เครือออน

เครือออน

เครือออน

เครือออน หรือ พวงประดิษฐ์ เป็นไม้เถาเนื้อแข็งที่มีดอกและใบประดับสีชมพูอมม่วงโดดเด่น นิยมปลูกเป็นไม้ประดับตามรั้วและซุ้มไม้เลื้อย ขณะเดียวกันยังมีประวัติการใช้เป็น สมุนไพรพื้นบ้าน โดยเฉพาะใบและทั้งต้น ซึ่งมีการใช้ตามภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อบรรเทาอาการไอ ปวดเมื่อย และใช้ภายนอกในกรณีแมลงหรือสัตว์มีพิษกัดต่อย ทั้งนี้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับเครือออนยังอยู่ในระยะเริ่มต้น และยังไม่มีหลักฐานทางคลินิกเพียงพอที่จะยืนยันประสิทธิผลในการรักษาโรคในคน

ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร

  • ชื่อสมุนไพร : เครือออน
  • ชื่ออื่น : พวงประดิษฐ์, ออนแดง, ค้างเบี้ย, เบี้ย, พลูหีบ, ล้วงสุ่มขาว, ล้วงสุ่มตัวผู้, สะแกบ, งวงชุม, จั่งบั่ง, ท้องปลิง, สังขยา, พญาโจร และกาไบ้ดง
  • ชื่อวิทยาศาสตร์ : Congea tomentosa Roxb.
  • ชื่อสามัญ : Wooly Congea, Lavender Wreath, Shower Orchid, Shower of Orchid
  • วงศ์ : Lamiaceae
  • ลักษณะเด่น : ไม้เถาเนื้อแข็ง เลื้อยพันต้นไม้อื่น ใบออกตรงข้าม ดอกย่อยสีขาวขนาดเล็ก มีใบประดับสีชมพูอมม่วงเป็นส่วนที่มองเห็นเด่นชัด

ชื่อวิทยาศาสตร์ Congea tomentosa Roxb. เป็นชื่อที่ได้รับการยอมรับในฐานข้อมูล Plants of the World Online ของ Royal Botanic Gardens, Kew และจัดอยู่ในวงศ์ Lamiaceae ปัจจุบัน

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

  • ต้น : เป็นไม้เถาเนื้อแข็ง อายุหลายปี สามารถเลื้อยพันต้นไม้อื่นได้ กิ่งและลำต้นมีขนนุ่มละเอียดสีขาว ปลายกิ่งมักทอดห้อยลง และสามารถเลื้อยได้เป็นระยะทางมากเมื่อมีต้นไม้หรือโครงสร้างรองรับ
  • ใบ : เป็นใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามกันเป็นคู่ รูปไข่แกมรูปรี ปลายใบแหลมเป็นติ่งสั้น โคนใบมน ขอบใบเรียบ เนื้อใบค่อนข้างสาก และมีขน โดยเฉพาะบริเวณด้านล่างของใบ
  • ดอก : ออกเป็นช่อบริเวณปลายกิ่ง ช่อหนึ่งประกอบด้วยช่อย่อยเป็นกระจุก ดอกย่อยมีขนาดเล็ก สีขาว กลีบดอกเชื่อมกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 2 ปาก โดยมีเกสรเพศผู้ 4 อัน
  • ใบประดับ : มีประมาณ 3 ใบต่อกระจุกดอก มีสีชมพู ชมพูอมม่วง หรือม่วงอ่อน เป็นส่วนที่ทำให้ต้นเครือออนมีความสวยงามและโดดเด่น
  • ผล : ผลมีขนาดเล็ก รูปไข่กลับ มีขน และมีใบประดับติดอยู่บริเวณขั้ว ภายในมีเมล็ดประมาณ 1 เมล็ด

ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์

เครือออนมีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของเอเชีย โดยมีการกระจายพันธุ์ตั้งแต่อินเดีย บังกลาเทศ จีนตอนใต้ ลาว เมียนมา ไทย และเวียดนาม โดย Kew ระบุถิ่นกำเนิดตามธรรมชาติครอบคลุมตั้งแต่อินเดียถึงจีนตะวันตกเฉียงใต้และอินโดจีน

ในประเทศไทยพบในพื้นที่ป่าหลายประเภท เช่น ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และป่าโปร่ง รวมถึงพื้นที่ป่าดิบเขาบางแห่ง โดยมีรายงานการพบในระดับความสูงประมาณ 900 เมตรจากระดับน้ำทะเล และมีแหล่งข้อมูลการศึกษาชนิดพรรณไม้ระบุถิ่นอาศัยในป่าผสมและพื้นที่ป่าที่มีความชื้นเหมาะสม

การปลูกและการขยายพันธุ์

เครือออนสามารถปลูกเป็น ไม้เลื้อยประดับ ได้ดี โดยควรมีซุ้มหรือโครงสร้างสำหรับให้เถาเลื้อยพาดพัน

  • สภาพแสง : ชอบแสงแดดเต็มวัน และสามารถทนร่มบางส่วนได้
  • ดิน : เหมาะกับดินร่วนหรือดินที่มีอินทรียวัตถุและระบายน้ำได้ดี
  • ความชื้น : ต้องการความชื้นปานกลางถึงค่อนข้างสูง แต่ไม่ควรมีน้ำขัง
  • การจัดทรง : ควรตัดแต่งหลังออกดอกเพื่อควบคุมขนาดและรูปทรง แต่ไม่ควรตัดปลายกิ่งมากเกินไป เนื่องจากช่อดอกเกิดบริเวณปลายกิ่ง
  • การขยายพันธุ์ : สามารถขยายพันธุ์ด้วย เมล็ด ปักชำกิ่ง และตอนกิ่ง โดยการปักชำสามารถใช้กิ่งกึ่งแก่กึ่งอ่อนหรือกิ่งแก่ได้

ส่วนที่ใช้เป็นยา

  • ใบ
  • ทั้งต้น
  • เถาหรือลำต้น มีรายงานการใช้ในภูมิปัญญาท้องถิ่นบางพื้นที่

สรรพคุณทางสมุนไพร มีการใช้ตามภูมิปัญญา

ข้อมูลด้าน สรรพคุณเครือออน ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลจากตำรายาพื้นบ้านและการศึกษาด้านชาติพันธุ์พฤกษศาสตร์ จึงควรแยกจากหลักฐานทางคลินิก

  • ใบหรือทั้งต้น : ใช้ต้มกับน้ำดื่มเพื่อบรรเทาอาการไอ
  • ใบหรือทั้งต้น : ใช้ต้มกับน้ำดื่มเพื่อบรรเทาอาการปวดเมื่อย
  • ใบหรือทั้งต้น : มีรายงานการใช้เพื่อช่วยขับปัสสาวะ และเกี่ยวข้องกับภูมิปัญญาการดูแลอาการทางเดินปัสสาวะและนิ่วในไต
  • ใบหรือทั้งต้น : ใช้น้ำคั้นหรือตำพอกภายนอกเพื่อบรรเทาอาการอักเสบจากตะขาบ แมงป่อง หรือแมลงมีพิษกัดต่อย
  • ใบ : มีข้อมูลจากภูมิปัญญาท้องถิ่นเกี่ยวกับการนำใบไปอังไฟแล้วใช้พอกบริเวณที่บวม อักเสบ คัน หรือแสบร้อนจากสัตว์มีพิษ และใช้ใบตำพอกแผลสดเพื่อช่วยสมานแผล
  • เถาหรือลำต้น : มีรายงานภูมิปัญญาท้องถิ่นบางพื้นที่ เช่น ใช้เป็นส่วนประกอบของยาต้มเพื่อบรรเทาอาการปวดเมื่อย หรือใช้ในตำรับพื้นบ้านเฉพาะถิ่น

ควรเน้นว่า สรรพคุณดังกล่าวเป็นการใช้ตามภูมิปัญญา ไม่ได้หมายความว่ามีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยันประสิทธิผลสำหรับการรักษาโรคดังกล่าวในมนุษย์

วิธีใช้

จากข้อมูลภูมิปัญญาที่มีการบันทึกไว้ พบรูปแบบการใช้หลัก ๆ ดังนี้

  • ใช้เป็นยาต้ม : นำใบหรือทั้งต้นมาต้มกับน้ำ แล้วดื่มตามภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อบรรเทาอาการไอหรือปวดเมื่อย
  • ใช้ภายนอก : นำใบมาตำหรือคั้นเอาน้ำ แล้วใช้ทาบริเวณที่มีอาการอักเสบหรือระคายเคืองจากแมลงและสัตว์มีพิษกัดต่อย
  • ใช้พอก : ใบอาจนำไปอังไฟแล้วใช้พอกบริเวณที่บวม คัน หรือแสบร้อนตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน

หมายเหตุ: ยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกเพียงพอที่จะกำหนดขนาดรับประทานมาตรฐานของเครือออน จึงไม่ควรนำข้อมูลการใช้พื้นบ้านไปกำหนดเป็นขนาดยาสำหรับรักษาโรคด้วยตนเอง

ในบัญชียาจากสมุนไพร

จากการตรวจสอบแหล่งข้อมูลที่ค้นพบ ยังไม่พบชื่อเครือออน (Congea tomentosa Roxb.) เป็นตัวยาสำคัญหรือรายการยาสมุนไพรที่มีข้อบ่งใช้เฉพาะในบัญชียาจากสมุนไพร/บัญชียาหลักแห่งชาติของประเทศไทยที่ตรวจสอบได้

ดังนั้นควรแยกให้ชัดเจนระหว่าง “สมุนไพรที่มีการใช้ตามภูมิปัญญา” กับ “สมุนไพรที่ได้รับการกำหนดข้อบ่งใช้ในบัญชียาจากสมุนไพรแห่งชาติ”

สารสำคัญ

การศึกษาทางเคมีของ Congea tomentosa พบสารธรรมชาติหลายกลุ่ม โดยมีรายงานการแยกและระบุสารสำคัญ ได้แก่

  • Congeatomentoside : เป็นสารกลุ่ม cinnamate flavone-β-D-glucoside ที่แยกได้จากใบและกิ่งอ่อน
  • Stigmasterol : สารกลุ่ม phytosterol ที่พบในส่วนต่าง ๆ ของพืช
  • β-Amyrin : สารกลุ่ม triterpenoid ที่แยกได้จากสารสกัดส่วนลำต้น
  • Myo-inositol : พบในการศึกษาสารจากใบและกิ่ง
  • งานวิเคราะห์ด้วย GC-MS ของสารสกัดจากลำต้นยังตรวจพบสารประกอบอื่น ๆ อีกหลายชนิด

งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

งานวิจัยเกี่ยวกับ เครือออน (Congea tomentosa) ยังมีจำนวนไม่มาก แต่มีการศึกษาที่น่าสนใจ ดังนี้

  • การศึกษาปี ค.ศ. 2018 รายงานการแยก congeatomentoside จากใบและกิ่งของเครือออน ร่วมกับ stigmasterol และ myo-inositol โดยใช้เทคนิคทางสเปกโทรสโกปีและการวิเคราะห์โครงสร้างผลึก
  • การศึกษาปี ค.ศ. 2019 ในวารสาร Industrial Crops and Products ศึกษาสารสกัดจากใบ ลำต้น และดอก พบว่าสารสกัดจากลำต้นมีฤทธิ์ต้านจุลชีพต่อจุลินทรีย์ที่ใช้ทดสอบได้เด่นกว่าส่วนใบและดอก และสามารถแยก β-amyrin และ stigmasterol ได้
  • การศึกษาชาติพันธุ์พฤกษศาสตร์ในเขต Bandarban ประเทศบังกลาเทศ พบว่า C. tomentosa เป็นหนึ่งในพืชสมุนไพรที่มีค่าการใช้ประโยชน์สูงในการศึกษากลุ่มชนพื้นเมือง โดยมีค่า Use Value (UV) 0.40

อย่างไรก็ตาม หลักฐานที่มีในปัจจุบันยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าเครือออนสามารถใช้รักษาโรคในมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิผล

การศึกษาทางเภสัชวิทยา

ข้อมูลทางเภสัชวิทยาที่พบชัดเจนที่สุดในปัจจุบันคือ ฤทธิ์ต้านจุลชีพในระดับห้องปฏิบัติการ

  • สารสกัดจากใบ ลำต้น และดอกสามารถยับยั้งจุลินทรีย์บางชนิดที่นำมาทดสอบ
  • สารสกัดจากลำต้น โดยเฉพาะส่วนที่สกัดด้วย petroleum ether และ ethyl acetate มีฤทธิ์เด่นกว่าส่วนอื่นในการศึกษาดังกล่าว
  • Stigmasterol ที่แยกได้จากเครือออนแสดงฤทธิ์ต้านจุลชีพที่น่าสนใจ
  • จุลินทรีย์กลุ่มแกรมลบบางชนิดมีความไวต่อสารสกัดน้อยกว่ากลุ่มแกรมบวกในการทดลอง

ข้อมูลเหล่านี้เป็นผลการทดลอง in vitro จึงยังไม่สามารถนำไปเทียบเท่ากับประสิทธิผลในการรักษาการติดเชื้อในมนุษย์ได้

ความปลอดภัย

ปัจจุบันพบข้อมูลด้าน ความปลอดภัยและความเป็นพิษของเครือออนในมนุษย์ค่อนข้างจำกัด และยังไม่พบการศึกษาทางคลินิกที่เพียงพอสำหรับกำหนดขนาดรับประทานที่ปลอดภัยอย่างเป็นมาตรฐาน

ดังนั้นการใช้เครือออนในรูปแบบรับประทานควรอยู่บนพื้นฐานของการใช้ตามภูมิปัญญาที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์แผนไทยหรือบุคลากรสาธารณสุขให้คำแนะนำ โดยเฉพาะเมื่อใช้เป็นเวลานานหรือใช้ร่วมกับยาอื่น

ข้อห้ามใช้

เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลความปลอดภัยทางคลินิกที่เพียงพอ จึงไม่ควรกำหนดข้อห้ามใช้เฉพาะเจาะจงเกินกว่าหลักความปลอดภัยทั่วไป

  • ผู้แพ้พืชหรือส่วนประกอบของพืช : ควรหลีกเลี่ยง
  • หญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตร : ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานเอง เนื่องจากยังขาดข้อมูลด้านความปลอดภัยที่เพียงพอ
  • เด็ก : ไม่ควรนำมารับประทานเองโดยไม่มีคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือใช้ยาประจำ : ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ในรูปแบบรับประทาน

ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา

ยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกที่เพียงพอเกี่ยวกับ ปฏิกิริยาระหว่างเครือออนกับยาแผนปัจจุบัน จึงไม่สามารถระบุคู่ยาที่มีปฏิกิริยาระหว่างกันอย่างชัดเจนได้

ผู้ที่รับประทานยาประจำ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้สารสกัดหรือผลิตภัณฑ์จากเครือออน

การใช้ในผลิตภัณฑ์

เครือออนมีการใช้ประโยชน์เด่นในฐานะ ไม้ประดับและไม้เลื้อยสำหรับจัดภูมิทัศน์ โดยสามารถปลูกให้เลื้อยตามซุ้ม รั้ว หรือโครงสร้างต่าง ๆ ได้

นอกจากนี้ ช่อดอกและกิ่งที่มีใบประดับสามารถนำไปใช้เป็น ดอกไม้ตัดและดอกไม้แห้งสำหรับงานตกแต่ง เนื่องจากใบประดับมีความสวยงามและคงรูปได้ดี

การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา

สำหรับการใช้เป็นสมุนไพรยังไม่มีมาตรฐานการเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษาเครือออนที่ได้รับการกำหนดเฉพาะในตำรายามาตรฐาน จึงควรใช้หลักการทั่วไปของสมุนไพร

  • เลือกเก็บ ใบหรือต้นที่สมบูรณ์ ปราศจากโรค แมลง และสารเคมีปนเปื้อน
  • หากใช้สด ควรล้างทำความสะอาดและใช้ในระยะเวลาสั้น
  • หากต้องการทำเป็นวัตถุดิบแห้ง ควรทำความสะอาดและทำให้แห้งอย่างรวดเร็วในบริเวณที่สะอาด อากาศถ่ายเท และหลีกเลี่ยงความชื้น
  • เก็บวัตถุดิบแห้งในภาชนะสะอาด ปิดสนิท ป้องกันความชื้น แสง และแมลง
  • ควรติดฉลากชื่อพืช ส่วนที่ใช้ วันที่เก็บ และวันที่ทำแห้ง เพื่อช่วยในการตรวจสอบย้อนกลับ

ภูมิปัญญาท้องถิ่น

เครือออนมีข้อมูลการใช้ใน ภูมิปัญญาสมุนไพรพื้นบ้านของไทยและกลุ่มชาติพันธุ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในประเทศไทยมีรายงานการใช้ใบหรือทั้งต้นต้มดื่มเพื่อแก้ไอและอาการปวดเมื่อย รวมถึงการใช้ภายนอกเมื่อถูกสัตว์หรือแมลงมีพิษกัดต่อย

นอกจากนี้ งานศึกษาชาติพันธุ์พฤกษศาสตร์ในบังกลาเทศยังบันทึกการใช้เครือออนในชุมชนพื้นเมืองหลายกลุ่ม เช่น การใช้ส่วนลำต้นร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นในตำรับพื้นบ้านสำหรับปัญหาระบบทางเดินปัสสาวะ และการใช้ส่วนใบหรือลำต้นเกี่ยวข้องกับโรคติดเชื้อบางประเภท

ข้อมูลเหล่านี้มีคุณค่าในฐานะ องค์ความรู้พื้นบ้านและข้อมูลสำหรับการวิจัยต่อยอด แต่ไม่ควรตีความว่าเป็นหลักฐานยืนยันประสิทธิผลทางการแพทย์

ประวัติและวัฒนธรรม

เครือออนเป็นไม้เถาที่มีความโดดเด่นด้านความงามจากใบประดับสีชมพูถึงม่วง จึงมีการนำมาปลูกเป็นไม้ประดับตามบ้าน รั้ว และซุ้มไม้เลื้อยมาเป็นเวลานาน ชื่อพื้นเมืองของพืชชนิดนี้แตกต่างกันมากตามพื้นที่ เช่น พวงประดิษฐ์ ออนแดง ค้างเบี้ย งวงชุม ท้องปลิง สังขยา และพญาโจร สะท้อนถึงความหลากหลายของการเรียกชื่อพืชในภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทย

สถานะการอนุรักษ์

ฐานข้อมูล Plants of the World Online ของ Kew ยอมรับ Congea tomentosa Roxb. เป็นชนิดพันธุ์ที่ถูกต้อง และมีการประเมินความเสี่ยงจากโครงการ Angiosperm Extinction Risk Predictions ซึ่งระบุการคาดการณ์ว่า ไม่อยู่ในกลุ่มถูกคุกคาม (not threatened) อย่างไรก็ตาม การประเมินดังกล่าวไม่ควรนำไปตีความว่าเครือออนไม่จำเป็นต้องมีการอนุรักษ์ในระดับท้องถิ่น เพราะการสูญเสียถิ่นอาศัยและการลดลงของพืชป่ายังคงเป็นปัจจัยสำคัญต่อความหลากหลายทางชีวภาพ

ข้อมูลอนุกรมวิธาน

  • Kingdom : Plantae
  • Phylum : Streptophyta
  • Class : Equisetopsida
  • Subclass : Magnoliidae
  • Order : Lamiales
  • Family : Lamiaceae
  • Genus : Congea
  • Species : Congea tomentosa Roxb.

ปัจจุบันฐานข้อมูล Kew จัด Congea tomentosa Roxb. ไว้ในวงศ์ Lamiaceae ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับพืชสมุนไพรสำคัญหลายชนิด เช่น กะเพรา โหระพา และสะระแหน่

ชื่อพ้องทางวิทยาศาสตร์ที่พบในฐานข้อมูลอนุกรมวิธาน :

  • Congea azurea Wall.
  • Congea oblonga Pierre ex Dop
  • Congea petelotii Moldenke
  • Congea tomentosa var. nivea Munir
  • Congea tomentosa var. oblongifolia Schauer
  • Congea villosa (Roxb.) Voigt
  • Calochlamys capitata C.Presl
  • Roscoea villosa Roxb.

ชื่อเหล่านี้ปัจจุบันถูกจัดเป็นชื่อพ้องของ Congea tomentosa ในฐานข้อมูล Kew

การตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพร

การตรวจสอบเอกลักษณ์ของ เครือออน (Congea tomentosa Roxb.) ควรพิจารณาร่วมกันทั้งลักษณะทางพฤกษศาสตร์และชื่อวิทยาศาสตร์ เนื่องจากชื่อพื้นเมือง “เครือออน” อาจถูกใช้กับพืชชนิดอื่นในบางพื้นที่

ลักษณะที่ช่วยระบุชนิด ได้แก่

  • ไม้เถาเนื้อแข็ง เลื้อยพันต้นไม้อื่น
  • ลำต้นและกิ่งมีขนนุ่มละเอียด
  • ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม
  • ใบรูปไข่แกมรูปรี ปลายแหลม โคนมน
  • ช่อดอกอยู่บริเวณปลายกิ่ง
  • ดอกย่อยสีขาวขนาดเล็ก
  • มีใบประดับประมาณ 3 ใบ สีชมพูถึงม่วงอมชมพู
  • ผลขนาดเล็ก มีเมล็ดประมาณ 1 เมล็ด

ในการทำฐานข้อมูลสมุนไพรหรือจัดทำวัตถุดิบสำหรับงานวิจัย ควรเก็บ ตัวอย่างพรรณไม้แห้ง (voucher specimen) พร้อมข้อมูลสถานที่เก็บ วันที่เก็บ และผู้เก็บ เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับกับตัวอย่างอ้างอิงในหอพรรณไม้ได้

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. กรมป่าไม้. (ม.ป.ป.). คู่มือชนิดพรรณไม้ที่แนะนำปลูกในพื้นที่ คทช. ส่วนวนวัฒนวิจัย สำนักวิจัยและพัฒนาการป่าไม้.
  2. มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง. (ม.ป.ป.). เครือออน: Congea tomentosa Roxb. ศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช.
  3. สมุนไพรดอทคอม. (ม.ป.ป.). เครือออน.
  4. ThaiHerbal.org. (2558). เครือออน.
  5. Apisantiyakom, S., Chaino, K., Pompimon, W., Funnimid, N., Ketsana, T., Tainjuk, A., Kaewwimon, P., & Nuntasaen, N. (2018). Cinnamate flavone-β-D-glucoside of leaves and twigs from Congea tomentosa Roxb. Natural Products: An Indian Journal, 14(1), 118.
  6. Faruque, M. O., Uddin, S. B., Barlow, J. W., Hu, S., Dong, S., Cai, Q., Li, X., & Hu, X. (2018). Quantitative ethnobotany of medicinal plants used by indigenous communities in the Bandarban District of Bangladesh. Frontiers in Pharmacology, 9, 40.
  7. Faruque, M. O., Ankhi, U. R., Kamaruzzaman, M., Barlow, J. W., Zhou, B., Hao, J., Yang, X., & Hu, X. (2019). Chemical composition and antimicrobial activity of Congea tomentosa, an ethnomedicinal plant from Bangladesh. Industrial Crops and Products, 141, 111745.
  8. Royal Botanic Gardens, Kew. (2026). Congea tomentosa Roxb. Plants of the World Online.
Scroll to top