เข้าค่า

เข้าค่า

เข้าค่า

เข้าค่า เป็นสมุนไพรพื้นบ้านไทยที่มีชื่อเรียกหลายรูปแบบ เช่น ข้าวค่า ข้าวข้า ข้าวข้าม ว่านพระฉิม จิดอยด่วน เข้าข้า และเข่าค่า จัดอยู่ในวงศ์ Euphorbiaceae มีลักษณะเด่นเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก มีส่วนใต้ดินคล้ายหัว และมี น้ำยางสีขาวขุ่น ซึ่งมีฤทธิ์ระคายเคืองและเป็นพิษ จึงเป็นสมุนไพรที่ต้องใช้ด้วยความระมัดระวังอย่างมาก ในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยมีการใช้ หัวเข้าค่า เป็นเครื่องยา และมีกรรมวิธี “ประสะ” เพื่อลดพิษก่อนนำไปปรุงยา

ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร

  • ชื่อสมุนไพร : เข้าค่า
  • ชื่ออื่น ๆ : ข้าวค่า, ข้าวข้า, ข้าวข้าม, ว่านพระฉิม, จิดอยด่วน, เข้าข้า, เข่าค่า
  • ชื่อวิทยาศาสตร์ : Euphorbia sessiliflora Roxb.
  • ชื่อพ้องที่สำคัญ : Euphorbia kerrii Craib และ Tithymalus sessiliflorus (Roxb.) Klotzsch & Garcke
  • ชื่อวงศ์ : Euphorbiaceae
  • ลักษณะการเจริญเติบโต : ไม้พุ่มหรือไม้พุ่มขนาดเล็ก มีส่วนใต้ดินพองโตคล้ายหัว
  • ส่วนที่ใช้ตามภูมิปัญญาไทย : หัว และยาง
  • จุดเด่นของสมุนไพร : มีน้ำยางสีขาวขุ่นและมีฤทธิ์แรง จึงต้องผ่านการเตรียมเครื่องยาก่อนใช้ตามหลักเภสัชกรรมแผนไทย

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

  • ต้น : เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก มีส่วนใต้ดินลักษณะกลมโตคล้ายหัวกระชาย ลำต้นอวบน้ำ สีเขียวสด ตั้งตรงในระยะแรก และเมื่อเจริญสูงประมาณ 20–40 เซนติเมตร อาจทอดหรือล้มลงกับพื้น
  • หัว : อยู่ใต้ดิน มีลักษณะกลมโต เป็นส่วนที่ใช้เป็นเครื่องยาตามตำรายาไทย
  • ใบ : เป็นใบเดี่ยว เรียงสลับกันบริเวณปลายกิ่ง แผ่นใบรูปขอบขนานแกมรูปไข่จนเกือบกลม ขอบใบเรียบ ผิวใบเรียบ เนื้อใบอวบน้ำ และมีร่องลึกบริเวณเส้นกลางใบด้านบน
  • น้ำยาง : เมื่อหักลำต้นหรือใบจะมีน้ำยางสีขาวขุ่นและค่อนข้างข้นไหลออกมา น้ำยางมีฤทธิ์ระคายเคืองและเป็นพิษ
  • ดอก : ออกบริเวณปลายกิ่ง มีประมาณ 1–3 ดอก ดอกมีสีแดงและไม่มีก้านดอก
  • ผลและเมล็ด : แหล่งข้อมูลด้านอนุกรมวิธานไทยระบุข้อมูลผลและเมล็ดของชนิดนี้ไว้ค่อนข้างจำกัด จึงไม่ควรใช้ลักษณะดังกล่าวเพียงอย่างเดียวในการระบุชนิด

ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์

เข้าค่า (Euphorbia sessiliflora) มีถิ่นกำเนิดในเนปาล จีนตอนกลางค่อนไปทางใต้ และภูมิภาคอินโดจีน โดยมีการกระจายพันธุ์ใน จีน ลาว เมียนมา เนปาล ไทย และเวียดนาม

สำหรับประเทศไทย มีรายงานพบในภาคเหนือและภาคตะวันตก เช่น เชียงใหม่ ลำพูน/เชียงใหม่ ลำปาง และกาญจนบุรี โดยพบได้ใน ป่าเบญจพรรณ ป่าไผ่ และพื้นที่หินปูน ที่ระดับความสูงประมาณ 300–640 เมตรจากระดับน้ำทะเลตามข้อมูล Flora of Thailand

การปลูกและการขยายพันธุ์

  • การขยายพันธุ์ : มีข้อมูลระบุว่าสามารถขยายพันธุ์ด้วย เมล็ด
  • สภาพแวดล้อม : ในธรรมชาติพบในพื้นที่ป่าโปร่ง ป่าเบญจพรรณ ป่าไผ่ และบริเวณดินหรือพื้นที่หินปูน
  • การปลูกเพื่อใช้เป็นยา : เนื่องจากเป็นสมุนไพรที่มีพิษและมีข้อมูลด้านการเพาะปลูกเชิงเกษตรค่อนข้างจำกัด จึงควรเน้นการอนุรักษ์แหล่งพันธุกรรมและการเพาะปลูกโดยผู้มีความรู้ด้านพืชสมุนไพร
  • ข้อควรระวังในการปลูก : ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำยางโดยตรง และไม่ควรปลูกในพื้นที่ที่เด็กหรือสัตว์เลี้ยงเข้าถึงได้ง่าย

ส่วนที่ใช้เป็นยา

  • หัวหรือส่วนใต้ดิน : ใช้เป็นเครื่องยาในตำรับยาไทย
  • ยาง : มีการกล่าวถึงการใช้ตามภูมิปัญญา แต่เป็นส่วนที่มีฤทธิ์แรงและเป็นพิษ จึงต้องผ่านกระบวนการเตรียมก่อนใช้
  • ใน ตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ มีการระบุเข้าค่าในชื่อเครื่องยา Euphorbiae Sessiliflorae Radix โดยใช้ หัว เป็นส่วนยา

สรรพคุณทางสมุนไพร มีการใช้ตามภูมิปัญญา

ตาม ตำรายาไทยและภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย มีการกล่าวถึงหัวเข้าค่าว่า

  • หัว : มีรสร้อน ใช้เป็นเครื่องยาเพื่อ ขับพยาธิ แก้อาการฟกบวม และแก้คุดทะราด
  • ยาง : มีฤทธิ์ร้อนและแรง มีการกล่าวถึงการใช้เป็นยาถ่ายและใช้ในตำรับที่เกี่ยวข้องกับการขับสิ่งคั่งค้างในร่างกาย แต่ยางมีพิษและไม่ควรนำมาใช้เอง
  • มีข้อมูลภูมิปัญญาพื้นบ้านเกี่ยวกับการใช้พืชชนิดนี้ในโรคผิวหนังบางชนิด เช่น คุดทะราดและฝี โดยงานวิจัยทางพฤกษเคมีปี ค.ศ. 2000 ระบุถึงการใช้พื้นบ้านดังกล่าวไว้ด้วย

หมายเหตุสำคัญ: สรรพคุณข้างต้นเป็นข้อมูลจากภูมิปัญญาและตำรายาไทย ไม่ควรตีความว่าเป็นข้อบ่งใช้ที่ได้รับการยืนยันจากการทดลองทางคลินิกในมนุษย์

วิธีใช้

เข้าค่าไม่ใช่สมุนไพรที่ควรนำมารับประทานหรือเตรียมใช้เองในครัวเรือน เนื่องจากมีน้ำยางที่มีพิษและฤทธิ์แรง

ตามหลักเภสัชกรรมแผนไทย หัวเข้าค่าต้องผ่านกระบวนการ “ประสะ” เพื่อลดพิษก่อนนำไปปรุงยา โดยเอกสารของกรมการแพทย์แผนไทยฯ ระบุเข้าค่าไว้ในกลุ่มเครื่องยาที่ต้องผ่านการเตรียมก่อนใช้

ดังนั้น หากต้องใช้ในทางยา ควรใช้เฉพาะ เครื่องยาที่ผ่านการเตรียมและควบคุมคุณภาพโดยผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือเภสัชกรแผนไทย ไม่ควรทดลองกำหนดขนาดรับประทานหรือเตรียมยางสดเอง

ในบัญชียาจากสมุนไพร

มีข้อมูลสำคัญที่ควรแยกให้ชัดเจนระหว่าง “ตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ” กับ “บัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร”

  • ตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ : มีชื่อเข้าค่าเป็นเครื่องยา โดยระบุส่วนที่ใช้เป็น หัว และชื่อทางเภสัชวัตถุว่า Euphorbiae Sessiliflorae Radix
  • บัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร : จากการตรวจสอบข้อมูลที่เผยแพร่ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ไม่พบหลักฐานเพียงพอที่จะระบุว่า เข้าค่าเดี่ยว ๆ เป็นรายการยาสำเร็จรูปในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพรฉบับปัจจุบัน ดังนั้นเว็บไซต์ควรหลีกเลี่ยงการเขียนว่า “เข้าค่าอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร” โดยตรง

สารสำคัญ

งานวิจัยทางพฤกษเคมีของ Sutthivaiyakit, Thapsut และ Prachayasittikul (2000) ศึกษาสารจากหัวของ Euphorbia sessiliflora และพบสารกลุ่มสำคัญหลายชนิด ได้แก่

  • Ent-abietane diterpenes / ent-abietadienolides
  • Cycloartane triterpenes
  • Ellagic acid-β-D-glucopyranoside
  • พบสาร diterpene ชนิดใหม่ คือ ent-12-hydroxy-12(R)-abieta-8(14),13(15)-dien-16,12-olide
  • นอกจากนี้ยังพบสารกลุ่ม jolkinolide เช่น jolkinolide A และ jolkinolide B รวมถึงสารกลุ่ม phytosterols เช่น β-sitosterol และ stigmasterol

สารเหล่านี้เป็นข้อมูลจากการศึกษาทางเคมีของพืช และ ยังไม่ควรนำมาใช้สรุปว่าตัวพืชหรือสารเดี่ยวเหล่านี้สามารถใช้รักษาโรคในมนุษย์ได้

งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

งานวิจัยโดย Sutthivaiyakit และคณะ ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Phytochemistry ปี ค.ศ. 2000 เป็นงานสำคัญที่ศึกษาหัวของ Euphorbia sessiliflora โดยแยกและระบุโครงสร้างสารประกอบหลายชนิดจากสารสกัดหัว

ผลการศึกษาพบว่า สารเมแทบอไลต์บางชนิดมีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียในระดับปานกลาง และสารสกัดคลอโรฟอร์มจากหัวมีฤทธิ์ยับยั้งจุลชีพบางสายพันธุ์และยีสต์ในห้องทดลอง

นอกจากนี้ มีงานศึกษาคัดกรองฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ neuraminidase ของตำรับยาและพืชสมุนไพรจากเอเชียที่รวม Euphorbia sessiliflora ไว้ในการทดสอบด้วย แต่ข้อมูลดังกล่าวเป็น การศึกษาระดับห้องปฏิบัติการ ไม่ใช่หลักฐานประสิทธิผลทางคลินิกในมนุษย์

การศึกษาทางเภสัชวิทยา

ข้อมูลเภสัชวิทยาของ เข้าค่า (Euphorbia sessiliflora) ยังมีค่อนข้างจำกัดเมื่อเทียบกับสมุนไพรที่มีการศึกษากว้างขวาง

  • ฤทธิ์ต้านจุลชีพ : สารสกัดจากหัวและสารประกอบบางชนิดแสดงฤทธิ์ยับยั้งแบคทีเรียบางสายพันธุ์ในห้องปฏิบัติการ
  • ฤทธิ์ต่อ neuraminidase : มีรายงานผลการคัดกรองสารสกัดของพืชชนิดนี้ต่อเอนไซม์ neuraminidase ในงานวิจัยระดับห้องปฏิบัติการ
  • ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาอื่น ๆ : ยังไม่มีหลักฐานทางคลินิกที่เพียงพอที่จะยืนยันประสิทธิผลของเข้าค่าสำหรับการรักษาโรคในมนุษย์
  • เภสัชจลนศาสตร์ : ยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกที่เพียงพอสำหรับกำหนดเภสัชจลนศาสตร์ของเครื่องยาชนิดนี้

ความปลอดภัย

เข้าค่าเป็นสมุนไพรที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะน้ำยางของ Euphorbia sessiliflora มีฤทธิ์กัดและเป็นพิษ งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ระบุว่าน้ำยางมีความกัดกร่อนและเป็นพิษอย่างมาก

ข้อควรระวังที่สำคัญ ได้แก่

  • ไม่ควรใช้ยางสด
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำยางกับผิวหนังและดวงตา
  • ไม่ควรนำหัวหรือยางสดมารับประทานเอง
  • เครื่องยาที่มีฤทธิ์แรงต้องผ่านการเตรียมตามหลักเภสัชกรรมแผนไทย
  • การใช้ผิดขนาดอาจทำให้เกิดพิษหรืออาการถ่ายรุนแรงได้
  • หากสงสัยว่าได้รับน้ำยางหรือส่วนของพืชเข้าสู่ร่างกาย ควรได้รับการประเมินจากบุคลากรทางการแพทย์ทันที

ข้อห้ามใช้

  • ห้ามใช้เข้าค่าสดเป็นยารับประทานด้วยตนเอง
  • ห้ามใช้ยางสด เนื่องจากมีฤทธิ์กัดและเป็นพิษ
  • ไม่ควรใช้ในหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร หากไม่มีคำสั่งหรือการประเมินจากผู้ประกอบวิชาชีพ เนื่องจากข้อมูลด้านความปลอดภัยยังไม่เพียงพอ
  • เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวไม่ควรใช้เอง
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้พืชในวงศ์ Euphorbiaceae ควรหลีกเลี่ยง
  • ไม่ควรนำเข้าตา ปาก หรือบริเวณเยื่อบุ
  • ไม่ควรใช้แทนการรักษามาตรฐานสำหรับโรคติดเชื้อหรือโรคผิวหนัง

ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา

ยังไม่พบข้อมูลการศึกษาทางคลินิกที่เพียงพอเกี่ยวกับ ปฏิกิริยาระหว่างเข้าค่ากับยาแผนปัจจุบัน โดยเฉพาะการศึกษาที่ระบุคู่ยาอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสมุนไพรชนิดนี้มี ฤทธิ์ถ่ายและความเป็นพิษของน้ำยาง การใช้ร่วมกับยาที่มีผลต่อระบบทางเดินอาหารหรือสมดุลน้ำและเกลือแร่จึงควรได้รับการประเมินโดยบุคลากรทางการแพทย์ และไม่ควรนำไปใช้ร่วมกับยาระบายชนิดอื่นโดยพลการ

การใช้ในอาหาร

ไม่แนะนำให้ใช้เข้าค่าเป็นอาหารหรือผักรับประทาน เนื่องจากพืชมีน้ำยางที่เป็นพิษและมีฤทธิ์แรง จึงแตกต่างจากสมุนไพรที่สามารถใช้เป็นเครื่องเทศหรือผักในชีวิตประจำวันได้

ไม่ควรนำหัว ใบ ลำต้น หรือยางสดมาประกอบอาหารโดยไม่มีความรู้เฉพาะด้าน

การใช้ในผลิตภัณฑ์

มีข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ หัวเข้าค่าเป็นเครื่องยาในตำรับยาแผนไทย และมีการศึกษาสารสกัดหัวในระดับห้องปฏิบัติการ แต่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสนับสนุนการใช้สารสกัดเข้าค่าในผลิตภัณฑ์สุขภาพทั่วไป เช่น อาหาร เครื่องดื่ม หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

หากนำเข้าค่าไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพร จำเป็นต้องคำนึงถึง ความเป็นพิษของน้ำยาง การควบคุมปริมาณสารสำคัญ การเตรียมเครื่องยา และข้อกำหนดตามกฎหมายผลิตภัณฑ์สมุนไพร

การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา

  • ส่วนที่ใช้ : หัวหรือส่วนใต้ดิน
  • ควรเก็บเกี่ยวจากต้นที่ระบุชนิดได้ถูกต้อง เพื่อป้องกันการปะปนกับพืชชนิดอื่นที่มีชื่อพื้นเมืองใกล้เคียง
  • หลังเก็บเกี่ยวควรทำความสะอาดและเตรียมเป็นเครื่องยาตามมาตรฐานที่เหมาะสม
  • ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำยางโดยตรง
  • เครื่องยาที่ผ่านการเตรียมแล้ว ควรทำให้แห้งสนิทและเก็บในภาชนะสะอาด ปิดสนิท ป้องกันความชื้น แสง และแมลง
  • ควรติดฉลากระบุชื่อสมุนไพร ส่วนที่ใช้ และวันที่เก็บหรือวันที่เตรียม เพื่อป้องกันการใช้ผิดชนิด

ภูมิปัญญาท้องถิ่น

เข้ค่าปรากฏในภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้านและการแพทย์แผนไทย โดยมีชื่อ ว่านพระฉิม ในบางพื้นที่ และมีการใช้หัวเป็นเครื่องยา

ภูมิปัญญาที่สำคัญคือ การประสะหัวเข้าค่า เพื่อลดพิษก่อนนำไปใช้ปรุงยา เอกสารของกรมการแพทย์แผนไทยฯ จัดหัวเข้าค่าไว้ในกลุ่มเครื่องยาที่ต้องผ่านการประสะ และอธิบายว่าการประสะมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดพิษหรือฤทธิ์ที่รุนแรงของตัวยา

ในข้อมูลด้านพฤกษศาสตร์ของ Flora of Thailand ยังมีการบันทึกภูมิปัญญาท้องถิ่นบางรูปแบบเกี่ยวกับการใช้รากของพืชชนิดนี้ในการทำให้ปลาเกิดพิษ ซึ่งสะท้อนว่าพืชมีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่ค่อนข้างแรง

ประวัติและวัฒนธรรม

เข้าค่ามีความเกี่ยวข้องกับ ภูมิปัญญาว่านและเภสัชกรรมแผนไทย โดยชื่อ “ว่านพระฉิม” ปรากฏเป็นชื่อท้องถิ่นของพืชชนิดนี้ และถูกกล่าวถึงในตำราและเอกสารเกี่ยวกับการเตรียมเครื่องยาไทย

ในทางเภสัชกรรมแผนไทย ความสำคัญของเข้าค่าไม่ได้อยู่เฉพาะสรรพคุณ แต่ยังอยู่ที่ กรรมวิธีลดพิษก่อนนำมาใช้เป็นยา ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่สะท้อนการสั่งสมประสบการณ์ของแพทย์แผนไทยและหมอพื้นบ้าน

สถานะการอนุรักษ์

ตามฐานข้อมูล Plants of the World Online (Kew) ปัจจุบัน Euphorbia sessiliflora Roxb. เป็นชื่อที่ได้รับการยอมรับ และมีถิ่นกำเนิดครอบคลุมประเทศไทยและประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Kew ยังแสดงข้อมูลการประเมินคาดการณ์ความเสี่ยงของพืชดอกว่า “not threatened” แต่ข้อมูลดังกล่าวเป็นการคาดการณ์ความเสี่ยง ไม่ใช่การประกาศสถานะตามบัญชีแดง IUCN โดยตรง

สำหรับประเทศไทย ควรส่งเสริมการเก็บรักษาพันธุกรรมและการปลูกอนุรักษ์ เนื่องจากเข้าค่าเป็นพืชสมุนไพรที่มีการใช้เฉพาะทางและมีข้อมูลการเพาะปลูกเชิงพาณิชย์ค่อนข้างน้อย

ข้อมูลอนุกรมวิธาน

  • อาณาจักร (Kingdom) : Plantae
  • ไฟลัม (Phylum) : Streptophyta
  • ชั้น (Class) : Equisetopsida
  • อันดับ (Order) : Malpighiales
  • วงศ์ (Family) : Euphorbiaceae
  • สกุล (Genus) : Euphorbia L.
  • ชนิด (Species) : Euphorbia sessiliflora Roxb.

ชื่อวิทยาศาสตร์ที่ยอมรับ : Euphorbia sessiliflora Roxb.

ชื่อพ้องสำคัญ :

  • Euphorbia kerrii Craib
  • Tithymalus sessiliflorus (Roxb.) Klotzsch & Garcke

ข้อมูลจาก Plants of the World Online ระบุว่า Euphorbia sessiliflora เป็น accepted species และจัดอยู่ในวงศ์ Euphorbiaceae อันดับ Malpighiales

การตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพร

การตรวจสอบเอกลักษณ์ เข้าค่า ควรพิจารณาร่วมกันหลายลักษณะ ได้แก่

  • ลักษณะต้น : ไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นอวบน้ำ สีเขียว และมีส่วนใต้ดินพองโตคล้ายหัว
  • ลักษณะใบ : ใบเดี่ยวเรียงสลับบริเวณปลายกิ่ง แผ่นใบค่อนข้างกลมถึงรูปไข่หรือรูปขอบขนาน และมีร่องลึกตามเส้นกลางใบด้านบน
  • น้ำยาง : เมื่อเกิดบาดแผลมีน้ำยางสีขาวขุ่นข้น
  • ดอก : ดอกสีแดง มีประมาณ 1–3 ดอก และไม่มีก้านดอก
  • ส่วนใต้ดิน : หัวมีลักษณะกลมโตและเป็นส่วนที่ใช้เป็นเครื่องยา
  • การตรวจสอบทางอนุกรมวิธาน : ควรเปรียบเทียบกับตัวอย่างอ้างอิงหรือ specimen ที่ผ่านการระบุชนิดจากนักพฤกษศาสตร์
  • การตรวจสอบระดับห้องปฏิบัติการ : หากใช้เป็นวัตถุดิบผลิตยา ควรมีการตรวจเอกลักษณ์ทางเภสัชเวทและการควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบ ไม่ควรอาศัยชื่อพื้นเมืองเพียงอย่างเดียว

Flora of Thailand ระบุลักษณะสำคัญและตัวอย่างการกระจายพันธุ์ในประเทศไทยไว้อย่างชัดเจน ซึ่งสามารถใช้ประกอบการตรวจสอบเอกลักษณ์ทางพฤกษศาสตร์ได้

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (2557). ชุดตำราภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ฉบับอนุรักษ์: การเตรียมเครื่องยาไทยบางชนิดก่อนใช้ปรุงยา (ประสะ-สะตุ-ฆ่าฤทธิ์). กระทรวงสาธารณสุข. ข้อมูลเอกสารฉบับออนไลน์
  2. กระทรวงสาธารณสุข. (2564). ตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ ฉบับ พ.ศ. 2564. กองคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์พื้นบ้านไทย.
  3. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. (2567). ปรัชญา หลักการ และเกณฑ์ของการพัฒนายาจากสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร. กองนโยบายแห่งชาติด้านยา. บัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร
  4. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. (2568). ประกาศบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568. ข้อมูลประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
  5. Royal Botanic Gardens, Kew. (2026). Euphorbia sessiliflora Roxb. Plants of the World Online. Plants of the World Online
  6. Esser, H.-J., & Chayam., V. (2005). Euphorbia sessiliflora Roxb. In Flora of Thailand (Vol. 8, Part 1). Flora of Thailand – Euphorbia
  7. Sutthivaiyakit, S., Thapsut, M., & Prachayasittikul, V. (2000). Constituents and bioactivity of the tubers of Euphorbia sessiliflora. Phytochemistry, 53(8), 947–950. https://doi.org/10.1016/S0031-9422(99)00606-8
  8. Zhou, et al. (2018). Screening for neuraminidase inhibitory activity in traditional Chinese medicines used to treat influenza. Evidence-Based Complementary and Alternative Medicine.
Scroll to top