กระทงลาย
กระทงลายเป็นไม้เถาเนื้อแข็งพื้นถิ่นของเอเชียเขตร้อนที่มีการใช้ประโยชน์ทั้งด้านสมุนไพรและการใช้เมล็ดเพื่อสกัดน้ำมัน โดยเฉพาะในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและอินเดีย ส่วนต่าง ๆ ของพืช เช่น ราก ใบ เปลือก ลำต้น ผล และเมล็ด มีการนำมาใช้แตกต่างกันตามตำรับและท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับการทดลองในเซลล์และสัตว์ จึงควรแยกให้ชัดเจนระหว่าง “การใช้ตามภูมิปัญญา” กับ “ข้อพิสูจน์ทางคลินิก”
ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร
- ชื่อสมุนไพร : กระทงลาย
- ชื่อท้องถิ่น : กระทุงลาย, โชด, นางแตก, มะแตก, มะแตกเครือ, มักแตก, หมากแตก
- ชื่อวิทยาศาสตร์ : Celastrus paniculatus Willd.
- ชื่อสามัญ : Black ipecac, Black oil plant, Black oil tree, Intellect tree, Climbing staff plant
- วงศ์ : Celastraceae
- ประเภทพืช : ไม้เถาเนื้อแข็ง
- ส่วนที่ใช้ประโยชน์ทางยา : ราก ใบ เปลือก ลำต้น ผล และเมล็ด
- กระทงลายเป็นพืชที่มีการใช้เป็นสมุนไพรในประเทศไทยมาเป็นเวลานาน และมีรายงานการใช้ในระบบการแพทย์ดั้งเดิมของอินเดียด้วย
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
- ลำต้น : เป็นไม้เถาเนื้อแข็งขนาดใหญ่ สามารถเลื้อยหรือพาดพันต้นไม้อื่นได้ไกลประมาณ 10 เมตร กิ่งอ่อนอาจมีช่องอากาศและมีขนประปราย
- ใบ : ใบเดี่ยว เรียงเวียนหรือเรียงสลับ รูปรี รูปรีแกมรูปขอบขนาน รูปไข่ หรือรูปไข่กลับ ปลายใบแหลม มน หรือเว้าเล็กน้อย ขอบใบหยักเป็นคลื่นหรือหยักคล้ายฟันเลื่อย
- ดอก : ออกเป็นช่อแบบช่อแยกแขนงบริเวณปลายกิ่งหรือซอกใบ ดอกมีขนาดเล็ก สีขาวอมเหลืองหรือเขียวอมเหลือง และมีดอกแยกเพศ
- ผล : ผลค่อนข้างกลมหรือรูปไข่ เมื่อแก่มีสีเหลืองอมส้มหรือสีส้ม และแตกตามแนวผนังออกเป็น 3 ส่วน
- เมล็ด : มีรูปร่างรีหรือรูปไข่ มีเยื่อหุ้มเมล็ดสีแดงถึงแดงอมน้ำตาล ซึ่งเป็นลักษณะเด่นที่ช่วยในการจำแนกชนิด
ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์
- ถิ่นกำเนิด : มีถิ่นกำเนิดในอนุทวีปอินเดีย อินโดจีน และเอเชียเขตร้อน
- การกระจายพันธุ์ : พบตั้งแต่อินเดีย เมียนมา ไทย จีนตอนใต้ ลาว กัมพูชา เวียดนาม เนปาล ศรีลังกา ไปจนถึงบางพื้นที่ของมาเลเซีย ออสเตรเลีย และนิวแคลิโดเนีย
- ประเทศไทย : พบในพื้นที่ป่าโปร่ง ป่าเบญจพรรณ ป่าผลัดใบ ป่าดงดิบ และพื้นที่โล่ง โดยมีรายงานว่าพบมากในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- สภาพแวดล้อม : สามารถเจริญได้ในพื้นที่ค่อนข้างหลากหลาย ตั้งแต่พื้นที่ระดับใกล้น้ำทะเลจนถึงพื้นที่ภูเขา
การปลูกและการขยายพันธุ์
- การขยายพันธุ์ตามธรรมชาติ : สามารถขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด
- การปลูก : กระทงลายสามารถเจริญได้ในดินหลายชนิด และชอบบริเวณที่ได้รับแสงแดดค่อนข้างมาก
- ข้อจำกัดของการเพาะเมล็ด : มีรายงานว่าเมล็ดมีความงอกค่อนข้างต่ำ ทำให้การขยายพันธุ์ในปริมาณมากด้วยเมล็ดทำได้ไม่สะดวก
- การขยายพันธุ์แบบเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ : มีการศึกษาการใช้ข้อหรือตา (nodal segments) เป็นชิ้นส่วนเริ่มต้น สามารถเพิ่มจำนวนยอดและออกรากนอกหลอดทดลองได้ โดยมีรายงานอัตราการปรับสภาพต้นกล้าสูงกว่า 95% ในระบบหนึ่ง
- ด้านการอนุรักษ์ : การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อได้รับความสนใจเนื่องจากกระทงลายเป็นพืชสมุนไพรที่ถูกเก็บจากธรรมชาติเป็นจำนวนมากในบางพื้นที่
ส่วนที่ใช้เป็นยา
- ราก : มีการใช้ตามตำรายาพื้นบ้านเพื่อแก้ไข้และไข้มาลาเรีย
- ลำต้นหรือเนื้อไม้ : มีการใช้ตามภูมิปัญญาเพื่อเกี่ยวกับวัณโรคและไข้มาลาเรีย
- เปลือกต้น : มีรายงานการใช้เป็นยาสมุนไพรสำหรับอาการทางระบบทางเดินอาหารบางชนิด
- ใบ : ใช้ตามภูมิปัญญาในการรักษาโรคบิด
- ผล : ใช้แก้ลม จุกเสียด บำรุงโลหิต และมีการกล่าวถึงการใช้แก้พิษงูในตำรายาพื้นบ้าน
- เมล็ด : เป็นส่วนสำคัญที่นำมาสกัดน้ำมัน และมีการใช้ทั้งเมล็ดและน้ำมันตามภูมิปัญญาการแพทย์ดั้งเดิม
สรรพคุณทางสมุนไพร มีการใช้ตามภูมิปัญญา
- ราก : ใช้แก้ไข้และไข้มาลาเรียตามตำรายาพื้นบ้าน
- ลำต้นหรือแก่น : ใช้เกี่ยวกับโรควัณโรคและไข้ตามภูมิปัญญา
- เปลือกต้น : มีการใช้รักษาอาการบิดในตำรับพื้นบ้านบางพื้นที่
- ใบ : ใช้แก้บิด กระตุ้นประสาท และมีรายงานการใช้ถอนพิษฝิ่น
- ผล : ใช้แก้ลมจุกเสียด บำรุงเลือดหรือโลหิต และใช้เกี่ยวกับพิษงูตามตำรับพื้นบ้าน
- เมล็ด : ใช้แก้อาการปวดเมื่อย ปวดตามข้อและกล้ามเนื้อ และมีการใช้ในตำรับที่เกี่ยวข้องกับอัมพาต
- น้ำมันจากเมล็ด : ตามภูมิปัญญามีการใช้สำหรับอาการเหน็บชาและใช้เป็นยาขับเหงื่อ
การใช้ข้างต้นเป็นข้อมูลจากตำรายาและภูมิปัญญา ไม่ควรตีความว่าเป็นข้อบ่งใช้ที่ได้รับการยืนยันประสิทธิผลทางคลินิกสำหรับโรคดังกล่าว
วิธีใช้
- ต้มเป็นน้ำสมุนไพร : ส่วนของใบ ลำต้น หรือรากมีรายงานการนำมาต้มแล้วรับประทานตามตำรับพื้นบ้าน
- คั้นน้ำ : ใบมีรายงานการคั้นน้ำเพื่อใช้ตามภูมิปัญญา
- ใช้ภายนอก : เมล็ดอาจนำมาตำให้ละเอียดแล้วใช้พอกบริเวณที่ต้องการตามตำรับพื้นบ้าน
- น้ำมันเมล็ด : เมล็ดสามารถนำมาสกัดเป็นน้ำมันเพื่อใช้ในตำรับสมุนไพรหรือใช้ประโยชน์อื่น
- ข้อควรระวัง : เนื่องจากยังไม่มีขนาดการใช้มาตรฐานสำหรับการรักษาโรคในคนที่ได้รับการยืนยันอย่างเพียงพอ ไม่ควรกำหนดขนาดรับประทานเองจากข้อมูลตำรับพื้นบ้านหรือผลการทดลองในสัตว์
ในบัญชียาจากสมุนไพร
- จากการตรวจสอบ บัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร พ.ศ. 2566 และข้อมูลการปรับปรุง ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568 ที่เผยแพร่โดยหน่วยงานด้านยา ไม่พบกระทงลายหรือ Celastrus paniculatus เป็นรายการยาเดี่ยวที่ระบุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพรที่ตรวจสอบ
- ดังนั้น กระทงลายไม่ควรระบุว่าเป็นสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร เว้นแต่จะมีการประกาศฉบับใหม่เพิ่มเติมในภายหลัง
- การที่พืชมีการใช้ในตำรายาไทยหรือภูมิปัญญาพื้นบ้าน ไม่ได้หมายความว่าพืชชนิดนั้นจะต้องเป็นรายการยาในบัญชียาหลักแห่งชาติ
สารสำคัญ
มีการตรวจพบสารพฤกษเคมีหลายกลุ่มในกระทงลาย โดยเฉพาะในเมล็ดและน้ำมันจากเมล็ด ได้แก่
- น้ำมันระเหยและเทอร์พีน : เช่น linalool และสารกลุ่ม monoterpenes
- Sesquiterpenes และ sesquiterpene esters : เช่น malkanguniol และ malkangunin
- Triterpenoids : เช่น lupeol, pristimerin, paniculatadiol, zeylasteral, zeylasterone และ β-amyrin
- Alkaloids : เช่น celapanin, celapanigin, celapagin, paniculatine และ celastrine
- กรดไขมัน : โดยน้ำมันจากเมล็ดมีกรดโอเลอิก กรดปาล์มิติก กรดไลโนเลอิก และกรดสเตียริกเป็นองค์ประกอบสำคัญ
- สารกลุ่มฟีนอลิกและฟลาโวนอยด์ : มีรายงานในสารสกัดจากพืช
- องค์ประกอบทางเคมีอาจแตกต่างกันตามแหล่งปลูก ส่วนของพืช วิธีสกัด และสภาวะการเก็บตัวอย่าง
งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
- ด้านระบบประสาทและความจำ : การทดลองในสัตว์และเซลล์พบว่าสารสกัดจากเมล็ดมีศักยภาพต่อการปกป้องเซลล์ประสาทและการทำงานด้านการเรียนรู้และความจำ แต่หลักฐานส่วนใหญ่ยังเป็นงานก่อนคลินิก
- ด้านการปกป้องเซลล์ประสาท : สารสกัดจากเมล็ดและน้ำมันเมล็ดแสดงฤทธิ์ลดความเสียหายจาก oxidative stress และ glutamate-induced toxicity ในการทดลองเซลล์ประสาท
- ด้านต้านอนุมูลอิสระ : สารสกัดหลายชนิดแสดงความสามารถในการกำจัดอนุมูลอิสระและมีฤทธิ์ต้านออกซิเดชันในการทดลอง
- ด้านปวดและการอักเสบ : การทดลองในหนูและหนูถีบจักรพบศักยภาพในการลดความเจ็บปวดและการอักเสบ แต่ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปประสิทธิผลในการรักษาคน
- ด้านความวิตกกังวล : มีการจัดทำการทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมเพื่อเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ Celastrus paniculatus กับ sertraline ในผู้ป่วยที่มีอาการวิตกกังวล แต่ข้อมูลดังกล่าวเป็นงานศึกษาที่ออกแบบ/ขึ้นทะเบียนการทดลอง จึงไม่ควรนำมาอ้างว่าได้พิสูจน์ประสิทธิผลแล้ว
- ภาพรวมหลักฐาน : บทความทบทวนล่าสุดระบุว่ากระทงลายมีศักยภาพทางเภสัชวิทยาหลายด้าน แต่ยังจำเป็นต้องมีการศึกษาเรื่องความเป็นพิษ เภสัชจลนศาสตร์ ชีวปริมาณออกฤทธิ์ และการทดลองทางคลินิกเพิ่มเติม
เภสัชวิทยา
จากการศึกษาทางเภสัชวิทยาพบฤทธิ์ที่น่าสนใจหลายประการ ได้แก่
- ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ : สารสกัดจากเมล็ดและน้ำมันเมล็ดสามารถช่วยกำจัดอนุมูลอิสระในการทดลอง
- ฤทธิ์ปกป้องเซลล์ประสาท : มีข้อมูลจากการทดลองในเซลล์ประสาทที่แสดงศักยภาพในการลดความเสียหายจากสารที่ก่อพิษต่อเซลล์
- ฤทธิ์ส่งเสริมการเรียนรู้และความจำ : พบในการทดลองสัตว์บางรูปแบบ
- ฤทธิ์ระงับปวดและต้านการอักเสบ : พบจากการทดลองในสัตว์
- ฤทธิ์ต้านจุลชีพ : สารสกัดบางชนิดแสดงฤทธิ์ต่อจุลชีพบางสายพันธุ์ในการทดลอง
- ฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง : มีรายงานฤทธิ์ anxiolytic, antidepressant และ neuroprotective ในงานทดลองบางส่วน
- ฤทธิ์อื่น ๆ : งานทบทวนพบรายงานเกี่ยวกับฤทธิ์ต้านมาลาเรีย ต้านข้ออักเสบ ปกป้องหัวใจ ลดไขมัน และฤทธิ์ต้านมะเร็ง แต่ระดับหลักฐานแตกต่างกันมากและส่วนใหญ่ยังไม่ใช่หลักฐานทางคลินิกในมนุษย์
ความปลอดภัย
- การศึกษาความเป็นพิษของน้ำมันเมล็ดกระทงลายในหนูทดลองพบว่า การให้ทางปากในขนาด 300, 2,000 และ 5,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ไม่พบการเสียชีวิตหรือความผิดปกติรุนแรงในการศึกษาความเป็นพิษเฉียบพลัน และการศึกษาระยะสั้นแบบกึ่งเรื้อรังไม่พบความผิดปกติที่สำคัญหลายประการ
- อย่างไรก็ตาม ผลดังกล่าวเป็น ข้อมูลจากสัตว์ทดลอง ไม่ใช่หลักฐานยืนยันความปลอดภัยในมนุษย์
- ข้อมูลความปลอดภัยในมนุษย์ระยะยาวยังมีจำกัด
- การใช้ในขนาดสูงหรือการใช้สารสกัดเข้มข้นไม่ควรเทียบเท่ากับการรับประทานพืชในรูปแบบอาหาร
- ควรหลีกเลี่ยงการใช้เองในหญิงตั้งครรภ์ เนื่องจากมีข้อมูลจากงานวิจัยและภูมิปัญญาดั้งเดิมที่กล่าวถึงฤทธิ์ต่อระบบสืบพันธุ์และการทำให้แท้ง จึงควรถือเป็นกลุ่มที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา
หลักฐานทางคลินิกโดยตรงเกี่ยวกับปฏิกิริยาระหว่างกระทงลายกับยาแผนปัจจุบันยังมีจำกัด แต่จากองค์ประกอบทางเคมีและผลการทดลอง มีประเด็นที่ควรระวัง ได้แก่
- ยาที่มีผลต่อระบบประสาท : สารบางกลุ่มอาจมีผลต่อระบบ cholinergic จึงควรระมัดระวังเมื่อนำไปใช้ร่วมกับยาที่มีผลต่อระบบนี้
- ยาต้านการแข็งตัวของเลือด : เนื่องจากองค์ประกอบของน้ำมันมีกรดไขมันไม่อิ่มตัว จึงควรใช้ความระมัดระวังในผู้ที่ได้รับยาต้านการแข็งตัวของเลือด
- ยาที่ผ่านเอนไซม์ CYP450 : มีข้อเสนอจากงานทบทวนว่าสารบางชนิดในกระทงลายอาจมีศักยภาพต่อเอนไซม์ CYP450 เช่น CYP3A4 และ CYP2C9 แต่ข้อมูลส่วนนี้ยังต้องการการยืนยันเพิ่มเติม
- ผู้ที่รับประทานยาประจำ โดยเฉพาะยาที่มีช่วงการรักษาแคบ ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยากดภูมิคุ้มกัน หรือยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้สารสกัดหรือน้ำมันกระทงลาย
การใช้ในอาหาร
- ยอดอ่อน : มีรายงานการนำยอดอ่อนมาปรุงอาหาร เช่น แกงใส่ไข่มดแดง
- ผักลวก : ยอดอ่อนสามารถนำไปลวกและรับประทานร่วมกับน้ำพริกตามภูมิปัญญาท้องถิ่น
- การรับประทานควรใช้เฉพาะส่วนที่มีการยอมรับในท้องถิ่นและเตรียมอย่างเหมาะสม ไม่ควรนำเมล็ดหรือน้ำมันเข้มข้นมารับประทานในลักษณะอาหารโดยไม่มีข้อมูลด้านขนาดและความปลอดภัยที่ชัดเจน
การใช้ในผลิตภัณฑ์
- น้ำมันจากเมล็ด : ในอดีตใช้เป็นน้ำมันสำหรับจุดตะเกียง
- ผลิตภัณฑ์เคลือบ : มีการใช้น้ำมันเมล็ดเพื่อเคลือบกระดาษป้องกันน้ำซึม
- เชื้อเพลิง : น้ำมันจากเมล็ดสามารถนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงได้
- ผลิตภัณฑ์สมุนไพร : ปัจจุบันมีการศึกษาน้ำมันและสารสกัดจากเมล็ดในฐานะวัตถุดิบสำหรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทและการทำงานด้านความจำ แต่ควรแยกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการประเมินตามกฎหมายออกจากผลิตภัณฑ์ที่อ้างสรรพคุณจากงานทดลอง
การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา
- เมล็ด : ควรเก็บเมื่อผลแก่เต็มที่และเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมส้มหรือส้ม จากนั้นนำเมล็ดออกและทำความสะอาด
- ส่วนอื่นของพืช : ควรเก็บจากต้นที่สมบูรณ์และหลีกเลี่ยงการเก็บจากพื้นที่ที่อาจปนเปื้อนสารเคมี
- การทำให้แห้ง : ส่วนที่ใช้เป็นยาควรทำให้แห้งอย่างเหมาะสมและป้องกันความชื้น
- การเก็บรักษา : เก็บในภาชนะสะอาด แห้ง ปิดสนิท ป้องกันแสงและความชื้น โดยเฉพาะเมล็ดและน้ำมันที่มีองค์ประกอบไขมันซึ่งอาจเกิดการเหม็นหืนเมื่อสัมผัสอากาศเป็นเวลานาน
- การเก็บจากธรรมชาติควรคำนึงถึงการอนุรักษ์ เนื่องจากมีรายงานว่าการเก็บเกี่ยวเพื่อการค้าเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ทรัพยากรในธรรมชาติลดลง
ภูมิปัญญาท้องถิ่น
- ภาคกลาง : พบชื่อ กระทงลาย กระทุงลาย และโชด
- ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : พบชื่อ มะแตก มะแตกเครือ และมักแตก
- นครราชสีมา : เรียก นางแตก
- มีการใช้ส่วนต่าง ๆ ของต้นตามองค์ความรู้พื้นบ้าน เช่น ใบสำหรับอาการบิด เมล็ดสำหรับอาการปวดเมื่อย ผลสำหรับอาการลมจุกเสียด และรากหรือลำต้นสำหรับไข้
- ในบางพื้นที่ยอดอ่อนใช้เป็นผักพื้นบ้าน เช่น รับประทานกับน้ำพริกหรือประกอบอาหาร
- น้ำมันจากเมล็ดมีคุณค่าในวิถีชีวิตดั้งเดิม โดยเฉพาะการใช้เป็นเชื้อเพลิงและเคลือบวัสดุ
ประวัติและวัฒนธรรม
- ชื่อวิทยาศาสตร์ Celastrus paniculatus ได้รับการตีพิมพ์โดย Carl Ludwig Willdenow ในปี ค.ศ. 1797
- คำว่า paniculatus สื่อถึงลักษณะช่อดอกแบบช่อแยกแขนงหรือ panicle
- กระทงลายมีความสำคัญในระบบการแพทย์ดั้งเดิมของอินเดีย โดยเฉพาะในอายุรเวทและระบบการแพทย์พื้นบ้านอินเดีย และมีชื่อท้องถิ่นหลายชื่อในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- ในประเทศไทยมีชื่อพื้นเมืองแตกต่างกันหลายภูมิภาค สะท้อนถึงการรู้จักและใช้ประโยชน์จากพืชชนิดนี้ในชุมชนต่าง ๆ
สถานะการอนุรักษ์
- กระทงลายได้รับความสนใจด้านการอนุรักษ์ในบางประเทศ เนื่องจากมีการเก็บจากธรรมชาติเพื่อใช้เป็นสมุนไพรและวัตถุดิบอุตสาหกรรมในปริมาณมาก
- งานวิจัยด้านการขยายพันธุ์ระบุถึงปัญหาการงอกของเมล็ดและแรงกดดันจากการใช้ประโยชน์ทางยา ซึ่งอาจส่งผลต่อประชากรในธรรมชาติ
- มีการพัฒนาวิธีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเพื่อช่วยเพิ่มจำนวนต้นพันธุ์และสนับสนุนการอนุรักษ์นอกถิ่นกำเนิด
- การเก็บเกี่ยวจากธรรมชาติควรทำอย่างยั่งยืน และควรส่งเสริมการปลูกเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบแทนการเก็บจากป่า
ข้อมูลอนุกรมวิธาน
- อาณาจักร (Kingdom) : Plantae
- ไฟลัม (Phylum) : Tracheophyta
- ชั้น (Class) : Magnoliopsida
- อันดับ (Order) : Celastrales
- วงศ์ (Family) : Celastraceae
- สกุล (Genus) : Celastrus L.
- ชนิด (Species) : Celastrus paniculatus Willd.
- ชื่อที่ยอมรับ (Accepted name) : Celastrus paniculatus Willd.
- ชื่อพ้องที่พบในฐานข้อมูลอนุกรมวิธาน : Celastrus multiflorus Roxb., Celastrus nutans Roxb. และชื่อพ้องอื่น ๆ ตามฐานข้อมูลพฤกษศาสตร์
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมป่าไม้. (ม.ป.ป.). กระทงลาย: Celastrus paniculatus Willd. กรมป่าไม้.
- โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ. (ม.ป.ป.). กระทงลาย Celastrus paniculatus.
- สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ และหน่วยงานฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพ. (2566). กระทงลาย Celastrus paniculatus. Thai Biodiversity Information Facility.
- คณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ. (2566). บัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร พ.ศ. 2566. ราชกิจจานุเบกษา.
- กองนโยบายแห่งชาติด้านยา. (2568). ประกาศบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา.
- Godkar, P. B., Gordon, R. K., Ravindran, A., & Doctor, B. P. (2004). Celastrus paniculatus seed water soluble extracts protect against glutamate toxicity in neuronal cultures from rat forebrain. Journal of Ethnopharmacology, 93(2–3), 213–219. https://doi.org/10.1016/j.jep.2004.03.051
- Godkar, P. B., Gordon, R. K., Ravindran, A., & Doctor, B. P. (2006). Celastrus paniculatus seed oil and organic extracts attenuate hydrogen peroxide- and glutamate-induced injury in embryonic rat forebrain neuronal cells. Phytomedicine, 13(1–2), 29–36. https://doi.org/10.1016/j.phymed.2003.11.011
- Kumar, N., & Jaitak, V. (2026). Celastrus paniculatus Willd.: An extensive review of phytochemistry, traditional uses, pharmacological potential, and safety profile. Phytotherapy Research, 40(6), 3416–3477. https://doi.org/10.1002/ptr.70325
- Mishra, B., John, E., Joy, K., Badmanaban, R., & Aleesha, R. (2020). Toxicity profile of Celastrus paniculatus seeds: A preclinical study. Asian Journal of Pharmaceutical and Clinical Research, 13(7). https://doi.org/10.22159/ajpcr.2020.v13i7.37803
- Grewal, A. S., et al. (2022). Celastrus paniculatus Willd.: Phytochemistry, ethnobotanical uses and pharmacological activities. Phytotherapy Research. https://doi.org/10.1002/ptr.7424
- Arya, V., Singh, R. P., & Shekhawat, N. S. (2001). A micropropagation protocol for mass multiplication and off-site conservation of Celastrus paniculatus: A vulnerable medicinal plant of India. Journal of Sustainable Forestry, 14(1), 107–120. https://doi.org/10.1300/J091v14n01_06
- Kumar, P., et al. (2015). A genetically stable rooting protocol for propagating a threatened medicinal plant—Celastrus paniculatus. Plant Cell, Tissue and Organ Culture.
- World Flora/Plants of the World Online. (n.d.). Celastrus paniculatus Willd. Royal Botanic Gardens, Kew.
