ครอบจักรวาล
ครอบจักรวาล เป็นไม้พุ่มสมุนไพรในวงศ์ชบา (Malvaceae) พบขึ้นได้ทั่วไปตามพื้นที่รกร้าง ริมถนน และพื้นที่เปิดในเขตร้อน มีชื่อท้องถิ่นหลายชื่อ เช่น ครอบ, ครอบจักรวาล, ครอบฟันสี, ตอบแตบ, บอบแปบ, มะก่องข้าว, ก่อนเข้า, โผงผาง, ขัดมอนหลวง และหญ้าขัดหลวง โดยในบทความนี้ใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ Abutilon indicum (L.) Sweet ซึ่งเป็นชื่อที่ได้รับการยอมรับในฐานข้อมูลอนุกรมวิธานสากล
ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร
- ชื่อสมุนไพร : ครอบจักรวาล
- ชื่อท้องถิ่น : ครอบ, ครอบฟันสี, ตอบแตบ, บอบแปบ, มะก่องข้าว, ก่อนเข้า, โผงผาง, ครอบตลับ, หญ้าขัดหลวง, หญ้าขัดใบป้อม และขัดมอนหลวง
- ชื่อสามัญ : Country mallow, Indian mallow
- ชื่อวิทยาศาสตร์ : Abutilon indicum (L.) Sweet
- ชื่อพ้องที่สำคัญ : Sida indica L.
- วงศ์ : Malvaceae
- ลักษณะการใช้ประโยชน์ : ใช้เป็น สมุนไพรครอบจักรวาล ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน โดยมีการใช้ราก ต้น ใบ ดอก ผล และเมล็ด
- สารสำคัญที่มีรายงาน : กลุ่มฟลาโวนอยด์ ฟีนอลิก สเตอรอล ซาโปนิน แทนนิน เมือก (mucilage) และสารระเหยหลายชนิด
ฐานข้อมูล Plants of the World Online ของ Royal Botanic Gardens, Kew ยอมรับ Abutilon indicum (L.) Sweet เป็นชื่อวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้อง และจัดพืชชนิดนี้อยู่ในวงศ์ Malvaceae
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
- ต้น : เป็นไม้พุ่มหรือไม้พุ่มกึ่งไม้ล้มลุก อายุหนึ่งปีหรือหลายปี สูงประมาณ 0.5–3 เมตร ลำต้นและกิ่งมีขนละเอียดหรือขนรูปดาวปกคลุม
- ใบ : ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่กว้าง โคนใบเว้าเป็นรูปหัวใจ ปลายใบแหลมหรือแหลมยาว ขอบใบหยักแบบซี่ฟัน ก้านใบค่อนข้างยาว ผิวใบมีขน โดยเฉพาะด้านล่าง
- ดอก : ดอกเดี่ยวออกตามซอกใบ ก้านดอกค่อนข้างยาว ดอกมีสีเหลืองถึงเหลืองอมส้ม กลีบดอกประมาณ 5 กลีบ
- เกสร : มีเกสรเพศผู้จำนวนมาก เชื่อมกันเป็นหลอดสั้น ๆ รอบเกสรเพศเมีย
- ผล : ผลแห้งแตก มีลักษณะคล้ายครึ่งทรงกลมหรือรูปจาน ประกอบด้วยหลายซีกประมาณ 15–22 ซีก
- เมล็ด : เมล็ดมีรูปร่างคล้ายไต มีขนละเอียดหรือขนรูปดาว
- ลักษณะเด่นสำหรับจำแนก : ลำต้นและใบมีขน ดอกสีเหลือง และผลมีหลายซีกเรียงตัวเป็นวง ซึ่งเป็นลักษณะที่ช่วยแยกจากพืชในวงศ์เดียวกันบางชนิด
ข้อมูลจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และ TH-BIF ระบุลักษณะสำคัญของ Abutilon indicum ว่าเป็นไม้พุ่มสูงประมาณ 0.5–3 เมตร ใบรูปไข่กว้าง โคนรูปหัวใจ ดอกเดี่ยวสีเหลืองหรือส้ม และผลแบ่งเป็นหลายซีก
ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์
- ถิ่นกำเนิด : มีถิ่นกำเนิดครอบคลุมบริเวณเอเชียเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน รวมถึงบริเวณมหาสมุทรอินเดียและหมู่เกาะแถบแปซิฟิก
- การกระจายพันธุ์ : พบในอินเดีย ศรีลังกา เนปาล บังกลาเทศ เมียนมา ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม จีนตอนใต้ ไต้หวัน มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และพื้นที่เขตร้อนอื่น ๆ
- ในประเทศไทย : พบได้ในพื้นที่เปิด พื้นที่รกร้าง ริมถนน และบริเวณที่มีการรบกวนของดิน
ฐานข้อมูล Kew ระบุว่าพืชชนิดนี้มีเขตการกระจายพันธุ์ตามธรรมชาติครอบคลุมตั้งแต่เอเชียเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนไปจนถึงหมู่เกาะแปซิฟิก และมีรายงานการพบในประเทศไทยด้วย
การปลูกและการขยายพันธุ์
- การปลูก : ครอบจักรวาลเป็นพืชที่ปรับตัวได้ดี สามารถเจริญในพื้นที่เปิดและดินที่ระบายน้ำได้ดี
- แสง : เหมาะกับบริเวณที่ได้รับแสงแดดค่อนข้างมาก
- ดิน : ควรเป็นดินร่วนหรือดินที่ระบายน้ำดี ไม่ควรมีน้ำขัง
- การให้น้ำ : ให้น้ำอย่างเหมาะสมตามสภาพดิน โดยหลีกเลี่ยงความชื้นแฉะเป็นเวลานาน
- การขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด : เป็นวิธีที่ทำได้ง่ายและเป็นวิธีหลักในการขยายพันธุ์
- การปักชำ : มีรายงานว่าสามารถขยายพันธุ์ด้วยการปักชำยอดได้เช่นกัน
ข้อมูลด้านการปลูกระบุว่าสามารถขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดและการปักชำยอด และเจริญได้ดีในดินที่อุดมสมบูรณ์และระบายน้ำได้ดี
ส่วนที่ใช้เป็นยา
- ราก : ใช้ในตำรับพื้นบ้าน โดยเฉพาะกลุ่มอาการเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะ ไข้ อาการไอ และอาการอักเสบบางชนิด
- ต้นและทั้งต้น : มีการใช้ในภูมิปัญญาพื้นบ้านหลายพื้นที่
- ใบ : ใช้เป็นยาพื้นบ้านสำหรับอาการอักเสบ แผล และอาการเกี่ยวกับช่องปาก
- ดอก : มีการใช้ในตำรับพื้นบ้านบางแห่ง
- ผลและเมล็ด : ใช้เป็นยาในระบบการแพทย์พื้นบ้านและการแพทย์ดั้งเดิม โดยเฉพาะด้านระบบทางเดินอาหารและการขับถ่าย
สรรพคุณทางสมุนไพร มีการใช้ตามภูมิปัญญา
หมายเหตุสำคัญ : ข้อมูลต่อไปนี้เป็นการรวบรวม สรรพคุณตามภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้านและข้อมูลการใช้แบบดั้งเดิม ไม่ควรตีความว่าเป็นข้อบ่งใช้ในการรักษาโรคที่ได้รับการยืนยันทางคลินิก
- ทั้งต้น : มีรายงานการใช้เป็นยาบำรุง แก้ท้องเสีย ขับปัสสาวะ แก้อาการอักเสบ และใช้กับอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ
- ราก : ตามภูมิปัญญามีการใช้เป็นยาขับปัสสาวะ แก้ไข้ แก้ไอ แก้ท้องเสีย และใช้กับอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะ
- ใบ : มีการใช้เป็นยาพอกแผล ฝี และแผลอักเสบ รวมถึงใช้เป็นน้ำต้มสำหรับดูแลช่องปากและอาการปวดฟัน
- เมล็ด : มีการใช้เป็นยาระบายและใช้กับอาการทางระบบทางเดินอาหาร
- ด้านเบาหวาน : มีภูมิปัญญาการใช้ใบหรือทั้งต้นเพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และมีงานวิจัยในสัตว์ทดลองที่สนับสนุนฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลบางส่วน แต่ยังไม่เพียงพอที่จะใช้แทนยารักษาเบาหวานในคน
- ด้านการอักเสบและปวด : มีรายงานการใช้พื้นบ้านสำหรับอาการปวดและอักเสบ และมีการศึกษาทางเภสัชวิทยาที่พบฤทธิ์ต้านการอักเสบและลดปวดในแบบจำลองทดลอง
ข้อมูลการใช้ดั้งเดิมของ Abutilon indicum ครอบคลุมราก ใบ ดอก เมล็ด และส่วนอื่น ๆ โดยมีรายงานการใช้เกี่ยวกับการอักเสบ แผล ท้องเสีย ริดสีดวง ระบบทางเดินปัสสาวะ ไข้ และระบบทางเดินหายใจในระบบการแพทย์ดั้งเดิมของเอเชีย
วิธีใช้
- การต้มดื่ม : ภูมิปัญญาพื้นบ้านมีการนำราก ใบ หรือส่วนของพืชที่เหมาะสมมาต้มกับน้ำแล้วดื่ม
- การชงเป็นเครื่องดื่มสมุนไพร : ใบหรือรากแห้งสามารถนำมาเตรียมเป็นน้ำชาตามการใช้แบบดั้งเดิมในบางพื้นที่
- การใช้ภายนอก : ใบสดบดหรือเตรียมเป็นยาพอก มีรายงานการใช้กับแผล ฝี และบริเวณที่มีการอักเสบ
- การใช้ในช่องปากตามภูมิปัญญา : มีการใช้น้ำต้มใบเป็นน้ำบ้วนปากในบางตำรับพื้นบ้าน
- ข้อควรระวังในการใช้ : ยังไม่มีขนาดรับประทานมาตรฐานสำหรับการรักษาโรคในคน จึงไม่ควรนำสูตรพื้นบ้านที่ระบุปริมาณหรือระยะเวลาการใช้ไปใช้เป็นคำแนะนำทางการแพทย์โดยตรง
ในบัญชียาจากสมุนไพร
จากการตรวจสอบแหล่งข้อมูลของ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ซึ่งเผยแพร่บัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพรฉบับปรับปรุงล่าสุดที่พบในระบบราชการ และค้นชื่อ Abutilon indicum, ครอบจักรวาล, ครอบฟันสี และมะก่องข้าว ไม่พบว่าพืชชนิดนี้เป็นรายการยาจากสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพรที่ประกาศใช้อยู่ในแหล่งข้อมูลดังกล่าว
ดังนั้นควรระบุในเว็บไซต์ว่า “ไม่พบชื่อครอบจักรวาล (Abutilon indicum) เป็นรายการยาในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพรจากฐานข้อมูลที่ตรวจสอบ” และไม่ควรสื่อว่าครอบจักรวาลเป็นสมุนไพรที่อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ
สารสำคัญ
มีการศึกษาพบสารพฤกษเคมีหลายกลุ่มใน Abutilon indicum ได้แก่
- ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) เช่น quercetin และสารฟลาโวนอยด์ชนิดอื่น
- กรดฟีนอลิก (Phenolic acids) เช่น gallic acid, caffeic acid, p-coumaric acid, p-hydroxybenzoic acid และ vanillic acid
- ไฟโตสเตอรอล (Phytosterols) เช่น β-sitosterol และ stigmasterol
- ซาโปนิน (Saponins)
- แทนนิน (Tannins)
- อัลคาลอยด์ (Alkaloids)
- เทอร์พีนและสารระเหย เช่น geraniol, caryophyllene และ eudesmol
- เซสควิเทอร์พีนแลกโตน เช่น alantolactone และ isoalantolactone
- สารเมือก (Mucilage) ซึ่งพบในส่วนของพืชและเกี่ยวข้องกับคุณสมบัติทางเภสัชเวทบางประการ
การศึกษาทางเคมีพบทั้งสารกลุ่มฟีนอลิก ฟลาโวนอยด์ สเตอรอล กรดอินทรีย์ น้ำตาล กรดอะมิโน และสารระเหยหลายชนิด โดยองค์ประกอบอาจแตกต่างกันตามส่วนของพืช แหล่งปลูก และตัวทำละลายที่ใช้สกัด
งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
- ฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด : มีการศึกษาสารสกัดจากใบของ Abutilon indicum ในสัตว์ทดลอง พบว่าสารสกัดบางชนิดสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ และมีข้อมูลเกี่ยวกับการยับยั้งเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการย่อยคาร์โบไฮเดรต
- การยับยั้งการดูดซึมกลูโคส : มีการทดลองพบว่าสารสกัดน้ำสามารถยับยั้งการดูดซึมกลูโคสและส่งผลต่อการหลั่งอินซูลินในสัตว์ทดลอง
- ฤทธิ์ปกป้องตับ : การทดลองในหนูพบว่าสารสกัดน้ำจากใบมีฤทธิ์ช่วยลดความเสียหายของตับในแบบจำลองที่ใช้สารก่อพิษต่อตับ
- ฤทธิ์ต้านการอักเสบและลดปวด : มีการศึกษาทั้งในระดับสารสกัดและแบบจำลองทดลองที่สนับสนุนฤทธิ์ดังกล่าว
- ฤทธิ์ต้านจุลชีพ : มีรายงานฤทธิ์ต่อจุลชีพบางชนิด แต่ผลขึ้นกับส่วนของพืชและวิธีสกัด
- ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ : สารสกัดใบมีสารกลุ่มฟีนอลิกและฟลาโวนอยด์ที่สัมพันธ์กับฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
- งานวิจัยด้านความเป็นพิษ : การศึกษาสารสกัดเมล็ดในปี 2024 พบว่าในสัตว์ทดลองมีความเป็นพิษเฉียบพลันต่ำในขนาดที่ศึกษา แต่เมื่อใช้ขนาดสูงขึ้นเป็นระยะเวลานานพบสัญญาณความเป็นพิษต่อตับ จึงไม่ควรสรุปว่า “ปลอดภัยทุกขนาด”
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกยังมีโครงการวิจัยเกี่ยวกับฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลของ ครอบฟันสี (Abutilon indicum) โดยศึกษาทั้งองค์ประกอบทางเคมี ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ความเป็นพิษ และกลไกที่เกี่ยวข้องกับเอนไซม์ alpha-glucosidase และการดูดซึมกลูโคส
การศึกษาทางเภสัชวิทยา
ผลการศึกษาทางเภสัชวิทยาที่มีรายงาน ได้แก่
- ฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด : พบในแบบจำลองสัตว์ทดลอง
- ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ : เกี่ยวข้องกับสารฟีนอลิกและฟลาโวนอยด์
- ฤทธิ์ต้านการอักเสบ : พบจากการศึกษาสารสกัดในแบบจำลองทดลอง
- ฤทธิ์ลดปวด : มีรายงานในสัตว์ทดลอง
- ฤทธิ์ปกป้องตับ : พบในแบบจำลองความเสียหายของตับจากสารเคมี
- ฤทธิ์ต้านจุลชีพ : มีรายงานต่อเชื้อบางชนิด
- ฤทธิ์สมานแผล : มีข้อมูลจากการทดลองก่อนคลินิก
- ฤทธิ์ต่อระบบทางเดินอาหาร : มีข้อมูลสนับสนุนคุณสมบัติที่เกี่ยวข้องกับการขับถ่ายและการปกป้องเยื่อบุ
- ฤทธิ์ทางระบบประสาท : มีรายงานฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลางและฤทธิ์บางประการในสัตว์ทดลอง
อย่างไรก็ตาม หลักฐานส่วนใหญ่ยังเป็น งานวิจัยระดับหลอดทดลองหรือสัตว์ทดลอง จึงไม่ควรนำผลดังกล่าวมาอ้างว่าเป็นประสิทธิผลในการรักษาโรคในมนุษย์โดยตรง
ความปลอดภัย
- ข้อมูลความปลอดภัยในมนุษย์ยังมีจำกัดเมื่อเทียบกับข้อมูลการใช้แบบดั้งเดิม
- ผลการศึกษาความเป็นพิษอาจแตกต่างกันตาม ส่วนของพืช ตัวทำละลาย ความเข้มข้น และระยะเวลาการใช้
- การศึกษาสารสกัดเมล็ดในปี 2024 พบค่า LD50 ในสัตว์ทดลองมากกว่า 2,000 มก./กก. แต่การให้ขนาด 1,000 มก./กก. ต่อเนื่อง 28 วันพบความผิดปกติบางประการที่ตับ จึงควรระมัดระวังการใช้สารสกัดเข้มข้นหรือขนาดสูง
- การศึกษาสารสกัดใบในสัตว์ทดลองบางงานพบความเป็นพิษเฉียบพลันต่ำ แต่ไม่สามารถนำผลดังกล่าวไปยืนยันความปลอดภัยในคนได้
ข้อห้ามใช้
- หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร : ควรหลีกเลี่ยงการใช้ในรูปแบบสารสกัดหรือขนาดยา เนื่องจากข้อมูลความปลอดภัยยังไม่เพียงพอ
- ผู้มีโรคตับหรือไต : ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ โดยเฉพาะสารสกัดเข้มข้นหรือการใช้ต่อเนื่อง
- ผู้ป่วยเบาหวาน : ไม่ควรใช้ครอบจักรวาลแทนยาลดระดับน้ำตาลในเลือด
- ผู้ที่แพ้พืชวงศ์ Malvaceae : ควรหลีกเลี่ยงหากเคยมีประวัติแพ้
- เด็ก : ไม่ควรใช้ในขนาดยาโดยไม่มีคำแนะนำจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ
ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา
ยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกที่เพียงพอสำหรับยืนยันปฏิกิริยาระหว่าง ครอบจักรวาล (Abutilon indicum) กับยาแผนปัจจุบัน โดยตรง แต่มีข้อควรระวังเชิงทฤษฎีจากผลการศึกษาก่อนคลินิก
- ยาลดระดับน้ำตาลในเลือด : สารสกัดมีรายงานฤทธิ์ลดระดับน้ำตาล จึงอาจมีโอกาสเสริมฤทธิ์กับยาลดน้ำตาลและเพิ่มความเสี่ยงภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
- ยาขับปัสสาวะ : การใช้ร่วมกับยาที่มีฤทธิ์ขับปัสสาวะควรระมัดระวัง เนื่องจากมีข้อมูลการใช้ครอบจักรวาลเป็นยาขับปัสสาวะตามภูมิปัญญา
- ยาที่มีผลต่อตับ : เนื่องจากมีข้อมูลความเป็นพิษต่อตับของสารสกัดเมล็ดในขนาดสูงจากสัตว์ทดลอง จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้สารสกัดเข้มข้นร่วมกับยาที่มีความเสี่ยงต่อตับโดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
การใช้ในอาหาร
มีข้อมูลจากงานชาติพันธุ์พฤกษศาสตร์ว่า ใบและดอกของ Abutilon indicum สามารถนำมาปรุงเป็นอาหารได้ในบางพื้นที่ และมีรายงานการบริโภคส่วนของพืชในประเทศเอเชียบางแห่ง
สำหรับประเทศไทย มีข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นระบุว่าสามารถนำ ยอดอ่อน ใบ และผลอ่อน มาบริโภคได้ในบางพื้นที่ อย่างไรก็ตาม การนำพืชที่ใช้เป็นสมุนไพรมาใช้เป็นอาหารควรตรวจสอบชนิดพืชให้ถูกต้องและใช้ส่วนที่เหมาะสม
การใช้ในผลิตภัณฑ์
- ผลิตภัณฑ์ชงดื่มสมุนไพร : ใบหรือส่วนของพืชแห้งสามารถนำไปศึกษาหรือพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสมุนไพร
- สารสกัดสมุนไพร : มีการศึกษาสารสกัดน้ำ เอทานอล และเมทานอลในงานวิจัย
- ผลิตภัณฑ์ใช้ภายนอก : มีแนวทางการใช้แบบพื้นบ้านในรูปแบบยาพอกหรือผลิตภัณฑ์สำหรับผิวหนัง
- ผลิตภัณฑ์ทางเภสัชกรรม : งานวิจัยบางส่วนศึกษาการนำสารสกัดไปพัฒนาเป็นสูตรตำรับเพื่อเพิ่มความคงตัวหรือประสิทธิภาพ แต่ยังไม่ควรสื่อว่าเป็นผลิตภัณฑ์รักษาโรคที่ได้รับการยืนยันทางคลินิก
การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา
- ใบ : เลือกเก็บใบที่สมบูรณ์ ไม่เป็นโรคหรือถูกแมลงทำลาย
- ราก : เก็บจากต้นที่สมบูรณ์และนำมาทำความสะอาดก่อนแปรรูป
- เมล็ด : ควรเก็บเมื่อผลแก่และแห้งสมบูรณ์
- การทำแห้ง : ควรทำให้แห้งอย่างรวดเร็วในสภาพที่สะอาดและมีอากาศถ่ายเท เพื่อช่วยลดความชื้นและการปนเปื้อน
- การเก็บรักษา : เก็บวัตถุดิบแห้งในภาชนะปิดสนิท ป้องกันความชื้น แสง แมลง และเชื้อรา
- การติดฉลาก : ควรระบุชื่อพืช ชื่อวิทยาศาสตร์ ส่วนที่ใช้ วันที่เก็บ และแหล่งที่มา เพื่อป้องกันการปะปนกับพืชชนิดอื่น
ภูมิปัญญาท้องถิ่น
ครอบจักรวาลเป็นสมุนไพรที่มีชื่อท้องถิ่นจำนวนมากและมีการใช้ในภูมิปัญญาพื้นบ้านทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย โดยมีการใช้ ราก ใบ ต้น ดอก ผล และเมล็ด ในรูปแบบต่าง ๆ
ในประเทศไทยมีการบันทึกการใช้มะก่องข้าวหรือครอบฟันสีเกี่ยวกับ อาการปวดฟัน เหงือกอักเสบ แผล ฝี อาการทางเดินปัสสาวะ ไข้ และเบาหวาน ในบางชุมชน ขณะที่ภูมิปัญญาอินเดียมีการใช้พืชชนิดนี้อย่างกว้างขวางในระบบอายุรเวท สิทธะ และการแพทย์พื้นบ้าน
ประวัติและวัฒนธรรม
ครอบจักรวาลหรือมะก่องข้าวเป็นพืชสมุนไพรที่มีประวัติการใช้มายาวนานในระบบการแพทย์ดั้งเดิมของเอเชีย โดยเฉพาะอินเดีย ซึ่งมีชื่อในระบบอายุรเวทว่า Atibala และมีการใช้หลายส่วนของต้นเป็นยา
ชื่อพื้นบ้านของพืชชนิดนี้ในประเทศไทยมีความหลากหลาย เช่น ครอบจักรวาล ครอบฟันสี มะก่องข้าว ขัดมอนหลวง และตอบแตบ สะท้อนการใช้ประโยชน์ของพืชในชุมชนต่าง ๆ และการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านสมุนไพรจากรุ่นสู่รุ่น
สถานะการอนุรักษ์
- Abutilon indicum มีการกระจายพันธุ์กว้างและสามารถเจริญในพื้นที่ถูกรบกวน เช่น พื้นที่รกร้างและริมถนน
- ฐานข้อมูล Kew ระบุว่ามีการกระจายพันธุ์ตามธรรมชาติในหลายประเทศของเอเชียและภูมิภาคเขตร้อน
- ไม่พบข้อมูลจากแหล่งที่ตรวจสอบว่าพืชชนิดนี้เป็นพืชสมุนไพรไทยที่อยู่ในภาวะถูกคุกคามอย่างเด่นชัด
- อย่างไรก็ตาม การเก็บจากธรรมชาติควรเก็บอย่างเหมาะสม ไม่ถอนรากจากแหล่งธรรมชาติมากเกินไป และควรส่งเสริมการปลูกเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบสมุนไพร
ฐานข้อมูล Kew ระบุว่าการประเมินความเสี่ยงระดับหนึ่งคาดการณ์ว่า Abutilon indicum ไม่อยู่ในกลุ่มพืชที่ถูกคุกคาม และมีการกระจายพันธุ์กว้าง
ข้อมูลอนุกรมวิธาน
- อาณาจักร (Kingdom) : Plantae
- ไฟลัม (Phylum) : Tracheophyta
- ชั้น (Class) : Magnoliopsida
- อันดับ (Order) : Malvales
- วงศ์ (Family) : Malvaceae
- สกุล (Genus) : Abutilon Mill.
- ชนิด (Species) : Abutilon indicum (L.) Sweet
ชื่อวิทยาศาสตร์ที่ยอมรับ : Abutilon indicum (L.) Sweet
ชื่อพ้องสำคัญ : Sida indica L.
ฐานข้อมูล TH-BIF ระบุ Abutilon indicum (L.) Sweet เป็นสถานะ ACCEPTED และจัดอยู่ใน Plantae, Tracheophyta, Magnoliopsida, Malvales, Malvaceae และ Abutilon ขณะที่ Kew ยอมรับชื่อ Abutilon indicum (L.) Sweet เช่นกัน
การตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพร
การตรวจสอบเอกลักษณ์ ครอบจักรวาล (Abutilon indicum) ควรใช้หลายวิธีร่วมกันเพื่อป้องกันการปะปนกับพืชวงศ์ Malvaceae หรือพืชสมุนไพรชนิดอื่น
- ตรวจสอบลักษณะภายนอก : ตรวจลำต้น ใบ ดอก ผล และเมล็ด โดยเฉพาะใบรูปไข่กว้าง โคนใบรูปหัวใจ ดอกสีเหลือง และผลที่แบ่งเป็นหลายซีก
- ตรวจสอบทางจุลทรรศน์ : ลักษณะสำคัญที่มีรายงาน ได้แก่ ขนปกคลุมและขนต่อม ปากใบ มัดท่อลำเลียง ผลึกแคลเซียมออกซาเลต เซลล์เมือก และโครงสร้างเนื้อเยื่อใบ
- ตรวจสอบผงยา : สามารถตรวจขน ผลึก แป้ง เส้นใย และองค์ประกอบทางจุลทรรศน์ที่เป็นลักษณะเฉพาะ
- การตรวจสอบทางโครมาโทกราฟี : สามารถใช้ TLC หรือ HPTLC เพื่อสร้าง chemical fingerprint และตรวจสารบ่งชี้ เช่น gallic acid และ quercetin
- การตรวจสอบสารสำคัญ : HPTLC สามารถใช้เป็นเครื่องมือควบคุมคุณภาพวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์
- การตรวจสอบทางพันธุกรรม : ในงานวิจัยหรือห้องปฏิบัติการที่ต้องการความแม่นยำสูง สามารถใช้ DNA barcoding ร่วมกับข้อมูลสัณฐานวิทยาได้
งานด้านเภสัชเวทพบว่าขนรูปดาว ขนต่อม ปากใบ ผลึกแคลเซียมออกซาเลต และลักษณะเนื้อเยื่อเป็นองค์ประกอบสำคัญในการระบุเอกลักษณ์ ขณะที่ HPTLC สามารถใช้สร้างลายนิ้วมือทางเคมีของ A. indicum และตรวจสารอย่าง gallic acid และ quercetin เพื่อช่วยควบคุมคุณภาพ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (ม.ป.ป.). คลังความรู้: ฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด กลไกการออกฤทธิ์ของสารสกัดจากครอบฟันสีและไมยราบ. กองทุนภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย.
- กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. (2560). สารานุกรมพืช: มะก่องข้าว (Abutilon indicum (L.) Sweet). กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช.
- สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. (2563). ฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย: Abutilon indicum. TH-BIF.
- สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. (2568). บัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568. กองผลิตภัณฑ์สมุนไพร.
- Gaind, K. N., & Chopra, K. S. (1976). Phytochemical investigation of Abutilon indicum. Planta Medica, 30(6), 174–185.
- Lakshmayya, N. R., Kumar, P., Agarwal, N. K., Gouda, T. S., & Setty, S. R. (2003). Phytochemical and pharmacological evaluation of leaves of Abutilon indicum. Indian Journal of Traditional Knowledge, 2(1), 79–83.
- Mahalik, G., Jali, P., Satapathy, K. B., & Sahoo, S. (2019). Review on ethnomedicinal, pharmacological and phytochemical constituents of Abutilon indicum (L.) Sweet. Journal of the Gujarat Research Society, 21(2).
- Mohite, M. S., Shelar, P. A., Raje, V. N., Babar, S. J., & Sapkal, R. K. (2012). Review on pharmacological properties of Abutilon indicum. Asian Journal of Pharmaceutical Research, 2(4), 156–160.
- Pai, A., Bose, K., & others. (2026). Anti-allergic and cytotoxic properties of Abutilon indicum Linn. extract and its phytochemical constituents: By ex vivo, in vitro models, and in silico analysis. Chemistry & Biodiversity. doi:10.1002/cbdv.202502229
- Rahate, S. P., Singh, M., Verma, A. K., Kumar, N., Tiwari, N., & Shanker, K. (2024). Densitometric method for assessment of six specialized metabolites in four Sida sp. and its congener Abutilon indicum: Targeted metabolomics, greenness assessment, and chemometrics analysis. Journal of Pharmaceutical and Biomedical Analysis, 240, 115945. doi:10.1016/j.jpba.2023.115945
- Saini, A., Gahlawat, D. K., Chauhan, C., Gulia, S. K., Ganie, S. A., Archita, & Yadav, S. S. (2015). Ethnomedicinal uses and phytochemistry of Abutilon indicum (Linn.) Sweet: An overview. Journal of Pharmacognosy and Phytochemistry, 3(5), 66–72.
- Saranyaa, S. V., & Dhanalakshmi, J. (2025). Abutilon indicum: A review on its ethnobotany, phytochemical and pharmacological profile. Kongunadu Research Journal, 12(2), 24–30. doi:10.26524/krj.2025.14
