กอมก้อยลอดขอน

กอมก้อยลอดขอน

กอมก้อยลอดขอน

กอมก้อยลอดขอน เป็นสมุนไพรพื้นบ้านชนิดหนึ่งที่มีชื่อปรากฏในภูมิปัญญาการใช้พืชสมุนไพรของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ลักษณะเป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็กที่ทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน พบในพื้นที่เปิดและดินทราย ปัจจุบันฐานข้อมูลพรรณไม้ของไทยระบุชื่อวิทยาศาสตร์ที่ยอมรับว่า Aristolochia arenicola Hance อยู่ในวงศ์ Aristolochiaceae หรือวงศ์ไก่ฟ้า โดยมีชื่อพื้นเมืองอีกชื่อว่า “ก้อมก้อยลอดขน” และบางพื้นที่พบชื่อ “แผ่นดินเย็น” ใช้เรียกพืชชนิดเดียวกัน

หมายเหตุด้านการระบุชนิด: มีเว็บไซต์สมุนไพรบางแห่งระบุ “กอมก้อยลอดขอน” เป็น Sauropus hirsutus Beille แต่หลักฐานจาก TH-BIF, e-Herbarium มหาวิทยาลัยมหิดล และฐานข้อมูลพรรณไม้ของกรมป่าไม้ระบุชื่อ Aristolochia arenicola Hance สำหรับชื่อไทย “กอมก้อยลอดขอน” ดังนั้นข้อมูลนี้ยึด Aristolochia arenicola เป็นชนิดหลัก เพื่อป้องกันการนำข้อมูลพืชต่างชนิดมาปะปนกัน

ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร

  • ชื่อไทย: กอมก้อยลอดขอน
  • ชื่อท้องถิ่น: ก้อมก้อยลอดขน, แผ่นดินเย็น
  • ชื่อสามัญ: Kom koi lot khon
  • ชื่อวิทยาศาสตร์: Aristolochia arenicola Hance
  • วงศ์: Aristolochiaceae
  • สกุล: Aristolochia
  • ประเภทพืช: ไม้ล้มลุกขนาดเล็ก ลักษณะทอดเลื้อย
  • สถานภาพทางอนุกรมวิธาน: Accepted ตามฐานข้อมูล TH-BIF

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

  • ต้น: เป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็ก ลำต้นทอดเลื้อยหรือแผ่ไปตามพื้นดิน ลำต้นมีลักษณะเป็นข้อและคดสลับคล้ายฟันปลา มีขนประปราย
  • ใบ: ใบเดี่ยว เรียงสลับ ลักษณะใบรูปไข่ถึงรูปไข่กว้าง ขนาดประมาณ 2–3.5 เซนติเมตร ปลายใบมน โคนใบเว้าหรือมน ก้านใบสั้นมากหรือเกือบไม่มี เส้นใบบริเวณโคนใบมีประมาณ 2–3 คู่
  • ดอก: ออกดอกเดี่ยวบริเวณซอกใบ ก้านดอกยาวประมาณ 1–1.5 เซนติเมตร ดอกมีสีแดงหรือแดงคล้ำ ลักษณะโครงสร้างดอกเป็นแบบเฉพาะของสกุล Aristolochia มีส่วนโคนดอกพองเป็นกระเปาะและส่วนหลอดดอก
  • ผล: เป็นผลแห้งแตก รูปรี ยาวประมาณ 1.5 เซนติเมตร เมื่อแก่สามารถแตกเพื่อปล่อยเมล็ด
  • เมล็ด: มีจำนวนมากตามลักษณะทั่วไปของพืชสกุล Aristolochia

ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์

กอมก้อยลอดขอนมีการกระจายพันธุ์ใน ประเทศกัมพูชา และภาคตะวันออกเฉียงเหนือกับภาคตะวันออกของประเทศไทย ในประเทศไทยมีรายงานจากจังหวัดนครพนม สุรินทร์ และอุบลราชธานี โดยพบในพื้นที่เปิดและบริเวณดินทราย ระดับความสูงประมาณ 100–200 เมตรจากระดับน้ำทะเล

การปลูกและการขยายพันธุ์

ยังมีข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับการเพาะปลูกกอมก้อยลอดขอนในระดับเชิงพาณิชย์ค่อนข้างจำกัด เนื่องจากเป็นพืชพื้นถิ่นที่มีการเก็บจากธรรมชาติเป็นหลัก

  • การขยายพันธุ์: มีแนวโน้มสามารถขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดตามวงจรธรรมชาติของพืช
  • สภาพแวดล้อม: ควรเป็นพื้นที่ดินโปร่งและระบายน้ำได้ดี โดยข้อมูลธรรมชาติระบุว่าพบในพื้นที่เปิดและดินทราย
  • การอนุรักษ์พันธุกรรม: หากนำมาปลูกควรใช้เมล็ดหรือวัสดุขยายพันธุ์จากแหล่งที่ระบุชนิดได้แน่นอน เพื่อป้องกันการปะปนกับพืชชนิดอื่นที่มีชื่อพื้นเมืองใกล้เคียง

ส่วนที่ใช้เป็นยา

ข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นที่พบระบุการใช้ ทั้งต้น โดยมีรายงานการนำมาต้มเป็นน้ำดื่ม อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลมาตรฐานด้านขนาดยาและสารสกัดที่ปลอดภัยสำหรับการใช้เป็นยาสมัยใหม่อย่างเพียงพอ

สรรพคุณทางสมุนไพร มีการใช้ตามภูมิปัญญา

  • ทั้งต้น: มีรายงานภูมิปัญญาท้องถิ่นบางพื้นที่นำมาต้มเป็นน้ำดื่มเพื่อแก้ ร้อนใน
  • งานศึกษาพืชสมุนไพรในพื้นที่ป่าชุมชนบ้านโป่งสลอด จังหวัดเพชรบุรี บันทึก Aristolochia arenicola ในชื่อก่อมก้อยลอดขอน และระบุการใช้ ทั้งต้นต้มน้ำดื่มแก้ร้อนใน

ข้อควรระวัง: สรรพคุณดังกล่าวเป็นข้อมูลจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ไม่ใช่หลักฐานยืนยันประสิทธิผลในการรักษาโรค และไม่ควรนำไปใช้แทนการรักษาทางการแพทย์

วิธีใช้

ข้อมูลภูมิปัญญาที่มีรายงานคือ นำทั้งต้นมาต้มกับน้ำแล้วดื่ม โดยใช้เพื่อแก้ร้อนใน

อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบข้อมูลทางวิชาการที่กำหนดขนาดน้ำหนักสมุนไพร ปริมาณน้ำ ความถี่ และระยะเวลาในการใช้ที่สามารถแนะนำเป็นขนาดมาตรฐานได้ จึงไม่ควรระบุขนาดรับประทานตายตัวในเว็บไซต์โดยไม่มีแหล่งอ้างอิงทางเภสัชกรรมรองรับ

ในบัญชียาจากสมุนไพร

ไม่พบข้อมูลที่น่าเชื่อถือว่ากอมก้อยลอดขอน (Aristolochia arenicola Hance) เป็นตัวยาสำคัญที่บรรจุอยู่ใน บัญชียาจากสมุนไพรของประเทศไทย จากแหล่งข้อมูลที่ตรวจสอบ

ควรแยกประเด็นนี้ออกจากการที่พืชสกุล Aristolochia บางชนิดถูกระบุในประกาศเกี่ยวกับพืชหรือสารที่มีข้อจำกัด เนื่องจากพืชสกุลนี้มีความเกี่ยวข้องกับสาร aristolochic acids ซึ่งมีหลักฐานด้านพิษต่อไตและการก่อมะเร็งอย่างชัดเจน

สารสำคัญ

สำหรับ Aristolochia arenicola Hance โดยเฉพาะ ยังมีข้อมูลวิจัยด้านองค์ประกอบทางเคมีที่เผยแพร่ในระดับจำกัด ไม่ควรนำข้อมูลสารสำคัญของ Aristolochia ชนิดอื่นมาเหมารวมว่าเป็นองค์ประกอบของกอมก้อยลอดขอน

อย่างไรก็ตาม พืชในสกุล Aristolochia หลายชนิดเป็นแหล่งของสารกลุ่ม aristolochic acids ซึ่งเป็นสารที่มีความสำคัญอย่างมากในด้านพิษวิทยา

งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

งานวิจัยเฉพาะของ Aristolochia arenicola ที่เกี่ยวข้องกับประสิทธิผลทางการแพทย์ยังมีจำนวนจำกัด จึงยังไม่สามารถสรุปได้อย่างมีหลักฐานเพียงพอว่ากอมก้อยลอดขอนมีประสิทธิผลในการรักษาโรคใดโดยเฉพาะ

หลักฐานทางพฤกษศาสตร์มีความชัดเจนมากกว่า โดยกรมป่าไม้ระบุลักษณะทางพฤกษศาสตร์และการกระจายพันธุ์ของ A. arenicola ว่าพบในกัมพูชา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกของประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่เปิดและดินทรายที่ระดับประมาณ 100–200 เมตร

เภสัชวิทยา

ยังไม่มีหลักฐานทางเภสัชวิทยาที่เพียงพอสำหรับการสรุปฤทธิ์ทางยาของ Aristolochia arenicola โดยตรง

ในระดับ สกุล Aristolochia มีข้อมูลจำนวนมากเกี่ยวกับ aristolochic acids ซึ่งสามารถก่อความเสียหายต่อไตและทำให้เกิดความผิดปกติของสารพันธุกรรม โดยมีหลักฐานเชื่อมโยงกับโรคไตและมะเร็งระบบทางเดินปัสสาวะ

ดังนั้นไม่ควรนำผลการทดลองของ Aristolochia ชนิดอื่นมาอ้างว่าเป็นฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของกอมก้อยลอดขอนโดยตรง

ความปลอดภัย

ควรจัดเป็นสมุนไพรที่ต้องใช้ด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง

เหตุผลสำคัญคือกอมก้อยลอดขอนอยู่ในสกุล Aristolochia ซึ่งเป็นสกุลพืชที่มีความเกี่ยวข้องกับ aristolochic acids สารกลุ่มนี้ได้รับการยืนยันว่าเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ และมีความสัมพันธ์กับภาวะไตเสื่อมจาก aristolochic acid nephropathy รวมถึงมะเร็งของระบบทางเดินปัสสาวะส่วนบน

จึงไม่ควรแนะนำให้ประชาชนรับประทานกอมก้อยลอดขอนเป็นสมุนไพรทั่วไป หรือใช้ต่อเนื่องเองโดยไม่มีการระบุชนิดพืชและการควบคุมสารสำคัญอย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ยังไม่ควรสรุปว่า “เป็นสมุนไพรพื้นบ้านจึงปลอดภัย” เพราะความเป็นพิษของพืชในสกุล Aristolochia เป็นประเด็นที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชัดเจน

ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา

ยังไม่มีข้อมูลเฉพาะของ Aristolochia arenicola ที่เพียงพอสำหรับระบุปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยารายชนิด

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากความเสี่ยงต่อไตของสารในกลุ่ม aristolochic acids การใช้ร่วมกับ ยาที่มีพิษต่อไตหรือสารที่เพิ่มภาระต่อไต จึงควรหลีกเลี่ยงและควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้

การใช้ในอาหาร

ไม่พบข้อมูลที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับการนำกอมก้อยลอดขอน (Aristolochia arenicola) มาใช้เป็นอาหารหรือผักรับประทานทั่วไป และจากประเด็นด้านความปลอดภัยของพืชสกุล Aristolochia ไม่ควรแนะนำให้ใช้เป็นอาหาร

การใช้ในผลิตภัณฑ์

ไม่พบข้อมูลเพียงพอเกี่ยวกับการนำ Aristolochia arenicola ไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรหรือผลิตภัณฑ์สุขภาพมาตรฐาน

การนำพืชชนิดนี้ไปใช้ในผลิตภัณฑ์ควรผ่านการตรวจสอบชนิดพืชและสารสำคัญ ตลอดจนประเมินความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการตรวจสอบสาร aristolochic acids

การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา

เนื่องจากกอมก้อยลอดขอนเป็นพืชขนาดเล็กและมีข้อมูลการเพาะปลูกเชิงพาณิชย์จำกัด จึงควรให้ความสำคัญกับการ ระบุชนิดพืชให้ถูกต้องก่อนเก็บเกี่ยว

  • เก็บตัวอย่างจากแหล่งที่สามารถตรวจสอบชนิดพืชได้
  • ไม่ควรเก็บจากธรรมชาติโดยไม่มีการจำแนกชนิด เพราะชื่อพื้นเมือง “กอมก้อยลอดขอน” มีการใช้กับพืชต่างชนิดในเอกสารบางแหล่ง
  • หากเก็บเพื่อการศึกษาควรทำตัวอย่างพรรณไม้แห้งหรือ voucher specimen เพื่อใช้ยืนยันชนิด
  • การเก็บรักษาวัตถุดิบควรเก็บในภาชนะสะอาด แห้ง ป้องกันความชื้น แมลง และการปนเปื้อน

ภูมิปัญญาท้องถิ่น

กอมก้อยลอดขอนปรากฏในข้อมูลภูมิปัญญาสมุนไพรของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีการบันทึกชื่อพืชชนิดนี้ในงานศึกษาการใช้สมุนไพรของชุมชนและหมอพื้นบ้าน

งานศึกษาพืชสมุนไพรในพื้นที่ป่าชุมชนบ้านโป่งสลอด จังหวัดเพชรบุรี ระบุการใช้กอมก้อยลอดขอน หรือ Aristolochia arenicola โดยใช้ ทั้งต้นต้มน้ำดื่มแก้ร้อนใน

นอกจากนี้ชื่อกอมก้อยลอดขอนยังปรากฏในเอกสารด้านการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรพันธุกรรมพืชและภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทย

ประวัติและวัฒนธรรม

ชื่อกอมก้อยลอดขอนเป็นชื่อพื้นเมืองที่สะท้อนลักษณะการรับรู้พืชในท้องถิ่น โดยมีชื่อที่เกี่ยวข้อง เช่น “ก้อมก้อยลอดขน” และ “แผ่นดินเย็น”

พืชชนิดนี้มีความเกี่ยวข้องกับภูมิปัญญาการใช้สมุนไพรพื้นบ้าน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อย่างไรก็ตาม ควรแยกข้อมูลด้านวัฒนธรรมและภูมิปัญญาออกจากการยืนยันประสิทธิผลทางการแพทย์

สถานะการอนุรักษ์

กรมป่าไม้จัด Aristolochia arenicola Hance ไว้ในเอกสาร Threatened Plants in Thailand โดยระบุสถานะเป็น R ตามระบบสถานภาพที่ใช้ในเอกสาร และระบุว่าพบในกัมพูชา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกของประเทศไทย โดยมีถิ่นอาศัยเป็นพื้นที่เปิดและดินทราย

ดังนั้นกอมก้อยลอดขอนควรได้รับความสนใจด้าน การอนุรักษ์ถิ่นอาศัยและการเก็บทรัพยากรจากธรรมชาติอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อเป็นพืชที่มีการกระจายพันธุ์ค่อนข้างจำกัด

ข้อมูลอนุกรมวิธาน

  • อาณาจักร (Kingdom): Plantae
  • ไฟลัม (Phylum): Tracheophyta
  • ชั้น (Class): Magnoliopsida
  • อันดับ (Order): Piperales
  • วงศ์ (Family): Aristolochiaceae
  • สกุล (Genus): Aristolochia
  • ชนิด (Species): Aristolochia arenicola Hance

ข้อมูลอนุกรมวิธานข้างต้นอ้างอิงฐานข้อมูล TH-BIF ซึ่งระบุ Aristolochia arenicola Hance เป็นชื่อที่ยอมรับ (Accepted) และระบุลำดับ Plantae → Tracheophyta → Magnoliopsida → Piperales → Aristolochiaceae → Aristolochia

กรมป่าไม้ใน e-Flora of Thailand ก็ยอมรับ Aristolochia arenicola Hance และให้ลักษณะจำแนกที่สำคัญ ได้แก่ ลำต้นคดเป็นฟันปลา ใบเกือบไม่มีก้าน และปลายใบมน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • กรมป่าไม้. (ม.ป.ป.). e-Flora of Thailand: Aristolochia. สำนักหอพรรณไม้ กรมป่าไม้.
  • กรมป่าไม้. (ม.ป.ป.). Forest Botany: Aristolochia. สำนักหอพรรณไม้ กรมป่าไม้.
  • สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. (ม.ป.ป.). Thai Biodiversity Information Facility (TH-BIF): Aristolochia arenicola Hance.
  • มหาวิทยาลัยมหิดล. (ม.ป.ป.). ฐานข้อมูลทรัพยากรชีวภาพ: e-Herbarium.
  • กรมป่าไม้. (ม.ป.ป.). Threatened Plants in Thailand. Forest Herbarium, Department of National Parks, Wildlife and Plant Conservation.
  • พระราชกฤษฎีกา/ประกาศที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมพืชหรือสารที่มีความเสี่ยง. (2564). ราชกิจจานุเบกษา.
  • Das, S., et al. (2022). Aristolochic acid-associated cancers: A public health risk in need of global action. Nature Reviews Cancer, 22, 759–774.
  • International Agency for Research on Cancer. (2002). Some traditional herbal medicines, some mycotoxins, naphthalene and styrene: IARC Monographs on the Evaluation of Carcinogenic Risks to Humans, Volume 82. World Health Organization.
  • National Cancer Institute. (2022). Aristolochic acids: Cancer-causing substances. National Institutes of Health.
  • National Toxicology Program. (2021). Aristolochic acids. In 15th Report on Carcinogens. U.S. Department of Health and Human Services.

 

Scroll to top