กินกุ้งน้อย
กินกุ้งน้อย เป็นพืชล้มลุกขนาดเล็กในวงศ์ผักปลาบ (Commelinaceae) พบได้ทั่วไปในพื้นที่ชื้นแฉะ เช่น ริมคูคลอง นาข้าว สนามหญ้า และบริเวณดินชื้น มีชื่อเรียกท้องถิ่นว่า ผักปลาบ และ หญ้าเลินแดง เป็นพืชที่มีการใช้ประโยชน์ทั้งเป็นอาหารสัตว์ ผักพื้นบ้าน และ สมุนไพรพื้นบ้าน ในหลายพื้นที่ของเอเชีย โดยเฉพาะการใช้ทั้งต้น ราก และใบตามภูมิปัญญาท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม หลักฐานทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับประสิทธิผลในการรักษาโรคในมนุษย์ยังมีจำกัด จึงควรแยกให้ชัดเจนระหว่าง การใช้ตามภูมิปัญญา กับข้อพิสูจน์ทางคลินิก
ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร
- ชื่อสมุนไพร: กินกุ้งน้อย
- ชื่อไทย: กินกุ้งน้อย
- ชื่อท้องถิ่น: ผักปลาบ, ผักปราบ, ผักปลาบใบเล็ก, หญ้าเลินแดง
- ชื่อสามัญ: Common spiderwort, Doveweed, Nakedstem dewflower
- ชื่อวิทยาศาสตร์: Murdannia nudiflora (L.) Brenan
- วงศ์: Commelinaceae
- สกุล: Murdannia
- ลักษณะการใช้ประโยชน์: สมุนไพรพื้นบ้าน, ผักพื้นบ้าน, อาหารสัตว์
- ส่วนที่มีการใช้ตามภูมิปัญญา: ทั้งต้น ราก ลำต้น และใบ
- ถิ่นที่พบในประเทศไทย: พบได้ทั่วทุกภาค โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ชื้นแฉะและพื้นที่เกษตร
ชื่อ กินกุ้งน้อย เป็นชื่อที่ใช้ในประเทศไทย ส่วนชื่อ ผักปลาบ เป็นชื่อที่พบใช้ทั่วไป และชื่อภาษาอังกฤษที่ฐานข้อมูลพฤกษศาสตร์สากลใช้ ได้แก่ Common spiderwort และ Doveweed
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
- ประเภทพืช: ไม้ล้มลุกอายุปีเดียวตามฐานข้อมูลพฤกษศาสตร์สากล แม้เอกสารไทยบางแหล่งจะบรรยายว่าเป็นไม้ล้มลุกสองปี
- ลำต้น: ลำต้นเรียว อ่อน ตั้งตรงหรือทอดเอนและเลื้อยไปตามพื้นดิน สามารถเกิดรากบริเวณข้อที่สัมผัสดิน ลำต้นอาจแตกแขนงและมีสีเขียวหรือมีสีแดงปน
- ความสูง: โดยทั่วไปประมาณ 10–55 เซนติเมตร ขึ้นกับสภาพแวดล้อม
- ราก: เป็นระบบรากฝอย ไม่มีเหง้าใต้ดิน และสามารถเกิดรากบริเวณข้อของลำต้น
- ใบ: ใบเดี่ยว เรียงสลับ ลักษณะเป็นรูปขอบขนาน รูปแถบ หรือรูปใบหอกแคบ โคนใบเป็นกาบหุ้มลำต้น
- ดอก: ดอกขนาดเล็ก ออกเป็นช่อบริเวณปลายยอดหรือซอกใบ สีม่วง ม่วงอมชมพู หรือสีม่วงอ่อน
- กลีบดอก: มี 3 กลีบ
- เกสร: มีเกสรเพศผู้ที่สมบูรณ์ 2 อัน และมีเกสรที่เป็นหมันอีกหลายอัน ซึ่งเป็นลักษณะที่ช่วยในการจำแนกชนิด
- ผล: เป็นผลแห้งแบบแคปซูล มีประมาณ 3 ช่อง เมื่อแก่จะแตกออก
- เมล็ด: เมล็ดมีสีน้ำตาลและมีผิวเป็นร่องหรือเป็นหลุม
- ช่วงออกดอก: มักพบการออกดอกมากในช่วงปลายฤดูฝน
- ช่วงติดผล: ผลเริ่มแก่ตั้งแต่ประมาณเดือนตุลาคมเป็นต้นไป
ข้อมูลทางพฤกษศาสตร์จากประเทศไทยและฐานข้อมูลสากลมีความแตกต่างกันบางประการ โดยเฉพาะเรื่องอายุของต้นและรายละเอียดขนาด จึงควรใช้ ลักษณะดอก ผล ใบ และโครงสร้างช่อดอก ร่วมกันในการตรวจสอบเอกลักษณ์
ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์
- ถิ่นกำเนิด: ปัจจุบัน Plants of the World Online ของ Kew ระบุว่ามีถิ่นกำเนิดตั้งแต่เขตร้อนและกึ่งร้อนของเอเชียไปจนถึงแถบแปซิฟิกตะวันตก
- การกระจายพันธุ์: พบในหลายประเทศของเอเชีย เช่น ไทย อินเดีย บังกลาเทศ จีนตอนใต้ เมียนมา ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา และพื้นที่อื่นในเขตร้อน
- การกระจายพันธุ์นอกถิ่นกำเนิด: มีการนำเข้าและทำให้เป็นพืชธรรมชาติในหลายพื้นที่ของเขตร้อน รวมถึงบางส่วนของอเมริกา แอฟริกา และหมู่เกาะต่าง ๆ
- ในประเทศไทย: พบได้ทั่วทุกภาค โดยขึ้นได้ตั้งแต่ระดับใกล้น้ำทะเลจนถึงประมาณ 1,000 เมตร และพบได้มากในบริเวณที่มีความชื้น
การปลูกและการขยายพันธุ์
- การขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด: เป็นวิธีธรรมชาติที่สำคัญ เมล็ดจากผลแก่สามารถงอกได้เมื่อได้รับความชื้นเหมาะสม
- การขยายพันธุ์ด้วยไหลหรือลำต้น: ลำต้นที่ทอดไปตามพื้นสามารถออกรากบริเวณข้อ จึงช่วยให้พืชแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว
- สภาพแวดล้อม: ชอบบริเวณดินชื้นหรือมีน้ำเพียงพอ แต่สามารถทนต่อสภาพน้ำท่วมขังและช่วงแล้งได้ในระดับหนึ่ง
- การปลูก: หากปลูกเพื่อศึกษาหรือใช้เป็นพืชสมุนไพร ควรเลือกพื้นที่สะอาด หลีกเลี่ยงบริเวณที่อาจได้รับสารกำจัดวัชพืช สารเคมีทางการเกษตร หรือปนเปื้อนน้ำเสีย
เนื่องจาก กินกุ้งน้อยเป็นพืชที่แพร่พันธุ์ได้ง่าย ในธรรมชาติจึงไม่จำเป็นต้องใช้วิธีขยายพันธุ์ที่ซับซ้อน โดยเมล็ดและส่วนของลำต้นที่มีข้อสามารถใช้ในการเพิ่มจำนวนต้นได้
ส่วนที่ใช้เป็นยา
- ทั้งต้น: มีการใช้ตามภูมิปัญญาพื้นบ้านในหลายประเทศ
- ราก: มีรายงานการใช้ตามภูมิปัญญาในบางพื้นที่ของอินโดจีน
- ลำต้น: มีการใช้เป็นยาพื้นบ้านในไต้หวันและบางประเทศในเอเชีย
- ใบ: ใช้ภายนอกในรูปแบบตำพอกตามภูมิปัญญาบางท้องถิ่น
สรรพคุณทางสมุนไพร มีการใช้ตามภูมิปัญญา
การใช้ทั้งต้นตามภูมิปัญญา
- ใช้เป็น ยาลดไข้ และถอนพิษไข้ในบางตำรับพื้นบ้าน
- ใช้สำหรับอาการที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหาร เช่น บิด และลำไส้อักเสบ
- ใช้เป็นยาพื้นบ้านสำหรับอาการเจ็บคอและคออักเสบ
- ในบางพื้นที่ใช้เพื่อบรรเทาอาการปวดและบวม
- มีรายงานการใช้เป็นยาพื้นบ้านเกี่ยวกับการอักเสบและบาดแผล
การใช้รากตามภูมิปัญญา
- ในบางพื้นที่ของอินโดจีนมีการใช้ รากกินกุ้งน้อย เป็นยาลดไข้ในเด็ก
- มีรายงานการใช้รากสำหรับอาการบิดและปัสสาวะกะปริดกะปรอย
การใช้ใบตามภูมิปัญญา
- ใบสดนำมาตำพอกบริเวณ แผล แมลงสัตว์กัดต่อย หรือบริเวณที่มีอาการปวด
- มีรายงานการใช้ใบพอกฝีที่เต้านมในภูมิปัญญาบางพื้นที่
- ในบางพื้นที่มีการนำใบไปอังไฟแล้วใช้ถูบริเวณผิวหนังที่มีรอยด่างซึ่งเชื่อมโยงกับเชื้อรา
ข้อควรทำความเข้าใจ: สรรพคุณข้างต้นเป็น การใช้ตามภูมิปัญญาและข้อมูลชาติพันธุ์พฤกษศาสตร์ ไม่ได้หมายความว่าได้รับการพิสูจน์ประสิทธิผลในการรักษาโรคในมนุษย์แล้ว โดยเฉพาะข้อกล่าวอ้างเรื่องการรักษาภาวะมีบุตรยากหรือโรคเรื้อรัง ควรถือเป็นข้อมูลภูมิปัญญา ไม่ควรนำไปใช้แทนการวินิจฉัยและการรักษาทางการแพทย์
วิธีใช้
- ใช้รับประทานตามภูมิปัญญา: มีแหล่งข้อมูลไทยระบุว่าต้นสดประมาณ 20–40 กรัม หรือส่วนต้นแห้งประมาณ 12–20 กรัม สามารถนำมาต้มรับประทานในตำรับพื้นบ้านบางรูปแบบ
- ใช้ภายนอก: ใบสดหรือส่วนของต้นนำมาตำแล้วใช้พอกหรือคั้นน้ำสำหรับใช้กับผิวหนังตามภูมิปัญญา
- ใช้เป็นอาหาร: ยอดอ่อนสามารถรับประทานเป็นผักได้
หมายเหตุสำคัญ: ขนาด 20–40 กรัม และ 12–20 กรัมเป็นข้อมูลจากตำรา/แหล่งข้อมูลการใช้สมุนไพรพื้นบ้าน ไม่ใช่ขนาดยามาตรฐานที่ได้รับการรับรองสำหรับการรักษาโรค และไม่ควรนำไปใช้เป็นคำแนะนำในการรักษาโดยไม่มีผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์แผนไทยหรือบุคลากรทางการแพทย์กำกับ
สารสำคัญ
การศึกษาทางพฤกษเคมีของ Murdannia nudiflora พบกลุ่มสารหลายประเภท ได้แก่
- Flavonoids
- Saponins
- Tannins
- Alkaloids
- Coumarins
- Organic acids
- Sterols
- Carotenes
- Phenolic compounds
งานวิจัยปี 2026 รายงานการแยกสารจากส่วนสกัดเอทิลอะซีเตตของ Murdannia nudiflora และพบสาร ได้แก่ indole-3-carbaldehyde, loliolide, macommelinol, indole-3-carboxylic acid, blumenol A และ benzoic acid โดย macommelinol แสดงฤทธิ์ยับยั้งการสร้าง nitric oxide ได้เด่นในการทดสอบดังกล่าว
งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
งานวิจัยเกี่ยวกับ กินกุ้งน้อย (Murdannia nudiflora) ยังอยู่ในระดับก่อนคลินิกเป็นส่วนใหญ่ และยังไม่มีหลักฐานจากการทดลองทางคลินิกในมนุษย์เพียงพอที่จะยืนยันสรรพคุณรักษาโรคต่าง ๆ
- งานวิจัยปี 2014 ศึกษาสารสกัดเอทานอลจากใบในหนูทดลองด้วยวิธี hot-plate พบแนวโน้ม ฤทธิ์ระงับปวด เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม แต่เป็นการศึกษาในสัตว์ทดลอง ไม่สามารถสรุปผลการรักษาในมนุษย์ได้
- งานวิจัยเปรียบเทียบพืชในสกุล Murdannia พบว่าสารสกัดน้ำของ M. nudiflora มีความสามารถในการยับยั้งการเกิดออกซิเดชันของไขมันในการทดสอบที่ใช้ในงานวิจัย และพบความแตกต่างด้านลักษณะทางเภสัชเวทและสารฟีนอลิกระหว่างพืชแต่ละชนิด
- งานวิจัยปี 2025 ศึกษาลักษณะทางมหภาค จุลทรรศน์ และการคัดกรองสารพฤกษเคมี พบกลุ่ม flavonoids, saponins, tannins, organic acids, alkaloids, coumarins, reducing sugars, sterols และ carotenes
- งานวิจัยปี 2026 ศึกษาฤทธิ์ยับยั้ง nitric oxide และฤทธิ์ปกป้องกระเพาะอาหาร พบว่าส่วนสกัดเอทิลอะซีเตตมีฤทธิ์ยับยั้ง NO และในการทดลองในสัตว์ทดลองสามารถลดดัชนีแผลในกระเพาะอาหารได้ ผลดังกล่าวเป็นหลักฐานระดับ หลอดทดลองและสัตว์ทดลอง ยังไม่ใช่หลักฐานยืนยันการรักษาแผลกระเพาะอาหารในคน
เภสัชวิทยา
จากการศึกษาที่มีรายงาน พบแนวโน้มฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของ Murdannia nudiflora ได้แก่
- ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ: พบจากการทดสอบสารสกัดในหลอดทดลอง
- ฤทธิ์ระงับปวด: พบจากการทดลองในสัตว์
- ฤทธิ์เกี่ยวข้องกับการลดการอักเสบ: สารสกัดและสารบางชนิดสามารถยับยั้ง nitric oxide ในเซลล์ macrophage ที่ถูกกระตุ้นด้วย LPS
- ฤทธิ์ปกป้องกระเพาะอาหาร: พบในแบบจำลองแผลกระเพาะอาหารในสัตว์ทดลอง
- ฤทธิ์ต้านจุลชีพและฤทธิ์ทางชีวภาพอื่น: มีรายงานการศึกษาบางส่วน แต่ยังต้องการการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อระบุสารออกฤทธิ์และกลไกที่ชัดเจน
ระดับหลักฐาน: ปัจจุบันหลักฐานส่วนใหญ่ยังเป็นการศึกษา in vitro และสัตว์ทดลอง จึงไม่ควรเขียนเชิง SEO ว่า “รักษาโรคได้” โดยไม่มีการระบุระดับหลักฐาน
ความปลอดภัย
ข้อมูลด้านความปลอดภัยของ กินกุ้งน้อย ในมนุษย์ยังมีจำกัด โดยเฉพาะการรับประทานสารสกัดเข้มข้นหรือใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน
งานวิจัยปี 2026 รายงานว่าส่วนสกัดเอทิลอะซีเตตที่ศึกษาในหนูมีค่า LD50 มากกว่า 25,000 มก./กก. ในการทดสอบพิษเฉียบพลัน แต่ผลดังกล่าวเป็นข้อมูลจากสัตว์ทดลองและไม่สามารถนำมาแปลงเป็นขนาดปลอดภัยสำหรับมนุษย์โดยตรง
ผู้บริโภคควรระวังเป็นพิเศษหากเก็บพืชจากพื้นที่เกษตร เพราะ กินกุ้งน้อยเป็นวัชพืชในพื้นที่เพาะปลูก และอาจสัมผัสสารกำจัดวัชพืชหรือสารเคมีทางการเกษตรได้
ข้อห้ามใช้
ยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกที่เพียงพอสำหรับกำหนด ข้อห้ามใช้ของกินกุ้งน้อยในมนุษย์ อย่างเป็นมาตรฐาน
เพื่อความปลอดภัย ควรหลีกเลี่ยงการใช้เป็นยารับประทานในกรณีต่อไปนี้จนกว่าจะมีข้อมูลเพียงพอ
- หญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตร: เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลความปลอดภัยเพียงพอ
- เด็ก: ไม่ควรนำข้อมูลการใช้รากลดไข้ในเด็กตามภูมิปัญญาพื้นบ้านมาใช้เป็นขนาดยามาตรฐาน
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือรับประทานยาหลายชนิด: ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
- ผู้ที่แพ้พืชในวงศ์ Commelinaceae: ควรหลีกเลี่ยงหากเคยมีประวัติแพ้
ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา
ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกที่เพียงพอเกี่ยวกับ ปฏิกิริยาระหว่างกินกุ้งน้อยกับยาแผนปัจจุบัน โดยเฉพาะการศึกษาที่สามารถระบุผลต่อเอนไซม์ CYP450, P-glycoprotein หรือระดับยาในเลือดได้อย่างชัดเจน
ดังนั้นผู้ที่ใช้ ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยากดภูมิคุ้มกัน ยารักษาโรคเรื้อรัง หรือยาที่มีช่วงการรักษาแคบ ไม่ควรใช้สารสกัดกินกุ้งน้อยในขนาดเข้มข้นร่วมกับยาเองโดยไม่ปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์
การใช้ในอาหาร
กินกุ้งน้อยมีการใช้เป็นผักพื้นบ้าน โดยเฉพาะส่วนยอดอ่อนและส่วนที่อ่อนของต้น สามารถรับประทานสดหรือใช้ประกอบอาหารในบางท้องถิ่น นอกจากนี้ยังมีการใช้เป็น อาหารสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์กินพืช เช่น โคและกระบือ
อย่างไรก็ตาม หากเก็บจากพื้นที่นา ริมถนน หรือพื้นที่ที่มีการใช้สารเคมีทางการเกษตร ควรหลีกเลี่ยงการนำมาบริโภค เพราะอาจมีสารตกค้างหรือสิ่งปนเปื้อน
การใช้ในผลิตภัณฑ์
มีข้อมูลการศึกษาการนำ Murdannia nudiflora ไปพัฒนาเป็นวัตถุดิบสารสกัดสมุนไพร โดยเฉพาะงานวิจัยด้านการเตรียมสารสกัดมาตรฐานและการควบคุมคุณภาพ
งานวิจัยในเวียดนามปี 2025 ได้ศึกษาวิธีเตรียม สารสกัดแห้งมาตรฐานจาก Murdannia nudiflora และประเมินคุณภาพตามแนวทางเภสัชตำรับเวียดนาม แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการพัฒนาวัตถุดิบสมุนไพร แต่ยังไม่ควรตีความว่าเป็นหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้รับการรับรองให้ใช้รักษาโรคในประเทศไทย
การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา
- ควรเก็บต้นจากพื้นที่ที่สะอาดและปราศจากการปนเปื้อนสารเคมี
- หากใช้เป็นผัก ควรเลือก ยอดอ่อนและส่วนที่สดสมบูรณ์
- หากใช้เป็นสมุนไพร ควรคัดแยกดิน เศษวัสดุ และส่วนที่เน่าเสียออก
- ส่วนที่ต้องการทำให้แห้งควรล้างให้สะอาดและทำให้แห้งอย่างรวดเร็วในสภาพที่อากาศถ่ายเท
- ควรเก็บวัตถุดิบแห้งในภาชนะปิดสนิท ป้องกันความชื้น แสง และแมลง
- ควรติดฉลากระบุชนิดพืช วันที่เก็บ และแหล่งที่มาเพื่อช่วยในการตรวจสอบย้อนกลับ
ภูมิปัญญาท้องถิ่น
ในประเทศไทยชื่อ กินกุ้งน้อย และ ผักปลาบ เป็นชื่อที่ใช้กับพืชชนิดนี้ ขณะที่ข้อมูลภูมิปัญญาจากประเทศต่าง ๆ ในเอเชียมีการใช้ส่วนต่าง ๆ ของพืชแตกต่างกัน เช่น การใช้ทั้งต้นสำหรับอาการไข้และบิด การใช้รากสำหรับไข้ในเด็ก และการใช้ใบภายนอกสำหรับแผลหรืออาการปวด
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนถึงความหลากหลายของ ภูมิปัญญาการใช้สมุนไพรกินกุ้งน้อย แต่ไม่ควรนำวิธีใช้จากประเทศหนึ่งไปใช้กับผู้ป่วยโดยตรง เพราะวิธีเตรียม ขนาดใช้ และบริบททางการแพทย์พื้นบ้านแตกต่างกัน
สถานะการอนุรักษ์
ปัจจุบันยังไม่พบข้อมูลว่ากินกุ้งน้อยเป็นพืชที่อยู่ในภาวะเสี่ยงสูญพันธุ์ในประเทศไทย และฐานข้อมูล Kew ระบุการประเมินจากโครงการ Angiosperm Extinction Risk Predictions ว่ามีการคาดการณ์ว่า ไม่ถูกคุกคาม (not threatened) อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวเป็นการประเมินระดับชนิดพันธุ์ในภาพรวม ไม่ใช่การประเมินประชากรของกินกุ้งน้อยในประเทศไทยโดยเฉพาะ
ในทางกลับกัน พืชชนิดนี้สามารถแพร่พันธุ์ได้ง่ายและพบเป็นวัชพืชในพื้นที่เกษตร จึงมีความสำคัญในอีกมิติหนึ่งของการจัดการวัชพืชและระบบนิเวศการเกษตร
ข้อมูลอนุกรมวิธาน
- อาณาจักร (Kingdom): Plantae
- ไฟลัม (Phylum): Tracheophyta / Streptophyta
- ชั้น (Class): Liliopsida / Equisetopsida
- อันดับ (Order): Commelinales
- วงศ์ (Family): Commelinaceae
- สกุล (Genus): Murdannia
- ชนิด (Species): Murdannia nudiflora
- ชื่อวิทยาศาสตร์ที่ยอมรับ: Murdannia nudiflora (L.) Brenan
ชื่อพ้องทางอนุกรมวิธานที่สำคัญ
- Commelina nudiflora L.
- Aneilema nudiflorum (L.) Sweet
- Aneilema nudiflorum (L.) R.Br. ex Sweet
- Ditelesia nudiflora (L.) Raf.
- Phaeneilema nudiflorum (L.) G.Brückn.
ปัจจุบัน Murdannia nudiflora (L.) Brenan เป็นชื่อที่ยอมรับในฐานข้อมูล Plants of the World Online ของ Kew และ GBIF
การตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพร
การตรวจสอบ กินกุ้งน้อย ควรพิจารณาร่วมกันทั้งลักษณะภายนอกและลักษณะทางจุลทรรศน์ เนื่องจากพืชในวงศ์ Commelinaceae หลายชนิดมีรูปร่างใกล้เคียงกัน
- ตรวจสอบ ลำต้นเรียวและการเกิดรากตามข้อ
- ตรวจสอบใบเดี่ยวเรียงสลับและโคนใบที่เป็นกาบ
- ตรวจสอบช่อดอกที่ปลายยอดหรือซอกใบ
- ตรวจสอบ ดอกสีม่วงหรือม่วงอมชมพู
- ตรวจสอบจำนวนกลีบดอก 3 กลีบ
- ตรวจสอบลักษณะเกสรเพศผู้ที่สมบูรณ์ 2 อัน และเกสรที่เป็นหมัน
- ตรวจสอบผลแห้งที่มีลักษณะเป็นแคปซูลและแบ่งเป็น 3 ช่อง
- หากเป็นวัตถุดิบแห้งหรือผง ควรใช้ ลักษณะจุลทรรศน์และการตรวจสอบทางเภสัชเวท ร่วมด้วย
งานวิจัยทางเภสัชเวทพบว่าสามารถใช้ลักษณะทางจุลทรรศน์ของใบและลักษณะทางเคมีบางประการช่วยแยก Murdannia nudiflora ออกจากพืชชนิดอื่นในสกุลเดียวกันได้
ในบัญชียาจากสมุนไพร
จากการตรวจสอบ บัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร พ.ศ. 2566 ซึ่งประกาศโดยคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ ไม่พบ กินกุ้งน้อย (Murdannia nudiflora) เป็นรายการยาจากสมุนไพรในบัญชีดังกล่าว
ประกาศดังกล่าวกำหนดรายการยาจากสมุนไพรสำหรับใช้ในโรงพยาบาลและสถานบริการสาธารณสุข และแบ่งเป็นบัญชีรายการยาพื้นฐาน รายการยาเฉพาะ และรายการยาพิเศษ
ข้อสังเกต: ไม่ควรสับสนระหว่าง กินกุ้งน้อย (Murdannia nudiflora) กับ หญ้าปักกิ่ง (Murdannia loriformis) ซึ่งเป็นพืชคนละชนิด และ M. loriformis มีชื่อปรากฏในข้อมูลเกี่ยวกับยาสมุนไพรของประเทศไทยบางรายการ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- ราชบัณฑิตยสถาน. (2538). อนุกรมวิธานพืช อักษร ก. กรุงเทพมหานคร: เพื่อนพิมพ์.
- สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ. (ม.ป.ป.). กินกุ้งน้อย (Murdannia nudiflora).
- สำนักงานพัฒนาอาหารสัตว์ กรมปศุสัตว์. (ม.ป.ป.). ข้อมูลพืชอาหารสัตว์: กินกุ้งน้อย. กรมปศุสัตว์.
- ศูนย์พันธุ์พืชและข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพ. (2566). Murdannia nudiflora (L.) Brenan. Thailand Biodiversity Information Facility (TH-BIF).
- คณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ. (2566). บัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร พ.ศ. 2566. ราชกิจจานุเบกษา, 140(130 ง).
- สืบปาละ, ธ., ปรศุพัฒนา, ส., ปรีเปรม, ศ., และ ธิติเมธาโรจน์, ท. (2557). การศึกษาเปรียบเทียบทางเภสัชเวทและฤทธิ์ต้านออกซิเดชันของพืช 3 ชนิดในสกุล Murdannia (วงศ์ Commelinaceae). KKU Research Journal (Graduate Studies).
- Le, H. D., Vu, D. L., Nguyen, T. D., Nguyen, T. V. A., Nguyen, X. T., & Nguyen, T. T. H. (2026). Bioactivity assessment of Murdannia nudiflora (L.) Brenan: Nitric oxide inhibition and anti-ulcer potentials of its isolated compounds and extract fractions. Current Pharmaceutical Biotechnology, 22(11). https://doi.org/10.2174/0115734072424193251130194115
- Loi, V. D., Duong, L. H., Huyen, N. T., Hien, N. T., & Duong, T. T. H. (2025). Morphological characteristics, microscopical characteristics, and qualitative phytochemical screening of Murdannia nudiflora (L.) Brenan. VNU Journal of Science: Medical and Pharmaceutical Sciences, 41(1). https://doi.org/10.25073/2588-1132/vnumps.4732
- Patwari, B. N., Ahmed, A. B., Das, T., & Sengupta, R. (2014). Phytochemical screening and analgesic effects of ethanolic extract of plant Murdannia nudiflora (L.) Brenan (Commelinaceae) in albino mice using hot plate method. International Journal of Pharmacy and Pharmaceutical Sciences, 6(7), 512–515.
- Pellegrini, M. O. O., Faden, R. B., & Almeida, R. F. (2016). Taxonomic revision of Neotropical Murdannia Royle (Commelinaceae). PhytoKeys, 74, 35–78. https://doi.org/10.3897/phytokeys.74.9835
- Royal Botanic Gardens, Kew. (2026). Murdannia nudiflora (L.) Brenan. Plants of the World Online.
- World Flora Online. (2026). Murdannia nudiflora (L.) Brenan.
