กุหลาบมอญ
กุหลาบมอญ เป็นไม้พุ่มดอกหอมที่มีความสำคัญทั้งด้านสมุนไพร อาหาร เครื่องหอม และเครื่องสำอาง โดยเฉพาะ กลีบดอกกุหลาบมอญ ซึ่งมีน้ำมันหอมระเหยและสารพฤกษเคมีหลายชนิด นิยมใช้ในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ดั้งเดิมในหลายประเทศ รวมถึงนำไปผลิตเป็นน้ำกุหลาบ น้ำมันกุหลาบ และผลิตภัณฑ์แต่งกลิ่นต่าง ๆ
ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร
- ชื่อสมุนไพร : กุหลาบมอญ
- ชื่อไทย : กุหลาบมอญ
- ชื่อท้องถิ่น : ยี่สุ่น, กุหลาบออน
- ชื่อสามัญ : Damask Rose, Summer Damask
- ชื่อวิทยาศาสตร์ : Rosa × damascena Herrm. หรือที่เอกสารด้านสมุนไพรจำนวนมากใช้ชื่อ Rosa damascena Mill.
- ชื่อวงศ์ : Rosaceae (วงศ์กุหลาบ)
- ชื่อจีน : เหม่ยกุยฮัว (玫瑰花), เหม่ยกุยฟา
- ลักษณะเด่น : ไม้พุ่มมีหนาม ดอกมีกลิ่นหอมมาก กลีบดอกซ้อนหลายชั้น และมีสีตั้งแต่ชมพู ชมพูแกมขาว จนถึงแดง
- การใช้ประโยชน์ : กลีบดอกใช้ในภูมิปัญญาสมุนไพร ใช้แต่งกลิ่นและผลิตน้ำกุหลาบ น้ำมันหอมระเหย เครื่องสำอาง อาหาร และผลิตภัณฑ์เครื่องหอม
หมายเหตุด้านชื่อวิทยาศาสตร์: ฐานข้อมูลไทยบางแห่งใช้ Rosa damascena Mill. แต่ฐานข้อมูล Plants of the World Online ของ Royal Botanic Gardens, Kew ปัจจุบันจัด กุหลาบดามัสก์เป็น Rosa × damascena Herrm. และระบุว่าเป็นลูกผสม โดยให้สูตรลูกผสมเป็น Rosa gallica × Rosa moschata ดังนั้นการเขียนข้อมูลเว็บไซต์ควรระบุชื่อทั้งสองแบบเพื่อให้ค้นหาได้ครอบคลุม
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
- ต้น : เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กถึงปานกลาง สูงประมาณ 1–2 เมตร แตกกิ่งจำนวนมากตั้งแต่โคนต้น ลำต้นและกิ่งมีหนาม
- หนาม : มีหนามตามลำต้นและกิ่ง หนามอ่อนมักมีสีน้ำตาลแกมแดง ส่วนหนามแก่มีสีเทา
- ใบ : เป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ใบย่อยมีรูปร่างรีหรือรูปไข่ โคนใบมน ปลายใบแหลม ขอบใบจักเป็นฟันเลื่อย
- ดอก : ออกเป็นช่อบริเวณปลายกิ่ง โดยทั่วไปมีประมาณ 3–5 ดอกต่อช่อ ดอกมีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ และมีกลีบดอกจำนวนมากเรียงซ้อนกันหลายชั้น
- สีดอก : พบสีชมพู ชมพูแกมขาว สีขาว สีแดง และสีแดงแกมขาว ขึ้นอยู่กับพันธุ์
- ขนาดดอก : เมื่อดอกบานเต็มที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 4.5–7 เซนติเมตร
- กลิ่น : ดอกมีกลิ่นหอมเด่นชัด เนื่องจากมีสารระเหยหลายกลุ่ม โดยเฉพาะ citronellol, geraniol และ nerol
- ผล : เป็นผลกลุ่มตามลักษณะของสกุล Rosa
ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์
กุหลาบมอญหรือ Damask rose เป็นพืชที่มีประวัติการปลูกมาอย่างยาวนานในบริเวณตะวันออกกลางและภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียน ก่อนแพร่กระจายไปยังประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการผลิตน้ำมันกุหลาบในเชิงเศรษฐกิจ เช่น บัลแกเรีย ตุรกี และอิหร่าน รวมถึงอินเดีย ซาอุดีอาระเบีย และพื้นที่อื่น ๆ ที่มีสภาพภูมิอากาศเหมาะสม
ในประเทศไทยมีการปลูกกุหลาบมอญเป็นไม้ประดับและพืชสมุนไพร โดยมีบันทึกในฐานข้อมูลทรัพยากรชีวภาพของมหาวิทยาลัยมหิดลและฐานข้อมูลพรรณไม้ของหน่วยงานการศึกษาไทย
การปลูกและการขยายพันธุ์
- สภาพแสง : ต้องการแสงแดดค่อนข้างมากเพื่อการเจริญเติบโตและการออกดอก
- ดิน : ควรเป็นดินร่วนที่อุดมสมบูรณ์ มีอินทรียวัตถุ และระบายน้ำได้ดี โดยพื้นที่ปลูกเชิงพาณิชย์มักเหมาะกับดินร่วนลึกและมีการระบายน้ำดี
- น้ำ : ควรให้น้ำอย่างเหมาะสม ไม่ปล่อยให้ดินแฉะเป็นเวลานาน
- การขยายพันธุ์ : นิยมใช้การปักชำกิ่ง การแยกกอ/แยกหน่อ การติดตา และการเสียบยอด ส่วนการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อสามารถใช้สำหรับการขยายพันธุ์จำนวนมาก
- การปักชำ : สามารถใช้กิ่งกึ่งแก่กึ่งอ่อนหรือกิ่งแก่ โดยการใช้สารเร่งรากกลุ่ม IBA มีรายงานว่าสามารถช่วยเพิ่มการออกรากได้
- การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ : มีงานวิจัยพัฒนาวิธีขยายพันธุ์กุหลาบมอญในสภาพปลอดเชื้อ และมีรายงานความสำเร็จในการสร้างต้นที่ออกรากแล้วนำไปปรับสภาพในเรือนเพาะชำ
ส่วนที่ใช้เป็นยา
- กลีบดอก : เป็นส่วนที่มีการใช้ในภูมิปัญญาสมุนไพรมากที่สุด
- ดอก : ใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตน้ำกุหลาบและน้ำมันหอมระเหย
- น้ำมันหอมระเหยจากดอก : ใช้ในงานเครื่องหอม เครื่องสำอาง และการศึกษาทางเภสัชวิทยา
สรรพคุณทางสมุนไพร มีการใช้ตามภูมิปัญญา
- กลีบดอก : ในภูมิปัญญาสมุนไพรไทยมีการใช้เพื่อ บำรุงหัวใจ และเกี่ยวข้องกับการใช้เป็นยาขับน้ำดี
- กลีบดอกและน้ำกุหลาบ : มีการใช้เพื่อช่วยบรรเทาอาการอ่อนเพลียและความรู้สึกกระวนกระวาย
- กลีบดอก : มีการใช้เป็นยาระบายอ่อน ๆ ตามตำรับและภูมิปัญญาบางพื้นที่
- น้ำมันหอมระเหย : ใช้สำหรับแต่งกลิ่นและใช้ในงานอโรมาเธอราพี โดยมีงานวิจัยทางคลินิกจำนวนหนึ่งศึกษาผลต่อความวิตกกังวลและคุณภาพการนอนหลับ
ข้อควรระวังในการนำเสนอข้อมูล: สรรพคุณข้างต้นเป็นข้อมูลจากภูมิปัญญาและการศึกษาวิจัย ไม่ควรนำไปกล่าวอ้างว่ากุหลาบมอญสามารถใช้รักษาโรคแทนการรักษามาตรฐานได้
วิธีใช้
- การใช้ในภูมิปัญญา : ใช้กลีบดอกหรือดอกเป็นส่วนประกอบของตำรับสมุนไพรบางชนิด
- น้ำกุหลาบ : ผลิตจากดอกหรือกลีบดอกด้วยกระบวนการสกัดหรือกลั่น สามารถใช้เป็นส่วนประกอบของอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์เครื่องหอม
- น้ำมันหอมระเหย : ใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องหอมและการอโรมาเธอราพี โดยการศึกษาทางคลินิกส่วนใหญ่ใช้วิธีสูดดมหรือการใช้ผลิตภัณฑ์เฉพาะตามรูปแบบที่กำหนดในการวิจัย
- การรับประทานสารสกัด : มีงานวิจัยทางคลินิกบางส่วนศึกษาสารสกัดกุหลาบมอญในรูปแบบแคปซูล แต่ขนาดและรูปแบบการใช้แตกต่างกัน จึงไม่ควรนำขนาดจากงานวิจัยไปใช้เองโดยตรง
สารสำคัญ
กุหลาบมอญมีสารพฤกษเคมีหลายกลุ่ม โดยองค์ประกอบจะแตกต่างกันตามสายพันธุ์ แหล่งปลูก ระยะการบาน วิธีเก็บเกี่ยว และวิธีการสกัด
- Citronellol : เป็นองค์ประกอบสำคัญของน้ำมันหอมระเหยกุหลาบ
- Geraniol : สารกลุ่ม monoterpene alcohol ที่ให้กลิ่นหอมและพบในน้ำมันกุหลาบ
- Nerol : สารระเหยที่มีบทบาทต่อกลิ่นหอมของดอก
- Phenylethyl alcohol : พบมากในน้ำกุหลาบและ rose absolute
- Linalool : สารระเหยที่พบในน้ำมันกุหลาบ
- Eugenol : สารกลุ่มฟีนอลิกที่พบในองค์ประกอบระเหย
- Flavonoids : เช่น quercetin และ kaempferol
- Anthocyanins : สารสีในกลีบดอก
- Tannins และสารประกอบฟีนอลิก : เป็นกลุ่มสารที่มีการศึกษาด้านฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
- สารประกอบไขมันและสารไฮโดรคาร์บอน : เช่น nonadecane และ heneicosane
องค์ประกอบของน้ำมันหอมระเหยไม่ได้มีค่าตายตัว ตัวอย่างการวิเคราะห์หนึ่งพบ citronellol ประมาณ 21.22% และ geraniol 14.1% ขณะที่การศึกษาในแหล่งปลูกอื่นพบสัดส่วนแตกต่างกันอย่างชัดเจน
งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
มีการศึกษากุหลาบมอญทั้งในระดับห้องปฏิบัติการ การทดลองในสัตว์ และการศึกษาทางคลินิก โดยประเด็นที่ได้รับความสนใจมาก ได้แก่ ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ฤทธิ์ต้านจุลชีพ ฤทธิ์ต้านการอักเสบ ฤทธิ์ต่อระบบประสาท และผลต่อความวิตกกังวลและการนอนหลับ
- ด้านความวิตกกังวลและการนอนหลับ : มีการทดลองแบบสุ่มหลายการศึกษาที่ประเมินการสูดดมกลิ่นกุหลาบมอญ และพบแนวโน้มช่วยลดคะแนนความวิตกกังวลและปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับในกลุ่มตัวอย่างบางกลุ่ม
- การทบทวนอย่างเป็นระบบและอภิมาน : งานทบทวนปี 2025 ซึ่งรวบรวม 28 การศึกษาพบหลักฐานโดยรวมว่าการอโรมาเธอราพีด้วยกุหลาบมอญมีผลต่อความวิตกกังวลและคุณภาพการนอนหลับ แต่ความแตกต่างของวิธีวิจัย ประชากร ขนาดการใช้ และรูปแบบผลิตภัณฑ์ทำให้ยังต้องตีความผลอย่างระมัดระวัง
- การศึกษาสารสกัดรับประทาน : การทดลองแบบสุ่มชนิด triple-blind ในสตรีวัยหมดประจำเดือน 82 คน รายงานว่าสารสกัด Rosa damascena ขนาด 500 มก. วันละ 2 ครั้งเป็นเวลา 8 สัปดาห์มีผลต่อคะแนนภาวะซึมเศร้า ความวิตกกังวล และความเครียดเมื่อเทียบกับยาหลอก อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมในประชากรที่หลากหลาย
- ด้านผิวหนัง : มีการศึกษาน้ำมันหอมระเหยกุหลาบมอญเกี่ยวกับฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase ซึ่งเป็นข้อมูลระดับการทดลองและยังไม่ควรตีความว่าเป็นหลักฐานยืนยันประสิทธิผลในการรักษาหรือทำให้ผิวขาวในมนุษย์
เภสัชวิทยา
จากการศึกษาในห้องปฏิบัติการและการทบทวนวรรณกรรม พบรายงานฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาหลายด้าน ได้แก่
- ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ : เกี่ยวข้องกับสารประกอบฟีนอลิกและ flavonoids
- ฤทธิ์ต้านจุลชีพ : น้ำมันหอมระเหยและสารสกัดบางชนิดแสดงฤทธิ์ต่อจุลชีพบางสายพันธุ์ในการทดลอง
- ฤทธิ์ต้านการอักเสบ : มีรายงานจากการทดลองระดับเซลล์และสัตว์ทดลอง
- ฤทธิ์คลายตัวของกล้ามเนื้อเรียบ : มีการศึกษาฤทธิ์ต่อกล้ามเนื้อหลอดลม
- ฤทธิ์ต่อระบบประสาท : มีการศึกษาเกี่ยวกับผลสงบ ลดความวิตกกังวล และช่วยให้นอนหลับ
- ฤทธิ์ต้านเบาหวาน : มีรายงานจากการทดลอง แต่ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าใช้รักษาโรคเบาหวานในมนุษย์ได้
- ฤทธิ์ต้านไวรัสบางชนิด : มีข้อมูลจากการทดลองในห้องปฏิบัติการ แต่ยังไม่ใช่หลักฐานสำหรับใช้รักษาการติดเชื้อในคน
ความปลอดภัย
ข้อมูลการใช้ในมนุษย์โดยเฉพาะรูปแบบ อโรมาเธอราพี โดยทั่วไปมีรายงานความปลอดภัยค่อนข้างดีในการศึกษาระยะสั้น แต่ไม่ควรสรุปว่าผลิตภัณฑ์กุหลาบมอญทุกชนิดปลอดภัยในทุกขนาดและทุกกลุ่มประชากร
งานวิจัยด้านความปลอดภัยพบว่าสารสกัดกุหลาบมอญมีความเป็นพิษค่อนข้างต่ำในการศึกษาสัตว์ทดลอง และมีการศึกษาทางคลินิกที่ไม่พบอาการไม่พึงประสงค์รุนแรงที่สัมพันธ์กับการใช้ในระยะเวลาที่ศึกษา อย่างไรก็ตาม ยังจำเป็นต้องมีข้อมูลความปลอดภัยระยะยาวเพิ่มเติม
ในการทดลองอโรมาเธอราพีบางการศึกษาพบอาการเล็กน้อย เช่น ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ และคลื่นไส้ แต่พบในกลุ่มควบคุมด้วยเช่นกัน จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเกิดจากกุหลาบมอญโดยตรงทั้งหมด
ข้อห้ามใช้
- ผู้ที่มีประวัติ แพ้กุหลาบหรือผลิตภัณฑ์จากดอกกุหลาบ ควรหลีกเลี่ยง
- ควรระวังการใช้น้ำมันหอมระเหยเข้มข้นโดยตรงบนผิวหนัง เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองหรือแพ้สัมผัสในบางราย
- ไม่ควรรับประทานน้ำมันหอมระเหย โดยไม่ได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
- ผู้ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร เด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวและรับประทานยาหลายชนิด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้สารสกัดเข้มข้นหรือผลิตภัณฑ์สมุนไพรในรูปแบบรับประทาน
- ไม่ควรนำข้อมูลจากการทดลองทางห้องปฏิบัติการมาใช้แทนการรักษาโรค
ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา
ยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกที่ชัดเจนเพียงพอสำหรับระบุ ปฏิกิริยาระหว่างกุหลาบมอญกับยาชนิดใดโดยเฉพาะ ดังนั้นไม่ควรสรุปว่าปลอดจากปฏิกิริยาระหว่างยาโดยสมบูรณ์
ผู้ที่ใช้ยาประจำ โดยเฉพาะยาที่มีช่วงการรักษาแคบ ยากล่อมประสาท ยานอนหลับ ยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือยาสำหรับโรคเรื้อรัง ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้สารสกัดกุหลาบมอญในรูปแบบรับประทานหรือสารสกัดเข้มข้น
การใช้ในอาหาร
กลีบดอกกุหลาบมอญ และผลิตภัณฑ์จากกุหลาบมีการใช้ในอาหารและเครื่องดื่ม โดยเฉพาะในภูมิภาคตะวันออกกลาง เอเชียใต้ และพื้นที่ที่มีวัฒนธรรมการใช้ดอกกุหลาบ
- ใช้ทำน้ำกุหลาบ
- ใช้แต่งกลิ่นขนมและของหวาน
- ใช้ในเครื่องดื่ม
- ใช้ทำแยม เยลลี่ หรือผลิตภัณฑ์จากกลีบดอก
- ใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารและผลิตภัณฑ์อาหารที่ต้องการกลิ่นกุหลาบ
การใช้ในอาหารควรเลือกวัตถุดิบที่ ปลูกและผลิตสำหรับการบริโภคโดยเฉพาะ ไม่ควรนำดอกกุหลาบจากไม้ประดับที่อาจผ่านสารกำจัดศัตรูพืชมาใช้รับประทาน
การใช้ในผลิตภัณฑ์
กุหลาบมอญมีความสำคัญอย่างมากในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์จากพืชหอม ได้แก่
- น้ำมันหอมระเหยกุหลาบ (Rose essential oil)
- น้ำกุหลาบ (Rose water/Hydrosol)
- Rose absolute
- Rose concrete
- เครื่องสำอาง
- น้ำหอม
- ผลิตภัณฑ์อโรมาเธอราพี
- สบู่และผลิตภัณฑ์ดูแลผิว
- ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม
- ผลิตภัณฑ์สมุนไพรและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
น้ำมันหอมระเหยจากกุหลาบมอญมีความสำคัญในอุตสาหกรรมน้ำหอม เนื่องจากมีสารระเหยที่ทำให้เกิดกลิ่นกุหลาบเฉพาะตัว โดยองค์ประกอบที่พบได้บ่อย ได้แก่ citronellol, geraniol, nerol และ phenylethyl alcohol
การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา
- เก็บเกี่ยวดอก : หากต้องการน้ำมันหอมระเหย ควรเก็บดอกในช่วงที่มีองค์ประกอบน้ำมันหอมระเหยเหมาะสม โดยระยะการบานมีผลต่อองค์ประกอบทางเคมี
- ช่วงเวลาเก็บ : การเก็บดอกสดในช่วงเช้าเป็นแนวทางที่ใช้ในการผลิตกุหลาบหอมหลายพื้นที่ เพื่อรักษาคุณภาพของสารระเหย
- การเก็บวัตถุดิบสด : ควรนำไปกลั่นหรือแปรรูปโดยเร็ว เนื่องจากองค์ประกอบของสารระเหยสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามเวลาและสภาพการเก็บ
- กลีบดอกแห้ง : ควรทำให้แห้งอย่างเหมาะสมและเก็บในภาชนะปิดสนิท ป้องกันแสง ความชื้น และความร้อน
- น้ำมันหอมระเหย : ควรเก็บในภาชนะที่เหมาะสม ปิดสนิท และหลีกเลี่ยงความร้อน แสง และอากาศ
- น้ำกุหลาบ : ควรเก็บตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์และระบบควบคุมจุลินทรีย์ เพราะผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำเป็นองค์ประกอบสามารถเสื่อมคุณภาพได้
องค์ประกอบทางเคมีของน้ำมันกุหลาบเปลี่ยนแปลงได้ตาม แหล่งปลูก ระยะการบาน ความสดหรือความแห้งของกลีบดอก และวิธีการสกัด จึงควรควบคุมขั้นตอนหลังการเก็บเกี่ยวเพื่อให้ได้วัตถุดิบที่มีคุณภาพสม่ำเสมอ
ภูมิปัญญาท้องถิ่น
ในประเทศไทย กุหลาบมอญหรือยี่สุ่นมีการใช้ประโยชน์จาก กลีบดอก ในภูมิปัญญาสมุนไพร โดยมีการกล่าวถึงการใช้เพื่อบำรุงหัวใจ ขับน้ำดี และใช้ในลักษณะยาระบายอ่อน ๆ นอกจากนี้ยังใช้ดอกเพื่อผลิตน้ำกุหลาบและน้ำมันหอมระเหยสำหรับแต่งกลิ่นเครื่องสำอางและช่วยให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย
ประวัติและวัฒนธรรม
กุหลาบมอญเป็นพืชหอมที่มีความสัมพันธ์กับวัฒนธรรมการใช้น้ำหอม อาหาร เครื่องดื่ม และการแพทย์ดั้งเดิมในหลายภูมิภาคมาเป็นเวลานาน โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง เปอร์เซีย ตุรกี อินเดีย และยุโรป
ดอกกุหลาบมอญมีความสำคัญทางเศรษฐกิจอย่างมากในอุตสาหกรรมน้ำมันกุหลาบ และมีชื่อเสียงในฐานะวัตถุดิบสำหรับผลิต rose oil, rose water, rose absolute และ rose concrete ซึ่งนำไปใช้ทั้งในอาหาร น้ำหอม เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์สุขภาพ
สถานะการอนุรักษ์
กุหลาบมอญที่ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับและพืชเศรษฐกิจไม่ได้เป็นพืชป่าที่มีสถานะอนุรักษ์ระดับโลกแบบเดียวกับพืชป่าหายาก และข้อมูล NatureServe ระบุสถานะระดับโลกเป็น GNR (Global Not Ranked) สำหรับ Rosa damascena ที่ฐานข้อมูลนั้นใช้เป็นชื่อแนวคิดของชนิดพืช
อย่างไรก็ตาม กุหลาบมอญมีความหลากหลายของสายพันธุ์และพันธุกรรมที่มีคุณค่าต่อการผลิตน้ำมันหอมระเหย จึงควรให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์พันธุ์ท้องถิ่นและพันธุ์ที่มีลักษณะทางเคมีและการเกษตรที่ดี
ข้อมูลอนุกรมวิธาน
- Kingdom : Plantae
- Phylum : Tracheophyta
- Class : Magnoliopsida
- Order : Rosales
- Family : Rosaceae
- Genus : Rosa
- Species : Rosa × damascena Herrm.
- Hybrid formula : Rosa gallica × Rosa moschata
ตามฐานข้อมูล Plants of the World Online ของ Kew ชื่อ Rosa × damascena Herrm. ถูกจัดเป็นลูกผสม และมีชื่อพ้องจำนวนมาก ขณะที่เอกสารทางเภสัชวิทยาและงานวิจัยจำนวนมากยังใช้ชื่อ Rosa damascena Mill.
การตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพร
การตรวจสอบเอกลักษณ์กุหลาบมอญควรพิจารณาร่วมกันทั้ง ลักษณะทางพฤกษศาสตร์และการตรวจสอบทางเคมี
- ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ตรวจสอบว่าเป็นไม้พุ่มมีหนาม ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ และดอกมีกลีบจำนวนมากเรียงซ้อนกันหลายชั้น
- สีและกลิ่นดอก : ดอกมีกลิ่นหอมเด่นชัดและมีสีตามพันธุ์
- ลักษณะใบ : ใบย่อยมีขอบจักเป็นฟันเลื่อยและมีลักษณะสอดคล้องกับพืชในสกุล Rosa
- การตรวจสอบทางจุลทรรศน์ : สามารถตรวจสอบลักษณะของเนื้อเยื่อและโครงสร้างของกลีบดอกเพื่อช่วยแยกวัตถุดิบจากพืชอื่น
- การตรวจสอบสารเคมี : น้ำมันหอมระเหยสามารถตรวจสอบด้วย GC-MS หรือ GC-FID เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบสำคัญ เช่น citronellol, geraniol, nerol และสารระเหยอื่น ๆ
- การควบคุมคุณภาพ : ควรตรวจสอบความชื้น สิ่งปนเปื้อน สารกำจัดศัตรูพืช โลหะหนัก และการปนเปื้อนจุลินทรีย์ตามประเภทผลิตภัณฑ์
องค์ประกอบของน้ำมันกุหลาบสามารถแตกต่างกันมากตามแหล่งปลูกและวิธีการผลิต ดังนั้นการใช้ ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ร่วมกับ chemical fingerprint จึงมีประโยชน์ในการยืนยันเอกลักษณ์และควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ
ในบัญชียาจากสมุนไพร
จากการตรวจสอบข้อมูลออนไลน์ของแหล่งข้อมูลราชการที่ค้นได้ ยังไม่พบหลักฐานที่เพียงพอที่จะยืนยันว่ากุหลาบมอญเป็นรายการยาสำคัญในบัญชียาจากสมุนไพรของประเทศไทยในรูปแบบตำรับยาที่ใช้เป็นมาตรฐาน จึงไม่ควรระบุว่ากุหลาบมอญเป็นยาที่อยู่ในบัญชีดังกล่าวโดยไม่มีการตรวจสอบประกาศฉบับล่าสุดของกระทรวงสาธารณสุขหรือกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกโดยตรง
สำหรับการใช้เป็นวัตถุดิบอาหารหรือผลิตภัณฑ์สุขภาพ ควรแยกให้ชัดเจนระหว่าง การใช้ตามภูมิปัญญา การใช้เป็นวัตถุดิบอาหาร เครื่องสำอาง และการใช้เป็นยา เพราะมีข้อกำกับทางกฎหมายแตกต่างกัน
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- มหาวิทยาลัยมหิดล. (ม.ป.ป.). กุหลาบมอญ: Rosa × damascena Herrm. ฐานข้อมูลทรัพยากรชีวภาพ สิรีรุกขชาติ.
- มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี. (ม.ป.ป.). กุหลาบมอญ (Rosa × damascena Herrm.). อพ.สธ. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี.
- PA-HIN Botanic Social Enterprise. (ม.ป.ป.). กุหลาบมอญ.
- สมุนไพรดอทคอม. (ม.ป.ป.). กุหลาบมอญ.
- Akram, M., et al. (2020). Chemical constituents, experimental and clinical pharmacology of Rosa damascena: A literature review. Journal of Pharmacy and Pharmacology.
- Mahboubi, M. (2015). Rosa damascena as holy ancient herb with novel applications. Journal of Traditional and Complementary Medicine, 5(2), 86–99.
- Nunes, H., & Miguel, M. G. (2017). Rosa damascena essential oils: A brief review about chemical composition and biological properties. Trends in Phytochemical Research, 1(3), 111–128.
- Jodaki, K., Abdi, K., Mousavi, M.-S., Mokhtari, R., Asayesh, H., Vandali, V., & Golitaleb, M. (2021). Effect of Rosa damascena aromatherapy on anxiety and sleep quality in cardiac patients: A randomized controlled trial. Complementary Therapies in Clinical Practice, 42, 101299.
- Mahdood, B., Imani, B., Khazaei, S., et al. (2021). Effects of inhalation aromatherapy with Rosa damascena (Damask rose) on the state anxiety and sleep quality of operating room personnel during the COVID-19 pandemic: A randomized controlled trial. Journal of PeriAnesthesia Nursing, 37(4), 493–500.
- Heydarirad, G., Keyhanmehr, A. S., Mofid, B., Nikfarjad, H., & Mosavat, S. H. (2019). Efficacy of aromatherapy with Rosa damascena in the improvement of sleep quality of cancer patients: A randomized controlled clinical trial. Complementary Therapies in Clinical Practice, 35, 57–61.
- Kew Science. (2026). Rosa × damascena Herrm. Plants of the World Online. Royal Botanic Gardens, Kew.
- Kew Science. (2026). Rosa L. Plants of the World Online. Royal Botanic Gardens, Kew.
