กระดังงาไทย
กระดังงาไทยเป็นไม้หอมพื้นถิ่นเขตร้อนที่มีเอกลักษณ์จากดอกสีเหลืองอมเขียวและกลิ่นหอมเด่น โดยมีบทบาททั้งในด้านสมุนไพรไทย เครื่องหอม น้ำอบ น้ำหอม และภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ดอกกระดังงาถูกนำมาใช้ในตำรับยาหอมหลายชนิด ขณะที่น้ำมันหอมระเหยจากดอกเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมน้ำหอมและเครื่องสำอาง
ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร
- ชื่อสมุนไพร: กระดังงาไทย
- ชื่ออื่น: กระดังงา, กระดังงาใบใหญ่, กระดังงาใหญ่, สะบันงา, สะบันงาต้น
- ชื่อสามัญ: Ylang-ylang, Ylang-ylang tree, Perfume tree, Ilang-ilang
- ชื่อวิทยาศาสตร์: Cananga odorata (Lam.) Hook.f. & Thomson
- ชื่อวิทยาศาสตร์ที่ใช้ในระดับพันธุ์: Cananga odorata var. odorata
- วงศ์: Annonaceae
- ประเภทพืช: ไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบขนาดกลางถึงขนาดใหญ่
- ลักษณะเด่น: ดอกมีกลิ่นหอมแรง โดยเฉพาะในช่วงพลบค่ำ และสามารถนำไปกลั่นเป็นน้ำมันหอมระเหยได้
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
- ลำต้น: เป็นไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบ สูงประมาณ 15–20 เมตร ลำต้นตั้งตรง เปลือกสีเทาหรือสีเงินค่อนข้างเรียบ กิ่งก้านแตกออกมากและมักแผ่ห้อยลง
- ใบ: ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรีถึงรูปไข่แกมขอบขนาน ใบค่อนข้างบาง ปลายใบแหลม โคนใบมนหรือสอบ เส้นกลางใบและเส้นแขนงเห็นได้ชัด
- ดอก: ดอกออกเป็นช่อบริเวณซอกใบ ดอกห้อยลง กลีบดอกมี 6 กลีบ แบ่งเป็น 2 วง กลีบมีลักษณะยาวแคบและเป็นคลื่น ดอกอ่อนมีสีเขียว เมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีเขียวอมเหลืองหรือเหลืองอ่อน มีกลิ่นหอมแรง
- ผล: ผลเป็นผลกลุ่ม ประกอบด้วยผลย่อยหลายผลอยู่รวมกัน ผลอ่อนสีเขียว เมื่อสุกเปลี่ยนเป็นสีเหลืองคล้ำหรือดำ รูปรี
- การออกดอก: สามารถออกดอกได้เกือบตลอดปี โดยดอกมีกลิ่นหอมเด่นในช่วงเย็นถึงพลบค่ำ
ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์
- ถิ่นกำเนิด: มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของเอเชีย โดยมีเขตการกระจายพันธุ์ตามธรรมชาติตั้งแต่อินโดจีนตอนใต้ไปจนถึงควีนส์แลนด์ของออสเตรเลีย
- การกระจายพันธุ์: พบในประเทศไทย เวียดนาม ลาว กัมพูชา เมียนมา มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ปาปัวนิวกินี ออสเตรเลีย และหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก นอกจากนี้มีการนำไปปลูกในประเทศเขตร้อนอีกหลายแห่ง
- ในประเทศไทย: พบและปลูกเป็นไม้ประดับและไม้หอมในหลายพื้นที่ สามารถเจริญได้ดีในสภาพอากาศร้อนชื้น
การปลูกและการขยายพันธุ์
- สภาพแวดล้อม: ชอบอากาศร้อนชื้น แสงแดดค่อนข้างมาก และดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำดี แต่มีความชื้นเพียงพอ
- การเตรียมพื้นที่: กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกแนะนำให้เตรียมหลุมปลูกประมาณ 50 × 50 × 50 เซนติเมตร รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก และเว้นระยะปลูกประมาณ 4–5 เมตร
- การขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด: เป็นวิธีที่นิยม สามารถนำเมล็ดไปเพาะในวัสดุเพาะที่มีอินทรียวัตถุ เมื่อได้ต้นกล้าที่แข็งแรงจึงย้ายปลูก
- การขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่ง: สามารถทำได้ แต่ไม่ค่อยนิยม เนื่องจากกิ่งค่อนข้างเปราะและออกรากไม่ง่าย
- การให้น้ำ: ต้องการความชื้นสม่ำเสมอ แต่ไม่ควรปล่อยให้มีน้ำขัง
- การใส่ปุ๋ย: สามารถใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักในช่วงเตรียมดิน และบำรุงเพิ่มเติมเป็นระยะตามความเหมาะสม
ส่วนที่ใช้เป็นยา
- ดอกแก่จัด: เป็นส่วนที่มีการใช้ในตำรับยาไทยและเป็นแหล่งสำคัญของน้ำมันหอมระเหย
- ใบ: ใช้ตามภูมิปัญญาไทย โดยเฉพาะการเตรียมเป็นยาต้ม
- เนื้อไม้: มีการใช้ตามภูมิปัญญาไทยร่วมกับใบ
- ดอก: เป็นส่วนที่มีข้อมูลด้านน้ำมันหอมระเหยและการศึกษาทางเภสัชวิทยามากที่สุด
สรรพคุณทางสมุนไพร มีการใช้ตามภูมิปัญญา
- ดอกแก่จัด: ใช้เป็นยาหอม บำรุงหัวใจ บำรุงโลหิต บำรุงธาตุ แก้ลมวิงเวียน และช่วยให้เกิดความชุ่มชื่นตามตำรับยาไทย
- ใบและเนื้อไม้: ตามภูมิปัญญาไทยนำมาต้มรับประทานเพื่อใช้เป็นยาขับปัสสาวะ
- น้ำมันจากดอก: ใช้ในงานเครื่องหอมและอโรมาเธอราพี และมีการศึกษาฤทธิ์ต่อระบบประสาท ความผ่อนคลาย ความวิตกกังวล และความดันโลหิต อย่างไรก็ตาม หลักฐานทางคลินิกยังมีจำนวนจำกัดและไม่ควรใช้แทนการรักษามาตรฐาน
วิธีใช้
- ตามตำรับยาไทย: ดอกกระดังงาใช้เป็นส่วนประกอบของตำรับยาหอมหลายชนิด โดยต้องใช้ตามสูตรตำรับและขนาดที่กำหนดของผลิตภัณฑ์
- การใช้เป็นยาพื้นบ้าน: ใบและเนื้อไม้มีการนำมาต้มเป็นยาตามภูมิปัญญาท้องถิ่น
- การใช้ด้านกลิ่นหอม: ดอกแก่จัดสามารถนำไปกลั่นเป็นน้ำมันหอมระเหยสำหรับใช้ในเครื่องหอมและอโรมาเธอราพี
- ข้อควรระวัง: ไม่ควรนำน้ำมันหอมระเหยเข้มข้นมารับประทานเอง และการใช้ภายนอกควรเจือจางอย่างเหมาะสม เนื่องจากน้ำมันกระดังงามีรายงานการทำให้เกิดอาการแพ้สัมผัสในบางคน
ในบัญชียาจากสมุนไพร
กระดังงาไทย ไม่ได้เป็นตัวยาเดี่ยวที่มีข้อบ่งใช้แยกเฉพาะในบัญชี แต่ดอกกระดังงาเป็นส่วนประกอบของตำรับยาแผนไทยที่อยู่ในบัญชียาจากสมุนไพร เช่น
- ยาหอมทิพโอสถ: มีดอกกระดังงาเป็นหนึ่งในตัวยาสำคัญของตำรับ
- ยาหอมอินทจักร์: มีดอกกระดังงาเป็นส่วนประกอบของตำรับ
- ตำรับยาแผนไทยอื่น ๆ: ดอกกระดังงาปรากฏเป็นส่วนประกอบในตำรับยาหอมและตำรับที่เกี่ยวข้องกับการแก้ลมและบำรุงตามศาสตร์การแพทย์แผนไทย
ฐานข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาระบุยาหอมทิพโอสถและยาหอมอินทจักร์ไว้ในบัญชียาจากสมุนไพร และระบุ “ดอกกระดังงา” เป็นส่วนประกอบของตำรับ
สารสำคัญ
น้ำมันหอมระเหยจากกระดังงามีองค์ประกอบทางเคมีแตกต่างกันได้ตามแหล่งปลูก อายุของดอก วิธีการกลั่น และส่วนของพืชที่นำมาใช้ สารที่ตรวจพบ ได้แก่
- Linalool
- Benzyl acetate
- Benzyl benzoate
- Geranyl acetate
- Methyl benzoate
- p-Methyl anisole
- Trans-caryophyllene
- Germacrene D
- Benzyl salicylate
การศึกษาองค์ประกอบน้ำมันหอมระเหยจากดอกพบ benzyl acetate และ linalool ในสัดส่วนที่ค่อนข้างสูง ขณะที่น้ำมันจากใบมีองค์ประกอบแตกต่างออกไป โดยพบ trans-caryophyllene, ocimene และ E,E-α-farnesene เป็นสารเด่นในงานศึกษาหนึ่ง
งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
- ด้านความวิตกกังวล: การทดลองแบบสุ่มในผู้ป่วย 44 รายที่เข้ารับการทำหัตถการทางรังสีร่วมรักษา พบว่าการใช้น้ำมันหอมระเหยกระดังงาด้วยวิธีอโรมาเธอราพีมีผลต่อคะแนนความวิตกกังวลและตัวชี้วัดบางชนิด แต่ผลต่อความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจไม่แตกต่างจากกลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ
- ด้านความดันโลหิต: การทดลองแบบสุ่มในอาสาสมัครที่มีความดันโลหิตสูงซึ่งใช้อุปกรณ์แผ่นแปะที่มีน้ำมันลาเวนเดอร์และกระดังงาร่วมกัน พบว่าความดันโลหิตซิสโตลิกลดลงหลังใช้ และไม่พบปัญหาด้านความปลอดภัยที่สำคัญในช่วงการศึกษา อย่างไรก็ตามไม่สามารถแยกผลเฉพาะของกระดังงาออกจากลาเวนเดอร์ได้ทั้งหมด
- ด้านสารต้านอนุมูลอิสระ: น้ำมันจากใบแสดงฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในการทดลองแบบ DPPH และมีการศึกษาฤทธิ์ทางชีวภาพอื่น ๆ ในระดับหลอดทดลอง
- ด้านต้านการอักเสบ: มีการศึกษาน้ำมันกระดังงาทั้งในหลอดทดลองและสัตว์ทดลอง พบสัญญาณของฤทธิ์ต้านการอักเสบ แต่ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปประสิทธิผลในการรักษาโรคอักเสบในมนุษย์
- ด้านต้านจุลชีพ: งานวิจัยหลายฉบับรายงานว่าน้ำมันหอมระเหยมีฤทธิ์ยับยั้งจุลชีพบางชนิดในระดับห้องปฏิบัติการ แต่ยังจำเป็นต้องมีการศึกษาทางคลินิกเพิ่มเติม
เภสัชวิทยา
จากการศึกษาที่มีอยู่ น้ำมันหอมระเหยและสารสกัดจาก Cananga odorata มีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่ได้รับการศึกษา ได้แก่
- ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ: พบจากการทดสอบในหลอดทดลอง
- ฤทธิ์ต้านการอักเสบ: มีหลักฐานจากการทดลองในหลอดทดลองและสัตว์ทดลอง
- ฤทธิ์ต้านจุลชีพ: พบการยับยั้งเชื้อแบคทีเรียบางชนิด
- ฤทธิ์ต่อระบบประสาท: มีรายงานเกี่ยวกับฤทธิ์ผ่อนคลายและลดความตื่นตัว
- ฤทธิ์ต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด: มีการศึกษาการลดความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจจากการสูดดม แต่ผลการศึกษาทางคลินิกยังไม่สม่ำเสมอ
ควรแยกให้ชัดเจนระหว่าง “ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่พบในการทดลอง” กับ “สรรพคุณที่ได้รับการยืนยันว่าใช้รักษาโรคในมนุษย์” เพราะข้อมูลของกระดังงาส่วนหนึ่งยังอยู่ในระดับห้องปฏิบัติการหรือการศึกษาเบื้องต้น
ความปลอดภัย
- น้ำมันหอมระเหยกระดังงามีประวัติการใช้เป็นวัตถุแต่งกลิ่นและแต่งรสในระดับที่ต่ำมาก แต่การใช้น้ำมันเข้มข้นทางผิวหนังอาจทำให้เกิด การแพ้สัมผัสหรือผิวหนังอักเสบจากการแพ้ ในบุคคลบางราย
- การศึกษาฐานข้อมูลผู้ป่วยโรคผิวหนังพบการแพ้สัมผัสต่อน้ำมัน ylang-ylang ในกลุ่มผู้ที่ได้รับการทดสอบแพตช์เทสต์ โดยมีอัตราผลบวกสูงกว่าน้ำมันหอมระเหยหลายชนิด
- ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์โดยตรงกับผิวหนัง โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติแพ้น้ำหอมหรือน้ำมันหอมระเหย
- การรับประทานน้ำมันหอมระเหยควรอยู่ภายใต้การกำกับของผู้เชี่ยวชาญและผลิตภัณฑ์ต้องเป็นชนิดที่ได้รับอนุญาตสำหรับการบริโภค เนื่องจากน้ำมันหอมระเหยที่ใช้ในเครื่องสำอางไม่เท่ากับผลิตภัณฑ์สำหรับรับประทาน
- การประเมินความปลอดภัยในฐานะสารแต่งกลิ่นอาหารพบว่า ylang-ylang oil มีประวัติการใช้ในอาหารในปริมาณต่ำ และไม่พบหลักฐานว่าการได้รับจากอาหารในระดับดังกล่าวก่อปัญหาสุขภาพในมนุษย์
ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา
ปัจจุบัน ยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกที่ยืนยันปฏิกิริยาระหว่างกระดังงาไทยหรือน้ำมันกระดังงากับยาชนิดใดอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม มีข้อควรระวังเชิงทฤษฎีจากข้อมูลทางเภสัชวิทยา
- ผู้ที่ใช้ ยาลดความดันโลหิต ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้น้ำมันกระดังงาในรูปแบบอโรมาเธอราพีเป็นประจำ เนื่องจากมีงานวิจัยที่พบผลต่อความดันโลหิต
- ผู้ที่ใช้ ยาที่ทำให้ง่วงหรือกดระบบประสาทส่วนกลาง ควรระมัดระวังการใช้ร่วมกับน้ำมันกระดังงา เนื่องจากมีรายงานฤทธิ์ผ่อนคลายและลดความตื่นตัว
- ไม่ควรใช้ข้อมูลจากการทดลองเหล่านี้สรุปว่าน้ำมันกระดังงาจะเสริมฤทธิ์ยาทุกชนิด เพราะหลักฐานด้านปฏิกิริยาระหว่างยาโดยตรงยังไม่เพียงพอ
การใช้ในอาหาร
- น้ำมันกระดังงา หรือ ylang-ylang oil มีประวัติการใช้เป็นสารแต่งกลิ่นรสในอุตสาหกรรมอาหาร
- มีการใช้กลิ่นกระดังงาในผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มบางประเภท รวมถึงผลิตภัณฑ์ขนมและเครื่องหอมสำหรับอาหารในบางวัฒนธรรม
- การใช้เป็นส่วนผสมอาหารควรเป็นวัตถุดิบเกรดอาหารและใช้ในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ควรนำผลิตภัณฑ์น้ำมันหอมระเหยสำหรับเครื่องสำอางมารับประทาน
การใช้ในผลิตภัณฑ์
- น้ำหอม: น้ำมัน ylang-ylang เป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมน้ำหอม
- เครื่องสำอาง: ใช้แต่งกลิ่นในครีม โลชั่น สบู่ และผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย
- อโรมาเธอราพี: ใช้เพื่อกลิ่นหอมและความรู้สึกผ่อนคลาย
- ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม: น้ำมันจากดอกมีประวัติการใช้ในผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและน้ำมันหอม
- เครื่องหอมไทย: ดอกกระดังงาใช้ทำน้ำอบ น้ำหอม และเป็นส่วนประกอบของยาหอมและพิมเสนน้ำตามภูมิปัญญาไทย
การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา
- ช่วงเก็บเกี่ยว: สามารถเก็บดอกได้ตลอดปี แต่ข้อมูลการผลิตสมุนไพรไทยระบุว่ามีผลผลิตมากในช่วงฤดูฝนประมาณเดือนเมษายน–กรกฎาคม
- วิธีเก็บเกี่ยว: เก็บดอกที่มีระยะความแก่เหมาะสมจากต้น โดยใช้บันไดหรือนั่งร้านสำหรับต้นที่สูง
- การทำให้แห้ง: หลังเก็บควรคัดสิ่งปนเปื้อนและทำความสะอาด จากนั้นนำไปผึ่งหรือตากในบริเวณที่สะอาดและอากาศถ่ายเทจนแห้งสนิท
- การเก็บรักษา: ดอกแห้งควรบรรจุในภาชนะหรือถุงที่สะอาด แห้ง ปิดสนิท ป้องกันความชื้น แสง และแมลง และเก็บในบริเวณที่อากาศไม่ร้อนจัด
- การผลิตน้ำมันหอมระเหย: ดอกสดสามารถนำไปกลั่นด้วยไอน้ำเพื่อผลิตน้ำมันหอมระเหย
ภูมิปัญญาท้องถิ่น
กระดังงาไทยเป็นพืชหอมที่มีความสัมพันธ์กับภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยมาเป็นเวลานาน โดยเฉพาะการนำดอกที่มีกลิ่นหอมมาเป็นส่วนประกอบของ ยาหอม และเครื่องหอมต่าง ๆ ตามแนวคิดการแพทย์แผนไทย ดอกกระดังงายังปรากฏในตำรับยาแผนไทยแห่งชาติหลายตำรับ เช่น ยาหอมอินทจักร์ และตำรับที่เกี่ยวข้องกับการบำรุงหัวใจและการแก้ลม
ประวัติและวัฒนธรรม
กระดังงาเป็นไม้หอมที่ได้รับความนิยมในสังคมไทยทั้งในฐานะไม้ประดับและไม้ใช้ประโยชน์ ดอกมีกลิ่นหอมจึงถูกนำมาใช้ในงานเครื่องหอม น้ำอบ และการประดับตกแต่ง ตลอดจนเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมและงานประเพณีบางประเภท
ในตำรายาไทย ดอกกระดังงาถูกจัดอยู่ในกลุ่มพืชหอมที่ใช้ร่วมกับดอกไม้หอมชนิดอื่น เช่น พิกุล บุนนาค สารภี มะลิ และจำปา โดยเฉพาะในตำรับยาหอม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของพืชหอมทั้งในด้านการแพทย์และวัฒนธรรมไทย
สถานะการอนุรักษ์
Cananga odorata มีการประเมินสถานะการอนุรักษ์ในระดับสากลเป็น Least Concern (LC) หรือมีความเสี่ยงต่ำ และมีการกระจายพันธุ์กว้างในเขตร้อน อย่างไรก็ตาม การอนุรักษ์แหล่งพันธุกรรมและการปลูกเพื่อใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนยังมีความสำคัญ โดยเฉพาะสายพันธุ์หรือประชากรท้องถิ่นที่มีคุณค่าทางภูมิปัญญาและเศรษฐกิจ
ข้อมูลอนุกรมวิธาน
- Kingdom: Plantae
- Phylum: Streptophyta
- Class: Equisetopsida
- Subclass: Magnoliidae
- Order: Magnoliales
- Family: Annonaceae
- Genus: Cananga
- Species: Cananga odorata (Lam.) Hook.f. & Thomson
- Variety: Cananga odorata var. odorata
ชื่อพ้องที่พบในเอกสารอนุกรมวิธาน ได้แก่ Uvaria odorata Lam., Unona odorata (Lam.) Dunal และ Canangium odoratum (Lam.) Baill. ex King โดยฐานข้อมูล Plants of the World Online ของ Royal Botanic Gardens, Kew ยอมรับ Cananga odorata (Lam.) Hook.f. & Thomson เป็นชื่อที่ได้รับการยอมรับในปัจจุบัน
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (2567). กระดังงา พืชสมุนไพรที่มีกลิ่นหอม บำรุงหัวใจ. กระทรวงสาธารณสุข.
- กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (2567). คู่มือกำหนดพื้นที่ส่งเสริมการปลูกสมุนไพรเพื่อใช้ในทางเภสัชกรรมไทย. กระทรวงสาธารณสุข.
- คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. (ม.ป.ป.). กระดังงาไทย: Cananga odorata (Lam.) Hook.f. & Thomson. ฐานข้อมูลสมุนไพร.
- ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. (ม.ป.ป.). กระดังงาไทย.
- สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. (2567). บัญชียาจากสมุนไพรและหลักฐานเชิงประจักษ์. กระทรวงสาธารณสุข.
- กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. (ม.ป.ป.). Flora of Thailand: Cananga odorata var. odorata.
- Burdock, G. A., & Carabin, I. G. (2008). Safety assessment of Ylang–Ylang (Cananga spp.) as a food ingredient. Food and Chemical Toxicology, 46(2), 433–445. https://doi.org/10.1016/j.fct.2007.09.105
- Geier, J., Lessmann, H., Schnuch, A., & Uter, W. (2022). Contact sensitization to essential oils: IVDK data of the years 2010–2019. Contact Dermatitis. https://doi.org/10.1111/cod.14126
- Hao, P. M., & Quoc, L. P. T. (2026). Ylang-ylang (Cananga odorata) essential oil: Physical properties, chemical composition, and bioactivities. Ученые записки Казанского университета. Серия Естественные науки. https://doi.org/10.26907/2542-064X.2026.2.209-219
- Manojkumar, B., et al. (2021). Chemical composition of essential oil of Cananga odorata (Lam.) Hook. F. & Thomson leaves and its biological activities. Journal of Essential Oil Bearing Plants, 24(3), 596–602. https://doi.org/10.1080/0972060X.2021.1957023
- Sriboonlert, J., Munkong, W., Rintawut, S., Paladkhua, S., Suwongsa, R., & Kirisattayakul, W. (2023). Cananga odorata aromatherapy reduces anxiety in unexperienced patients hospitalized for interventional neuroradiology procedures: A randomized controlled trial. Integrative Medicine Reports. https://doi.org/10.1177/2515690X221150527
- Napavichayanun, S., Sujarit, A. S., Pienpinijtham, P., Sarikaphuti, A., & Aramwit, P. (2024). Effect of Lavandula angustifolia and Cananga odorata on decrease of blood pressure in high blood pressure volunteers: A randomized controlled trial. Explore, 20(4), 520–526. https://doi.org/10.1016/j.explore.2023.11.013
- Royal Botanic Gardens, Kew. (2026). Cananga odorata (Lam.) Hook.f. & Thomson. Plants of the World Online.
