ขี้หนอน

ขี้หนอน

ขี้หนอน

ขี้หนอน เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบในวงศ์ Sapindaceae ที่พบในประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีน โดยมีชื่อท้องถิ่นว่า ขี้มอด ในบางพื้นที่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภูมิปัญญาไทยมีการนำส่วนของเปลือกต้น ใบ และด่างไม้มาใช้เป็นสมุนไพร โดยเฉพาะในตำรับพื้นบ้านที่เกี่ยวข้องกับอาการไข้ หวัด คัดจมูก ร้อนใน และการขับปัสสาวะ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลด้านสารสำคัญ เภสัชวิทยา และความปลอดภัยของขี้หนอนโดยตรงยังมีค่อนข้างจำกัด และมีข้อมูลจากแหล่งสมุนไพรไทยระบุว่าดอกมีพิษ จึงควรระมัดระวังในการนำมาใช้

ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร

  • ชื่อสมุนไพร : ขี้หนอน
  • ชื่อท้องถิ่น : ขี้มอด พบรายงานในจังหวัดขอนแก่นและนครราชสีมา
  • ชื่อวิทยาศาสตร์ : Zollingeria dongnaiensis Pierre
  • ชื่อวงศ์ : Sapindaceae
  • ชื่อสามัญภาษาอังกฤษ : ยังไม่พบชื่อสามัญภาษาอังกฤษที่ใช้เป็นมาตรฐานอย่างชัดเจน
  • ลักษณะการใช้ประโยชน์ : เป็นไม้พื้นถิ่นที่มีการใช้ตามภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้าน โดยใช้ใบ เปลือกต้น และด่างไม้

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

  • ต้น : เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงประมาณ 14–20 เมตร เรือนยอดเป็นรูปไข่หรือพุ่มกลมค่อนข้างโปร่ง เปลือกต้นด้านนอกมีสีเทาดำหรือสีน้ำตาลอ่อน ค่อนข้างเรียบหรือแตกเป็นสะเก็ดเล็ก ๆ และอาจพบหนามยาวประปรายตามลำต้นและกิ่ง
  • ใบ : เป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ เรียงสลับหรือเรียงเวียน มีใบย่อยประมาณ 4–8 คู่ ใบย่อยมีรูปร่างรี รูปขอบขนาน หรือรูปไข่กลับ ผิวใบอ่อนมีขนนุ่ม ส่วนใบแก่ค่อนข้างเกลี้ยง
  • ดอก : ดอกมีขนาดเล็ก สีขาวถึงสีเหลืองอ่อน ออกเป็นช่อแบบช่อแยกแขนงตามซอกใบหรือบริเวณปลายกิ่ง มีรายงานว่าดอกไม่ควรนำมารับประทานเนื่องจากมีข้อมูลเกี่ยวกับความเป็นพิษ
  • ผล : ผลแห้งมีสีน้ำตาลอ่อนเมื่อแก่ มีลักษณะเป็นผลมีปีกหรือมีครีบบาง เมล็ดมีรูปร่างค่อนข้างกลมหรือรูปไข่

ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์

  • ถิ่นกำเนิด : มีถิ่นกำเนิดในภูมิภาคอินโดจีน
  • การกระจายพันธุ์ : พบตามธรรมชาติในประเทศไทยและเวียดนาม โดยขึ้นในป่าผลัดใบ ป่าผสมผลัดใบ และป่าดิบแล้ง รวมถึงบริเวณชายป่าและพื้นที่รกร้างบางแห่ง
  • ในประเทศไทยมีรายงานการพบขี้หนอนในหลายพื้นที่และมีการบันทึกเป็นพรรณไม้ท้องถิ่นและพืชสมุนไพรในฐานข้อมูลพรรณไม้ของหน่วยงานและสถาบันการศึกษา

การปลูกและการขยายพันธุ์

  • การเพาะเมล็ด : เป็นวิธีที่มีรายงานว่าสามารถใช้ขยายพันธุ์ขี้หนอนได้
  • การขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ : มีข้อมูลจากฐานข้อมูลพรรณไม้ระบุว่าสามารถใช้วิธีตอนกิ่ง ทาบกิ่ง และเสียบยอดได้
  • การปลูกควรเลือกพื้นที่ที่มีการระบายน้ำดี มีแสงแดดเพียงพอ และเลียนแบบสภาพแวดล้อมของป่าธรรมชาติที่เหมาะกับไม้ยืนต้นชนิดนี้

ส่วนที่ใช้เป็นยา

  • ใบ
  • เปลือกต้น
  • ด่างไม้ หรือเถ้าจากเนื้อไม้

มีเอกสารภูมิปัญญาสมุนไพรไทยระบุการใช้ส่วนดังกล่าวในตำรับพื้นบ้าน ขณะที่ดอกมีข้อมูลเตือนเรื่องพิษ จึงไม่ควรนำดอกมาใช้รับประทาน

สรรพคุณทางสมุนไพร มีการใช้ตามภูมิปัญญา

  • เปลือกต้น : ตามภูมิปัญญาไทยมีรสขมเย็น ใช้เป็นยาแก้ไข้ ตัวร้อน ดับพิษร้อน แก้ร้อนใน และใช้แก้อาการหวัด คัดจมูก น้ำมูกไหล
  • ใบ : มีการใช้เป็นยาแก้ไข้และแก้อาการร้อนใน
  • ด่างไม้ : มีรายงานการใช้ในตำรับพื้นบ้านเพื่อแก้โรคกระษัย แก้นิ่ว ขับปัสสาวะ และขับมุตกิด
  • การใช้ภายนอก : มีภูมิปัญญาการนำเปลือกต้นมาสับแล้วผสมน้ำให้เกิดฟอง ก่อนนำฟองมาใช้สุมศีรษะเพื่อบรรเทาอาการหวัดและคัดจมูกในเด็ก
  • ข้อมูลเหล่านี้เป็น การใช้ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน ไม่ใช่หลักฐานยืนยันประสิทธิผลในการรักษาโรคตามมาตรฐานการแพทย์แผนปัจจุบัน

วิธีใช้

  • ใช้ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน : เปลือกต้นนำมาสับเป็นชิ้นเล็ก ๆ เติมน้ำและตีให้เกิดฟอง แล้วนำฟองมาใช้ภายนอกบริเวณศีรษะเพื่อบรรเทาอาการหวัดและคัดจมูก
  • สำหรับการรับประทาน ไม่ควรกำหนดขนาดรับประทานเอง เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกและขนาดยามาตรฐานที่น่าเชื่อถือสำหรับขี้หนอนโดยเฉพาะ
  • ไม่ควรนำดอกหรือส่วนที่ไม่ทราบชนิดแน่ชัดมารับประทาน เพราะมีรายงานเรื่องความเป็นพิษของดอก

ในบัญชียาจากสมุนไพร

ยังไม่พบหลักฐานที่น่าเชื่อถือจากแหล่งข้อมูลที่ตรวจสอบได้ในครั้งนี้ว่า ขี้หนอน (Zollingeria dongnaiensis Pierre) เป็นรายการสมุนไพรใน บัญชียาจากสมุนไพรของบัญชียาหลักแห่งชาติ จึงไม่ควรกล่าวอ้างว่าเป็นสมุนไพรที่อยู่ในบัญชีดังกล่าว

สารสำคัญ

ปัจจุบันยังพบข้อมูลเผยแพร่ที่จำเพาะต่อ Zollingeria dongnaiensis เกี่ยวกับการระบุและยืนยัน สารออกฤทธิ์สำคัญรายตัว ค่อนข้างจำกัด จึงไม่ควรระบุสาร เช่น ซาโปนิน ฟลาโวนอยด์ อัลคาลอยด์ หรือสารชนิดอื่นว่าเป็นสารสำคัญเฉพาะของขี้หนอนโดยไม่มีหลักฐานการวิเคราะห์โดยตรง

มีงานวิจัยด้านพืชอาหารพื้นบ้านที่ตรวจพบปริมาณสารฟีนอลิกรวมและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของตัวอย่างที่ระบุเป็น ผักขี้หนอน (Zollingeria dongnaiensis) แต่ผลดังกล่าวไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าเป็นสารออกฤทธิ์ทางยาของขี้หนอนโดยตรง

งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

  • มีงานศึกษาทางวิชาการเกี่ยวกับ อาหารเสริมสมุนไพรต้นขี้หนอน (Zollingeria dongnaiensis) ในไก่กระทง โดยเป็นงานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสารวิจัยและส่งเสริมวิชาการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้
  • งานดังกล่าวสะท้อนว่าขี้หนอนได้รับความสนใจในด้านการประยุกต์ใช้เป็นวัตถุดิบจากพืชสมุนไพร แต่ไม่ควรนำผลการศึกษาในสัตว์มาอ้างเป็นหลักฐานยืนยันประสิทธิผลในการรักษาโรคในมนุษย์
  • งานวิจัยอีกส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์พืชอาหารพื้นบ้าน โดยมีการรายงานค่าฟีนอลิกรวมและความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระของตัวอย่างผักขี้หนอน แต่จำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อระบุสารออกฤทธิ์และความสัมพันธ์กับผลทางเภสัชวิทยา

การศึกษาทางเภสัชวิทยา

หลักฐานทางเภสัชวิทยาโดยตรงของ ขี้หนอน (Zollingeria dongnaiensis) ยังมีจำกัดเมื่อเทียบกับสมุนไพรที่มีการศึกษามากกว่า จึงยังไม่ควรสรุปว่าขี้หนอนสามารถรักษาไข้ หวัด นิ่ว หรือโรคอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิผลตามมาตรฐานการแพทย์สมัยใหม่

ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับพืชชนิดนี้บางส่วนเป็นการศึกษาองค์ประกอบทางเคมีหรือฤทธิ์ทางชีวภาพในบริบทของงานวิจัยอื่น จึงต้องแยกออกจากหลักฐานทางคลินิกในมนุษย์อย่างชัดเจน

ความปลอดภัย

  • ควรระมัดระวังเป็นพิเศษในการใช้ขี้หนอน เนื่องจากมีรายงานจากแหล่งข้อมูลสมุนไพรไทยว่าดอกมีพิษเมื่อรับประทาน
  • ไม่ควรนำดอกขี้หนอนมารับประทานหรือใช้เป็นอาหาร
  • ไม่ควรใช้สมุนไพรชนิดนี้ในปริมาณสูงหรือใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานานโดยไม่มีผู้เชี่ยวชาญดูแล
  • ผู้ที่ต้องการใช้เป็นยารับประทานควรปรึกษาแพทย์แผนไทยหรือบุคลากรทางการแพทย์ก่อน โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร และผู้ที่มีโรคประจำตัว
  • ข้อมูลด้านพิษวิทยาในมนุษย์ของขี้หนอนยังมีไม่มาก จึงไม่ควรตีความว่า “ไม่มีรายงานอันตราย” เท่ากับ “ปลอดภัย”

ข้อห้ามใช้

  • ห้ามรับประทานดอกขี้หนอน เนื่องจากมีข้อมูลระบุว่าดอกมีพิษ
  • ไม่ควรใช้สมุนไพรขี้หนอนแทนการรักษาทางการแพทย์ในผู้ที่มีอาการรุนแรง
  • ไม่ควรใช้ส่วนของพืชที่ระบุชนิดไม่ได้อย่างแน่นอน เพราะชื่อพื้นเมือง “ขี้หนอน” สามารถใช้เรียกพืชหลายชนิดในประเทศไทยได้

ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา

ยังไม่พบข้อมูลทางคลินิกที่เพียงพอเกี่ยวกับ ปฏิกิริยาระหว่างขี้หนอน (Zollingeria dongnaiensis) กับยาสมัยใหม่ จึงไม่สามารถระบุคู่ยาที่ปลอดภัยหรือมีปฏิกิริยาอย่างชัดเจนได้

ผู้ที่รับประทานยาประจำ โดยเฉพาะยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด ความดันโลหิต น้ำตาลในเลือด หรือการทำงานของไต ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ขี้หนอนในรูปแบบรับประทาน

การใช้ในอาหาร

  • มีรายงานการใช้ ยอดอ่อนหรือใบอ่อนเป็นผักพื้นบ้าน รับประทานร่วมกับน้ำพริกในบางแหล่งข้อมูล
  • อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีข้อมูลเกี่ยวกับพิษของดอกและชื่อพื้นเมือง “ขี้หนอน” สามารถหมายถึงพืชต่างชนิดกัน จึงควรตรวจสอบเอกลักษณ์พืชให้ถูกต้องก่อนนำส่วนใดมารับประทาน

การใช้ในผลิตภัณฑ์

  • เปลือกต้น : มีการใช้ประโยชน์ด้านการทำให้เกิดฟอง สามารถนำไปใช้ซักล้างในภูมิปัญญาพื้นบ้าน และมีรายงานว่าสามารถใช้ล้างเครื่องประดับได้
  • มีข้อมูลบางแหล่งกล่าวถึงการประยุกต์ใช้สารจากพืชชนิดนี้ในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและเครื่องสำอาง แต่ยังจำเป็นต้องมีหลักฐานด้านความปลอดภัยและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ก่อนนำไปอ้างอิงในเชิงพาณิชย์

การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา

  • เปลือกต้น : ควรเก็บจากต้นที่จำแนกชนิดได้ถูกต้อง และไม่ควรลอกเปลือกรอบลำต้นจนหมด เพราะอาจทำให้ต้นไม้ตาย
  • ใบ : ควรเลือกใบที่สมบูรณ์ ไม่มีเชื้อรา แมลง หรือสารปนเปื้อน
  • หลังเก็บควรทำความสะอาด คัดส่วนที่เสียออก และทำให้แห้งอย่างเหมาะสมก่อนเก็บ
  • เก็บวัตถุดิบแห้งในภาชนะปิดสนิท ป้องกันความชื้น แสงแดด และแมลง
  • ควรติดฉลากชื่อพืช ชื่อวิทยาศาสตร์ ส่วนที่ใช้ และวันที่เก็บ เพื่อป้องกันการปะปนกับพืชที่มีชื่อพื้นเมืองคล้ายกัน

ภูมิปัญญาท้องถิ่น

ขี้หนอนมีการใช้ใน ภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้านไทย โดยเฉพาะการใช้เปลือกต้นเพื่อบรรเทาไข้ หวัด คัดจมูก น้ำมูกไหล และร้อนใน ส่วนใบและด่างไม้มีการใช้ในตำรับพื้นบ้านบางพื้นที่เพื่อแก้ไข้ ขับปัสสาวะ และแก้นิ่ว นอกจากนี้เปลือกยังมีคุณสมบัติทำให้เกิดฟองและถูกนำไปใช้ในงานซักล้างแบบพื้นบ้าน

ประวัติและวัฒนธรรม

ชื่อ ขี้หนอน ปรากฏอยู่ในองค์ความรู้ด้านพรรณไม้และสมุนไพรพื้นบ้านของไทย และมีการบันทึกชื่อท้องถิ่นว่า ขี้มอด ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นอกจากนี้ขี้หนอนยังปรากฏในฐานข้อมูลพรรณไม้และการศึกษาทรัพยากรพืชในหลายพื้นที่ของประเทศไทย แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างพืชพื้นถิ่นกับภูมิปัญญาการใช้ประโยชน์ของชุมชน

สถานะการอนุรักษ์

ตามข้อมูล Plants of the World Online (Kew) ปัจจุบัน Zollingeria dongnaiensis เป็นชื่อวิทยาศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับ และมีถิ่นกำเนิดในอินโดจีน โดยพบในประเทศไทยและเวียดนาม

สำหรับสถานะการอนุรักษ์ ฐานข้อมูล Kew ระบุข้อมูลจาก IUCN ว่าอยู่ในระดับ Data Deficient (DD) หมายถึงข้อมูลยังไม่เพียงพอสำหรับประเมินความเสี่ยงการสูญพันธุ์อย่างชัดเจน ขณะเดียวกันแบบจำลองการประเมินความเสี่ยงการสูญพันธุ์ของพืชดอกระบุว่ามีแนวโน้มถูกคุกคาม แต่มีความเชื่อมั่นต่ำ

ข้อมูลอนุกรมวิธาน

  • อาณาจักร (Kingdom) : Plantae
  • หมวด (Phylum) : Tracheophyta
  • กลุ่มพืชมีดอก (Angiosperms) : Angiosperms
  • กลุ่มพืชใบเลี้ยงคู่แท้ (Clade) : Eudicots
  • อันดับ (Order) : Sapindales
  • วงศ์ (Family) : Sapindaceae
  • สกุล (Genus) : Zollingeria
  • ชนิด (Species) : Zollingeria dongnaiensis Pierre
  • ชื่อพ้อง (Synonym) : Belingia dongnaiensis (Pierre) Pierre

การตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพร

การตรวจสอบ เอกลักษณ์ขี้หนอน มีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากชื่อ “ขี้หนอน” ถูกใช้กับพืชหลายชนิดในประเทศไทย ควรตรวจสอบร่วมกันทั้งลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ชื่อวิทยาศาสตร์ และตัวอย่างพรรณไม้

  • ลักษณะเด่น : ไม้ต้นผลัดใบขนาดกลางถึงใหญ่ มีเรือนยอดโปร่ง
  • ลำต้น : เปลือกสีเทาดำหรือสีน้ำตาลอ่อน และอาจมีหนามตามลำต้นหรือกิ่ง
  • ใบ : ใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ มีใบย่อยหลายคู่
  • ดอก : ดอกขนาดเล็ก สีขาวหรือเหลืองอ่อน ออกเป็นช่อ
  • ผล : ผลแห้งมีปีกหรือครีบบางและมีเมล็ดรูปไข่
  • ชื่อวิทยาศาสตร์ที่ใช้ยืนยัน : Zollingeria dongnaiensis Pierre
  • ในกรณีวัตถุดิบสมุนไพรสำหรับงานวิจัยหรือผลิตภัณฑ์ ควรมี ตัวอย่างอ้างอิงพรรณไม้ (voucher specimen) และการตรวจสอบโดยนักพฤกษศาสตร์หรือหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. (2568). คู่มือจำแนกพรรณไม้. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช.
  2. มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์. (ม.ป.ป.). สมุนไพร 30 ชนิดจากการสำรวจพรรณไม้ในป่าธรรมชาติกรุงชิง: ขี้หนอน. คลังสารสนเทศวลัยลักษณ์.
  3. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. (ม.ป.ป.). ขี้หนอน (Khi non). ฐานข้อมูลต้นไม้และพรรณไม้.
  4. มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี. (ม.ป.ป.). โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช: ขี้หนอน.
  5. มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง. (ม.ป.ป.). ขี้หนอน: Zollingeria dongnaiensis Pierre. ฐานข้อมูลพรรณไม้.
  6. สวนสัตว์และองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย. (ม.ป.ป.). ขี้หนอน (Zollingeria dongnaiensis Pierre). ฐานข้อมูลพืชสมุนไพร.
  7. Kew Science. (2026). Zollingeria dongnaiensis Pierre. Plants of the World Online.
  8. Tanruean, K., Poolprasert, P., Kumla, J., Suwannarach, N., & Lumyong, S. (2019). Bioactive compounds content and their biological properties of acetone extract of Cuscuta reflexa Roxb. grown on various host plants. Natural Product Research, 33(4), 544–547. https://doi.org/10.1080/14786419.2017.1392955
  9. Plants of the World Online. (2026). Zollingeria dongnaiensis Pierre. Royal Botanic Gardens, Kew.
Scroll to top