คำไทย
คำไทย เป็นสมุนไพรที่รู้จักกันดีในชื่อ คำแสด คำเงาะ หรือ Annatto เป็นไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็กที่มีผลเป็นเอกลักษณ์คล้ายผลเงาะ เมล็ดมีเยื่อหุ้มสีแดงหรือสีแสด ซึ่งเป็นแหล่งของสารสีธรรมชาติ โดยเฉพาะ บิกซิน (Bixin) และ นอร์บิกซิน (Norbixin) จึงมีทั้งความสำคัญด้านสมุนไพร อาหาร และการใช้เป็นสีธรรมชาติ
ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร
- ชื่อสมุนไพร : คำไทย
- ชื่ออื่น : คำเงาะ, คำแงะ, คำแฝด, คำแสด, แสด, มะกายหยุม, ชิติหมัก, ชาด, ดอกชาติ, ชาตี, คำยง, ชาดี, จำปู้, ส้มปู้ และหมากมอง โดยชื่อเรียกแตกต่างกันตามภูมิภาค
- ชื่อสามัญ : Annatto Tree, Achiote, Lipstick Tree, Anatto Tree
- ชื่อวิทยาศาสตร์ : Bixa orellana L.
- ชื่อวงศ์ : Bixaceae
- ชื่อสกุล : Bixa
- ลักษณะเด่น : เมล็ดมีเยื่อหุ้มสีแดงถึงสีแสดและเป็นแหล่งของสีธรรมชาติที่เรียกว่า Annatto
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
- ต้น : เป็นไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก สูงประมาณ 3–8 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มกลมหนาทึบ แตกกิ่งก้านมาก เปลือกลำต้นเรียบสีน้ำตาลปนเทา
- ใบ : เป็นใบเดี่ยว เรียงเวียนรอบต้น รูปไข่ โคนใบมน ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย แผ่นใบบาง เกลี้ยงและนุ่ม สีเขียวเหลือบแดง ใบอ่อนมีสีแดง ขนาดประมาณกว้าง 8–10 เซนติเมตร ยาว 11–18 เซนติเมตร
- ดอก : ออกเป็นช่อบริเวณปลายกิ่ง ช่อหนึ่งมีประมาณ 5–10 ดอก กลีบดอกมี 5 กลีบ สีขาวแกมชมพูหรือชมพูอ่อน มีเกสรเพศผู้จำนวนมาก
- ผล : เป็นผลแห้งแตก รูปสามเหลี่ยมหรือรูปไข่ปลายแหลม มีขนสีแดงเข้มหรือสีน้ำตาลแดงหนาแน่นคล้ายผลเงาะ เมื่อแก่จัดจะแตกออกเป็น 2 ซีก
- เมล็ด : มีจำนวนมาก รูปกลมขนาดเล็ก สีน้ำตาลแดง และมีเยื่อหุ้มเมล็ดสีแดงหรือสีแสด ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการให้สีธรรมชาติ
ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์
คำไทยมีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของทวีปอเมริกา โดยแหล่งกระจายพันธุ์ดั้งเดิมครอบคลุมตั้งแต่เม็กซิโกไปจนถึงอเมริกาใต้เขตร้อน ปัจจุบันมีการนำไปปลูกในประเทศเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย กัมพูชา อินเดีย ศรีลังกา แอฟริกา และหมู่เกาะต่าง ๆ
ในประเทศไทยพบการปลูกเป็นไม้สมุนไพร ไม้ใช้ประโยชน์ และไม้ประดับ โดยสามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศร้อนชื้น
การปลูกและการขยายพันธุ์
- สภาพแวดล้อม : เหมาะกับพื้นที่เขตร้อนถึงกึ่งเขตร้อนและบริเวณที่ไม่มีน้ำค้างแข็ง
- ดิน : สามารถขึ้นได้ในดินหลายชนิด แต่จะเจริญได้ดีในดินลึก มีอินทรียวัตถุเพียงพอ และระบายน้ำได้ดี
- แสง : ควรได้รับแสงแดดเพียงพอ
- การขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด : เป็นวิธีที่ใช้กันทั่วไป โดยเพาะเมล็ดในวัสดุเพาะแล้วดูแลต้นกล้าจนแข็งแรงก่อนย้ายปลูก
- การปักชำ : สามารถขยายพันธุ์ด้วยกิ่งหรือลำต้น โดยการใช้กิ่งที่เหมาะสมและสารช่วยเร่งรากสามารถเพิ่มโอกาสการออกรากได้
- การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ : มีการศึกษาการขยายพันธุ์แบบ micropropagation เพื่อเพิ่มจำนวนต้นพันธุ์ที่มีลักษณะสม่ำเสมอ โดยเฉพาะสายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตและสารสีสูง
ส่วนที่ใช้เป็นยา
- ดอก
- เมล็ด
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกจัดให้ ดอกและเมล็ดคำไทย เป็นส่วนที่ใช้ทำยาในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย
สรรพคุณทางสมุนไพร มีการใช้ตามภูมิปัญญา
- ดอก : ตามตำราสรรพคุณยาไทยมีรสหวาน ใช้ บำรุงเลือดให้สมบูรณ์ และใช้ในตำรับยาบำรุงโลหิต นอกจากนี้มีการใช้ตามภูมิปัญญาเพื่อแก้ประจำเดือนไม่ปกติ แก้โลหิตจาง แก้บิด แก้ไตพิการ และบรรเทาอาการแสบร้อนคันตามผิวหนัง
- เมล็ด : มีรสหวานร้อน ตามภูมิปัญญาใช้แก้ไข้ สมาน และแก้ลม
- เยื่อหุ้มเมล็ด : ใช้เป็นยาระบายตามตำรายาไทย
- ในตำรับยาบำรุงโลหิต : ดอกคำไทยเป็นหนึ่งในตัวยาสำคัญของตำรับ ยาบำรุงโลหิต ที่ใช้ตามองค์ความรู้การแพทย์แผนไทย
หมายเหตุ: สรรพคุณข้างต้นเป็นข้อมูลจากตำรายาไทยและภูมิปัญญาดั้งเดิม ไม่ควรตีความว่าเป็นข้อบ่งใช้ทางการแพทย์ที่ได้รับการยืนยันในคนทั้งหมด
วิธีใช้
การใช้ในทางการแพทย์แผนไทยมักใช้ ดอกคำไทยแห้ง เป็นวัตถุดิบในตำรับยา โดยอาจนำไปต้มเป็นน้ำกระสายยาหรือบดเป็นผงตามสูตรตำรับ ส่วนเมล็ดมีการใช้ในรูปแบบยาสมุนไพรตามตำรายาไทย
สำหรับ ยาบำรุงโลหิต ในบัญชียาหลักแห่งชาติ มีดอกคำไทยเป็นส่วนประกอบสำคัญ และกำหนดขนาด วิธีใช้ และข้อควรระวังของ ตำรับยา ไว้โดยเฉพาะ จึงไม่ควรนำขนาดของตำรับดังกล่าวมาใช้เป็นขนาดของดอกคำไทยเดี่ยว ๆ
ในบัญชียาจากสมุนไพร
ดอกคำไทย มีสถานะเป็นวัตถุสมุนไพรที่ใช้ในระบบการแพทย์แผนไทย และมีชื่ออยู่ใน รายการตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ ในรูปของ Bixae Orellanae Flos
นอกจากนี้ ดอกคำไทยเป็นส่วนประกอบของ ยาบำรุงโลหิต ซึ่งอยู่ในบัญชียาจากสมุนไพรตามแนวทางการใช้ยาสมุนไพรของประเทศไทย โดยตำรับดังกล่าวใช้สำหรับกลุ่มอาการที่เกี่ยวข้องกับภาวะโลหิตจางภายใต้การประเมินและติดตามการรักษา
สารสำคัญ
สารสำคัญของคำไทยพบได้เด่นชัดใน เมล็ดและเยื่อหุ้มเมล็ด ได้แก่
- Bixin (บิกซิน) : แคโรทีนอยด์/อะโพแคโรทีนอยด์ที่ละลายในไขมัน และเป็นรงควัตถุหลักของเมล็ด
- Norbixin (นอร์บิกซิน) : อนุพันธ์ของบิกซินที่มีคุณสมบัติละลายน้ำได้มากกว่า
- Isobixin และ carotenoids อื่น ๆ
- β-carotene
- Cryptoxanthin
- Lutein
- Zeaxanthin
- Tocotrienols
- Geranylgeraniol
- สารฟีนอลิกและสารประกอบอื่น ๆ อีกหลายชนิด
โดย bixin และ norbixin เป็นสารที่มีความสำคัญทั้งในด้านเภสัชเคมีและการใช้คำไทยเป็น สีผสมอาหารจากธรรมชาติ
งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกระบุว่า งานวิจัยระดับพรีคลินิกเกี่ยวกับเมล็ดคำไทยพบแนวโน้ม ลดระดับน้ำตาลในเลือด ต้านออกซิเดชัน และต้านการก่อกลายพันธุ์
งานทบทวนทางวิชาการยังรายงานศักยภาพของ Bixa orellana ในด้าน สารต้านอนุมูลอิสระ ต้านจุลชีพ ต้านการอักเสบ แก้ปวด ลดระดับน้ำตาล และฤทธิ์ทางชีวภาพอื่น ๆ แต่หลักฐานจำนวนมากยังเป็นการศึกษาในหลอดทดลองหรือสัตว์ทดลอง และยังมีข้อมูลการศึกษาทางคลินิกในมนุษย์ค่อนข้างจำกัด
งานวิจัยสมัยใหม่เกี่ยวกับ bixin ให้ความสนใจกลไกที่เกี่ยวข้องกับ oxidative stress และ inflammatory pathways รวมถึงศักยภาพด้านการปกป้องเซลล์ แต่ยังจำเป็นต้องมีการศึกษาทางคลินิกเพิ่มเติมก่อนสรุปประสิทธิผลในการรักษาโรค
การศึกษาทางเภสัชวิทยา
การศึกษาพรีคลินิกของสารสกัดและสารประกอบจาก Bixa orellana รายงานฤทธิ์หลายด้าน เช่น
- ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
- ฤทธิ์ต้านการอักเสบ
- ฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา
- ฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด
- ฤทธิ์แก้ปวด
- ฤทธิ์ต้านพยาธิและจุลชีพบางชนิด
- ฤทธิ์ต้านการกลายพันธุ์
อย่างไรก็ตาม ผลการทดลองเหล่านี้ไม่ควรนำมาเทียบเท่ากับประสิทธิผลในการรักษาในมนุษย์ เนื่องจากหลักฐานส่วนหนึ่งมาจากการทดลองระดับเซลล์หรือสัตว์ทดลอง
ความปลอดภัย
คำไทยถูกใช้เป็นวัตถุดิบอาหารและสีธรรมชาติมาเป็นเวลานาน โดย annatto extract เป็นแหล่งสีจากเมล็ดที่มีการประเมินด้านความปลอดภัยสำหรับการใช้ในอาหาร อย่างไรก็ตาม ความปลอดภัยขึ้นอยู่กับชนิดของสารสกัด ปริมาณ และวิธีการใช้
การศึกษาความปลอดภัยของสารสกัดจากใบพบว่า การศึกษาในมนุษย์มีจำกัด แต่มีรายงานการให้ผงใบ 750 มิลลิกรัมต่อวันเป็นเวลา 6 เดือนโดยไม่พบอาการไม่พึงประสงค์ร้ายแรงที่มีนัยสำคัญ ทั้งนี้ข้อมูลดังกล่าวเป็น ใบคำไทย ไม่ใช่หลักฐานยืนยันความปลอดภัยของทุกส่วนหรือทุกสารสกัดจากคำไทย
ข้อห้ามใช้
สำหรับ ตำรับยาบำรุงโลหิตที่มีดอกคำไทยเป็นส่วนประกอบ แนวทางการใช้ยาสมุนไพรระบุว่า
- ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์
- ห้ามใช้ในผู้ที่มีไข้
- ควรระวังในผู้ที่แพ้ละอองเกสรดอกไม้
ข้อห้ามเหล่านี้เป็นข้อมูลของ ตำรับยาบำรุงโลหิต ไม่ควรนำไปเหมารวมว่าเป็นข้อห้ามของคำไทยทุกส่วนโดยตรง
ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา
สำหรับ ยาบำรุงโลหิตที่มีดอกคำไทยเป็นส่วนประกอบ มีคำแนะนำให้ระวังการใช้ร่วมกับ
- ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (anticoagulants)
- ยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด (antiplatelets)
เนื่องจากอาจมีความเสี่ยงต่อการเสริมฤทธิ์หรือส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด จึงควรให้แพทย์หรือเภสัชกรประเมินก่อนใช้ร่วมกัน
มีข้อมูลพรีคลินิกบางส่วนเกี่ยวกับฤทธิ์ต่อระดับน้ำตาลในเลือดของสารสกัดคำไทย ดังนั้นผู้ที่ใช้ ยาลดน้ำตาลในเลือด ควรใช้ความระมัดระวังและไม่ควรใช้สารสกัดเข้มข้นร่วมกับยาโดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
การใช้ในอาหาร
คำไทยมีบทบาทเด่นในฐานะ สีผสมอาหารจากธรรมชาติ โดยใช้เยื่อหุ้มเมล็ดเป็นแหล่งสี annatto ซึ่งให้สีตั้งแต่เหลือง ส้ม จนถึงแดง
สารสีหลักคือ bixin และ norbixin สามารถนำไปใช้ในอาหารหลายประเภท เช่น ผลิตภัณฑ์นม เนย มาการีน ขนมขบเคี้ยว ผลิตภัณฑ์ธัญพืช ซอส และผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป
การใช้ในผลิตภัณฑ์
- สีผสมอาหารธรรมชาติ : Annatto หรือ E160b
- ผลิตภัณฑ์อาหาร : ใช้ให้สีเหลือง ส้ม และแดง
- เครื่องสำอาง : ใช้สารสีจากเมล็ดเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ที่ต้องการสีธรรมชาติ
- ผลิตภัณฑ์สมุนไพร : ดอกคำไทยใช้เป็นวัตถุดิบในตำรับยาแผนไทย เช่น ยาบำรุงโลหิต
- ผลิตภัณฑ์สีธรรมชาติ : ใช้สารสีจากเมล็ดในอุตสาหกรรมสีและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ
ฐานข้อมูลของ FDA สหรัฐฯ ระบุ annatto seed และ annatto extract ในฐานะสารที่ใช้ให้สี รวมถึงมีบทบาทด้าน flavoring/flavor enhancer และการใช้ทางเทคนิคบางประเภท
การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา
- เมล็ด : เก็บเกี่ยวเมื่อผลแก่จัดและเริ่มแห้งหรือแตก เมล็ดจะมีสีแดงถึงน้ำตาลแดงและมีเยื่อหุ้มสีแสดแดง
- ดอก : เก็บในระยะที่เหมาะสมแล้วนำมาทำให้แห้งอย่างรวดเร็วในที่สะอาดและอากาศถ่ายเท
- การทำแห้ง : ควรหลีกเลี่ยงความชื้นสูงและการปนเปื้อน
- การเก็บรักษา : เก็บวัตถุดิบแห้งในภาชนะปิดสนิท ป้องกันแสง ความชื้น ความร้อน และแมลง
- การควบคุมคุณภาพ : วัตถุดิบสำหรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรควรมีการตรวจสอบเอกลักษณ์และปริมาณสารสำคัญก่อนนำไปใช้
ภูมิปัญญาท้องถิ่น
ในภูมิปัญญาไทย ดอกคำไทย มีชื่อเสียงในด้านการบำรุงโลหิต โดยถูกนำไปใช้เป็นส่วนประกอบของตำรับยาแผนไทย ขณะที่เมล็ดและเยื่อหุ้มเมล็ดมีการใช้ในด้านยาสมุนไพรและเป็นแหล่งสีธรรมชาติ
ในภูมิภาคอเมริกากลางและอเมริกาใต้ คำไทยหรือ annatto มีประวัติการใช้โดยชนพื้นเมืองทั้งด้านอาหาร สีทาร่างกาย สีผ้า การไล่แมลง และการแพทย์พื้นบ้าน
ประวัติและวัฒนธรรม
คำไทยมีความสัมพันธ์กับวัฒนธรรมการใช้ สีธรรมชาติจากพืช มาเป็นเวลานาน โดยเฉพาะในทวีปอเมริกา เมล็ดที่มีสีแดงสดถูกนำมาใช้เป็นสีทาร่างกายและเป็นสีประกอบอาหาร ต่อมามีการแพร่กระจายของพืชไปยังเขตร้อนของเอเชียและแอฟริกา
ชื่อสามัญ Annatto และชื่อท้องถิ่นต่าง ๆ สะท้อนถึงประวัติการแลกเปลี่ยนพืชอาหารและพืชให้สีระหว่างภูมิภาคต่าง ๆ
สถานะการอนุรักษ์
Bixa orellana L. ได้รับการประเมินในฐานข้อมูลที่อ้างอิง IUCN ว่าอยู่ในสถานะ Least Concern (LC) หรือกังวลน้อยที่สุด โดยเป็นพืชที่มีการกระจายพันธุ์กว้างและมีการปลูกในหลายประเทศเขตร้อน
อย่างไรก็ตาม สถานะดังกล่าวเป็นสถานะของชนิดพันธุ์ในระดับโลก ไม่ได้หมายความว่าประชากรในพื้นที่เฉพาะทุกแห่งจะไม่มีความเสี่ยง
ข้อมูลอนุกรมวิธาน
- Kingdom : Plantae
- Phylum : Streptophyta
- Class : Equisetopsida
- Subclass : Magnoliidae
- Order : Malvales
- Family : Bixaceae
- Genus : Bixa L.
- Species : Bixa orellana L.
ชื่อวิทยาศาสตร์ที่ยอมรับ : Bixa orellana L. เป็นชื่อที่ได้รับการยอมรับในฐานข้อมูล Plants of the World Online (POWO)
ชื่อพ้องที่พบในฐานข้อมูลอนุกรมวิธาน : เช่น Bixa americana Poir., Bixa katangensis Delpierre, Bixa odorata Ruiz & Pav. ex G.Don, Bixa purpurea Sweet และ Bixa upatensis Ram.Goyena
การตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพร
การตรวจสอบเอกลักษณ์คำไทยควรพิจารณาร่วมกันทั้ง ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ลักษณะทางเภสัชเวท และการตรวจสอบทางเคมี
- ลักษณะเด่นของต้น : ไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก สูงประมาณ 3–8 เมตร
- ใบ : ใบเดี่ยวเรียงเวียน ใบอ่อนมีสีแดง
- ดอก : ดอกสีขาวแกมชมพูหรือชมพูอ่อน มีเกสรเพศผู้จำนวนมาก
- ผล : ผลมีขนสีแดงเข้มหนาแน่น คล้ายผลเงาะ และแตกออกเป็น 2 ซีก
- เมล็ด : เมล็ดสีน้ำตาลแดง มีเยื่อหุ้มสีแดงหรือสีแสด ซึ่งเป็นลักษณะสำคัญในการแยกจากพืชชนิดอื่น
- การตรวจสอบทางเคมี : สามารถตรวจหาและวิเคราะห์ bixin และ carotenoids ด้วยเทคนิค HPLC หรือ HPLC-DAD/UV-Vis โดยใช้สารมาตรฐานสำหรับเปรียบเทียบ
การตรวจสอบวัตถุดิบสมุนไพรเพื่อใช้ในผลิตภัณฑ์ควรดำเนินการโดยห้องปฏิบัติการที่มีมาตรฐาน เพื่อป้องกันการปลอมปนและความคลาดเคลื่อนของชนิดพืช
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (2568). คำไทย (Bixa orellana L.). กระทรวงสาธารณสุข.
- กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (2564). รายการตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ ฉบับ พ.ศ. 2564. กระทรวงสาธารณสุข.
- กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (2566). แนวทางการใช้ยาสมุนไพรตามบัญชียาหลักแห่งชาติ. กระทรวงสาธารณสุข.
- คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. (ม.ป.ป.). คำเงาะ: Bixa orellana L. ฐานข้อมูลสมุนไพร.
- Akhtar, W., Sharma, H., Ekbbal, R., & Sharma, A. K. (2025). An extensive evaluation of recent developments in Bixa orellana’s phytochemistry and pharmacology. Current Pharmaceutical Biotechnology, 22(3).
- Chisté, R. C., Yamashita, F., Gozzo, F. C., & Mercadante, A. Z. (2011). Simultaneous extraction and analysis by high performance liquid chromatography coupled to diode array and mass spectrometric detectors of bixin and phenolic compounds from annatto seeds. Journal of Chromatography A, 1218(1), 57–63.
- Júnior, M. R. M., et al. (2014). Traditional uses, chemical constituents, and biological activities of Bixa orellana L.: A review. Evidence-Based Complementary and Alternative Medicine, 2014, 857292. https://doi.org/10.1155/2014/857292
- Stohs, S. J. (2014). Safety and efficacy of Bixa orellana (achiote, annatto) leaf extracts. Phytotherapy Research, 28(7), 956–960. https://doi.org/10.1002/ptr.5088
- Royal Botanic Gardens, Kew. (2026). Bixa orellana L. Plants of the World Online.
- U.S. Food and Drug Administration. (2026). Annatto, seed (Bixa orellana L.); Annatto, extract (Bixa orellana L.).
