กาสะลองคำ
กาสะลองคำ เป็นไม้ต้นในวงศ์ Bignoniaceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ที่ใช้ในฐานข้อมูลไทยว่า Radermachera ignea (Kurz) Steenis และมีชื่อพ้องสำคัญคือ Mayodendron igneum (Kurz) Kurz และ Spathodea ignea Kurz เป็นไม้พื้นเมืองของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบในประเทศไทยและประเทศใกล้เคียง นิยมปลูกเป็นไม้ประดับเนื่องจากมีดอกสีเหลืองอมส้มหรือสีส้มที่ออกเป็นกระจุกตามลำต้นและกิ่ง นอกจากนั้นยังมีการใช้ กาสะลองคำเป็นสมุนไพรตามภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยเฉพาะลำต้น เปลือกต้น และใบ
ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร
- ชื่อสมุนไพร : กาสะลองคำ หรือ กาซะลองคำ
- ชื่อวิทยาศาสตร์ : Radermachera ignea (Kurz) Steenis
- ชื่อพ้อง : Mayodendron igneum (Kurz) Kurz, Spathodea ignea Kurz
- ชื่อสามัญ : Tree Jasmine
- วงศ์ : Bignoniaceae
- ชื่อท้องถิ่น : กากี, แคะเป๊าะ, สำเภาหลามต้น, จางจืด, สะเภา, อ้อยช้าง, ปีบทอง และชื่ออื่นที่แตกต่างกันตามพื้นที่
- ลักษณะการใช้ประโยชน์ : เป็นทั้งไม้ประดับ พืชอาหารในบางท้องถิ่น และพืชสมุนไพรพื้นบ้าน
- ส่วนที่มีรายงานการใช้เป็นยา : ลำต้น เปลือกต้น และใบ
- พรรณไม้ประจำจังหวัด : กาสะลองคำได้รับการระบุเป็นพันธุ์ไม้ประจำจังหวัดเชียงรายในแหล่งข้อมูลของหน่วยงานไทย
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
- ต้น : เป็นไม้ต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูงประมาณ 6–15 เมตร บางแหล่งรายงานว่าสามารถสูงได้ประมาณ 20 เมตร ลำต้นเปลาตรง เปลือกสีเทาหรือสีน้ำตาลอมเทา แตกเป็นสะเก็ดหรือเป็นร่องเล็กน้อย และมีช่องอากาศกระจายอยู่บนลำต้นและกิ่ง
- ใบ : เป็นใบประกอบแบบขนนก 2–3 ชั้น เรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก ใบประกอบยาวประมาณ 18–60 เซนติเมตร ใบย่อยมีประมาณ 3–5 คู่ รูปรี รูปใบหอก หรือรูปใบหอกแกมรูปขอบขนาน ปลายใบแหลมยาว โคนใบมักเบี้ยว ขอบใบเรียบ และบริเวณโคนใบด้านล่างอาจพบต่อมขนาดเล็ก
- ดอก : ออกเป็นช่อกระจุกสั้น ๆ ตามลำต้นและกิ่งแก่ ลักษณะเด่นคือดอกออกโดยตรงจากลำต้นหรือกิ่ง ดอกมีสีเหลืองอมส้มถึงสีส้ม กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันเป็นหลอด ส่วนกลีบดอกเชื่อมกันเป็นหลอดหรือรูปกรวย ปลายแยกเป็น 5 แฉก
- ผล : เป็นฝักทรงกระบอกยาวประมาณ 30–45 เซนติเมตร เมื่อแก่จะแตกออกเป็น 2 ซีก และอาจบิดเวียน เมล็ดมีจำนวนมาก ลักษณะแบนและมีปีกแคบยาวช่วยในการกระจายพันธุ์
- ช่วงออกดอก : โดยทั่วไปพบการออกดอกประมาณเดือนมกราคม–เมษายน หรือบางแหล่งระบุประมาณกุมภาพันธ์–เมษายน ขึ้นอยู่กับพื้นที่และสภาพแวดล้อม
ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์
- ถิ่นกำเนิดและเขตกระจายพันธุ์ : พบตามธรรมชาติในจีนตอนใต้ เมียนมา ลาว เวียดนาม และประเทศไทย
- การกระจายในประเทศไทย : มีรายงานพบในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือและพื้นที่ที่มีป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง และพื้นที่เขาหินปูน
- ถิ่นอาศัย : พบตามป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ชายป่าดิบ และบริเวณเนินเขาหรือเขาหินปูน โดยสามารถพบได้ถึงระดับความสูงประมาณ 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล
- สภาพแวดล้อม : เจริญได้ในพื้นที่ที่มีแสงแดดค่อนข้างมากและดินระบายน้ำได้ดี โดยมีข้อมูลการปลูกในดินร่วนปนทราย
การปลูกและการขยายพันธุ์
- การปลูก : กาสะลองคำสามารถปลูกเป็นไม้ประดับหรือปลูกในพื้นที่อนุรักษ์พันธุกรรมพืชได้ เหมาะกับพื้นที่มีแสงแดดเต็มวันและดินระบายน้ำดี
- ดิน : มีข้อมูลแนะนำดินร่วนปนทราย และสามารถเจริญได้ในพื้นที่ค่อนข้างแห้งเมื่อพืชตั้งตัวได้ดีแล้ว
- การขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด : เป็นวิธีที่นิยม เนื่องจากกาสะลองคำสร้างฝักและเมล็ดจำนวนมาก
- การตอนกิ่ง : สามารถใช้ขยายพันธุ์ต้นที่มีลักษณะตรงตามต้องการ
- การปักชำ : สามารถใช้กิ่งสำหรับการขยายพันธุ์
- การแยกหน่อ : มีรายงานว่าสามารถใช้เป็นอีกวิธีหนึ่งในการขยายพันธุ์
ส่วนที่ใช้เป็นยา
- ลำต้น : มีการใช้ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน โดยบางตำรับนำลำต้นไปผสมกับพืชสมุนไพรชนิดอื่นแล้วฝนกับน้ำรับประทาน
- เปลือกต้น : มีรายงานการต้มน้ำดื่มและใช้ภายนอกสำหรับอาการบางอย่างตามภูมิปัญญาท้องถิ่น
- ใบ : มีการตำหรือคั้นน้ำแล้วใช้ภายนอกบริเวณบาดแผลตามตำรับพื้นบ้าน
สรรพคุณทางสมุนไพร มีการใช้ตามภูมิปัญญา
ข้อมูลสรรพคุณด้านล่างเป็น การใช้ตามภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้าน ไม่ควรตีความว่าเป็นข้อบ่งใช้ทางการแพทย์ที่ได้รับการยืนยันจากการทดลองทางคลินิก
- ลำต้น : มีการนำลำต้นกาสะลองคำผสมกับต้นขางปอย ต้นขางน้ำข้าว และต้นอวดเชือก ฝนกับน้ำรับประทานตามภูมิปัญญาพื้นบ้านเพื่อใช้แก้ซาง
- เปลือกต้น : มีรายงานการต้มน้ำดื่มเพื่อใช้แก้ท้องเสีย
- เปลือกต้น : มีการนำมาใช้ใส่แผลและใช้ตามภูมิปัญญาพื้นบ้านสำหรับอาการปวดฟัน
- เปลือกต้น : มีรายงานการใช้สำหรับโรคเรื้อนและโรคผิวหนังในตำรับพื้นบ้าน
- ใบ : ตำหรือคั้นน้ำแล้วใช้ทาหรือพอกบริเวณแผลสด แผลถลอก และใช้ตามภูมิปัญญาพื้นบ้านเพื่อช่วยห้ามเลือด
วิธีใช้
- การใช้ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน : ลำต้นบางตำรับนำไปผสมกับสมุนไพรชนิดอื่นแล้วฝนกับน้ำรับประทาน
- เปลือกต้น : มีข้อมูลการต้มน้ำดื่มในภูมิปัญญาพื้นบ้าน
- ใบ : ใช้ภายนอกโดยการตำหรือคั้นน้ำแล้วทาหรือพอกบริเวณแผลตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน
- ข้อควรระวังในการนำข้อมูลไปใช้ : ยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกที่กำหนดขนาดรับประทานมาตรฐานของกาสะลองคำสำหรับประชาชนทั่วไป ดังนั้นไม่ควรนำสูตรพื้นบ้านไปกำหนดเป็นขนาดยาสำหรับการรักษาโรคด้วยตนเอง
สารสำคัญ
การศึกษาทางเภสัชเคมีพบสารหลายกลุ่มใน กาสะลองคำ (Radermachera ignea / Mayodendron igneum) โดยองค์ประกอบที่ตรวจพบแตกต่างกันตามส่วนของพืชและตัวทำละลายที่ใช้สกัด
- กลุ่มฟลาโวนอยด์ : พบสารกลุ่ม apigenin glycosides เช่น apigenin 7-O-glucoside, 6-methoxy apigenin-7-O-glucoside, 6-methoxy apigenin-7-O-rhamnoglucoside และ 6-hydroxy apigenin-7-O-rhamnoglucoside
- กลุ่มไอโซฟลาโวนไกลโคไซด์ : พบ genistin 5,4′-methyl ether ในการศึกษาใบ
- กลุ่มสเตอรอลและไตรเทอร์พีน : มีรายงาน sitosterol, erythrodiol, oleanolic acid และ ursolic acid
- กลุ่มเมโรไดเทอร์พีนอยด์ : พบสาร igeumone จากเปลือกต้น
- กลุ่มแคโรทีนอยด์ : ดอกมีรายงานการพบ zeaxanthin ซึ่งเป็นสารสีในกลุ่มแคโรทีนอยด์
งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
- งานวิจัยด้านสารฟีนอลิกและฤทธิ์ทางชีวภาพ : Hashem, El-Sawi และ Sleem (2007) ศึกษาใบ Mayodendron igneum พบสารกลุ่ม apigenin glycosides หลายชนิดและ genistin 5,4′-methyl ether นอกจากนี้สารสกัดเอทานอล 80% จากใบแสดงฤทธิ์ต้านการอักเสบและฤทธิ์ระงับปวดในการทดลองสัตว์
- งานวิจัยด้านฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ : Hashem และคณะ (2012) รายงานว่าสารสกัดเอทานอลของพืชมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในการทดสอบ DPPH โดยผลแตกต่างกันตามส่วนและตัวทำละลายที่ใช้สกัด
- งานวิจัยด้านสารจากเปลือกต้น : Guo และคณะ (2007) รายงานการแยกสาร igeumone ซึ่งเป็น meroditerpenoid ชนิดใหม่ พร้อมสารประกอบที่รู้จักแล้วอีก 18 ชนิดจากสารสกัดเอทานอลของเปลือกต้น
- งานวิจัยด้าน zeaxanthin : Sompong และ Trakanrungroj (2010) รายงานว่า ดอกกาสะลองคำเป็นแหล่งของ zeaxanthin และศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของสารดังกล่าวด้วยวิธี DPPH
- งานวิจัยด้านฤทธิ์ต่อเซลล์มะเร็ง : งานวิจัยในห้องปฏิบัติการพบว่า oleanolic acid ที่แยกจากพืชมีฤทธิ์เป็นพิษต่อเซลล์มะเร็งบางชนิด อย่างไรก็ตามเป็นผลระดับสารบริสุทธิ์และการทดลองในหลอดทดลอง จึง ยังไม่สามารถสรุปว่ากาสะลองคำรักษาหรือป้องกันมะเร็งในมนุษย์ได้
- งานวิจัยปี 2026 : มีการศึกษาสารพฤกษเคมีจากเปลือก ใบ และดอก รวมทั้งศักยภาพของสารสกัดดอกกาสะลองคำในการใช้เป็นสีย้อมธรรมชาติสำหรับเส้นใยฝ้ายและไหม พบว่าวิธีสกัดและสารช่วยย้อมมีผลต่อสีและความคงทนของสีอย่างมีนัยสำคัญ
เภสัชวิทยา
- ฤทธิ์ต้านการอักเสบ : สารสกัดเอทานอล 80% จากใบแสดงฤทธิ์ลดการอักเสบในแบบจำลองสัตว์ทดลอง โดยงานวิจัยรายงานผลที่มีนัยสำคัญเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม
- ฤทธิ์ระงับปวด : สารสกัดใบแสดงฤทธิ์ระงับปวดในการศึกษาสัตว์ทดลอง
- ฤทธิ์ลดไข้ : งานวิจัยในสัตว์ทดลองพบว่าสารสกัดใบมีฤทธิ์ลดไข้ระดับหนึ่ง แต่ผลยังเป็นหลักฐานก่อนการทดลองในมนุษย์
- ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ : สารสกัดและส่วนประกอบบางชนิดของกาสะลองคำมีฤทธิ์กำจัดอนุมูลอิสระจากการทดสอบในห้องปฏิบัติการ โดยเฉพาะส่วนใบและดอก
- ฤทธิ์ต่อเซลล์มะเร็ง : oleanolic acid ที่แยกได้จากพืชแสดงฤทธิ์เป็นพิษต่อเซลล์มะเร็งบางชนิดในหลอดทดลอง แต่ไม่ใช่หลักฐานเพียงพอสำหรับการใช้กาสะลองคำเป็นยารักษามะเร็ง
ความปลอดภัย
- หลักฐานด้านความปลอดภัยของกาสะลองคำในมนุษย์ยังมีจำกัด
- การศึกษาหนึ่งใช้สารสกัดใบด้วยเอทานอล 80% ในสัตว์ทดลองและประเมินค่า LD50 โดยรายงานว่าสารสกัดมีความเป็นพิษเฉียบพลันค่อนข้างต่ำในแบบจำลองดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ผลจากสัตว์ทดลองไม่สามารถใช้ยืนยันความปลอดภัยของการรับประทานในมนุษย์ได้โดยตรง
- การนำเปลือกต้นหรือใบมารับประทานในปริมาณสูงหรือใช้เป็นสารสกัดเข้มข้นควรระมัดระวัง เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลขนาดยามาตรฐานและความปลอดภัยระยะยาวที่เพียงพอ
ข้อห้ามใช้
- ยังไม่มีข้อมูลการศึกษาทางคลินิกที่เพียงพอสำหรับกำหนด ข้อห้ามใช้กาสะลองคำในมนุษย์ อย่างเป็นมาตรฐาน
- ผู้ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร เด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวและผู้ที่ใช้ยาหลายชนิด ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานสารสกัดกาสะลองคำโดยไม่มีคำแนะนำจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านการแพทย์หรือการแพทย์แผนไทย
- ไม่ควรใช้ผลการทดลองในสัตว์เพื่อสรุปว่าการใช้กาสะลองคำในมนุษย์ปลอดภัยในทุกขนาด
ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา
ยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกที่เพียงพอสำหรับระบุ ปฏิกิริยาระหว่างกาสะลองคำกับยาที่ใช้ในมนุษย์ อย่างชัดเจน ดังนั้นควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษหากนำสารสกัดเข้มข้นมารับประทานร่วมกับยาประจำ โดยเฉพาะในผู้ที่ใช้ยาหลายชนิด
การใช้ในอาหาร
- มีข้อมูลว่ากาสะลองคำสามารถใช้เป็น พืชอาหาร ได้ในบางพื้นที่
- ดอกกาสะลองคำ : คนในภาคเหนือมีการนำดอกไปทอดหรือลวกและรับประทานเป็นผักกับน้ำพริก
- ใบ : ฐานข้อมูลพรรณไม้ของ NParks ประเทศสิงคโปร์ระบุว่าใบเป็นส่วนที่รับประทานได้ของพืชชนิดนี้ และจัดอยู่ในกลุ่มพืชอาหาร
- การใช้เป็นอาหารเป็นบริบททางวัฒนธรรมและโภชนาการ ไม่ควรนำไปเหมารวมว่าการรับประทานส่วนเดียวกันในรูปสารสกัดเข้มข้นจะมีความปลอดภัยเทียบเท่าอาหาร
การใช้ในผลิตภัณฑ์
- ผลิตภัณฑ์สมุนไพรและภูมิปัญญาพื้นบ้าน : มีการใช้ลำต้น เปลือกต้น และใบตามตำรับพื้นบ้าน
- ไม้ประดับ : กาสะลองคำได้รับความนิยมปลูกเป็นไม้ประดับเนื่องจากมีดอกสีเหลืองอมส้มถึงสีส้มและรูปทรงต้นสวยงาม
- สีย้อมธรรมชาติ : งานวิจัยปี 2026 ศึกษาการใช้สารสกัดจากดอกกาสะลองคำเป็นสีย้อมธรรมชาติสำหรับฝ้ายและไหม โดยพบว่าสารช่วยย้อมมีผลต่อความคงทนของสี
- สารสีจากดอก : มีการศึกษาพบ zeaxanthin เป็นสารสีสำคัญจากดอก จึงมีความสนใจด้านการใช้ประโยชน์จากสารสีธรรมชาติของพืชชนิดนี้
ภูมิปัญญาท้องถิ่น
- ภาคเหนือ : กาสะลองคำมีชื่อท้องถิ่นหลายชื่อและเป็นพืชที่มีความเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของชุมชนในภาคเหนือ
- การใช้เป็นยา : เปลือกต้นมีการใช้สำหรับท้องเสีย อาการปวดฟัน แผล และโรคผิวหนังตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน
- การใช้ใบ : มีการใช้ใบตำหรือคั้นเพื่อทาบริเวณบาดแผล
- การใช้เป็นอาหาร : ดอกสามารถนำไปทอดหรือลวก รับประทานร่วมกับน้ำพริกในบางพื้นที่ของภาคเหนือ
- การใช้ประโยชน์ด้านภูมิทัศน์ : เนื่องจากดอกมีสีสวยและต้นมีทรงพุ่มเหมาะสม จึงนิยมปลูกเป็นไม้ประดับ
ประวัติและวัฒนธรรม
- กาสะลองคำกับจังหวัดเชียงราย : กาสะลองคำเป็นพันธุ์ไม้ที่มีความสำคัญต่อจังหวัดเชียงราย และถูกระบุเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดในแหล่งข้อมูลราชการและหน่วยงานด้านพฤกษศาสตร์
- ชื่อท้องถิ่นหลากหลาย : ความหลากหลายของชื่อ เช่น กาสะลองคำ กากี แคะเป๊าะ สำเภาหลามต้น จางจืด สะเภา และอ้อยช้าง สะท้อนการเรียกชื่อพืชแตกต่างกันตามภูมิภาค
- ความสำคัญด้านพฤกษวัฒนธรรม : นอกจากเป็นไม้ประดับและต้นไม้ประจำจังหวัดแล้ว ยังมีการนำดอกมาใช้เป็นอาหารและนำส่วนต่าง ๆ มาใช้ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน จึงมีคุณค่าทั้งด้านทรัพยากรพืช อาหาร และภูมิปัญญาท้องถิ่น
ข้อมูลอนุกรมวิธาน
- อาณาจักร (Kingdom) : Plantae
- ไฟลัม/ดิวิชัน (Phylum/Division) : Tracheophyta
- ชั้น (Class) : Magnoliopsida
- อันดับ (Order) : Lamiales
- วงศ์ (Family) : Bignoniaceae
- สกุล (Genus) : Radermachera
- ชนิด (Species) : Radermachera ignea
- ชื่อวิทยาศาสตร์เต็ม : Radermachera ignea (Kurz) Steenis
- ชื่อพ้องสำคัญ : Mayodendron igneum (Kurz) Kurz, Spathodea ignea Kurz
หมายเหตุด้านอนุกรมวิธาน : ฐานข้อมูลพฤกษศาสตร์บางแห่งใช้ชื่อ Radermachera ignea ขณะที่ e-Flora of Thailand แสดงชื่อ Mayodendron igneum เป็นชื่อที่ยอมรับในหน้าข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จึงควรระบุทั้งชื่อปัจจุบันและชื่อพ้องในเว็บไซต์เพื่อช่วยให้ผู้ค้นหาข้อมูลด้วยชื่อวิทยาศาสตร์คนละระบบสามารถพบข้อมูลชนิดเดียวกันได้
การตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพร
การตรวจสอบ เอกลักษณ์กาสะลองคำ ควรพิจารณาทั้งลักษณะทางสัณฐานวิทยาและชื่อวิทยาศาสตร์ประกอบกัน
- ลำต้น : ไม้ต้นขนาดเล็กถึงกลาง ลำต้นตรง เปลือกสีเทาหรือเทาอมสีน้ำตาล มีช่องอากาศกระจาย
- ใบ : ใบประกอบแบบขนนก 2–3 ชั้น มีใบย่อยหลายคู่ ใบย่อยรูปรีหรือรูปใบหอก โคนใบมักเบี้ยว
- ดอก : เป็นลักษณะเด่น ออกเป็นกระจุกตามลำต้นและกิ่งแก่ ดอกสีเหลืองอมส้มหรือสีส้ม กลีบดอกเชื่อมเป็นหลอด ปลายแยก 5 แฉก
- ผล : เป็นฝักยาวประมาณ 30–45 เซนติเมตร เมื่อแก่แตกออกเป็น 2 ซีก
- เมล็ด : แบนและมีปีกแคบยาว
- ชื่อวิทยาศาสตร์สำหรับอ้างอิง : Radermachera ignea (Kurz) Steenis
- ชื่อพ้องที่ควรใช้ค้นข้อมูลเพิ่มเติม : Mayodendron igneum (Kurz) Kurz และ Spathodea ignea Kurz
การตรวจสอบตัวอย่างสมุนไพรเพื่อใช้ในงานวิจัยหรือการผลิตสารสกัดควรมี ตัวอย่างอ้างอิง (voucher specimen) และควรตรวจสอบโดยนักพฤกษศาสตร์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านอนุกรมวิธานพืช โดยเฉพาะเมื่อมีการนำเปลือก ใบ หรือวัตถุดิบแห้งมาใช้ ซึ่งอาจแยกจากพืชชนิดอื่นได้ยาก
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. (2559). กาซะลองคำ. สารานุกรมพืช.
- ศูนย์วนวัฒนวิจัยภาคเหนือ สำนักวิจัยและพัฒนาการป่าไม้ กรมป่าไม้. (2555). กาสะลองคำ (Radermachera ignea (Kurz) Steenis).
- มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. (ม.ป.ป.). กาสะลองคำ: Radermachera ignea. โครงการพัฒนาคลังข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์.
- องค์การสวนพฤกษศาสตร์. (ม.ป.ป.). กาสะลองคำ. ฐานข้อมูลพรรณไม้ องค์การสวนพฤกษศาสตร์.
- สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี/แหล่งข้อมูลพฤกษศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง. (ม.ป.ป.). กาสะลองคำ (Radermachera ignea).
- ราชพฤกษ์. (ม.ป.ป.). กาสะลองคำ. ฐานข้อมูลพรรณไม้ อุทยานหลวงราชพฤกษ์.
- Guo, H., Li, B., Qi, B., & Zhang, G. (2007). A new meroditerpenoid from Mayodendron igeum. Journal of Asian Natural Products Research, 9(1), 1–5. https://doi.org/10.1080/10286020500289311.
- Hashem, F. A., El-Sawi, S. A., & Sleem, A. A. (2007). Phenolic compounds and bioactivity of leaves of Mayodendron igneum Kurz. African Journal of Traditional, Complementary and Alternative Medicines, 4(3), 306–312. https://doi.org/10.4314/ajtcam.v4i3.31224.
- Hashem, F. A., Sengab, A. E., Shabana, M. H., & Khaled, S. (2012). Antioxidant activity of Mayodendron igneum Kurz and the cytotoxicity of the isolated terpenoids. Journal of Medicinally Active Plants, 1(3), 88–97. https://doi.org/10.7275/R53B5X3B.
- Sompong, D., & Trakanrungroj, P. (2010). The flower of Radermachera ignea (Kurz) Steenis, a new source of zeaxanthin. Suranaree Journal of Science and Technology, 17(3), 303–308.
- Wathakit, K., Sombatpraiwan, S., & Phasinam, K. (2026). Phytochemical screening and fastness evaluation of natural textiles dyed with Radermachera ignea extracts. Agrobiological Records, 24, 152–164. https://doi.org/10.47278/journal.abr/2026.033.
- World Flora Online. (2026). Radermachera ignea (Kurz) Steenis. World Flora Online.
