กรดน้ำ
กรดน้ำเป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่พบได้ในประเทศไทยและอีกหลายพื้นที่ของเขตร้อน มีชื่อท้องถิ่นแตกต่างกันไปตามภูมิภาค เช่น ขัดมอนเล็ก หนวดแมว กัญชาป่า กระต่ายจามใหญ่ มะไฟเดือนห้า และหญ้าหัวแมงฮุน เป็นต้น พืชชนิดนี้มีประวัติการใช้ตามภูมิปัญญาพื้นบ้านทั้งในประเทศไทยและหลายประเทศในเอเชีย รวมถึงมีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับสารสำคัญและฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาหลายด้าน โดยเฉพาะฤทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับระดับน้ำตาลในเลือด การอักเสบ และการต้านอนุมูลอิสระ อย่างไรก็ตาม หลักฐานส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับการทดลองก่อนคลินิก จึงไม่ควรใช้แทนการรักษามาตรฐานโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์
ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร
- ชื่อสมุนไพร: กรดน้ำ
- ชื่อวิทยาศาสตร์: Scoparia dulcis L.
- ชื่อสามัญ: Sweet broomweed, Macao tea, Goat weed, Licorice weed
- วงศ์: Plantaginaceae
- เอกสารพฤกษศาสตร์ไทยในอดีตบางแหล่งจัดกรดน้ำไว้ในวงศ์ Scrophulariaceae แต่ฐานข้อมูลอนุกรมวิธานปัจจุบัน เช่น กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และ Plants of the World Online จัดไว้ในวงศ์ Plantaginaceae
- ชื่อท้องถิ่น: กรดน้ำ, ขัดมอนเล็ก, หนวดแมว, กัญชาป่า, กระต่ายจามใหญ่, มะไฟเดือนห้า, หญ้าหัวแมงฮุน, หญ้าจ้าดตู้ด, เทียนนา, ตานซาน, ปีกแมงวัน, หูปลาช่อนตัวผู้ และชื่ออื่น ๆ ตามแต่ละท้องถิ่น
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
- เป็นไม้ล้มลุกหรือไม้พุ่มขนาดเล็ก โดยแหล่งข้อมูลไทยระบุว่าสามารถสูงประมาณ 30–80 เซนติเมตร ขณะที่บางแหล่งระบุว่าสูงได้ถึงประมาณ 1 เมตร
- ลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งแขนงมาก บางแหล่งพบขนบริเวณข้อ
- ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามหรือเรียงรอบข้อประมาณ 3–4 ใบ
- ใบมีรูปไข่ รูปไข่แกมรูปขอบขนาน หรือรูปใบหอก ขอบใบมีจักเป็นซี่ฟัน และด้านล่างของใบมีต่อมโปร่งแสง
- ดอกมีขนาดเล็ก สีขาว บางครั้งบริเวณโคนกลีบมีสีม่วงอ่อน ออกเป็นกระจุกประมาณ 1–4 ดอกตามข้อ
- กลีบเลี้ยงมี 4 กลีบ และกลีบดอกมี 4 กลีบ เกสรเพศผู้ 4 อัน
- ผลเป็นผลแห้งแตก มีเมล็ดขนาดเล็กจำนวนมาก
ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์
- กรดน้ำมีถิ่นกำเนิดตามธรรมชาติในเขตร้อนและกึ่งร้อนของทวีปอเมริกา โดย Plants of the World Online ระบุถิ่นกำเนิดดั้งเดิมอยู่ใน Tropical & Subtropical America
- ปัจจุบันแพร่กระจายอย่างกว้างขวางในเขตร้อนและกึ่งร้อนของโลก รวมถึงเอเชีย แอฟริกา และพื้นที่เขตร้อนอื่น ๆ
- ในประเทศไทยพบได้หลายภูมิภาคและมีชื่อพื้นเมืองแตกต่างกันตามพื้นที่
- มักพบตามพื้นที่โล่ง พื้นที่รกร้าง ชายทาง พื้นที่เกษตร และบริเวณที่มีแสงแดดค่อนข้างมาก
การปลูกและการขยายพันธุ์
- กรดน้ำสามารถขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด
- เมล็ดมีขนาดเล็กและมีลักษณะต้องการแสงในการงอก จึงไม่ควรกลบเมล็ดลึก
- งานศึกษาการงอกพบว่าอุณหภูมิประมาณ 25–30 องศาเซลเซียสเหมาะต่อการงอก และการสลับอุณหภูมิกลางวันประมาณ 30 องศาเซลเซียสกับกลางคืนประมาณ 20 องศาเซลเซียสให้ผลการงอกสูงในการทดลองหนึ่ง
- การเพาะควรใช้วัสดุปลูกที่ระบายน้ำได้ดี มีความชื้นสม่ำเสมอ และได้รับแสง
- ต้นกรดน้ำสามารถเจริญได้ในพื้นที่เขตร้อนและในดินหลายประเภท จึงพบเป็นพืชขึ้นเองหรือวัชพืชในพื้นที่เกษตรได้ค่อนข้างง่าย
ส่วนที่ใช้เป็นยา
- ใบ
- ลำต้น
- ราก
- ผล
- ทั้งต้นหรือส่วนเหนือดิน โดยรูปแบบการใช้แตกต่างกันไปตามตำรับและภูมิปัญญาของแต่ละท้องถิ่น
สรรพคุณทางสมุนไพร มีการใช้ตามภูมิปัญญา
- ใบ: ตามตำรับพื้นบ้านมีการใช้แก้ไอ ลดไข้ ขับระดูขาว บำรุงธาตุ แก้ปวดฟัน และใช้ในอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ
- ลำต้น: มีรายงานการใช้สำหรับอาการหวัด เจ็บคอ ไอ ไข้ จุกเสียด อาเจียน ท้องเสีย ปวดท้อง รวมถึงอาการเกี่ยวกับระบบปัสสาวะและผิวหนัง
- ราก: มีการใช้เป็นยาขับปัสสาวะ ขับพยาธิ ลดไข้ แก้ปวดศีรษะ แก้ท้องร่วง แก้บิด และในภูมิปัญญาบางพื้นที่ใช้เกี่ยวกับเบาหวาน
- ผล: มีรายงานการใช้ขับพยาธิ
- ในภูมิปัญญาท้องถิ่นของกลุ่มชาติพันธุ์บางพื้นที่ มีการใช้ยอดอ่อนตำพอกบริเวณแผลหรือแผลอักเสบ
- การใช้เหล่านี้เป็นข้อมูลด้านภูมิปัญญาพื้นบ้าน ไม่ได้หมายความว่าสรรพคุณดังกล่าวได้รับการยืนยันประสิทธิผลทางคลินิกทั้งหมด
วิธีใช้
- ตามข้อมูลสมุนไพรไทย มีการใช้ ทั้งต้นสดประมาณ 1 กำมือ หรือประมาณ 20–30 กรัม ล้างและสับ ต้มกับน้ำประมาณ 2 ถ้วยแก้วจนเหลือประมาณ 1 ถ้วยแก้ว แล้วแบ่งดื่ม 2 ครั้ง โดยมีการระบุไว้ในกลุ่มสมุนไพรแก้อาเจียน
- มีรายงานภูมิปัญญาในต่างประเทศเกี่ยวกับการนำใบหรือทั้งต้นมาชงหรือต้มเป็นเครื่องดื่มสมุนไพร
- ในการใช้เป็นสมุนไพร ไม่ควรนำขนาดจากงานวิจัยในสัตว์มาปรับใช้เป็นขนาดรับประทานในคนเอง
- หากนำมาใช้ร่วมกับยารักษาเบาหวาน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน เนื่องจากมีข้อมูลการทดลองที่แสดงฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด
ในบัญชียาจากสมุนไพร
- จากการตรวจสอบแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับบัญชียาจากสมุนไพรของไทย ไม่พบหลักฐานเพียงพอที่จะระบุว่า กรดน้ำ (Scoparia dulcis L.) เป็นสมุนไพรเดี่ยวหรือเป็นตำรับยาที่มีกรดน้ำเป็นตัวยาสำคัญในบัญชียาจากสมุนไพรของบัญชียาหลักแห่งชาติฉบับปัจจุบัน
- ดังนั้นไม่ควรระบุว่ากรดน้ำ “อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ” โดยไม่มีการอ้างอิงจากประกาศฉบับล่าสุด
- การที่กรดน้ำมีการใช้ในตำรับพื้นบ้านหรือมีงานวิจัย ไม่ได้หมายความว่าจะมีสถานะเป็นยาที่อยู่ในบัญชียาจากสมุนไพรของประเทศ
สารสำคัญ
- มีการตรวจพบสารพฤกษเคมีหลายกลุ่มใน Scoparia dulcis เช่น ฟลาโวนอยด์ (flavonoids), ไดเทอร์พีนอยด์ (diterpenoids), ไตรเทอร์พีนอยด์ (triterpenoids), สเตียรอยด์ (steroids), สารประกอบฟีนอลิก (phenolics) และสารประกอบที่มีไนโตรเจน
- มีการรายงานสารกลุ่ม scopadulcic acids, scoparic acids, scopadulciol, scopadulin และสารประกอบอื่น ๆ ที่เป็นลักษณะเด่นของพืชชนิดนี้
- Amellin เป็นสารที่มีการกล่าวถึงในข้อมูลสมุนไพรของไทยและมีการศึกษาความเกี่ยวข้องกับการควบคุมระดับน้ำตาล
- การทบทวนวรรณกรรมปี 2021 รายงานว่ามีการระบุสารประกอบจากกรดน้ำประมาณ 160 ชนิดในงานวิจัยต่าง ๆ และประมาณ 115 ชนิดถูกกล่าวถึงในบริบทของฤทธิ์ที่อาจเกี่ยวข้องกับ metabolic syndrome
งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
- งานวิจัยจำนวนมากเป็นการศึกษาในระดับ หลอดทดลองและสัตว์ทดลอง โดยพบฤทธิ์ที่น่าสนใจหลายด้าน เช่น ลดระดับน้ำตาลในเลือด ต้านการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ ลดไขมัน ปกป้องตับ และฤทธิ์ต่อระบบทางเดินปัสสาวะ
- งานทบทวนวรรณกรรมปี 2021 ระบุว่าการทดลองสารสกัดและสารบริสุทธิ์จากกรดน้ำสนับสนุนศักยภาพด้าน antidiabetic, antihyperlipidemic, anti-inflammatory, anti-atherosclerotic, anti-arthritic, hepatoprotective และ antioxidative effects แต่ผู้วิจัยยังเน้นว่าจำเป็นต้องมีการศึกษาทางคลินิกเพิ่มเติม
- มีการทดลองทางคลินิกแบบ randomized crossover ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 จำนวน 35 คน ซึ่งศึกษาการบริโภคโจ๊กที่ผลิตจากสารสกัดใบกรดน้ำ พบข้อมูลสนับสนุนว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีศักยภาพในการช่วยควบคุมระดับน้ำตาล แต่การศึกษานี้มีขนาดตัวอย่างไม่มากและเป็นการศึกษาผลิตภัณฑ์เฉพาะรูปแบบ จึงยังไม่สามารถสรุปว่ากรดน้ำรักษาโรคเบาหวานได้
- โดยรวม หลักฐานในปัจจุบันยังไม่เพียงพอที่จะใช้กรดน้ำเป็นยาทดแทนการรักษามาตรฐานสำหรับเบาหวานหรือโรคเรื้อรังอื่น ๆ
เภสัชวิทยา
- ฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด: สารสกัดและสารบางชนิดจากกรดน้ำแสดงฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในสัตว์ทดลองและมีผลต่อการหลั่งอินซูลินในแบบจำลองการทดลอง
- ฤทธิ์ต้านการอักเสบ: สารบางกลุ่ม เช่น diterpenoids และ triterpenoids แสดงฤทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการอักเสบ
- ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ: สารสกัดจากพืชมีสารฟีนอลิกและฟลาโวนอยด์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
- ฤทธิ์ลดไขมัน: มีการทดลองพบผลต่อระดับคอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ LDL และ HDL ในแบบจำลองสัตว์
- ฤทธิ์ปกป้องตับ: มีรายงานผลการทดลองว่าสารสกัดบางชนิดช่วยรักษาระดับเอนไซม์และระบบป้องกันอนุมูลอิสระของตับในสัตว์ทดลอง
- ฤทธิ์ต่อระบบทางเดินปัสสาวะ: มีการศึกษาฤทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับการเกิดนิ่วและการขับปัสสาวะ
- ผลดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นข้อมูลจากการทดลองก่อนคลินิก ไม่ควรนำไปตีความว่าเป็นประสิทธิผลในการรักษาผู้ป่วยโดยตรง
ความปลอดภัย
- ข้อมูลความปลอดภัยในมนุษย์ยังมีจำกัดเมื่อเปรียบเทียบกับยาสมุนไพรที่มีการศึกษาทางคลินิกอย่างกว้างขวาง
- การศึกษาความเป็นพิษในสัตว์บางงานพบว่าสารสกัดในขนาดทดลองสูงไม่ทำให้เกิดการตายหรือความผิดปกติอย่างเฉียบพลัน แต่การศึกษาระยะยาวยังมีข้อจำกัด
- การทบทวนงานวิจัยรายงานว่าการให้สารสกัดในสัตว์ทดลองบางรูปแบบเป็นเวลาประมาณ 30 วันไม่พบการตาย แต่พบการเปลี่ยนแปลงทางพยาธิวิทยาระดับเล็กน้อยในอวัยวะบางชนิด จึงไม่ควรสรุปว่าปลอดภัยในทุกขนาดหรือสำหรับการใช้ระยะยาวในมนุษย์
- หญิงตั้งครรภ์ เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือผู้ที่ใช้ยาหลายชนิด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
- ไม่ควรใช้กรดน้ำแทนยาแผนปัจจุบัน โดยเฉพาะยาควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา
- ยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกที่เพียงพอสำหรับยืนยันปฏิกิริยาระหว่างกรดน้ำกับยาชนิดใดชนิดหนึ่งอย่างชัดเจน
- เนื่องจากมีข้อมูลจากการทดลองว่าสารสกัดกรดน้ำสามารถลดระดับน้ำตาลและเพิ่มการหลั่งอินซูลินได้ จึงมีความเป็นไปได้ในทางทฤษฎีว่าจะเสริมฤทธิ์ของยาลดน้ำตาลหรืออินซูลิน และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
- ผู้ที่ใช้ยารักษาเบาหวานควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรหากต้องการใช้กรดน้ำเป็นประจำ
- ยังไม่มีหลักฐานคุณภาพสูงเพียงพอที่จะกำหนดรายการยาที่มีปฏิกิริยากับกรดน้ำโดยเฉพาะ จึงไม่ควรเผยแพร่คำเตือนว่ามีปฏิกิริยากับยาชนิดใดเป็นข้อเท็จจริง หากไม่มีหลักฐานรองรับ
การใช้ในอาหาร
- มีรายงานการใช้กรดน้ำเป็นพืชอาหารในบางวัฒนธรรม
- ในประเทศจีนมีการนำกรดน้ำไปใช้เป็นชาสมุนไพร
- งานศึกษาพืชอาหารของชาวม้งในภาคเหนือของประเทศไทยรายงาน Scoparia dulcis เป็นหนึ่งในพืชที่ใช้เป็นผัก โดยมีการบริโภคสดในบริบทของอาหารท้องถิ่น
- การใช้เป็นอาหารพื้นบ้านควรแยกจากการใช้เป็นยา และไม่ควรถือว่าการบริโภคในอาหารมีผลรักษาโรคเช่นเดียวกับสารสกัดเข้มข้น
การใช้ในผลิตภัณฑ์
- สามารถพบแนวทางการนำกรดน้ำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสมุนไพรหรือชาสมุนไพรในบางประเทศ
- มีการศึกษาการนำสารสกัดใบกรดน้ำไปพัฒนาเป็นอาหารในรูปแบบโจ๊กสมุนไพร และมีการทดลองทางคลินิกเบื้องต้นในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2
- สารสำคัญ เช่น scopadulcic acids, scoparic acids และสารกลุ่มฟลาโวนอยด์และไดเทอร์พีนอยด์ เป็นจุดสนใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สารสกัดและผลิตภัณฑ์สุขภาพ
- การพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อบริโภคหรือผลิตภัณฑ์สมุนไพรในประเทศไทยต้องเป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการกล่าวอ้างสรรพคุณ
การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา
- ควรเลือกเก็บต้นที่เจริญสมบูรณ์และไม่อยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อสารเคมีหรือสารปนเปื้อน
- หากใช้ส่วนเหนือดิน ควรเก็บในช่วงที่ต้นแข็งแรงและก่อนเกิดการเสื่อมสภาพของพืช
- หลังเก็บควรคัดแยกสิ่งปนเปื้อน ล้างตามความเหมาะสม และทำให้แห้งในที่สะอาด อากาศถ่ายเท และหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดโดยตรง
- สมุนไพรแห้งควรเก็บในภาชนะสะอาด แห้ง ปิดสนิท และป้องกันความชื้น แมลง และเชื้อรา
- ควรติดฉลากวันที่เก็บหรือวันที่ทำแห้ง เพื่อช่วยควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบ
ภูมิปัญญาท้องถิ่น
- ในประเทศไทยกรดน้ำมีชื่อพื้นเมืองจำนวนมาก สะท้อนถึงการรู้จักและใช้ประโยชน์จากพืชชนิดนี้ในหลายชุมชน
- มีรายงานการใช้ยอดอ่อนตำให้ละเอียดแล้วพอกบริเวณแผลหรือแผลอักเสบในภูมิปัญญากะเหรี่ยง
- บางพื้นที่มีการใช้ทั้งต้นหรือส่วนต่าง ๆ ในรูปแบบยาต้มเพื่อดูแลอาการไข้ ไอ อาการเกี่ยวกับทางเดินอาหาร และระบบปัสสาวะ
- ภูมิปัญญาในประเทศอื่น ๆ มีรูปแบบการใช้หลากหลาย เช่น ชงเป็นชา ต้มดื่ม ใช้พอกแผล และใช้เป็นอาหาร
- การบันทึกภูมิปัญญาเหล่านี้มีคุณค่าต่อการอนุรักษ์องค์ความรู้ แต่ควรแยกออกจากข้อสรุปด้านประสิทธิผลและความปลอดภัยทางการแพทย์สมัยใหม่
ประวัติและวัฒนธรรม
- Scoparia dulcis มีประวัติการใช้เป็นพืชสมุนไพรในหลายภูมิภาคของโลก โดยเฉพาะในพื้นที่เขตร้อน
- ในเอเชียมีการใช้ในภูมิปัญญาพื้นบ้านและการแพทย์ดั้งเดิมเพื่อดูแลอาการหลายกลุ่ม เช่น ไข้ ไอ ระบบทางเดินอาหาร ระบบปัสสาวะ และภาวะที่เกี่ยวข้องกับระดับน้ำตาล
- ในบางพื้นที่ของจีนมีการใช้กรดน้ำเป็นชาสมุนไพร
- ความหลากหลายของชื่อพื้นเมืองในประเทศไทย เช่น หนวดแมว ขัดมอนเล็ก กัญชาป่า และหญ้าหัวแมงฮุน สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างพืชชนิดนี้กับวัฒนธรรมและองค์ความรู้ของชุมชนต่าง ๆ
สถานะการอนุรักษ์
- กรดน้ำมีการกระจายพันธุ์กว้างในเขตร้อนและกึ่งร้อน และสามารถขึ้นได้ในพื้นที่หลากหลาย
- จากข้อมูล Plants of the World Online กรดน้ำเป็นชนิดพันธุ์ที่ยอมรับทางอนุกรมวิธานและมีถิ่นกำเนิดกว้างในเขตร้อนของทวีปอเมริกา
- ยังไม่พบข้อมูลที่เพียงพอจากแหล่งข้อมูลที่ตรวจสอบเพื่อระบุว่ากรดน้ำในประเทศไทยเป็นพืชสมุนไพรที่อยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์เป็นพิเศษ
- อย่างไรก็ตาม การเก็บจากธรรมชาติควรทำอย่างเหมาะสม ไม่ทำลายประชากรพืชในพื้นที่ และควรส่งเสริมการปลูกเพื่อเป็นแหล่งวัตถุดิบอย่างยั่งยืน
ข้อมูลอนุกรมวิธาน
- อาณาจักร: Plantae
- กลุ่มพืชมีท่อลำเลียง: Tracheophyta
- ชั้น: Magnoliopsida
- อันดับ: Lamiales
- วงศ์: Plantaginaceae
- สกุล: Scoparia
- ชนิด: Scoparia dulcis L.
- ชื่อพ้องหรือการจัดจำแนกในเอกสารเก่า: พบการจัดกรดน้ำไว้ในวงศ์ Scrophulariaceae ในเอกสารไทยและเอกสารทางเภสัชพฤกษศาสตร์บางส่วน แต่ฐานข้อมูลอนุกรมวิธานสมัยใหม่จัดอยู่ใน Plantaginaceae
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. (2559). กรดน้ำ: Scoparia dulcis L. สารานุกรมพืชในประเทศไทย.
- โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ. (ม.ป.ป.). กรดน้ำ Scoparia dulcis.
- สมุนไพรไทย. (ม.ป.ป.). กรดน้ำ. สมุนไพรดอทคอม.
- วุฒิ วุฒิธรรมเวช. (2540). สารานุกรมสมุนไพร. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์.
- วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม. (2539). พจนานุกรมสมุนไพรไทย (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ: ประชุมทองการพิมพ์.
- นิจศิริ เรืองรังษี, และธวัชชัย มังคละคุปต์. (2547). สมุนไพรไทย เล่ม 1. กรุงเทพฯ: ฐานการพิมพ์.
- มหาวิทยาลัยมหิดล คณะเภสัชศาสตร์. (ม.ป.ป.). สมุนไพรแก้ไอ.
- Jiang, Z., Sung, J., Wang, X., Zhang, Y., Wang, Y., Zhou, H., & Wen, L. (2021). A review on the phytochemistry and pharmacology of the herb Scoparia dulcis L. for the potential treatment of metabolic syndrome. RSC Advances, 11, 31235–31259. https://doi.org/10.1039/D1RA05090G
- Jain, R., & Singh, M. (1989). Factors affecting goatweed (Scoparia dulcis) seed germination. Weed Science, 37(6), 766–770.
- Zhu, Y., Chen, D., & Huang, Y. (2021). Germination characteristics of Scoparia dulcis seeds. Chinese Agricultural Science Bulletin, 37(10), 72–76. https://doi.org/10.11924/j.issn.1000-6850.casb2020-0161
- Anti-hyperglycaemic effects of herbal porridge made of Scoparia dulcis leaf extract in diabetics – a randomized crossover clinical trial. (2015). BMC Complementary Medicine and Therapies.
- Mishra, M. R., Behera, R. K., Jha, S., Mishra, A., Pradhan, D. K., & Choudary, P. R. (2012). A brief review on phytoconstituents and ethnopharmacology of Scoparia dulcis Linn. International Journal of Phytomedicine.
- Royal Botanic Gardens, Kew. (n.d.). Scoparia dulcis L. Plants of the World Online.
- DeFilipps, R. A., & Krupnick, G. A. (2018). The medicinal plants of Myanmar. PhytoKeys, 102, 1–341.
