ขัดมอน

ขัดมอน

ขัดมอน

ขัดมอน เป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่พบได้ทั่วไปในเขตร้อน มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Sida acuta Burm.f. อยู่ในวงศ์ Malvaceae หรือวงศ์ชบา ในประเทศไทยมีชื่อเรียกหลายชื่อ เช่น หญ้าขัดใบยาว ขัดมอนใหญ่ ยุงปัด ยุงกวาด หญ้าขัดใบยาว ลำมะเท็ง และชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ โดยมีการใช้เป็น สมุนไพรพื้นบ้าน ทั้งต้น ราก และใบ ตลอดจนใช้ประโยชน์จากลำต้นสำหรับทำไม้กวาดและเส้นใย ข้อมูลทางพฤกษศาสตร์ของประเทศไทยยืนยันว่า Sida acuta เป็นชื่อที่ได้รับการยอมรับ และมีชื่อไทยว่า “หญ้าขัดใบยาว/หญ้าขัดมอน”

หมายเหตุเรื่องชื่อ: ชื่อ “ขัดมอน” ในเอกสารไทยบางแห่งอาจหมายถึง Sida rhombifolia L. ซึ่งเป็นพืชคนละชนิด ดังนั้นข้อมูลหน้านี้กำหนด ขัดมอน = Sida acuta Burm.f. เพื่อป้องกันความสับสนในการทำฐานข้อมูลสมุนไพร

ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร

  • ชื่อสมุนไพร: ขัดมอน
  • ชื่อไทย: ขัดมอน, หญ้าขัดมอน, หญ้าขัดใบยาว
  • ชื่อท้องถิ่น: หญ้าขัดใบยาว, ขัดมอนใหญ่, ยุงปัด, ยุงกวาด, ลำมะเท็ง, นาคุ้ยหมี่, เน่าะเค้ะ และชื่อท้องถิ่นอื่นตามแต่ละพื้นที่
  • ชื่อสามัญ: Common wireweed, Broom weed, Southern sida, Prickly sida, Wire weed
  • ชื่อวิทยาศาสตร์: Sida acuta Burm.f.
  • ชื่อวงศ์: Malvaceae
  • ประเภทพืช: ไม้พุ่มขนาดเล็กหรือไม้พุ่มกึ่งล้มลุก
  • ส่วนที่ใช้เป็นยา: รากเป็นส่วนที่มีการระบุไว้ในตำรายาแผนไทยแห่งชาติ ส่วนภูมิปัญญาพื้นบ้านยังมีการใช้ทั้งต้นและใบ

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

  • ต้น: เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งก้านมาก สูงโดยทั่วไปประมาณ 0.3–1 เมตร แต่ข้อมูลจาก Flora of Thailand พบว่าสามารถสูงได้ประมาณ 1–3 เมตร ลำต้นค่อนข้างแข็งแรง มีขนละเอียดประปรายหรือเกือบเกลี้ยง และมีเส้นใยเหนียวบริเวณเปลือก
  • ใบ: เป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ ใบรูปหอก รูปรีแกมขอบขนานถึงรูปใบหอกแคบ ยาวประมาณ 1.5–7 เซนติเมตร ขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อย ปลายใบแหลมหรือเรียวแหลม โคนใบมนหรือสอบ ทั้งสองด้านอาจเกลี้ยงหรือมีขนรูปดาวประปราย
  • ดอก: ออกเดี่ยวหรือออกเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ตามซอกใบ ดอกสีเหลืองอ่อน กลีบดอก 5 กลีบ ลักษณะคล้ายดอกพืชวงศ์ชบา ขนาดประมาณ 6–10 มิลลิเมตร
  • ผล: เป็นผลแห้งแบบแยกเป็นพูหรือเมริคาร์ป โดยทั่วไปมีประมาณ 5–10 พู แต่ละพูมีเมล็ด 1 เมล็ด เมื่อแก่มีสีน้ำตาลแดงถึงดำ
  • ราก: เป็นระบบรากที่เจริญลงในดิน และเป็นส่วนสำคัญที่ถูกบันทึกเป็น “รากขัดมอน” ในบัญชีพืชวัตถุของตำรายาแผนไทยแห่งชาติ

ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์

  • ถิ่นกำเนิด: เป็นพืชในเขตร้อนและกึ่งร้อน และมีการสันนิษฐานถึงแหล่งกำเนิดในเขตร้อนของทวีปอเมริกาในฐานข้อมูลพฤกษศาสตร์บางแห่ง
  • การกระจายพันธุ์: ปัจจุบันพบแพร่กระจายอย่างกว้างขวางในเขตร้อนของเอเชีย แอฟริกา อเมริกา และหมู่เกาะต่าง ๆ โดย Kew ระบุว่ามีเขตการกระจายพันธุ์กว้างมาก รวมถึงประเทศไทย
  • ในประเทศไทย: พบได้ทั่วไปตามพื้นที่รกร้าง ริมถนน ชายป่า พื้นที่เปิด และบริเวณที่ถูกรบกวน โดยเป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศร้อน

การปลูกและการขยายพันธุ์

  • การขยายพันธุ์: สามารถขยายพันธุ์ด้วย เมล็ด เป็นหลัก
  • การเตรียมพื้นที่: ควรเลือกพื้นที่ได้รับแสงแดดเพียงพอ ดินระบายน้ำได้ดี และไม่จำเป็นต้องเป็นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง
  • การดูแล: ขัดมอนเป็นพืชที่ทนต่อสภาพแวดล้อมและสามารถขึ้นเองตามพื้นที่แห้งหรือพื้นที่ถูกรบกวน จึงจัดเป็นพืชที่ปลูกและดูแลไม่ยาก
  • ข้อควรระวังในการปลูก: เนื่องจากสามารถแพร่กระจายด้วยเมล็ดและเติบโตได้รวดเร็ว จึงควรควบคุมการกระจายพันธุ์เมื่อปลูกในพื้นที่เกษตรหรือพื้นที่อนุรักษ์

ส่วนที่ใช้เป็นยา

  • ราก: เป็นส่วนที่มีการรับรองในรายการพืชวัตถุของ ตำรายาแผนไทยแห่งชาติ โดยระบุชื่อ “ขัดมอน” และส่วนที่ใช้คือราก ในชื่อภาษาละติน Sidae Acutae Radix
  • ทั้งต้น: มีการใช้ในภูมิปัญญาพื้นบ้านสำหรับต้มดื่มหรือใช้ภายนอก
  • ใบ: มีการใช้พื้นบ้าน โดยเฉพาะการใช้ภายนอก เช่น พอกบริเวณฝีหรือบริเวณที่มีอาการบวม

สรรพคุณทางสมุนไพร มีการใช้ตามภูมิปัญญา

ข้อมูลต่อไปนี้เป็น การใช้ตามภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้าน ไม่ควรตีความว่าเป็นข้อบ่งใช้ทางการแพทย์ที่ได้รับการยืนยันในมนุษย์

  • ทั้งต้น: มีการใช้เป็นยาสมุนไพรพื้นบ้านสำหรับอาการไข้ หวัด ปวด บวม การอักเสบ ท้องเสีย และอาการผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร
  • ราก: ตามตำรายาพื้นบ้านใช้เป็นยาขม ช่วยเจริญอาหาร ใช้เป็นยาฝาดสมาน ขับเหงื่อ แก้ไข้ ขับปัสสาวะ และใช้ในตำรับสำหรับอาการเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะและระบบทางเดินอาหาร
  • ใบ: มีการใช้ภายนอกโดยนำใบไปอังไฟหรือบด แล้วนำไปพอกบริเวณฝีหรือบริเวณที่มีการอักเสบตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน
  • อาการปวดฟัน: มีรายงานภูมิปัญญาในบางพื้นที่ให้นำรากหรือส่วนของต้นมาเคี้ยวหรือใช้เป็นน้ำต้มสำหรับบ้วนปาก
  • อาการปวดและการอักเสบ: งานทดลองในสัตว์พบว่าสารสกัด Sida acuta มีฤทธิ์ลดอาการปวดในแบบจำลองการทดลอง จึงมีข้อมูลสนับสนุนบางส่วนต่อการใช้ตามภูมิปัญญา แต่ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปประสิทธิผลในมนุษย์

วิธีใช้

  • ยาต้ม: ในข้อมูลภูมิปัญญาที่เผยแพร่ในประเทศไทย มีการใช้ลำต้นและรากในปริมาณประมาณ 15–30 กรัม ต้มกับน้ำแล้วดื่ม
  • รากต้ม: ใช้รากต้มกับน้ำสำหรับการใช้ตามภูมิปัญญาในกรณีไข้ อาการทางเดินปัสสาวะ หรืออาการผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร
  • ใช้ภายนอก: ใบอาจนำมาอังไฟหรือบดแล้วใช้พอกตามภูมิปัญญาท้องถิ่น
  • ข้อสำคัญ: ปริมาณข้างต้นเป็นข้อมูลการใช้แบบพื้นบ้าน ไม่ใช่ขนาดยามาตรฐานสำหรับการรักษาโรค และไม่ควรนำไปใช้ทดแทนการรักษาที่แพทย์สั่ง

ในบัญชียาจากสมุนไพร

ขัดมอนมีชื่ออยู่ในรายการพืชวัตถุของตำรายาแผนไทยแห่งชาติ โดยระบุเป็น ขัดมอน – ราก – Sidae Acutae Radix – Sida acuta Burm.f. ในฉบับ พ.ศ. 2564

นอกจากนี้ รากขัดมอนยังปรากฏเป็นส่วนประกอบในตำรับยาแผนไทยแห่งชาติบางตำรับ เช่น ตำรับที่ใช้เกี่ยวกับอาการไข้และอาการทางระบบทางเดินอาหาร แสดงให้เห็นว่าขัดมอนมีสถานะเป็น พืชวัตถุในระบบการแพทย์แผนไทย ไม่ได้หมายความว่าการใช้สมุนไพรเดี่ยวทุกกรณีได้รับการยืนยันประสิทธิผลทางคลินิก

สารสำคัญ

มีรายงานพบสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพหลายกลุ่มใน Sida acuta ได้แก่

  • อัลคาลอยด์: เช่น cryptolepine และมีรายงานสารกลุ่ม phenethylamine/alkaloid อื่น ๆ
  • ฟีนอลิกและกรดฟีนอลิก: เช่น ferulic acid, vanillic acid และ syringic acid
  • ฟลาโวนอยด์
  • แทนนิน
  • ซาโปนิน
  • สารกลุ่มแอนทราควิโนนและไตรเทอร์พีนบางชนิด

การศึกษาด้วย UHPLC-HRMS พบว่ากลุ่ม phenolic acids และ flavonoids เป็นองค์ประกอบสำคัญของสารสกัดที่ศึกษา ขณะที่งานด้านพฤกษเคมีของสกุล Sida พบอัลคาลอยด์หลายชนิด โดยเฉพาะ cryptolepine ใน Sida acuta

งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

หลักฐานทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับ ขัดมอน (Sida acuta) ส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับ การทดลองในหลอดทดลองและสัตว์ทดลอง ยังมีข้อมูลการศึกษาทางคลินิกในมนุษย์ไม่เพียงพอ

  • ฤทธิ์ลดปวด: สารสกัด Sida acuta แสดงฤทธิ์ลดปวดในแบบจำลองสัตว์ทดลอง และมีความสัมพันธ์กับการใช้ตามภูมิปัญญาในการบรรเทาอาการปวด
  • ฤทธิ์ต้านเชื้อมาลาเรีย: สารสกัดจากใบและกลุ่มสารฟีนอลิก อัลคาลอยด์ และฟลาโวนอยด์แสดงฤทธิ์ต่อ Plasmodium berghei ในสัตว์ทดลอง โดยกลุ่มฟีนอลิกในการศึกษาหนึ่งสามารถลด parasitaemia ได้สูงสุดประมาณ 64.64% ที่ขนาดทดลอง 600 มก./กก.
  • ฤทธิ์ต้านจุลชีพ: cryptolepine ซึ่งเป็นอัลคาลอยด์สำคัญที่ตรวจพบใน Sida acuta มีรายงานฤทธิ์ต้านจุลชีพ และสารสกัดของพืชมีผลต่อเชื้อหลายชนิดในการทดลอง
  • ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ: สารสกัดหลายชนิดแสดงความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระ โดยสารสกัดเมทานอลให้ผลเด่นในการศึกษาหนึ่ง
  • ฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์: งานวิจัยพบว่าสารสกัดสามารถยับยั้งเอนไซม์บางชนิดที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางชีวภาพและโรคเรื้อรังได้ในระดับห้องปฏิบัติการ
  • ฤทธิ์ต้านการอักเสบ: มีข้อมูลจากการทดลองระดับก่อนคลินิก แต่ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันประสิทธิผลในการรักษาการอักเสบในมนุษย์

การศึกษาทางเภสัชวิทยา

  • ระบบประสาทและความเจ็บปวด: มีผลลดการตอบสนองต่อความเจ็บปวดในแบบจำลองสัตว์ทดลอง
  • ระบบต้านการติดเชื้อ: สารสกัดและสารอัลคาลอยด์บางชนิดมีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียและเชื้อก่อโรคบางชนิด
  • ระบบต้านอนุมูลอิสระ: ฟีนอลิกและฟลาโวนอยด์มีส่วนสัมพันธ์กับฤทธิ์ antioxidant
  • ฤทธิ์ต่อมดลูก: มีงานทดลองพบว่าสารสกัดใบด้วยเอทานอลสามารถเพิ่มการหดตัวของมดลูกในแบบจำลองทดลอง ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์
  • ฤทธิ์ต้านมาลาเรีย: พบผลในสัตว์ทดลอง แต่ยังไม่ใช่หลักฐานเพียงพอสำหรับนำสมุนไพรมาใช้รักษาโรคมาลาเรียในคน

ความปลอดภัย

ข้อมูลความปลอดภัยของขัดมอนยังไม่สมบูรณ์ และความปลอดภัยอาจแตกต่างกันตาม ส่วนของพืช ตัวทำละลาย วิธีสกัด ปริมาณ และระยะเวลาที่ใช้

การศึกษาความเป็นพิษเฉียบพลันของสารสกัด Sida acuta ในหนูพบค่า LD50 ทางการฉีดเข้าช่องท้องประมาณ 3.2 กรัม/กิโลกรัมในงานหนึ่ง และไม่พบการเสียชีวิตในสัตว์ทดลองที่ได้รับสารสกัดกลุ่มอัลคาลอยด์ ฟลาโวนอยด์ และฟีนอลิกทางปากในขนาดสูงถึง 5,000 มก./กก. ในอีกการศึกษาหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ผลดังกล่าว ไม่สามารถนำมาใช้กำหนดขนาดปลอดภัยสำหรับมนุษย์โดยตรง

มีรายงานเกี่ยวกับสารกลุ่มอัลคาลอยด์และสารอื่น ๆ ที่อาจมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาสูง จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้สารสกัดเข้มข้นหรือการใช้ต่อเนื่องโดยไม่มีผู้เชี่ยวชาญดูแล

ข้อห้ามใช้

  • หญิงตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยง โดยเฉพาะการรับประทานใบหรือสารสกัดเข้มข้น เนื่องจากมีข้อมูลการทดลองที่พบฤทธิ์กระตุ้นการหดตัวของมดลูก และมีการใช้ในภูมิปัญญาบางพื้นที่เกี่ยวกับการกระตุ้นการคลอดหรือการทำแท้ง
  • เด็ก สตรีให้นมบุตร ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยก่อนใช้
  • ไม่ควรใช้สมุนไพรชนิดนี้เพื่อรักษาโรคร้ายแรงแทนการรักษามาตรฐาน

ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา

ยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกที่เพียงพอสำหรับระบุ ปฏิกิริยาระหว่างขัดมอนกับยาชนิดใดโดยเฉพาะ อย่างไรก็ตาม มีการตรวจพบอัลคาลอยด์บางชนิด เช่น ephedrine ในรายงานเกี่ยวกับ Sida acuta และพืชในสกุล Sida จึงควรใช้ความระมัดระวังเมื่อนำสารสกัดเข้มข้นไปใช้ร่วมกับยาหรือผลิตภัณฑ์ที่มีผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบประสาท หรือยาที่มีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาท

ผู้ที่รับประทานยาประจำ โดยเฉพาะ ยาควบคุมความดันโลหิต ยากระตุ้นหัวใจ ยาลดคัดจมูกกลุ่ม sympathomimetic หรือยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้สารสกัดขัดมอนเข้มข้น

การใช้ในอาหาร

มีรายงานจากฐานข้อมูลพฤกษศาสตร์ว่าพืชชนิดนี้มีการใช้ประโยชน์ด้านอาหารในบางพื้นที่ แต่การใช้เป็นอาหาร ไม่ได้เป็นการใช้หลักของขัดมอนในประเทศไทย และข้อมูลด้านความปลอดภัยสำหรับการบริโภคในปริมาณอาหารยังมีจำกัด

จึงควรแยก การใช้เป็นอาหาร ออกจาก การใช้เป็นสมุนไพรหรือสารสกัดเข้มข้น เพราะความเข้มข้นของสารออกฤทธิ์อาจแตกต่างกันมาก

การใช้ในผลิตภัณฑ์

  • ไม้กวาด: ลำต้นและกิ่งที่มีความเหนียวถูกนำมาใช้ทำไม้กวาดในหลายพื้นที่
  • เส้นใย: เปลือกและลำต้นให้เส้นใยที่สามารถนำไปทำเชือกหรือวัสดุเส้นใยหยาบได้
  • ผลิตภัณฑ์สมุนไพรพื้นบ้าน: มีการใช้เป็นวัตถุดิบในยาต้ม ยาสมุนไพร และการใช้ภายนอก
  • ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม: มีรายงานการใช้ใบแช่น้ำหรือเตรียมเป็นผลิตภัณฑ์พื้นบ้านสำหรับเส้นผมและหนังศีรษะ แต่ยังไม่ควรถือเป็นข้อบ่งใช้ทางเครื่องสำอางที่ผ่านการรับรองทางคลินิก

การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา

  • ราก: ควรเก็บจากต้นที่สมบูรณ์และระบุชนิดได้ถูกต้อง ขุดรากอย่างระมัดระวังแล้วล้างดินออก
  • ใบและต้น: เก็บในระยะที่ต้นแข็งแรง ไม่มีเชื้อรา หรือร่องรอยการปนเปื้อน
  • การทำแห้ง: หั่นส่วนของพืชให้เหมาะสมแล้วทำให้แห้งในที่สะอาด อากาศถ่ายเทดี และหลีกเลี่ยงความชื้น
  • การเก็บรักษา: เก็บวัตถุดิบแห้งในภาชนะสะอาด ปิดสนิท ป้องกันแสง ความชื้น แมลง และเชื้อรา
  • การตรวจสอบก่อนใช้: ควรตรวจสอบลักษณะ สี กลิ่น สิ่งแปลกปลอม และความชื้นก่อนนำไปใช้เป็นวัตถุดิบสมุนไพร

ภูมิปัญญาท้องถิ่น

ขัดมอนมีชื่อปรากฏในภูมิปัญญาหลายภูมิภาคของประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มชื่อ หญ้าขัดใบยาว ยุงปัด ยุงกวาด และขัดมอน มีการใช้รากและทั้งต้นในตำรับพื้นบ้านสำหรับไข้ ระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินปัสสาวะ และอาการปวด รวมทั้งใช้ใบภายนอกสำหรับฝีหรืออาการบวม

ในชุมชนบางแห่งยังใช้ลำต้นของขัดมอนทำ ไม้กวาด ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าพืชชนิดนี้ไม่ได้มีคุณค่าเฉพาะด้านสมุนไพร แต่ยังเป็นพืชใช้สอยในวิถีชีวิตพื้นบ้านด้วย

ประวัติและวัฒนธรรม

ขัดมอนเป็นพืชที่มีความเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของชุมชนในเขตร้อน ทั้งในฐานะ สมุนไพรพื้นบ้าน พืชเส้นใย และพืชสำหรับทำไม้กวาด ชื่อพื้นเมืองที่แตกต่างกันจำนวนมากสะท้อนการใช้ประโยชน์และการรู้จักพืชชนิดนี้ในหลายพื้นที่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ในประเทศไทย ชื่อ “หญ้าขัดใบยาว” ช่วยแยกชนิด Sida acuta ออกจากหญ้าขัดหรือขัดมอนชนิดอื่นที่อยู่ในสกุลเดียวกัน ซึ่งมีความสำคัญต่อการใช้สมุนไพรและการตรวจสอบวัตถุดิบให้ถูกต้อง

สถานะการอนุรักษ์

ขัดมอนเป็นพืชที่แพร่กระจายกว้างและสามารถขึ้นได้ในพื้นที่ถูกรบกวน จึงไม่ใช่สมุนไพรที่มีปัญหาขาดแคลนในระดับทั่วไป

Kew ระบุจาก Angiosperm Extinction Risk Predictions ว่า Sida acuta มีการคาดการณ์สถานะ not threatened ด้วยความเชื่อมั่นสูง ขณะที่ฐานข้อมูลพฤกษศาสตร์บางแห่งยังระบุว่าไม่ได้รับการประเมินสถานะการอนุรักษ์อย่างเป็นทางการในระดับ IUCN

ข้อมูลอนุกรมวิธาน

  • Kingdom: Plantae
  • Phylum: Tracheophyta
  • Class: Magnoliopsida
  • Order: Malvales
  • Family: Malvaceae
  • Genus: Sida L.
  • Species: Sida acuta Burm.f.

ชื่อพ้องที่สำคัญ: Sida carpinifolia และชื่อระดับพันธุ์/ชนิดย่อยบางชื่อที่ปัจจุบันถูกจัดเป็นชื่อพ้องของ Sida acuta ตามฐานข้อมูลอนุกรมวิธานสมัยใหม่

การตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพร

การตรวจสอบ ขัดมอน (Sida acuta) ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะชื่อพื้นบ้าน “ขัดมอน” อาจหมายถึงพืช Sida ชนิดอื่น เช่น Sida rhombifolia

  • ตรวจลักษณะต้น: ไม้พุ่มตั้งตรง แตกกิ่งมาก
  • ตรวจใบ: ใบเรียวรูปหอกถึงรูปใบหอก ขอบใบหยักฟันเลื่อย ใบค่อนข้างแคบเมื่อเทียบกับ Sida rhombifolia
  • ตรวจดอก: ดอกสีเหลืองอ่อน ออกตามซอกใบ
  • ตรวจผล: ผลแห้งแยกเป็นพู มีเมล็ดพูละ 1 เมล็ด
  • ตรวจตัวอย่างอ้างอิง: ควรเปรียบเทียบกับตัวอย่างพรรณไม้แห้งหรือ voucher specimen ที่ผ่านการระบุชนิดโดยนักพฤกษศาสตร์
  • การตรวจทางห้องปฏิบัติการ: หากเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตยา ควรใช้การตรวจลักษณะทางจุลทรรศน์ ร่วมกับ chromatographic fingerprint เช่น HPTLC/HPLC และหากจำเป็นอาจใช้ DNA barcoding เพื่อยืนยันชนิด

การตรวจสอบชนิดมีความสำคัญมาก เนื่องจากพืชในสกุล Sida มีลักษณะคล้ายกันและมีการใช้ชื่อพื้นบ้านซ้ำกันหลายชนิด

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (2564). ตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ ฉบับ พ.ศ. 2564 (National Thai Traditional Medicine Formulary 2021 Edition). กระทรวงสาธารณสุข.
  2. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. (2562). e-Flora of Thailand: Sida acuta Burm.f.
  3. สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. (2564). Thailand Biodiversity Information Facility (TH-BIF): Sida acuta Burm.f.
  4. มูลนิธิหมอชาวบ้าน. (2522). หญ้าขัด. หมอชาวบ้าน.
  5. Adesina, D. A., Adefolalu, S. F., Jigam, A. A., & Lawal, B. (2020). Antiplasmodial effect and sub-acute toxicity of alkaloid, flavonoid and phenolic extracts of Sida acuta leaf on Plasmodium berghei-infected animals. Journal of Taibah University for Science, 14(1), 943–953. https://doi.org/10.1080/16583655.2020.1790912
  6. Kaur, A., & Singh, R. D. (2022). Sida acuta Burm. fil.: Potential benefits. International Journal of Ayurvedic Medicine, 13(2), 313–320. https://doi.org/10.47552/ijam.v13i2.2749
  7. Konaté, K., Bassolé, I. H. N., Hilou, A., Aworet-Samseny, R. R. R., Souza, A., Barro, N., Dicko, M. H., Datté, J. Y., & M’Batchi, B. (2012). Toxicity assessment and analgesic activity investigation of aqueous acetone extracts of Sida acuta Burm.f. and Sida cordifolia L. BMC Complementary and Alternative Medicine, 12, 120. https://doi.org/10.1186/1472-6882-12-120
  8. Uysal, S., Gevrenova, R., Kouadio Ibrahime, S., Ugurlu, A. B., Altunoglu, Y. C., Zheleva-Dimitrova, D., Ak, G., Baloglu, M. C., Ouattara, K. E., Lobine, D., Mahomoodally, M. F., & Zengin, G. (2021). New perspectives into the chemical characterization of Sida acuta Burm. f. extracts with respect to its anti-cancer, antioxidant and enzyme inhibitory effects. Process Biochemistry, 105, 91–101. https://doi.org/10.1016/j.procbio.2021.03.028
  9. Royal Botanic Gardens, Kew. (2026). Sida acuta Burm.f. Plants of the World Online.
Scroll to top