาบำรุง และใช้กับอาการท้องเสียและอาเจียน
- ควรเข้าใจว่าสรรพคุณดังกล่าวเป็น ข้อมูลการใช้ตามภูมิปัญญาและตำรายา ไม่ได้หมายความว่าได้รับการยืนยันประสิทธิผลในมนุษย์จากการทดลองทางคลินิกแล้ว
วิธีใช้
- ในภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้าน มีการนำส่วนหัวหรือส่วนใต้ดินไปเตรียมเป็นยาต้ม หรือใช้ในรูปแบบยาสมุนไพรตามตำรับ
- การใช้ในระบบอายุรเวทมีการกล่าวถึงการใช้ส่วนหัวหรือเหง้าในรูปแบบยาต้มและผง
- ยังไม่มีข้อมูลมาตรฐานเพียงพอที่จะกำหนดขนาดรับประทานสำหรับประชาชนทั่วไปจากหลักฐานทางคลินิก
- จึงไม่ควรนำข้อมูลขนาดยาจากตำรายาต่างประเทศมาใช้แทนคำแนะนำของแพทย์แผนไทยหรือบุคลากรทางการแพทย์โดยตรง
- สำหรับการนำไปใช้เป็นสมุนไพรรับประทาน ควรใช้วัตถุดิบที่ระบุชนิดพืชได้ถูกต้องและสะอาด ปราศจากการปนเปื้อนจากแหล่งน้ำเสีย
ในบัญชียาจากสมุนไพร
- จากการตรวจสอบแหล่งข้อมูลที่ค้นได้ ยังไม่พบหลักฐานเพียงพอที่จะระบุว่ากกสามเหลี่ยม (Actinoscirpus grossus) เป็นตัวยาเดี่ยวที่อยู่ในบัญชียาจากสมุนไพรของบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพรของประเทศไทย
- ดังนั้นไม่ควรระบุว่ากกสามเหลี่ยมเป็น “สมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ” หากไม่มีตำรับหรือประกาศทางราชการรองรับ
- ข้อมูลส่วนนี้ควรตรวจสอบกับประกาศบัญชียาหลักแห่งชาติฉบับล่าสุดทุกครั้งก่อนเผยแพร่ เพราะรายการบัญชีสามารถมีการปรับปรุงได้
สารสำคัญ
- ฐานข้อมูล IMPPAT ซึ่งเป็นฐานข้อมูลพืชสมุนไพรอินเดีย รายงานสารที่สัมพันธ์กับ Actinoscirpus grossus ในส่วนใต้ดินและหัวหลายชนิด
- สารที่มีการบันทึก ได้แก่ progesterone, benzaldehyde, 4-hydroxybenzoic acid และ cinnamic acid
- ในส่วนหัวมีรายงานกรดไขมัน เช่น myristic acid, heptadecanoic acid, pentadecanoic acid, lauric acid, decanoic acid และ octanoic acid
- งานวิจัยด้านพฤกษเคมีรายงานการตรวจพบกลุ่มสาร เช่น flavonoids, tannins, saponins, phenolics, steroids และ terpenoids ในสารสกัดของพืช
- อย่างไรก็ตาม ชนิดและปริมาณสารสำคัญอาจแตกต่างกันตามส่วนของพืช แหล่งปลูก วิธีสกัด และวิธีวิเคราะห์
งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
- มีงานวิจัยในสัตว์ทดลองเกี่ยวกับฤทธิ์ปกป้องตับของสารสกัดเอทานอลจากหัว Actinoscirpus grossus
- งานวิจัยของ Ganapathi และคณะ ซึ่งตีพิมพ์ใน Journal of King Saud University – Science ปี 2021 พบว่าสารสกัดจากหัวขนาด 200 และ 400 มก./กก. ในหนูที่ได้รับเอทานอลสามารถช่วยปรับค่าการทำงานของเอนไซม์ตับ ลด lipid peroxidation และช่วยฟื้นกิจกรรมของ catalase และ glutathione peroxidase เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับเอทานอล
- การตรวจทางพยาธิสภาพยังพบว่าการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ตับในกลุ่มที่ได้รับสารสกัดลดลง
- อย่างไรก็ตาม งานดังกล่าวเป็น การทดลองในหนู ไม่ใช่การทดลองทางคลินิกในมนุษย์ จึงยังไม่สามารถสรุปว่ากกสามเหลี่ยมใช้รักษาโรคตับในคนได้
- มีงานวิจัยด้านฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดจากพืชชนิดนี้ โดยพบกิจกรรมต้านอนุมูลอิสระในระดับหนึ่ง แต่ผลดังกล่าวยังอยู่ในระดับการศึกษาเชิงทดลองและไม่ควรตีความเป็นประสิทธิผลทางการรักษา
เภสัชวิทยา
- ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ: สารสกัดจาก Actinoscirpus grossus มีรายงานกิจกรรมต้านอนุมูลอิสระจากการทดสอบในห้องปฏิบัติการ
- ฤทธิ์ปกป้องตับ: สารสกัดเอทานอลจากหัวแสดงผลปกป้องตับในหนูทดลองที่เกิดพิษจากเอทานอล โดยสัมพันธ์กับการลด lipid peroxidation และการฟื้นตัวของเอนไซม์ antioxidant
- ฤทธิ์ด้านความดันโลหิต: งานวิจัยเก่าที่ถูกอ้างถึงในงานวิจัยปัจจุบันระบุว่าสารสกัดเอทานอลจากหัวมีผลต่อความดันโลหิตในแมวที่ได้รับการวางยาสลบ แต่หลักฐานดังกล่าวเก่าและไม่เพียงพอสำหรับการนำมาใช้ทางคลินิก
- หลักฐานเภสัชวิทยาส่วนใหญ่ยังเป็น in vitro หรือสัตว์ทดลอง จึงยังไม่สามารถยืนยันประสิทธิผลและขนาดยาที่เหมาะสมในมนุษย์ได้
ความปลอดภัย
- ยังมีข้อมูลด้านความปลอดภัยในมนุษย์ของกกสามเหลี่ยมค่อนข้างจำกัด
- งานวิจัยในสัตว์ทดลองรายงานว่าการทดสอบความเป็นพิษเฉียบพลันของสารสกัดเอทานอลจากหัวมีค่า LD50 มากกว่า 2,000 มก./กก. ในหนู แต่ข้อมูลดังกล่าวไม่สามารถนำมาใช้กำหนดขนาดที่ปลอดภัยสำหรับมนุษย์โดยตรงได้
- แหล่งข้อมูลด้านพืชอาหารบางแห่งรายงานว่าส่วนรากหรือหัวต้องผ่านกระบวนการเตรียมที่เหมาะสมก่อนนำมาบริโภค และไม่ควรรับประทานส่วนใต้ดินแบบดิบโดยไม่ทราบวิธีเตรียมที่ถูกต้อง
- หญิงตั้งครรภ์ เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคตับหรือโรคไต และผู้ที่ใช้ยาประจำ ควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์จากกกสามเหลี่ยม
- ไม่ควรใช้กกสามเหลี่ยมแทนยามาตรฐานสำหรับโรคตับ ท้องเสีย หรือโรคอื่น ๆ ที่ต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษา
ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา
- ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกที่เพียงพอเกี่ยวกับปฏิกิริยาระหว่างกกสามเหลี่ยมกับยาสำคัญชนิดต่าง ๆ
- เนื่องจากมีการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาหลายด้าน จึงยังไม่ควรสรุปว่าปลอดภัยเมื่อใช้ร่วมกับยาทุกชนิด
- ผู้ที่รับประทานยารักษาโรคตับ ยาขับปัสสาวะ ยาลดความดันโลหิต ยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือยาที่มีผลต่อการทำงานของตับ ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ผลิตภัณฑ์จากกกสามเหลี่ยม
- ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะจัดทำรายการยาที่ห้ามใช้ร่วมกับกกสามเหลี่ยมโดยเฉพาะ
การใช้ในอาหาร
- มีรายงานในบางภูมิภาคว่าหัวหรือส่วนใต้ดินของกกสามเหลี่ยมสามารถนำมาใช้เป็นอาหารได้หลังผ่านกระบวนการเตรียมที่เหมาะสม
- แหล่งข้อมูลด้านพืชอาหารระบุว่าต้องผ่านขั้นตอน เช่น การบด การเผาหรือทำให้แห้ง และการบดเป็นแป้งก่อนนำไปประกอบอาหาร
- เนื่องจากข้อมูลการบริโภคมีความแตกต่างกันตามภูมิภาค จึง ไม่แนะนำให้นำหัวหรือรากสดของกกสามเหลี่ยมมารับประทานโดยตรง โดยไม่มีข้อมูลการเตรียมที่เชื่อถือได้
การใช้ในผลิตภัณฑ์
- ผลิตภัณฑ์จักสาน: ลำต้นใช้ทอเสื่อและทำเครื่องจักสาน
- เครื่องใช้ในครัวเรือน: ใช้ทำตะกร้า กระเป๋า ฝาบ้าน ฝ้าเพดาน และวัสดุพื้นบ้าน
- ผลิตภัณฑ์สมุนไพร: มีงานวิจัยทดลองนำสารสกัดของ Actinoscirpus grossus ไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ เช่น เม็ดฟู่และ phytosome เพื่อศึกษาการนำส่งสารต้านอนุมูลอิสระ
- การพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพจำเป็นต้องควบคุมชนิดพืช แหล่งวัตถุดิบ สารปนเปื้อน ปริมาณสารสำคัญ และความปลอดภัยก่อนนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์
การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา
- หากเก็บเกี่ยวเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบสมุนไพร ควรเลือกต้นที่เจริญเต็มที่และมีการระบุชนิดพืชอย่างถูกต้อง
- ส่วนหัวหรือรากควรขุดอย่างระมัดระวังและทำความสะอาดเอาดินออก
- ควรคัดแยกส่วนที่ขึ้นรา เน่าเสีย หรือมีร่องรอยการปนเปื้อนออก
- หากต้องการเก็บเป็นวัตถุดิบแห้ง ควรหั่นเป็นชิ้นและทำให้แห้งอย่างทั่วถึงในสภาพที่สะอาดและมีการระบายอากาศที่เหมาะสม
- เก็บวัตถุดิบแห้งในภาชนะสะอาด แห้ง ปิดสนิท และป้องกันความชื้น แมลง และเชื้อรา
- เนื่องจากกกสามเหลี่ยมมักขึ้นในพื้นที่ชุ่มน้ำ ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการตรวจสอบการปนเปื้อนของโลหะหนัก สารเคมี และจุลินทรีย์ หากนำไปใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตภัณฑ์รับประทาน
ภูมิปัญญาท้องถิ่น
- ในภูมิปัญญาไทย กกสามเหลี่ยมถูกนำมาใช้เป็นสมุนไพร โดยเฉพาะส่วนหัวและราก
- มีการกล่าวถึงการใช้หัวแก้ท้องเสียและอาเจียน ส่วนรากใช้เป็นยาสมาน ขับปัสสาวะ ลดไข้ และใช้กับอาการทางเดินอาหาร
- ในภูมิปัญญาของอินเดีย มีการใช้ส่วนหัวหรือเหง้าในฐานะยาขับปัสสาวะ ยาสมาน ยาระบาย และยาบำรุง
- นอกจากด้านยาแล้ว กกสามเหลี่ยมยังมีความสำคัญในภูมิปัญญาการจักสาน โดยใช้ลำต้นเป็นวัสดุสำหรับทำเสื่อและเครื่องใช้ต่าง ๆ
ประวัติและวัฒนธรรม
- กกเป็นพืชที่มีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตของชุมชนในพื้นที่ชุ่มน้ำของเอเชียมาช้านาน
- กกสามเหลี่ยมมีลำต้นที่เหนียวและมีโครงสร้างเหมาะกับการนำมาสาน จึงถูกนำมาใช้ทำเสื่อและเครื่องจักสานในหลายพื้นที่
- ชื่อท้องถิ่นของพืชแตกต่างกันไปตามภูมิภาค เช่น กกปรือ กกคมบาง มะนิ่ว มะเนี่ยว แห้วกระดาน และแห้วหิน
- ในทางพฤกษศาสตร์ กกสามเหลี่ยมเคยถูกจัดอยู่ในสกุล Scirpus และ Schoenoplectus ในเอกสารเก่า ก่อนที่ชื่อที่ยอมรับในปัจจุบันจะเป็น Actinoscirpus grossus
สถานะการอนุรักษ์
- Actinoscirpus grossus ได้รับการยอมรับเป็นชนิดพันธุ์ในฐานข้อมูล Plants of the World Online ของ Kew
- Kew ระบุสถานะตามข้อมูล IUCN เป็น Least Concern (LC) หรือมีความเสี่ยงต่ำ
- การประเมินความเสี่ยงการสูญพันธุ์ยังระบุว่าเป็นพืชที่ไม่ได้อยู่ในภาวะถูกคุกคาม
- อย่างไรก็ตาม การอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำยังมีความสำคัญ เนื่องจากเป็นถิ่นอาศัยหลักของพืชชนิดนี้และเป็นระบบนิเวศที่มีความสำคัญต่อความหลากหลายทางชีวภาพ
ข้อมูลอนุกรมวิธาน
- อาณาจักร: Plantae
- กลุ่มพืชมีท่อลำเลียง: Tracheophyta
- กลุ่มพืชดอก: Angiosperms
- กลุ่มพืชใบเลี้ยงเดี่ยว: Monocots
- อันดับ: Poales
- วงศ์: Cyperaceae
- สกุล: Actinoscirpus
- ชนิด: Actinoscirpus grossus
- ชื่อวิทยาศาสตร์เต็ม: Actinoscirpus grossus (L.f.) Goetgh. & D.A.Simpson
- ชื่อพ้องสำคัญ: Scirpus grossus L.f., Schoenoplectus grossus (L.f.) Palla, Hymenochaeta grossa (L.f.) Nees
- ชื่อไทยในฐานข้อมูล TH-BIF: กกสามเหลี่ยม, แห้วกระดาน
- ชื่อสามัญ: Giant Bur Rush
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. (2559). กกสามเหลี่ยม (Actinoscirpus grossus (L.f.) Goetgh. & D.A.Simpson). สารานุกรมพืชในประเทศไทย.
- Ganapathi, S. C., Holla, R., Shankara, S., Mundugaru, R., KN, S., Rajagopal, R., Alfarhan, A., & AlAnsari, A. (2021). Protective effect of ethanolic extract of Actinoscirpus grossus tubers against ethanol induced liver toxicity in albino rats. Journal of King Saud University – Science, 33(1), 101253. https://doi.org/10.1016/j.jksus.2020.101253
- International Plant Names Index. (2026). Actinoscirpus grossus (L.f.) Goetgh. & D.A.Simpson.
- Kew Science, Royal Botanic Gardens, Kew. (2026). Actinoscirpus grossus (L.f.) Goetgh. & D.A.Simpson. Plants of the World Online.
- Kew Science, Royal Botanic Gardens, Kew. (2026). Actinoscirpus grossus – Medicinal Plant Names Services.
- Indian Medicinal Plants, Phytochemistry and Therapeutics (IMPPAT). (2026). Actinoscirpus grossus: Phytochemical and therapeutic associations.
- Noval, N., Febrianti, D. R., Melviani, Mayna, Nisrina, S., & Samara, A. F. (2025). Formulasiและ characterisation phytosome extract Actinoscirpus grossus as antioxidant. Jurnal Ilmiah Ibnu Sina: Ilmu Farmasi dan Kesehatan, 10(1).
- สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. (ม.ป.ป.). Actinoscirpus grossus. Thai Biodiversity Information Facility (TH-BIF).
- Wight, R. et al. / Flora of Thailand และเอกสารอนุกรมวิธานวงศ์ Cyperaceae ที่อ้างถึงในฐานข้อมูล Kew และงานศึกษาทางอนุกรมวิธาน
- วุฒิ วุฒิธรรมเวช. (2540). สารานุกรมสมุนไพร. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์.
