กระทุ่มนา
กระทุ่มนา เป็นไม้ต้นพื้นถิ่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่พบได้ตามพื้นที่ชุ่มชื้น ป่าเบญจพรรณ และบริเวณทุ่งนา มีการใช้เป็นสมุนไพรในภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้าน โดยเฉพาะ ใบ และ เปลือกต้น ซึ่งมีการกล่าวถึงการใช้สำหรับอาการท้องร่วง บิดมูกเลือด และโรคผิวหนัง กระทุ่มนามีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Mitragyna diversifolia (Wall. ex G.Don) Havil. อยู่ในวงศ์ Rubiaceae หรือวงศ์เข็ม
ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร
- ชื่อไทย: กระทุ่มนา
- ชื่ออื่น: กระทุ่มน้ำ, กระทุ่มดง, กระท่อมขี้หมู, ตุ้มแซะ, ตุ้มน้อย, ตุ้มน้ำ, กาตูม, ตำ, ถ่มพาย, ท่อมขี้หมู, ท่อมนา, โทมน้อย
- ชื่อวิทยาศาสตร์: Mitragyna diversifolia (Wall. ex G.Don) Havil.
- ชื่อพ้องที่สำคัญ: Nauclea diversifolia Wall. ex G.Don
- วงศ์: Rubiaceae
- ประเภทพืช: ไม้ต้นผลัดใบ
- ส่วนที่ใช้เป็นยา: ใบ และเปลือกต้น
- ถิ่นที่พบ: ประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียใต้–เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- ลักษณะเด่น: เป็นไม้ต้นขนาดกลาง สูงประมาณ 8–15 เมตร มีเรือนยอดเป็นพุ่มกลม ใบออกตรงข้าม และดอกออกเป็นช่อกระจุกแน่น
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
- ต้น: ไม้ต้นขนาดกลาง ผลัดใบ สูงประมาณ 8–15 เมตร เรือนยอดค่อนข้างกลม แตกกิ่งเป็นพุ่ม
- ใบ: ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปไข่หรือรูปรีค่อนข้างกว้าง ยาวประมาณ 5–16 เซนติเมตร ปลายใบมน โคนใบมนหรือเว้าเล็กน้อย ขอบใบเรียบ ผิวใบด้านบนค่อนข้างเกลี้ยง ส่วนด้านล่างอาจมีขนประปราย ก้านใบยาวประมาณ 1–2.5 เซนติเมตร และมีหูใบระหว่างก้านใบ
- ดอก: ออกเป็นช่อกระจุกแน่น โดยช่อมีดอกขนาดเล็กจำนวนมากรวมกันเป็นก้อนกลม เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.5–2 เซนติเมตร ดอกมีกลิ่นหอม กลีบดอกเชื่อมเป็นหลอดและปลายแยกเป็น 5 แฉก เกสรเพศผู้และยอดเกสรเพศเมียยื่นพ้นปากหลอดกลีบดอก
- ผล: ผลมีขนาดเล็ก ลักษณะกลมหรือรูปไข่ ผิวค่อนข้างแข็งและขรุขระ ผลย่อยจำนวนมากอัดรวมกันเป็นก้อน เมื่อแห้งแตก และมีเมล็ดขนาดเล็กที่มีปีก
ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์
- การกระจายพันธุ์: พบตั้งแต่บังกลาเทศ จีนตอนใต้ พม่า ภูมิภาคอินโดจีน คาบสมุทรมลายู ชวา และฟิลิปปินส์
- ในประเทศไทย: พบได้ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และพื้นที่ทุ่งนา
- สภาพแวดล้อม: มักพบในพื้นที่ชื้นหรือบริเวณที่มีน้ำตามฤดูกาล และพบได้ตั้งแต่พื้นที่ราบจนถึงระดับความสูงประมาณ 400 เมตรจากระดับน้ำทะเล
การปลูกและการขยายพันธุ์
- การเพาะเมล็ด: สามารถขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดได้ แต่ใช้เวลานานกว่าการตอนกิ่ง ต้นที่ได้จากเมล็ดมีระบบรากแก้วแข็งแรงและสามารถพัฒนาทรงต้นได้ดี
- การตอนกิ่ง: เป็นวิธีที่ทำได้ง่ายและมีรายงานจากแหล่งปลูกของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ว่าสามารถออกรากได้ประมาณ 80–100% ในการทดลอง
- การปักชำ: ยังมีข้อมูลเฉพาะสำหรับกระทุ่มนาค่อนข้างจำกัด จึงไม่ควรระบุอัตราความสำเร็จเป็นมาตรฐาน
- สภาพปลูก: ควรปลูกในดินที่มีความชื้นเพียงพอ ระบายน้ำได้ดี และได้รับแสงแดดเหมาะสม
ส่วนที่ใช้เป็นยา
- ใบ: เป็นส่วนที่มีการใช้ในภูมิปัญญาไทยมากที่สุด
- เปลือกต้น: ใช้ในตำรับพื้นบ้านบางพื้นที่ โดยเฉพาะด้านโรคผิวหนังและอาการบิด
- กิ่งและส่วนอื่น: มีการนำไปศึกษาทางเคมีและเภสัชวิทยา แต่ยังไม่ควรถือเป็นข้อบ่งใช้ทางการแพทย์โดยตรง
สรรพคุณทางสมุนไพร มีการใช้ตามภูมิปัญญา
- ใบ: ตามตำรายาและภูมิปัญญาไทย ใช้แก้ท้องร่วง แก้บิดมูกเลือด และช่วยบรรเทาอาการปวดมวนท้อง
- ใบ: มีการกล่าวถึงการใช้แทนใบกระท่อมในบางกรณีเมื่อไม่สามารถหาใบกระท่อมได้ โดยระบุว่าฤทธิ์อ่อนกว่า
- เปลือกต้น: ใช้เป็นยาฝาดสมาน แก้บิดมูกเลือด และใช้ภายนอกเกี่ยวกับโรคผิวหนังตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน
- เปลือกต้น: ตำรายาพื้นบ้านบางแหล่งระบุการใช้สำหรับโรคผิวหนังและมะเร็งคุดทะราด
ข้อมูลเหล่านี้เป็น การใช้ตามภูมิปัญญาและตำรายาแบบดั้งเดิม ไม่ใช่ข้อบ่งใช้ที่ยืนยันประสิทธิผลในการรักษาโรคในมนุษย์ โดยหลักฐานทางคลินิกของกระทุ่มนายังมีจำกัด
วิธีใช้
- ตามภูมิปัญญาไทย: มีการนำใบมาใช้เป็นยาสมุนไพรสำหรับอาการท้องร่วง บิดมูกเลือด และปวดมวนท้อง
- การใช้ภายนอก: มีการใช้เปลือกต้นในภูมิปัญญาพื้นบ้านเกี่ยวกับโรคผิวหนัง
- ขนาดและวิธีใช้: ยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกที่เพียงพอสำหรับกำหนดขนาดรับประทานมาตรฐานของกระทุ่มนา จึงไม่ควรกำหนดขนาดยาโดยอ้างอิงจากข้อมูลสมุนไพรทั่วไปเพียงอย่างเดียว
ในบัญชียาจากสมุนไพร
จากการตรวจสอบฐานข้อมูลรายการยาจากสมุนไพรของหน่วยงานภาครัฐและแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ยังไม่พบกระทุ่มนา (Mitragyna diversifolia) เป็นตัวยาสำคัญที่มีข้อบ่งใช้เฉพาะในบัญชียาจากสมุนไพรแห่งชาติที่ตรวจสอบได้ การที่มีการใช้ในตำรายาหรือภูมิปัญญาพื้นบ้านจึงไม่ควรตีความว่าเป็นยาที่มีข้อบ่งใช้ในบัญชีดังกล่าว
สารสำคัญ
กระทุ่มนามีสารทุติยภูมิหลายกลุ่ม โดยเฉพาะ อัลคาลอยด์กลุ่ม monoterpene indole alkaloids นอกจากนี้ยังพบสารกลุ่มไตรเทอร์พีน ฟีนอลิก ฟลาโวนอยด์ และสารประกอบอื่น ๆ
- Mitraphylline: เป็นอัลคาลอยด์ชนิด oxindole ที่มีการตรวจพบในกระทุ่มนา
- Mitragynine: มีรายงานการตรวจพบในสารสกัดใบของกระทุ่มนา
- 7-Hydroxymitragynine: มีรายงานการตรวจพบในระดับหนึ่งจากการศึกษาสารเคมีของพืชสกุล Mitragyna
- Mitradiversifoline: อัลคาลอยด์ที่มีโครงสร้างเฉพาะซึ่งแยกได้จากเปลือกต้น
- 7-Hydroxyisopaynantheine
- 3-Dehydropaynantheine
- 3-Isopaynantheine-N(4)-oxide
- Mitrafoline
- รวมถึงสารกลุ่ม triterpenes, phenolic compounds และ flavonoids อีกหลายชนิด
การศึกษาปี 2024 พบสาร 16 ชนิดจากกิ่งกระทุ่มนา ประกอบด้วยไตรเทอร์พีน 12 ชนิด สารฟีนอลิก 1 ชนิด และฟลาโวนอยด์ 3 ชนิด โดยสารบางชนิดแสดงฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ α-glucosidase และมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในการทดลอง
งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
- การศึกษาด้านสารอัลคาลอยด์: งานวิจัยจากเปลือกต้นกระทุ่มนาสามารถแยกอัลคาลอยด์กลุ่ม monoterpene indole alkaloids ได้หลายชนิด และพบสารบางชนิดมีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ acetylcholinesterase ในหลอดทดลอง โดยค่าการยับยั้งอยู่ในระดับปานกลาง
- การศึกษาด้านเบาหวานและสารต้านอนุมูลอิสระ: งานวิจัยปี 2024 พบสารบางชนิดจากกิ่งกระทุ่มนามีฤทธิ์ยับยั้ง α-glucosidase และส่งเสริมการนำน้ำตาลเข้าสู่เซลล์ในแบบจำลองเซลล์ รวมถึงมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ แต่ยังเป็นหลักฐานระดับห้องปฏิบัติการ ไม่สามารถสรุปว่าใช้รักษาเบาหวานในมนุษย์ได้
- การศึกษาด้านการอักเสบ: งานวิจัยที่เผยแพร่ในปี 2026 รายงานสารบางชนิดจาก M. diversifolia ที่สามารถยับยั้งการสร้าง nitric oxide ในแบบจำลองเซลล์ที่กระตุ้นด้วย LPS และมีศักยภาพด้านฤทธิ์ต้านการอักเสบและเมแทบอลิซึมน้ำตาล แต่ยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมในสัตว์ทดลองและมนุษย์
- การศึกษาด้านความเป็นพิษ: งานวิจัยในพืชสกุล Mitragyna ที่รวมกระทุ่มนา พบว่าสารสกัดใบกระทุ่มนาในการทดสอบ MTT และ comet assay ไม่แสดงความเป็นพิษต่อเซลล์หรือความเสียหายของ DNA อย่างมีนัยสำคัญในเงื่อนไขการทดลองดังกล่าว อย่างไรก็ตามผลการทดลองในเซลล์ไม่สามารถใช้ยืนยันความปลอดภัยในการรับประทานระยะยาวในมนุษย์ได้
เภสัชวิทยา
- ระบบประสาทและตัวรับ opioid: งานวิจัยล่าสุดพบว่าสารสกัดเอทานอลของกระทุ่มนามีผลต่อการแสดงออกของยีนตัวรับ opioid โดยเฉพาะ µ-opioid receptor ในแบบจำลองการทดลอง อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่ากระทุ่มนามีประสิทธิผลหรือความปลอดภัยในการใช้เป็นยาแก้ปวดในมนุษย์
- ระบบประสาทอัตโนมัติ: อัลคาลอยด์บางชนิดจากกระทุ่มนามีฤทธิ์ยับยั้ง acetylcholinesterase ในหลอดทดลอง
- ระบบเมแทบอลิซึม: สารบางชนิดจากกิ่งมีฤทธิ์ยับยั้ง α-glucosidase และส่งเสริม glucose uptake ในแบบจำลองเซลล์
- ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ: มีรายงานจากการทดสอบ DPPH, ABTS และ FRAP ในสารประกอบบางชนิดที่แยกจากกิ่งกระทุ่มนา
- ฤทธิ์ต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด: ข้อมูลจากงานศึกษาสารอัลคาลอยด์บางชนิดในกระทุ่มนามีการรายงานฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่เกี่ยวข้องกับความดันโลหิตและกล้ามเนื้อเรียบ แต่หลักฐานส่วนใหญ่เป็นระดับการทดลอง ไม่ควรนำไปใช้แทนการรักษาความดันโลหิตสูง
ความปลอดภัย
- ข้อมูลความปลอดภัยของกระทุ่มนาในมนุษย์ยังมีจำกัด โดยเฉพาะ ขนาดรับประทานที่เหมาะสม การใช้ต่อเนื่อง และผลต่อการทำงานของตับและไต
- เนื่องจากมีการตรวจพบอัลคาลอยด์หลายชนิด รวมถึง mitragynine, 7-hydroxymitragynine และ mitraphylline จึงไม่ควรถือว่ากระทุ่มนามีความปลอดภัยเหมือนอาหารทั่วไป
- หญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรหลีกเลี่ยงการนำมาใช้เองโดยไม่มีคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์
- ไม่ควรใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง โดยเฉพาะยาสำหรับโรคความดันโลหิต โรคหัวใจ โรคทางระบบประสาท หรือโรคเรื้อรัง
- หากใช้เพื่อรักษาอาการท้องเสียหรือบิด หากมีไข้สูง ถ่ายเป็นเลือด ขาดน้ำ หรืออาการรุนแรง ควรพบแพทย์ ไม่ควรพึ่งสมุนไพรเพียงอย่างเดียว
ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา
ยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกที่เพียงพอในการระบุปฏิกิริยาระหว่างกระทุ่มนากับยาแต่ละชนิดอย่างชัดเจน จึงควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษกับยาที่มีผลต่อ ระบบประสาทส่วนกลาง ความดันโลหิต หรือระบบประสาทอัตโนมัติ เนื่องจากกระทุ่มนามีอัลคาลอยด์ที่แสดงฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาหลายระบบ
ผู้ที่รับประทานยาประจำควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้สารสกัดหรือผลิตภัณฑ์กระทุ่มนา โดยเฉพาะการใช้ในรูปแบบเข้มข้น
ภูมิปัญญาท้องถิ่น
กระทุ่มนาปรากฏอยู่ในฐานข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทย โดยมีการบันทึกชื่อพืชและส่วนต่าง ๆ เช่น ใบ ดอก เปลือกต้น ผล และราก รวมถึงชื่อท้องถิ่นที่แตกต่างกันในหลายภูมิภาค สะท้อนว่าพืชชนิดนี้มีความสัมพันธ์กับองค์ความรู้ด้านพืชสมุนไพรของชุมชนในประเทศไทย
ประวัติและวัฒนธรรม
กระทุ่มนาเป็นพืชที่มีชื่อปรากฏในองค์ความรู้พืชสมุนไพรพื้นบ้านของไทยมาเป็นเวลานาน และมีชื่อเรียกแตกต่างกันตามภูมิภาค เช่น กระทุ่มดง ตุ้มน้อย ตุ้มแซะ ท่อมนา และกาตูม ชื่อที่เกี่ยวข้องกับ “กระทุ่ม” และ “ท่อม” ทำให้ในทางท้องถิ่นอาจเกิดความสับสนกับพืชสกุล Mitragyna ชนิดอื่น โดยเฉพาะกระท่อม (Mitragyna speciosa) จึงควรตรวจสอบชื่อวิทยาศาสตร์ก่อนนำไปใช้เป็นสมุนไพร
สถานะการอนุรักษ์
ตามข้อมูล Plants of the World Online ของ Royal Botanic Gardens, Kew กระทุ่มนา (Mitragyna diversifolia) เป็นชนิดที่ได้รับการยอมรับทางอนุกรมวิธาน และมีสถานะการอนุรักษ์ตาม IUCN คือ Least Concern (LC) หรือมีความเสี่ยงต่ำ
ข้อมูลอนุกรมวิธาน
- อาณาจักร (Kingdom): Plantae
- หมวด (Phylum): Tracheophyta
- ชั้น (Class): Magnoliopsida
- อันดับ (Order): Gentianales
- วงศ์ (Family): Rubiaceae
- สกุล (Genus): Mitragyna
- ชนิด (Species): Mitragyna diversifolia (Wall. ex G.Don) Havil.
- ชื่อพ้องสำคัญ (Synonym): Nauclea diversifolia Wall. ex G.Don
ฐานข้อมูล Plants of the World Online ระบุว่า Mitragyna diversifolia เป็นชื่อวิทยาศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับ และจัดอยู่ในวงศ์ Rubiaceae โดยมีถิ่นกระจายพันธุ์ตั้งแต่บังกลาเทศถึงจีนตอนใต้และภูมิภาคมาเลเซีย
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. (2559). กระทุ่มนา: Mitragyna diversifolia (Wall. ex G.Don) Havil. สารานุกรมพืชในประเทศไทย.
- ฐานข้อมูลทรัพยากรชีวภาพ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์. (ม.ป.ป.). กระทุ่มนา (Mitragyna diversifolia).
- มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน. (ม.ป.ป.). กระทุ่มนา. ศูนย์ข้อมูลพรรณไม้.
- พิมพ์แก้ว, ด., กนกเมธากุล, ส., และกนกเมธากุล, ข. (ม.ป.ป.). องค์ประกอบทางเคมีและฤทธิ์ทางชีวภาพจากกิ่งกระทุ่มนา (Mitragyna diversifolia Havil.). มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
- Cao, X.-F., Wang, J.-S., Wang, X.-B., Luo, J., Wang, H.-Y., & Kong, L.-Y. (2013). Monoterpene indole alkaloids from the stem bark of Mitragyna diversifolia and their acetylcholinesterase inhibitory effects. Phytochemistry, 96, 389–396. https://doi.org/10.1016/j.phytochem.2013.10.002
- Kew Science, Royal Botanic Gardens. (2026). Mitragyna diversifolia (Wall. ex G.Don) Havil. Plants of the World Online.
- Lu, et al. (2026). Anti-inflammatory and antidiabetic metabolites from Mitragyna diversifolia: In vitro, phytochemical, and computational studies. Chemical Biology & Drug Design.
- Mei, et al. (2024). Exploration of potential antidiabetic and antioxidant components from the branches of Mitragyna diversifolia and possible mechanism. Biomedicine & Pharmacotherapy. https://doi.org/10.1016/j.biopha.2024.117450
- Discovery of rhynchophylline and mitraphylline in two Thai Mitragyna species and the investigation of their biological activity via opioid gene expression analysis. (2025). Scientific Reports.
- A review on Mitragyna alkaloids pharmacology, biosynthesis and biotechnological insights. (2026). Journal of Genetic Engineering and Biotechnology, 24(2), 100710.
