ข้าวเย็นใต้
ข้าวเย็นใต้ เป็นสมุนไพรไทยที่มีการใช้ในตำรับยาแผนไทยมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะ เหง้าหรือหัวข้าวเย็นใต้ ซึ่งใช้เป็นเครื่องยาในตำรับเกี่ยวกับอาการทางผิวหนัง น้ำเหลืองเสีย กามโรค และอาการอักเสบบางชนิด ชื่อข้าวเย็นใต้ยังมีความสับสนทางพฤกษศาสตร์ในเอกสารบางแหล่ง เนื่องจากชื่อ “หัวข้าวเย็น” ในภูมิปัญญาไทยอาจหมายถึงพืชหลายชนิด ดังนั้นข้อมูลนี้ยึด ข้าวเย็นใต้ = Smilax glabra Roxb. เป็นหลัก ซึ่งเป็นชื่อที่ปรากฏในแหล่งข้อมูลด้านสมุนไพรไทยและฐานข้อมูลพฤกษศาสตร์หลายแห่ง
ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร
- ชื่อสมุนไพร : ข้าวเย็นใต้
- ชื่อวิทยาศาสตร์ : Smilax glabra Roxb. เป็นชื่อวิทยาศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับในฐานข้อมูล Plants of the World Online ของ Royal Botanic Gardens, Kew
- ชื่อวงศ์ : Smilacaceae
- ชื่อสามัญ : Chinese smilax, China root, Shiny-leaf Smilax
- ชื่อท้องถิ่น : ยาหัว, หัวยาข้าวเย็น, ยาหัวข้อ, หัวยาจีนปักษ์ใต้, ข้าวเย็นโคกขาว และชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ แตกต่างกันตามภูมิภาค
- ลักษณะวิสัย : ไม้เลื้อยอายุหลายปี มีเหง้าหรือหัวอยู่ใต้ดิน
- ส่วนที่ใช้เป็นยา : เหง้าหรือหัวเป็นส่วนที่ใช้กันมากที่สุด
- เครื่องยาในตำรายา : เหง้าหรือหัวแห้ง
- ชื่อเครื่องยาในทางเภสัชกรรมแผนไทย : ข้าวเย็นใต้
หมายเหตุด้านชื่อพฤกษศาสตร์ : งานวิจัยบางส่วนใช้ชื่อ “ข้าวเย็นใต้” กับ Dioscorea membranacea Pierre ex Prain & Burkill ซึ่งเป็นพืชคนละชนิดกับ Smilax glabra Roxb. และมีสารสำคัญรวมถึงข้อมูลทางเภสัชวิทยาแตกต่างกัน ดังนั้นเมื่อนำข้อมูลไปใช้ในเว็บไซต์ควรระบุชื่อวิทยาศาสตร์กำกับทุกครั้งเพื่อป้องกันการสับสนของวัตถุดิบสมุนไพร
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
- ต้น : เป็นไม้เถาเลื้อยหรือไม้เลื้อยอายุหลายปี ลำต้นและเถามีลักษณะค่อนข้างแข็ง สามารถเลื้อยพันพืชอื่นเพื่อช่วยพยุงลำต้น
- ลำต้น : เถามีสีเขียวเมื่ออ่อน และเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเมื่อแก่ มีการแตกกิ่งตามข้อ
- หนามและมือเกาะ : พืชในสกุล Smilax สามารถมีหนามและโครงสร้างช่วยเกาะพยุงลำต้น โดยลักษณะดังกล่าวช่วยให้สามารถเลื้อยขึ้นพุ่มไม้หรือต้นไม้อื่นได้
- ใบ : ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่ถึงรูปรีหรือรูปไข่แกมรูปขอบขนาน ปลายใบแหลมถึงเรียว โคนใบมนหรือสอบ เนื้อใบค่อนข้างเหนียว ผิวใบด้านบนสีเขียว
- ดอก : ดอกขนาดเล็ก ออกเป็นช่อบริเวณซอกใบ และเป็นพืชที่มีดอกเพศผู้และดอกเพศเมียแยกกัน โดยทั่วไปแต่ละต้นมีดอกเพศใดเพศหนึ่ง
- ผล : ผลมีลักษณะกลม เมื่ออ่อนมีสีเขียว และเมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีแดงคล้ำถึงดำ มีเมล็ดอยู่ภายใน
- เหง้าหรือหัว : อยู่ใต้ดิน มีลักษณะเป็นก้อนหรือทรงกระบอกไม่สม่ำเสมอ ผิวขรุขระ มีรากฝอยจำนวนมาก และเป็นส่วนสำคัญที่นำมาใช้ทำยา
ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์
- ถิ่นกำเนิด : มีถิ่นกำเนิดตั้งแต่บริเวณอัสสัมไปจนถึงไต้หวันและอินโดจีน
- การกระจายพันธุ์ : พบในอินเดีย อัสสัม บังกลาเทศ จีน ลาว เมียนมา ไต้หวัน ไทย และเวียดนาม โดย Kew ระบุประเทศไทยอยู่ในเขตการกระจายพันธุ์ตามธรรมชาติของชนิดนี้
- ถิ่นอาศัย : พบได้ในพื้นที่ป่าและบริเวณที่มีไม้พุ่มหรือพืชอื่นให้เลื้อยพัน โดยเป็นพืชที่เหมาะกับภูมิอากาศเขตร้อนและกึ่งร้อน
การปลูกและการขยายพันธุ์
- การขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด : สามารถขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด แต่เมล็ดของ Smilax glabra มีภาวะพักตัว ทำให้การงอกอาจใช้เวลานานและต้องจัดการสภาพแวดล้อมอย่างเหมาะสม
- การขยายพันธุ์ด้วยเหง้า : สามารถใช้ส่วนของเหง้าหรือรากที่มีตาเพื่อขยายพันธุ์ได้
- การขยายพันธุ์ด้วยการปักชำ : มีรายงานว่าสามารถขยายพันธุ์โดยการปักชำหรือใช้ส่วนของระบบใต้ดินได้
- การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ : มีการศึกษาการขยายพันธุ์ Smilax glabra ด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ โดยสามารถเพิ่มจำนวนยอดและชักนำให้เกิดรากได้ เหมาะสำหรับการผลิตต้นพันธุ์จำนวนมากและเป็นแนวทางหนึ่งในการลดแรงกดดันจากการเก็บวัตถุดิบจากธรรมชาติ
- สภาพปลูก : ควรเลือกพื้นที่มีความชื้นเพียงพอ ดินระบายน้ำได้ดี มีอินทรียวัตถุ และควรมีค้างหรือไม้พี่เลี้ยงสำหรับให้เถาเลื้อย
ส่วนที่ใช้เป็นยา
- เหง้าหรือหัว : เป็นส่วนที่ใช้เป็นยาหลัก นิยมเก็บมาล้าง หั่นเป็นชิ้น และทำให้แห้งก่อนนำไปใช้เป็นเครื่องยา
- ราก : มีการใช้ในภูมิปัญญาพื้นบ้านบางพื้นที่
- ส่วนอื่นของพืช : มีการกล่าวถึงการใช้ใบ ดอก และผลในตำรับพื้นบ้านบางแห่ง แต่ข้อมูลการใช้เป็นเครื่องยาหลักมีน้อยกว่าเหง้า
สรรพคุณทางสมุนไพร มีการใช้ตามภูมิปัญญา
- เหง้าหรือหัว : ตามตำรายาไทยใช้ในกลุ่มอาการ กามโรค น้ำเหลืองเสีย พุพอง ผื่นคัน และความผิดปกติของระบบปัสสาวะ โดยมักใช้ร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นในตำรับ
- ด้านผิวหนัง : ภูมิปัญญาพื้นบ้านใช้ข้าวเย็นใต้ในตำรับสำหรับอาการผิวหนังอักเสบ ผื่นคัน แผล และโรคผิวหนังบางชนิด
- ด้านการอักเสบ : การศึกษาสมัยใหม่พบว่าสารสกัดและสารบางชนิดจาก Smilax glabra สามารถลดตัวกลางการอักเสบในแบบจำลองทดลองได้
- ด้านการติดเชื้อ : มีรายงานฤทธิ์ต้านจุลชีพบางชนิดจากการศึกษาในห้องปฏิบัติการ
- ด้านสารต้านอนุมูลอิสระ : สารกลุ่มฟลาโวนอยด์จากเหง้ามีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในแบบจำลองทางห้องปฏิบัติการ
ข้อควรระวังในการเขียนข้อมูล SEO : ไม่ควรใช้ข้อความว่า “ข้าวเย็นใต้รักษามะเร็ง” เป็นข้อสรุปทางการแพทย์ เพราะหลักฐานส่วนใหญ่เป็นการศึกษาระดับเซลล์ สัตว์ทดลอง หรือการศึกษาสารสกัด และยังไม่มีหลักฐานทางคลินิกเพียงพอที่จะยืนยันการรักษามะเร็งในมนุษย์
วิธีใช้
- การใช้เป็นเครื่องยา : โดยทั่วไปใช้เหง้าหรือหัวแห้งเป็นส่วนประกอบของตำรับยาแผนไทย
- การต้ม : ในภูมิปัญญาพื้นบ้านมีการนำเหง้าหรือหัวไปต้มกับน้ำร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่น แล้วใช้เป็นยาตามตำรับ
- การใช้ในตำรับยา : ข้าวเย็นใต้มักไม่ได้ใช้เป็นยาสมุนไพรเดี่ยว แต่ใช้เป็นองค์ประกอบของตำรับที่กำหนดสัดส่วนและวิธีเตรียมแตกต่างกัน
- ไม่ควรนำวิธีใช้พื้นบ้านมาปรับเป็นขนาดยาสำหรับรักษาโรคด้วยตนเอง โดยเฉพาะผู้ที่กำลังใช้ยาประจำหรือมีโรคเรื้อรัง
ในบัญชียาจากสมุนไพร
- ข้าวเย็นใต้มีการใช้เป็นตัวยาในตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ โดยพบในตำรับที่ประกาศในตำราตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ ฉบับ พ.ศ. 2564 เช่น ตำรับ ยาแก้คุดทะราด ซึ่งมีข้าวเย็นใต้เป็นหนึ่งในตัวยาสำคัญของตำรับ
- ควรแยกคำว่า “เป็นตัวยาในตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ” ออกจากการกล่าวว่าเป็น “ยาสำเร็จรูปเดี่ยวสำหรับรักษาโรค” เพราะสถานะดังกล่าวไม่เหมือนกัน
- ข้อมูลจากกรมการแพทย์ยังเตือนว่าตำรับสมุนไพรที่นำข้าวเย็นใต้ไปกล่าวอ้างว่ารักษามะเร็งโดยตรง ยังไม่มีหลักฐานการวิจัยทางคลินิกเพียงพอรองรับ
สารสำคัญ
- ฟลาโวนอยด์และฟลาโวนอยด์ไกลโคไซด์ : เป็นกลุ่มสารสำคัญที่พบมากใน Smilax glabra
- Astilbin : เป็นสารสำคัญที่ได้รับการศึกษาอย่างกว้างขวาง และใช้เป็นสารบ่งชี้คุณภาพของ Smilax glabra ในการศึกษาด้านเภสัชพฤกษศาสตร์และการควบคุมคุณภาพ
- Neoastilbin, isoastilbin และ neoisoastilbin : เป็นสารกลุ่มฟลาโวนอยด์ที่พบในเหง้า
- Phenolic acids : เช่น syringic acid และ caffeic acid derivatives
- Resveratrol และอนุพันธ์ : มีรายงานการตรวจพบในสารสกัดจากเหง้า
- Steroids และสารกลุ่มอื่น : มีรายงานพบสารหลายกลุ่ม รวมถึงสเตอรอยด์และสารฟีนอลิก
- มีการศึกษาพบสารจาก S. glabra มากกว่า 200 ชนิด โดยกลุ่มหลัก ได้แก่ flavonoids, phenolic compounds, phenolic acids, stilbenes และสารอื่น ๆ
งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
- ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ : สารสกัดที่อุดมด้วยสารฟีนอลิกจาก S. glabra แสดงความสามารถในการกำจัดอนุมูลอิสระ DPPH และ ABTS และลดการสร้าง nitric oxide, TNF-α และ IL-6 ในเซลล์ RAW264.7 ที่ถูกกระตุ้นด้วย LPS
- ฤทธิ์ของฟลาโวนอยด์ : การศึกษาสารฟลาโวนอยด์ 6 ชนิด ได้แก่ astilbin, neoastilbin, isoastilbin, neoisoastilbin, engeletin และ epicatechin พบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและลดตัวกลางการอักเสบในแบบจำลองเซลล์
- ฤทธิ์ต้านการอักเสบ : มีการแยกสารหลายชนิดจากเหง้า และพบว่าสารบางชนิดสามารถยับยั้งการสร้าง nitric oxide และ TNF-α ในเซลล์แมคโครฟาจที่ถูกกระตุ้น
- ฤทธิ์ต้านมะเร็ง : มีการศึกษาในระดับเซลล์และสัตว์ทดลองเกี่ยวกับฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็ง แต่ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าใช้รักษามะเร็งในมนุษย์ได้
- หลักฐานทางคลินิก : ข้อมูลปัจจุบันยังมีจำกัด และยังขาดการศึกษาทางคลินิกคุณภาพสูงที่ยืนยันประสิทธิผลและขนาดใช้ที่เหมาะสมของ Smilax glabra ในโรคต่าง ๆ อย่างชัดเจน
การศึกษาทางเภสัชวิทยา
- ฤทธิ์ต้านการอักเสบ : สารสกัดและสารฟลาโวนอยด์บางชนิดลดการสร้าง NO และไซโตไคน์ที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ
- ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ : พบความสามารถในการกำจัดอนุมูลอิสระและเพิ่มความสามารถในการรีดิวซ์ในแบบจำลองทางเคมี
- ฤทธิ์ต้านจุลชีพ : มีรายงานฤทธิ์ต้านแบคทีเรียและไวรัสจากการศึกษาในหลอดทดลอง
- ฤทธิ์ปกป้องตับ : มีข้อมูลจากการทดลองในสัตว์ที่สนับสนุนศักยภาพด้านการปกป้องเซลล์ตับ
- ฤทธิ์ต่อระบบภูมิคุ้มกัน : มีรายงานการเปลี่ยนแปลงการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันในแบบจำลองทดลอง
- ฤทธิ์ลดกรดยูริก : การทดลองในสัตว์บางการศึกษาพบว่าสารสกัดกลุ่มฟลาโวนอยด์อาจช่วยลดระดับกรดยูริกและการทำงานของเอนไซม์ xanthine oxidase
ความปลอดภัย
- ข้อมูลด้านความปลอดภัยในมนุษย์ยังมีจำกัดเมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลการใช้แบบดั้งเดิมและงานวิจัยในสัตว์หรือหลอดทดลอง
- งานวิจัยจำนวนมากใช้สารสกัดในรูปแบบและขนาดที่แตกต่างกัน จึงไม่สามารถนำผลจากสารสกัดชนิดหนึ่งไปกำหนดขนาดรับประทานของเหง้าสมุนไพรโดยตรงได้
- การใช้ในตำรับยาแผนไทยควรใช้ตามตำรับและคำแนะนำของผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือบุคลากรสาธารณสุข
- ผู้ที่ใช้ยาประจำควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีข้าวเย็นใต้ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สารสกัดเข้มข้น
ข้อห้ามใช้
- ไม่ควรใช้ข้าวเย็นใต้แทนการรักษามาตรฐานของโรคมะเร็ง การติดเชื้อ หรือโรคร้ายแรงอื่น
- ผู้ที่แพ้พืชในวงศ์ Smilacaceae หรือเคยเกิดอาการแพ้ผลิตภัณฑ์จากข้าวเย็นใต้ควรหลีกเลี่ยง
- หญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตร : ควรหลีกเลี่ยงการใช้ในรูปแบบสารสกัดเข้มข้น เนื่องจากยังมีข้อมูลด้านความปลอดภัยไม่เพียงพอ
- ผู้ป่วยโรคเรื้อรังหรือผู้ที่รับประทานยาหลายชนิดควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา
- มีข้อมูลจากการศึกษาระดับห้องปฏิบัติการว่าองค์ประกอบบางชนิดของ Smilax glabra อาจมีผลต่อเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงยา เช่น CYP3A4 และ CYP2D6 แต่ความสำคัญทางคลินิกในมนุษย์ยังไม่ชัดเจน
- ผู้ที่ใช้ยาซึ่งมีช่วงการรักษาแคบ หรือใช้ยาที่ต้องอาศัย CYP3A4/CYP2D6 ในการกำจัด ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้สารสกัดข้าวเย็นใต้
- ไม่ควรสรุปว่าการรับประทานข้าวเย็นใต้ร่วมกับยาทุกชนิดจะเกิดปฏิกิริยา เพราะหลักฐานปัจจุบันส่วนหนึ่งเป็นข้อมูลจากห้องปฏิบัติการ
การใช้ในอาหาร
- ในบางประเทศของเอเชีย โดยเฉพาะจีน มีการใช้เหง้า Smilax glabra ในอาหารสุขภาพ ซุป และชาสมุนไพร
- การใช้ในอาหารมักอยู่ในรูปแบบวัตถุดิบที่ผ่านการเตรียมอย่างเหมาะสม มากกว่าการรับประทานเหง้าดิบโดยตรง
- ในประเทศไทย การใช้ข้าวเย็นใต้มีลักษณะเด่นในด้าน เครื่องยาและตำรับยาสมุนไพร มากกว่าการใช้เป็นผักหรือเครื่องเทศในอาหารประจำวัน
การใช้ในผลิตภัณฑ์
- ผลิตภัณฑ์ชาสมุนไพร : เหง้าข้าวเย็นใต้สามารถนำไปใช้เป็นส่วนประกอบของชาสมุนไพรและเครื่องดื่มสมุนไพร
- ผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ : ในต่างประเทศมีการใช้ Smilax glabra เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
- ผลิตภัณฑ์สมุนไพร : ใช้เป็นวัตถุดิบในตำรับสมุนไพรและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพ
- ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง : สารสกัดจากพืชชนิดนี้มีศักยภาพด้านสารต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ จึงมีความสนใจในการประยุกต์ใช้ในผลิตภัณฑ์สุขภาพและเครื่องสำอาง แต่ประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปขึ้นกับสูตรและมาตรฐานการผลิต
การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา
- การเก็บเกี่ยว : เก็บส่วนเหง้าหรือหัวที่มีขนาดสมบูรณ์และมีอายุเหมาะสม โดยขุดจากดินแล้วนำมาทำความสะอาด
- การเตรียมวัตถุดิบ : ล้างดินและสิ่งสกปรกออก หั่นเป็นชิ้นตามความเหมาะสม แล้วทำให้แห้งอย่างถูกสุขลักษณะ
- การทำให้แห้ง : ควรทำให้แห้งสนิทเพื่อลดความชื้นและลดโอกาสการเกิดเชื้อรา
- การเก็บรักษา : เก็บในภาชนะสะอาด แห้ง ปิดสนิท ป้องกันความชื้น แสง แมลง และการปนเปื้อน
- การควบคุมคุณภาพ : ควรตรวจสอบเอกลักษณ์พืชและสารบ่งชี้ เช่น astilbin รวมถึงควบคุมความชื้นและการปนเปื้อนก่อนนำไปผลิตเป็นเครื่องยา
ภูมิปัญญาท้องถิ่น
- ข้าวเย็นใต้เป็นหนึ่งในกลุ่ม หัวข้าวเย็น ที่ใช้ในภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้านไทย
- มีการใช้เหง้าหรือหัวในตำรับสำหรับ น้ำเหลืองเสีย พุพอง ผื่นคัน โรคผิวหนัง กามโรค และอาการทางปัสสาวะ ตามแนวคิดของแพทย์แผนไทย
- มีการใช้ร่วมกับ ข้าวเย็นเหนือ และสมุนไพรอื่นในตำรับยาเพื่อดูแลอาการปวดเมื่อยและความผิดปกติบางอย่าง
- แหล่งข้อมูลวัฒนธรรมท้องถิ่นระบุการใช้หัวข้าวเย็นใต้และหัวข้าวเย็นเหนือในตำรับพื้นบ้านของภาคใต้และพื้นที่อื่น ๆ
ประวัติและวัฒนธรรม
- ข้าวเย็นใต้เป็นสมุนไพรที่มีประวัติการใช้ในเอเชียมาเป็นเวลานาน โดยเฉพาะในระบบการแพทย์แผนจีน ซึ่งใช้ชื่อ Tu Fu Ling และใช้เหง้าเป็นเครื่องยา
- ในภูมิปัญญาไทย ข้าวเย็นใต้ปรากฏร่วมกับข้าวเย็นเหนือในตำรับยาและองค์ความรู้ด้านเภสัชกรรมไทย
- เอกสารด้านวัฒนธรรมและตำรายาไทยสะท้อนว่าหัวข้าวเย็นเป็นเครื่องยาที่มีความสำคัญในตำรับเกี่ยวกับโรคผิวหนัง น้ำเหลือง และกามโรค
- ความสับสนของชื่อ “ข้าวเย็นใต้” กับพืชต่างชนิด เช่น Dioscorea membranacea สะท้อนความสำคัญของการใช้ ชื่อวิทยาศาสตร์และการตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพร ในการจัดทำฐานข้อมูลสมุนไพรสมัยใหม่
สถานะการอนุรักษ์
- ฐานข้อมูล Plants of the World Online ของ Kew ระบุ Smilax glabra เป็นชนิดที่ได้รับการยอมรับ และแบบจำลอง Angiosperm Extinction Risk Predictions v1 ประเมินว่า not threatened อย่างไรก็ตาม การประเมินดังกล่าวเป็นการคาดการณ์ความเสี่ยง ไม่ควรตีความว่าเป็นการรับรองสถานะในบัญชี IUCN โดยตรง
- เนื่องจากเหง้าเป็นส่วนที่ใช้เป็นยา การเก็บจากธรรมชาติโดยถอนทั้งระบบใต้ดินอาจกระทบต่อการคงอยู่ของประชากรในพื้นที่ จึงควรส่งเสริมการปลูกและการขยายพันธุ์เพื่อผลิตวัตถุดิบอย่างยั่งยืน
- การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเป็นแนวทางหนึ่งที่สามารถนำมาใช้เพิ่มจำนวนต้นพันธุ์และสนับสนุนการอนุรักษ์ทรัพยากรพันธุกรรม
ข้อมูลอนุกรมวิธาน
- อาณาจักร (Kingdom) : Plantae
- ไฟลัม (Phylum) : Streptophyta
- ชั้น (Class) : Equisetopsida
- ชั้นย่อย (Subclass) : Magnoliidae
- อันดับ (Order) : Liliales
- วงศ์ (Family) : Smilacaceae
- สกุล (Genus) : Smilax L.
- ชนิด (Species) : Smilax glabra Roxb.
ข้อมูลอนุกรมวิธานข้างต้นสอดคล้องกับ Plants of the World Online ของ Kew ซึ่งยอมรับ Smilax glabra Roxb. เป็นชื่อวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้องของชนิดนี้
การตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพร
- ลักษณะทางมหภาค : ตรวจสอบลักษณะเถา ใบ ผล และโดยเฉพาะรูปร่างของเหง้าหรือหัว สี ผิว เนื้อภายใน และลักษณะรากฝอย
- ลักษณะทางจุลทรรศน์ : ตรวจสอบเนื้อเยื่อของเหง้าและองค์ประกอบทางกายวิภาคเพื่อช่วยยืนยันชนิดของวัตถุดิบ
- การตรวจสอบทางเคมี : สามารถใช้ chromatographic fingerprint และสารบ่งชี้ เช่น astilbin เพื่อช่วยควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ Smilax glabra
- การตรวจสอบด้วย DNA barcoding : การใช้เครื่องหมาย DNA เช่น rbcL, trnL และ trnH-psbA มีศักยภาพในการจำแนกชนิดของพืชกลุ่ม “หัวข้าวเย็น” ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากเนื่องจากหัวข้าวเย็นในตลาดอาจมาจากพืชหลายชนิด
- การตรวจสอบตัวอย่างอ้างอิง : ควรเก็บ voucher specimen และเปรียบเทียบกับตัวอย่างอ้างอิงจากหอพรรณไม้หรือพิพิธภัณฑ์พืช เพื่อป้องกันการใช้พืชผิดชนิด
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมการแพทย์. (2563). สถาบันมะเร็งแห่งชาติแจ้งเตือนข่าวปลอม “ตำรับยาสมุนไพรดื่มรักษามะเร็งปอด”. กระทรวงสาธารณสุข.
- กองการแพทย์พื้นบ้านและการแพทย์ทางเลือก. (2564). รายการตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ ฉบับ พ.ศ. 2564. กระทรวงสาธารณสุข.
- จิระเกียรติกุล, เยาวพา, และสองศรี, อรอุมา. (2558). การขยายพันธุ์หัวข้าวเย็น (Smilax glabra Roxb.) ด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ. Thai Science and Technology Journal, 23(1).
- บุญยืน, ทิพย์สุคนธ์, จิระเกียรติกุล, เยาวพา, ฤทธิไชย, ภาณุมาศ, เรืองหนู, ศรีโสภา, และอิฐรัตน์, อรุณพร. (2557). ปริมาณ dioscorealide B ของยอดข้าวเย็นใต้ (Dioscorea membranacea Pierre ex Prain & Burkill) ในสภาพปลอดเชื้อที่ระยะเวลาเพาะเลี้ยงต่างกัน. แก่นเกษตร, 42(ฉบับพิเศษ 3).
- สำนักงานประมงจังหวัดนครนายก. (2564). สมุนไพรไทย: ข้าวเย็นเหนือและข้าวเย็นใต้. กรมประมง.
- Chen, X., et al. (2020). Antioxidant and anti-inflammatory activities of six flavonoids from Smilax glabra Roxb. Molecules, 25(22), 5295.
- Lu, C.-L., Zhu, W., Wang, M., Xu, X.-J., & Lu, C.-J. (2014). Antioxidant and anti-inflammatory activities of phenolic-enriched extracts of Smilax glabra. Evidence-Based Complementary and Alternative Medicine, 2014, 910438.
- Shen, X., et al. (2018). Ethnomedicine, phytochemistry and pharmacology of Smilax glabra: An important traditional Chinese medicine. The American Journal of Chinese Medicine. doi:10.1142/S0192415X18500143.
- Zhao, X., et al. (2020). Antioxidant and anti-inflammatory activities of six flavonoids from Smilax glabra Roxb. Molecules, 25(22), 5295.
- Royal Botanic Gardens, Kew. (2026). Smilax glabra Roxb. Plants of the World Online.
