กระทืบยอด
กระทืบยอด หรือที่บางแหล่งเรียกว่า “กระทืบยอบ” เป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็กในวงศ์ Oxalidaceae มีลักษณะเด่นคือใบประกอบที่ไวต่อการสัมผัสและสามารถหุบใบได้เมื่อถูกกระตุ้น จึงมีลักษณะคล้ายพืชที่ตอบสนองต่อการสัมผัส สมุนไพรชนิดนี้มีการใช้ในภูมิปัญญาพื้นบ้านของไทยและเอเชีย โดยใช้ส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะทั้งต้น ใบ ลำต้น ราก และเมล็ด
ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร
- ชื่อสมุนไพร : กระทืบยอด
- ชื่ออื่น : กระทืบยอบ, กะทืบยอด, กะทืบยอบ, คันร่ม, เช้ายอบ, จิยอบต้นตาล, หัวใจไมยราบ, นกเขาเง้า, ทืบยอด, หญ้างับ, หน่อปีเหมาะ และเนี้ยซัวเช้า
- ชื่อวิทยาศาสตร์ : Biophytum sensitivum (L.) DC.
- ชื่อพ้อง : Oxalis sensitiva L.
- วงศ์ : Oxalidaceae
- ชื่อสามัญภาษาอังกฤษ : Sensitive plant, Life plant, Little tree plant
- ลักษณะเด่น : เป็นไม้ล้มลุกอายุปีเดียว ใบประกอบเรียงรวมกันบริเวณปลายยอด และใบสามารถหุบตอบสนองต่อการสัมผัส การสั่นสะเทือน ลม หยดน้ำ และสิ่งกระตุ้นอื่น ๆ
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
- ต้น : ไม้ล้มลุกปีเดียว ลำต้นตั้งตรง ไม่แตกกิ่ง มีลักษณะเป็นลำต้นเดี่ยวคล้ายต้นไม้ขนาดเล็ก สูงประมาณ 10–35 เซนติเมตร ลำต้นอาจมีขนละเอียดและมีเนื้อภายในค่อนข้างนุ่ม
- ใบ : เป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ เรียงเวียนรวมกันเป็นกระจุกบริเวณปลายยอด มีใบย่อยประมาณ 7–14 คู่ ใบย่อยรูปไข่กลับหรือรูปขอบขนาน ปลายและโคนใบค่อนข้างตัด ลักษณะสำคัญคือใบไวต่อการสัมผัสและสามารถหุบลงได้
- ดอก : ออกเป็นช่อบริเวณปลายยอด ก้านช่อดอกยาวได้ประมาณ 14 เซนติเมตร ดอกมีสีเหลือง และกลีบดอกมักมีเส้นสีม่วงบริเวณปลาย
- ผล : เป็นผลแห้งแตก รูปรีหรือรูปไข่ เมื่อแก่สามารถแตกออกเป็นพู
- เมล็ด : มีขนาดเล็ก ลักษณะเป็นเมล็ดแบนหรือรูปรี มีผิวเป็นสันหรือตุ่มละเอียด
ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์
- ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์ในธรรมชาติ : พบกระจายพันธุ์ในเขตร้อนและกึ่งร้อนของเอเชีย โดยเฉพาะบริเวณอินโด-มาเลเซีย รวมถึงอินเดีย ศรีลังกา จีนตอนใต้ อินโดจีน มาเลเซีย และฟิลิปปินส์
- การกระจายพันธุ์ในประเทศไทย : พบได้หลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยขึ้นตามบริเวณที่มีความชื้นและมีร่มเงา เช่น พื้นที่โล่งชื้น ริมลำธาร ริมแม่น้ำ และบริเวณที่มีดินชื้น โดยพบได้ตั้งแต่ระดับน้ำทะเลจนถึงประมาณ 500 เมตร
การปลูกและการขยายพันธุ์
- การขยายพันธุ์ : สามารถขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด
- สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม : ชอบดินที่มีความชื้นและมีอินทรียวัตถุค่อนข้างมาก สภาพดินเป็นกรดอ่อน ๆ และควรได้รับแสงแบบรำไรหรืออยู่ในบริเวณที่มีร่มเงา
- อุณหภูมิ : แหล่งข้อมูลด้านพฤกษศาสตร์และการปลูกระบุว่าสามารถเจริญได้ดีในอุณหภูมิประมาณ 16–29 องศาเซลเซียส
- ข้อควรสังเกต : เมล็ดอาจมีระยะพักตัว ทำให้การเพาะเมล็ดบางครั้งใช้เวลานานและการขยายพันธุ์ในระบบเพาะปลูกอาจทำได้ยาก
ส่วนที่ใช้เป็นยา
- ทั้งต้น : ใช้เป็นสมุนไพรในภูมิปัญญาพื้นบ้าน
- ลำต้น : ใช้เป็นยาพื้นบ้านสำหรับอาการไข้และภาวะที่เกี่ยวข้องกับความร้อนภายใน
- ใบ : ใช้ภายนอกสำหรับพอกบริเวณบาดแผลหรืออาการทางผิวหนังตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน
- ราก : ใช้ในตำรับพื้นบ้านเกี่ยวกับการขับปัสสาวะและนิ่ว
- เมล็ด : ใช้ภายนอกสำหรับบาดแผลและฝี
สรรพคุณทางสมุนไพร มีการใช้ตามภูมิปัญญา
- ลำต้น : ตามภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้าน ใช้ต้มเป็นน้ำดื่มเพื่อแก้ไข้ แก้พิษร้อนภายใน แก้ปัสสาวะผิดปกติ แก้สะอึก และใช้ถอนพิษจากการเบื่อเมา
- ใบ : ใช้พอกแผลสด แผลเรื้อรัง แผลฟกช้ำ ผื่นคัน และโรคผิวหนังบางชนิด รวมถึงมีการใช้ในภูมิปัญญาพื้นบ้านสำหรับอาการจากพิษแมลง
- ทั้งต้น : มีการใช้เป็นยาพื้นบ้านสำหรับเบาหวาน หอบหืด และเพื่อช่วยขับประจำเดือน
- ราก : ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ และใช้ในภูมิปัญญาพื้นบ้านสำหรับนิ่วและปัสสาวะเป็นเลือด
- เมล็ด : ใช้รักษาแผลสดและฝี และมีการใช้เพื่อช่วยให้ฝีสุกตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน
หมายเหตุ : สรรพคุณข้างต้นเป็นข้อมูลจากการใช้ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน ไม่ควรตีความว่าเป็นข้อบ่งใช้ทางการแพทย์ที่ได้รับการยืนยันในมนุษย์
วิธีใช้
- การใช้ภายในตามภูมิปัญญา : นิยมใช้ส่วนของลำต้นหรือทั้งต้นนำมาต้มกับน้ำ แล้วดื่มเป็นยาต้ม
- การใช้ภายนอก : ใบหรือเมล็ดอาจนำมาตำหรือบดเป็นยาพอกบริเวณแผล ฝี หรือบริเวณที่มีอาการทางผิวหนังตามตำรับพื้นบ้าน
- การใช้ในระบบการแพทย์ดั้งเดิมของต่างประเทศ : มีรายงานการใช้ทั้งต้น ใบ และรากในตำรับอายุรเวท สิทธา และการแพทย์พื้นบ้านของหลายประเทศ โดยวิธีใช้แตกต่างกันตามตำรับ
ข้อควรระวัง : ยังไม่มีขนาดรับประทานมาตรฐานสำหรับประชาชนทั่วไปที่ได้รับการยืนยันจากการศึกษาทางคลินิก จึงไม่ควรนำขนาดที่ใช้ในการทดลองสัตว์มาใช้กับมนุษย์โดยตรง
ในบัญชียาจากสมุนไพร
จากการตรวจสอบแหล่งข้อมูลที่ค้นได้ ไม่พบข้อมูลที่ยืนยันว่า Biophytum sensitivum (L.) DC. หรือกระทืบยอดเป็นตัวยาหรือสารสำคัญในตำรับที่อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพรของประเทศไทยในลักษณะสมุนไพรเดี่ยว จึงไม่ควรระบุว่ากระทืบยอดเป็นสมุนไพรในบัญชียาดังกล่าวโดยไม่มีเอกสารประกาศฉบับที่เกี่ยวข้องรองรับ
สารสำคัญ
มีรายงานการตรวจพบสารกลุ่มฟีนอลและโพลีฟีนอล ซาโปนิน น้ำมันหอมระเหย พอลิแซ็กคาไรด์ และเพกทิน โดยสารสำคัญที่ได้รับการศึกษามาก ได้แก่
- Amentoflavone : เป็นไบฟลาโวนอยด์ที่พบในราก ลำต้น และใบ
- Isoorientin
- Orientin
- Isovitexin
- Luteolin 7-methyl ether
- 3′-Methoxyluteolin 7-O-glucoside
- Epicatechin
- Proanthocyanidin B2
- 4-Caffeoylquinic acid
- 5-Caffeoylquinic acid
- BP100 III : เป็นกลุ่มพอลิแซ็กคาไรด์ที่พบในสารสกัดส่วนเหนือดิน
มีรายงานว่าปริมาณ amentoflavone แตกต่างกันตามส่วนของพืชและตัวทำละลายที่ใช้สกัด โดยการศึกษาหนึ่งพบในสารสกัดเมทานอลจากรากประมาณ 0.26% ลำต้นประมาณ 0.33% และใบประมาณ 0.012%
งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
มีงานวิจัยเกี่ยวกับกระทืบยอดจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับ การทดลองในหลอดทดลองและสัตว์ทดลอง มากกว่าการทดลองทางคลินิกในมนุษย์
- ด้านลดระดับน้ำตาลในเลือด : สารสกัดใบมีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในกระต่ายทดลอง และมีหลักฐานว่าสัมพันธ์กับการเพิ่มระดับอินซูลิน
- ด้านเบาหวาน : การทดลองในหนูที่ถูกเหนี่ยวนำให้เป็นเบาหวานพบว่าสารสกัดใบแบบน้ำสามารถลดระดับน้ำตาลและ HbA1c และเพิ่มระดับอินซูลินและไกลโคเจนในตับ
- ด้านต้านการอักเสบ : amentoflavone และสารสกัดของพืชแสดงฤทธิ์เกี่ยวข้องกับการยับยั้งกระบวนการสร้าง prostaglandins และตัวกลางการอักเสบในการทดลอง
- ด้านสารต้านอนุมูลอิสระ : สารสกัดแสดงความสามารถในการกำจัดอนุมูลอิสระและเพิ่มระบบป้องกันอนุมูลอิสระบางชนิดในสัตว์ทดลอง
- ด้านมะเร็ง : มีรายงานฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็งและการสร้างหลอดเลือดใหม่ในระดับเซลล์และสัตว์ทดลอง แต่ยังไม่ใช่หลักฐานเพียงพอสำหรับการใช้รักษามะเร็งในมนุษย์
- ด้านการสมานแผล : สารสกัดและพอลิแซ็กคาไรด์บางส่วนแสดงฤทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกันและการสมานแผลในการทดลอง
เภสัชวิทยา
งานศึกษาทางเภสัชวิทยารายงานฤทธิ์ของกระทืบยอดในหลายด้าน ได้แก่
- ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ : ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระหลายชนิดในการทดลอง
- ฤทธิ์ต้านการอักเสบ : สาร amentoflavone มีผลต่อเส้นทาง COX และการสร้าง prostaglandin
- ฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด : พบในสัตว์ทดลองหลายแบบ
- ฤทธิ์ปรับภูมิคุ้มกัน : สารสกัดมีผลต่อการทำงานของ macrophages และการสร้าง cytokines
- ฤทธิ์ต้านเซลล์มะเร็ง : พบผลต่อการเพิ่มจำนวนเซลล์ การตายของเซลล์ และกระบวนการสร้างหลอดเลือดใหม่ในแบบจำลองทดลอง
- ฤทธิ์สมานแผล : มีหลักฐานจากการศึกษาสารสกัดและพอลิแซ็กคาไรด์
- ฤทธิ์ขับปัสสาวะและต้านนิ่ว : มีรายงานจากการศึกษาเชิงเภสัชวิทยาและภูมิปัญญาการแพทย์ดั้งเดิม แต่หลักฐานทางคลินิกในมนุษย์ยังจำกัด
ความปลอดภัย
ข้อมูลด้านความปลอดภัยที่มีอยู่ส่วนใหญ่เป็น การศึกษาความเป็นพิษในสัตว์ทดลอง ไม่ใช่ข้อมูลความปลอดภัยระยะยาวในมนุษย์
- การศึกษาบางงานพบว่าสารสกัดบางชนิดไม่ก่อให้เกิดการตายของสัตว์ทดลองในขนาดสูงที่ใช้ทดสอบความเป็นพิษเฉียบพลัน
- มีรายงานสารสกัดทั้งต้นชนิดเมทานอลที่ทนได้ในสัตว์ทดลองที่ขนาดรับประทานสูงถึงประมาณ 4,000 มก./กก. ในการศึกษาหนึ่ง
- อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาความเป็นพิษของสารสกัดแต่ละชนิดแตกต่างกัน และไม่ควรนำค่า LD50 หรือขนาดทดลองในสัตว์มาใช้กำหนดขนาดรับประทานสำหรับมนุษย์
กลุ่มที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ : หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว และผู้ที่ใช้ยาหลายชนิด ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานสารสกัดเข้มข้นโดยไม่มีคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกร เนื่องจากข้อมูลในมนุษย์ยังไม่เพียงพอ
ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา
ยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกที่เพียงพอสำหรับยืนยันปฏิกิริยาระหว่างกระทืบยอดกับยาชนิดใดโดยเฉพาะ แต่จากผลการทดลองพบว่าสารสกัดมี ฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด จึงมีเหตุผลทางเภสัชวิทยาที่ควรระมัดระวังเมื่อใช้ร่วมกับยาลดน้ำตาล เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำได้
นอกจากนี้ สาร amentoflavone มีฤทธิ์เกี่ยวข้องกับกระบวนการ COX และการอักเสบในหลอดทดลอง จึงควรใช้ความระมัดระวังในผู้ที่รับประทานยาหลายชนิด โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ระหว่างการรักษาโรคเรื้อรัง แม้ยังไม่มีหลักฐานทางคลินิกเพียงพอที่จะระบุคู่ยาที่เกิดปฏิกิริยาอย่างแน่นอน
ภูมิปัญญาท้องถิ่น
- ในประเทศไทยมีการใช้ทั้งต้น ลำต้น ใบ ราก และเมล็ดเป็นสมุนไพรพื้นบ้าน
- การใช้ลำต้นหรือทั้งต้นต้มดื่มพบในตำรับพื้นบ้านสำหรับไข้และอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะ
- ใบและเมล็ดมีการนำมาใช้ภายนอกสำหรับแผล ฝี ฟกช้ำ และโรคผิวหนัง
- ในประเทศอินเดียและภูมิภาคเอเชียใต้มีการใช้ในระบบอายุรเวทและสิทธา โดยใช้สำหรับอาการทางเดินหายใจ ระบบทางเดินปัสสาวะ การอักเสบ และความผิดปกติของประจำเดือน
- ในรัฐเกรละ ประเทศอินเดีย ดอกของพืชชนิดนี้มีความสำคัญทางวัฒนธรรมและเป็นหนึ่งในกลุ่มพืช “Dasapushpam” ที่มีการกล่าวถึงในประเพณีท้องถิ่น
ประวัติและวัฒนธรรม
กระทืบยอดมีความสัมพันธ์กับวัฒนธรรมการใช้พืชสมุนไพรในเอเชีย โดยเฉพาะอินเดีย ซึ่งมีการใช้ในระบบอายุรเวทและสิทธามาเป็นเวลานาน นอกจากคุณค่าทางยาแล้ว พืชชนิดนี้มีความโดดเด่นทางพฤกษศาสตร์จากการหุบใบเมื่อได้รับการสัมผัส จึงเป็นพืชที่ได้รับความสนใจทั้งในด้านสมุนไพรและด้านชีววิทยาของการเคลื่อนไหวของพืช
สถานะการอนุรักษ์
ฐานข้อมูล Plants of the World Online ของ Royal Botanic Gardens, Kew ระบุว่า Biophytum sensitivum มีการประเมินความเสี่ยงการสูญพันธุ์ในระดับคาดการณ์ว่า ไม่อยู่ในภาวะถูกคุกคาม (not threatened) โดยมีระดับความเชื่อมั่นสูง อย่างไรก็ตาม การประเมินดังกล่าวเป็นการคาดการณ์ระดับโลก ไม่ได้หมายความว่าประชากรในประเทศไทยทุกพื้นที่จะไม่มีความเสี่ยง
ข้อมูลอนุกรมวิธาน
- อาณาจักร (Kingdom) : Plantae
- หมวด (Phylum) : Tracheophyta
- ชั้น (Class) : Magnoliopsida
- อันดับ (Order) : Oxalidales
- วงศ์ (Family) : Oxalidaceae
- สกุล (Genus) : Biophytum DC.
- ชนิด (Species) : Biophytum sensitivum (L.) DC.
- ชื่อพ้อง (Synonym) : Oxalis sensitiva L.
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. (2559). กระทืบยอบ: Biophytum sensitivum (L.) DC. สารานุกรมพืชในประเทศไทย.
- กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. (ม.ป.ป.). ลักษณะประจำวงศ์พรรณไม้: วงศ์ Oxalidaceae.
- โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ. (ม.ป.ป.). ไมยราบ: Biophytum sensitivum (L.) DC. ฐานข้อมูลพรรณไม้.
- มหาวิทยาลัยศิลปากร. (ม.ป.ป.). KUIHerb: กระทืบยอด – Biophytum sensitivum (L.) DC. ฐานข้อมูลสมุนไพร.
- สมุนไพรไทย. (ม.ป.ป.). กระทืบยอด. ฐานข้อมูลสมุนไพรไทย.
- Bharati, A. C., & Sahu, A. N. (2012). Ethnobotany, phytochemistry and pharmacology of Biophytum sensitivum DC. Pharmacognosy Reviews, 6(11), 68–73. https://doi.org/10.4103/0973-7847.95893
- Jha, S., et al. (2001). The insulinotropic activity of a Nepalese medicinal plant Biophytum sensitivum: Preliminary experimental study. Journal of Ethnopharmacology, 78(1), 89–93. https://doi.org/10.1016/S0378-8741(01)00306-3
- Guruvayoorappan, C., & Kuttan, G. (2007). Immunomodulatory and antitumor activity of Biophytum sensitivum extract. Asian Pacific Journal of Cancer Prevention, 8(1), 27–32.
- Sakthivel, K. M., & Guruvayoorappan, C. (2012). Biophytum sensitivum: Ancient medicine, modern targets. Journal of Advanced Pharmaceutical Technology & Research, 3(2), 83–88.
- Kew Science. (2026). Biophytum sensitivum (L.) DC. Plants of the World Online. Royal Botanic Gardens, Kew.
- World Flora Online. (2025). Biophytum sensitivum (L.) DC.
