ขี้เหล็กเทศ
ขี้เหล็กเทศ เป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่พบได้ในประเทศไทยหลายภูมิภาค มีชื่อท้องถิ่นหลากหลาย เช่น ขี้เหล็กผี ขี้เหล็กเผือก ชุมเห็ดเล็ก ลับมืนน้อย และผักเห็ด จัดอยู่ในวงศ์ Fabaceae ปัจจุบันชื่อวิทยาศาสตร์ที่ยอมรับคือ Senna occidentalis (L.) Link เดิมเคยใช้ชื่อ Cassia occidentalis L. สมุนไพรชนิดนี้มีประวัติการใช้ในภูมิปัญญาพื้นบ้านทั้งด้านอาหารและการดูแลสุขภาพ แต่มีประเด็นสำคัญด้าน ความเป็นพิษ โดยเฉพาะเมล็ด จึงควรนำเสนอข้อมูลการใช้ด้วยความระมัดระวัง
ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร
- ชื่อสมุนไพร : ขี้เหล็กเทศ
- ชื่อไทย : ขี้เหล็กเทศ, ชุมเห็ดเล็ก
- ชื่อท้องถิ่น : ขี้เหล็กผี, ขี้เหล็กเผือก, พรมดาน, ผักเห็ด, ลับมืนน้อย, หมากกะลิงเทศ, ผักจี๊ด และชื่ออื่น ๆ ตามแต่ละท้องถิ่น
- ชื่อสามัญ : Coffee senna, Coffeeweed
- ชื่อวิทยาศาสตร์ที่ยอมรับ : Senna occidentalis (L.) Link
- ชื่อพ้องที่สำคัญ : Cassia occidentalis L.
- วงศ์ : Fabaceae
- ลักษณะการดำรงชีวิต : เป็นไม้พุ่มกึ่งไม้ล้มลุกหรือไม้พุ่มขนาดเล็ก พบได้ในพื้นที่เปิดและบริเวณที่ถูกรบกวน
- ถิ่นกำเนิด : เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนของทวีปอเมริกา และแพร่กระจายไปยังเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนของภูมิภาคอื่น ๆ ทั่วโลก
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
- ต้น : เป็นไม้พุ่มหรือไม้ล้มลุกที่โคนต้นอาจมีลักษณะกึ่งเนื้อไม้ สูงโดยทั่วไปประมาณ 0.5–2 เมตร ลำต้นแตกกิ่งมาก กิ่งอาจมีสีเขียวอมม่วงและโดยทั่วไปค่อนข้างเกลี้ยง
- ใบ : เป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ ใบเรียงสลับ ใบย่อยมีหลายคู่ รูปไข่ถึงรูปไข่แกมใบหอก ปลายใบแหลม ขอบใบอาจมีขนครุยเล็ก ๆ และบริเวณโคนก้านใบมีต่อมเด่น
- ดอก : ออกเป็นช่อบริเวณซอกใบหรือปลายยอด ดอกมีสีเหลือง กลีบดอกประมาณ 5 กลีบ เกสรเพศผู้มีหลายอันและมีความแตกต่างกันด้านขนาด
- ผล : เป็นฝักยาว รูปแถบหรือทรงกระบอกค่อนข้างแบน มีเมล็ดเรียงอยู่ภายในจำนวนมาก เมื่อแก่มีสีน้ำตาล
- เมล็ด : มีลักษณะแบน รูปรีถึงรูปไข่กลับ สีน้ำตาล และเป็นส่วนที่มีข้อควรระวังด้านพิษวิทยามากที่สุด
ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์
- ถิ่นกำเนิด : มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนของทวีปอเมริกา โดย Kew ระบุขอบเขตถิ่นกำเนิดครอบคลุมหลายพื้นที่ในอเมริกาเขตร้อนและหมู่เกาะแคริบเบียน
- การกระจายพันธุ์ : ปัจจุบันแพร่กระจายเป็นวงกว้างในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนของโลก และพบได้ในพื้นที่ริมถนน ทุ่งหญ้า พื้นที่เกษตร พื้นที่รกร้าง และพื้นที่เปิด
- ในประเทศไทย : พบได้หลายภูมิภาค โดยฐานข้อมูล TH-BIF รายงานแหล่งพบในจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ราชบุรี นครราชสีมา และลำปาง และสามารถพบในพื้นที่โล่งหรือพื้นที่เลี้ยงสัตว์
การปลูกและการขยายพันธุ์
- การขยายพันธุ์ : นิยมขยายพันธุ์ด้วย เมล็ด
- สภาพพื้นที่ : เจริญได้ดีในพื้นที่โล่ง มีแสงแดดเพียงพอ และพบได้ในดินร่วนปนเหนียวหรือดินที่มีการระบายน้ำพอสมควร
- การขยายพันธุ์ตามธรรมชาติ : เมล็ดสามารถแพร่กระจายผ่านกิจกรรมของสัตว์และปศุสัตว์ได้
- ข้อควรระวังในการปลูก : เนื่องจากขี้เหล็กเทศสามารถขึ้นในพื้นที่รกร้างและแพร่กระจายได้เอง จึงควรควบคุมพื้นที่ปลูกไม่ให้กลายเป็นวัชพืชรบกวนพื้นที่เกษตรหรือพืชพื้นเมือง
ส่วนที่ใช้เป็นยา
- ใบ : มีรายงานการใช้ในภูมิปัญญาพื้นบ้านและเป็นส่วนที่ได้รับการศึกษาทางเภสัชวิทยาหลายด้าน
- ราก : มีรายงานการศึกษาสารพฤกษเคมีและฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา
- ลำต้นและกิ่ง : มีรายงานการใช้ในระบบการแพทย์พื้นบ้านบางพื้นที่
- ฝัก : มีการศึกษาทางพฤกษเคมี โดยตรวจพบสารกลุ่มแอนทราควิโนน
- เมล็ด : แม้มีการใช้ในภูมิปัญญาบางพื้นที่ แต่เป็น ส่วนที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากมีหลักฐานด้านความเป็นพิษ และไม่ควรนำมาใช้รับประทานเอง
สรรพคุณทางสมุนไพร มีการใช้ตามภูมิปัญญา
- ช่วยระบาย : มีรายงานการใช้ขี้เหล็กเทศในภูมิปัญญาพื้นบ้านเพื่อช่วยในการขับถ่ายและบรรเทาอาการท้องผูก
- ใช้เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร : มีรายงานการใช้เพื่อดูแลอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารในตำรับพื้นบ้านบางพื้นที่
- ใช้บรรเทาอาการปวดเมื่อย : งานศึกษาด้านชาติพันธุ์พฤกษศาสตร์ในชุมชนกะเหรี่ยงของประเทศไทยพบการใช้ Senna occidentalis ในรูปแบบยาต้มสำหรับอาการปวดหลัง ปวดเอว และปวดกล้ามเนื้อ
- ใช้เป็นยาพื้นบ้านสำหรับอาการท้องเสีย : มีรายงานการใช้ในกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงของประเทศไทย โดยเป็นการใช้ตามภูมิปัญญา ไม่ใช่หลักฐานยืนยันประสิทธิผลทางคลินิก
- การใช้เกี่ยวกับเบาหวาน : มีการศึกษาทดลองจำนวนหนึ่งเกี่ยวกับฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลและการปรับไขมันในเลือด แต่หลักฐานส่วนใหญ่ยังเป็นการทดลองระดับสารสกัดหรือสัตว์ทดลอง ไม่ควรใช้แทนยารักษาเบาหวาน
หมายเหตุสำคัญ : สรรพคุณข้างต้นเป็นข้อมูลจากภูมิปัญญาท้องถิ่นและงานวิจัย ไม่ควรตีความว่าเป็นการยืนยันประสิทธิผลในการรักษาโรคในมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้เมล็ดขี้เหล็กเทศมีข้อกังวลด้านพิษวิทยาอย่างชัดเจน
วิธีใช้
- ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน : มีรายงานการใช้ใบหรือทั้งต้นในรูปแบบยาต้มรับประทานในบางชุมชน
- การใช้ในประเทศไทย : งานวิจัยชาติพันธุ์พฤกษศาสตร์พบการใช้ยาต้มจากใบ ทั้งต้น หรือเมล็ดในบางพื้นที่เพื่อดูแลอาการต่าง ๆ
- การใช้ภายนอก : มีรายงานการใช้ส่วนต่าง ๆ ของพืชในระบบการแพทย์พื้นบ้านของบางประเทศ
- ข้อควรระวัง : ไม่ควรนำข้อมูลขนาดหรือวิธีใช้จากตำรับพื้นบ้านมาใช้เป็นคำแนะนำในการรักษาโรคด้วยตนเอง เนื่องจากขี้เหล็กเทศมีข้อมูลด้านพิษวิทยา โดยเฉพาะเมล็ด
ในบัญชียาจากสมุนไพร
จากการตรวจสอบข้อมูลที่ค้นได้ในแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เกี่ยวข้อง ยังไม่พบหลักฐานเพียงพอที่จะระบุว่าขี้เหล็กเทศ (Senna occidentalis) เป็นตัวยาที่มีรายการอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านยาจากสมุนไพรของประเทศไทย จึงไม่ควรนำขี้เหล็กเทศไปสับสนกับ ชุมเห็ดเทศ (Senna alata) ซึ่งเป็นคนละชนิดกัน
สารสำคัญ
มีการตรวจพบสารพฤกษเคมีหลายกลุ่มใน Senna occidentalis ได้แก่
- แอนทราควิโนน (Anthraquinones) : เป็นกลุ่มสารสำคัญที่พบในพืชชนิดนี้ และมีรายงานสารอนุพันธ์ เช่น aloe-emodin, chrysophanol, obtusin และ physcion
- ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) : พบในสารสกัดของพืชและเกี่ยวข้องกับฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
- แทนนิน (Tannins) : ตรวจพบในส่วนต่าง ๆ ของพืช
- ซาโปนิน (Saponins) : มีรายงานในสารสกัดบางส่วน
- อัลคาลอยด์ (Alkaloids) : ตรวจพบในรายงานการวิเคราะห์พฤกษเคมี
- เทอร์พีนและไกลโคไซด์ : มีรายงานในสารสกัดของพืช
- สารกลุ่มฟีนอลิก : มีการตรวจพบสารฟีนอลิกหลายชนิดในใบ โดยงานวิจัยสมัยใหม่สามารถจำแนกสารกลุ่มฟีนอลิก ฟลาโวนอยด์ และแอนทราควิโนนได้จำนวนมาก
งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
มีการศึกษาขี้เหล็กเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้าน เบาหวาน สารต้านอนุมูลอิสระ การอักเสบ การติดเชื้อ และพิษวิทยา
- ด้านเบาหวาน : งานทบทวนวรรณกรรมพบว่าสารสกัดจากส่วนต่าง ๆ ของ S. occidentalis มีผลลดระดับน้ำตาลและปรับไขมันในเลือดในการทดลองบางรูปแบบ รวมทั้งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ แต่ยังจำเป็นต้องมีการศึกษาทางคลินิกในมนุษย์เพิ่มเติม
- ด้านสารต้านอนุมูลอิสระ : งานวิจัยปี 2025 พบสารฟีนอลิกหลายกลุ่มในสารสกัดใบ และพบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์บางชนิดในระดับห้องปฏิบัติการ
- ด้านสารแอนทราควิโนน : งานวิจัยด้าน transcriptome และ metabolome พบว่าการสะสมสารแอนทราควิโนนแตกต่างกันตามเนื้อเยื่อและระยะการเจริญของพืช และช่วยให้เข้าใจเส้นทางการสร้างสารกลุ่มนี้มากขึ้น
- ด้านฤทธิ์ต้านจุลชีพ : มีงานวิจัยระดับห้องปฏิบัติการรายงานฤทธิ์ต้านแบคทีเรียและเชื้อรา แต่ควรพิจารณาข้อจำกัดของงานวิจัยและสถานะของบทความแต่ละฉบับก่อนนำมาใช้เป็นหลักฐานสนับสนุนการรักษา
การศึกษาทางเภสัชวิทยา
- ฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด : สารสกัดจากขี้เหล็กเทศมีผลลดระดับน้ำตาลในแบบจำลองทดลองบางชนิด
- ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ : สารสกัดที่มีฟีนอลิกและฟลาโวนอยด์แสดงฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในระบบทดลอง
- ฤทธิ์ต้านการอักเสบ : มีรายงานจากการทดลองระดับพรีคลินิก
- ฤทธิ์ต้านจุลชีพ : สารสกัดบางชนิดแสดงฤทธิ์ต่อแบคทีเรียและเชื้อราในหลอดทดลอง
- ฤทธิ์ต้านปรสิตและต้านมาลาเรีย : มีรายงานการทดลองเกี่ยวกับฤทธิ์ต่อปรสิตและ Plasmodium falciparum รวมถึงฤทธิ์ต่อยุงพาหะมาลาเรีย
- ฤทธิ์ด้านการปกป้องอวัยวะ : มีงานทดลองบางส่วนศึกษาผลต่อการอักเสบและความเสียหายของเนื้อเยื่อ
- พิษวิทยา : เป็นด้านที่มีหลักฐานสำคัญ โดยเฉพาะพิษจากเมล็ดซึ่งสัมพันธ์กับความเสียหายของตับ กล้ามเนื้อ และไมโทคอนเดรีย
ความปลอดภัย
ขี้เหล็กเทศเป็นสมุนไพรที่ต้องใช้ความระมัดระวังสูง แม้มีประวัติการใช้เป็นสมุนไพรและอาหารในบางพื้นที่ แต่มีข้อมูลทางพิษวิทยารองรับว่า เมล็ดเป็นส่วนที่มีความเป็นพิษเด่น และพบพิษในสัตว์หลายชนิด
- การทดลองในหนูพบว่าสารสกัดเมล็ดทำให้เอนไซม์ตับสูงขึ้นและเกิดการเปลี่ยนแปลงทางพยาธิสภาพของตับ
- การทดลองในกระต่ายพบความเสียหายของตับและกล้ามเนื้อเมื่อได้รับเมล็ดในปริมาณสูง
- มีรายงานพิษในสัตว์หลายชนิด เช่น โค ไก่ สุกร และแพะ
- มีรายงานผู้ป่วยมนุษย์ที่เกิดพิษจากการรับประทาน Senna occidentalis โดยมีลักษณะของภาวะตับวายและความผิดปกติทางระบบประสาท
- สารพิษสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเมล็ดเชื่อมโยงกับสารกลุ่มอนุพันธ์แอนทราควิโนนชนิดไดแอนโทรน ซึ่งสามารถรบกวนการทำงานของไมโทคอนเดรีย
คำแนะนำด้านความปลอดภัย : ไม่ควรรับประทานเมล็ดขี้เหล็กเทศหรือใช้สารสกัดเข้มข้นจากขี้เหล็กเทศเพื่อรักษาโรคด้วยตนเอง
ข้อห้ามใช้
- ห้ามใช้เมล็ดขี้เหล็กเทศรับประทานเอง เนื่องจากมีหลักฐานด้านความเป็นพิษ
- หญิงตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการใช้ โดยเฉพาะเมล็ดและสารสกัดเข้มข้น เนื่องจากมีข้อมูลความเป็นพิษต่อระบบสืบพันธุ์จากการทดลองในสัตว์และยังไม่มีข้อมูลความปลอดภัยเพียงพอในมนุษย์
- ผู้มีโรคตับควรหลีกเลี่ยงการใช้โดยไม่ได้รับคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ เนื่องจากมีรายงานความเป็นพิษต่อตับ
- เด็กไม่ควรใช้เอง โดยเฉพาะเมล็ด เนื่องจากมีรายงานพิษรุนแรงในเด็กจากการรับประทานพืชชนิดนี้
- ผู้ที่ใช้ยารักษาโรคประจำตัวไม่ควรนำสารสกัดขี้เหล็กเทศมาใช้ร่วมโดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา
ยังมีข้อมูลทางคลินิกในมนุษย์ไม่เพียงพอที่จะกำหนด ปฏิกิริยาระหว่างขี้เหล็กเทศกับยาแต่ละชนิดอย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีข้อมูลการทดลองเกี่ยวกับ ฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด จึงควรระมัดระวังเป็นพิเศษหากนำสารสกัดไปใช้ร่วมกับยาลดน้ำตาล และจากฤทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับการขับถ่ายก็ควรระวังการใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์หรือยาที่มีผลต่อระบบทางเดินอาหาร นอกจากนี้ ความเสี่ยงด้านพิษต่อตับทำให้ไม่ควรใช้ร่วมกับสารหรือยาที่อาจมีพิษต่อตับโดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
การใช้ในอาหาร
- ในบางพื้นที่มีรายงานการนำ ใบอ่อนหรือส่วนยอด ของ Senna occidentalis มาใช้เป็นผักหลังผ่านการปรุง
- งานชาติพันธุ์พฤกษศาสตร์ในกลุ่มกะเหรี่ยงของประเทศไทยพบการใช้ S. occidentalis เป็นอาหาร โดยมีการต้มก่อนรับประทาน
- ในบางประเทศมีการนำ เมล็ดคั่ว มาใช้เป็นเครื่องดื่มทดแทนกาแฟ
ข้อควรระวังสำคัญ : แม้จะมีประวัติการใช้เมล็ดคั่วเป็นเครื่องดื่มในบางวัฒนธรรม แต่ข้อมูลพิษวิทยาระบุว่าเมล็ดเป็นส่วนที่มีความเสี่ยงสูง จึงไม่ควรนำข้อมูลดังกล่าวไปตีความว่าเมล็ดปลอดภัยสำหรับการบริโภคทั่วไป
การใช้ในผลิตภัณฑ์
มีศักยภาพในการนำสารสกัดขี้เหล็กเทศไปศึกษาต่อยอดเป็น
- ผลิตภัณฑ์สมุนไพร : สารสกัดจากใบหรือส่วนอื่นของพืช
- ผลิตภัณฑ์ต้านอนุมูลอิสระ : จากสารกลุ่มฟีนอลิกและฟลาโวนอยด์
- ผลิตภัณฑ์วิจัยด้านการควบคุมระดับน้ำตาล : อยู่ในขั้นการศึกษาพรีคลินิก
- ผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตร : มีการศึกษาฤทธิ์ทางชีวภาพ เช่น ฤทธิ์ต่อแมลงและเชื้อก่อโรคพืช
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับบริโภคจำเป็นต้องประเมิน ความเป็นพิษและมาตรฐานสารสำคัญ อย่างละเอียด โดยเฉพาะการควบคุมสารที่เกี่ยวข้องกับพิษในเมล็ด
การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา
- ใบ : หากใช้ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน ควรเลือกใบที่สมบูรณ์ ไม่ขึ้นรา และไม่มีการปนเปื้อนสารเคมี
- ส่วนใต้ดิน : ควรล้างทำความสะอาดและทำให้แห้งอย่างรวดเร็วหากต้องนำไปศึกษาหรือเก็บเป็นวัตถุดิบ
- เมล็ด : ไม่ควรเก็บเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับรับประทานทั่วไป เนื่องจากเป็นส่วนที่มีความเสี่ยงด้านพิษวิทยา
- การเก็บรักษา : วัตถุดิบแห้งควรเก็บในภาชนะสะอาด ปิดสนิท แห้ง พ้นความชื้น แสงแดด และแมลง
- การระบุชนิด : ควรติดฉลากชื่อวิทยาศาสตร์และส่วนของพืชให้ชัดเจน เพื่อป้องกันการสับสนกับ ชุมเห็ดเทศ (Senna alata) หรือพืชสกุล Senna ชนิดอื่น
ภูมิปัญญาท้องถิ่น
- ภาคเหนือ : มีชื่อท้องถิ่น เช่น ลับมืนน้อย หมากกะลิงเทศ และผักเห็ด
- ภาคกลาง : พบชื่อขี้เหล็กผี ชุมเห็ดเล็ก และพรมดาน
- กลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง : มีรายงานการใช้ขี้เหล็กเทศเป็นทั้งอาหารและสมุนไพร โดยมีการใช้ยาต้มจากส่วนต่าง ๆ ของพืชเพื่อดูแลอาการปวดเมื่อยและอาการทางระบบทางเดินอาหาร
- ภูมิปัญญาด้านอาหาร : มีรายงานการใช้เป็นผักในบางชุมชน โดยผ่านการปรุงก่อนรับประทาน
ประวัติและวัฒนธรรม
ชื่อ ขี้เหล็กเทศ สะท้อนลักษณะการเรียกพืชที่มีรูปลักษณ์หรือการใช้คล้ายกับขี้เหล็ก แต่เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดจากต่างถิ่น ปัจจุบันมีการเรียกชื่อแตกต่างกันอย่างมากตามภูมิภาค จึงเป็นตัวอย่างของพืชสมุนไพรที่ควรใช้ ชื่อวิทยาศาสตร์ในการยืนยันชนิด เพื่อป้องกันความสับสนระหว่างพืชที่มีชื่อพื้นเมืองใกล้เคียงกัน
สถานะการอนุรักษ์
ฐานข้อมูล Plants of the World Online ของ Kew ยอมรับ Senna occidentalis (L.) Link เป็นชื่อวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้อง และระบุว่าพืชชนิดนี้มีการกระจายพันธุ์กว้างมากในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน โดยข้อมูลที่ค้นได้ไม่พบข้อบ่งชี้ว่าชนิดนี้เป็นพืชหายากหรือใกล้สูญพันธุ์ในระดับโลก
อย่างไรก็ตาม ในบางพื้นที่ Senna occidentalis สามารถทำหน้าที่เป็น วัชพืชหรือพืชต่างถิ่นที่มีศักยภาพในการรุกราน และสารจากพืชยังมีรายงานฤทธิ์ยับยั้งการงอกของพืชชนิดอื่น ดังนั้นการเพาะปลูกควรคำนึงถึงการควบคุมการแพร่กระจาย
ข้อมูลอนุกรมวิธาน
- อาณาจักร (Kingdom) : Plantae
- หมวด (Phylum) : Tracheophyta
- ชั้น (Class) : Magnoliopsida
- อันดับ (Order) : Fabales
- วงศ์ (Family) : Fabaceae
- สกุล (Genus) : Senna Mill.
- ชนิด (Species) : Senna occidentalis (L.) Link
- ชื่อพ้องสำคัญ (Synonym) : Cassia occidentalis L.
ฐานข้อมูล TH-BIF ของประเทศไทยจัด Senna occidentalis ไว้ในอาณาจักร Plantae หมวด Tracheophyta ชั้น Magnoliopsida อันดับ Fabales วงศ์ Fabaceae และสกุล Senna ขณะที่ Kew Plants of the World Online รับรอง Senna occidentalis (L.) Link เป็นชื่อที่ยอมรับในปัจจุบัน
การตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพร
การตรวจสอบ เอกลักษณ์ขี้เหล็กเทศ ควรพิจารณาทั้งลักษณะทางพฤกษศาสตร์และชื่อวิทยาศาสตร์ เนื่องจากชื่อพื้นเมืองอาจซ้ำหรือคล้ายกับพืชชนิดอื่น
- ลักษณะเด่นของต้น : ไม้พุ่มหรือไม้ล้มลุกสูงประมาณ 0.5–2 เมตร แตกกิ่งมาก
- ลักษณะใบ : ใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ มีใบย่อยหลายคู่
- ต่อมที่โคนก้านใบ : เป็นลักษณะที่ช่วยสังเกตชนิดได้
- ดอก : ดอกสีเหลืองออกเป็นช่อ
- ฝัก : ฝักยาว แบนหรือค่อนข้างแบน มีเมล็ดจำนวนมาก
- เมล็ด : แบน รูปรีถึงรูปไข่กลับ สีน้ำตาล
- ชื่อวิทยาศาสตร์สำหรับอ้างอิง : Senna occidentalis (L.) Link
- ชื่อพ้องที่ควรรู้ : Cassia occidentalis L.
สำหรับวัตถุดิบสมุนไพรที่นำไปใช้ในงานวิจัยหรือผลิตภัณฑ์ ควรมีการตรวจสอบ ลักษณะมหภาคและจุลทรรศน์ พฤกษเคมี และสารบ่งชี้ด้วยเทคนิคโครมาโทกราฟี เช่น HPLC หรือ LC-MS ตามวัตถุประสงค์ของการควบคุมคุณภาพ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. (2566). Senna occidentalis (L.) Link: ข้อมูลสิ่งมีชีวิต. ระบบคลังข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย (TH-BIF).
- มูลนิธิหมอชาวบ้าน. (2524). ข้าวฟ่าง สมุทรโคดมและขี้เหล็กเทศ. หมอชาวบ้าน.
- โครงการศึกษาวิจัยสมุนไพร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (2523–). สมุนไพร. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
- Gotardo, A. T., Haraguchi, M., Raspantini, P. C. F., Dagli, M. L. Z., & Górniak, S. L. (2017). Toxicity of Senna occidentalis seeds in laying hens and its effects on egg production. Avian Pathology, 46(3), 332–337. https://doi.org/10.1080/03079457.2016.1278199
- Ish, P., Rathi, S., Singh, H., & Anuradha, S. (2019). Senna occidentalis poisoning: An uncommon cause of liver failure. ACG Case Reports Journal, 6(4), e00035. https://doi.org/10.14309/crj.0000000000000035
- Nde, A. L., Chukwuma, C. I., Erukainure, O. L., Chukwuma, M. S., & Matsabisa, M. G. (2022). Ethnobotanical, phytochemical, toxicology and anti-diabetic potential of Senna occidentalis (L.) Link: A review. Journal of Ethnopharmacology, 283, 114663. https://doi.org/10.1016/j.jep.2021.114663
- Royal Botanic Gardens, Kew. (2026). Senna occidentalis (L.) Link. Plants of the World Online.
- Lee, W.-H., Sim, J.-S., Thaku, N., Chang, S., Hong, J.-P., & Oh, T.-J. (2022). De novo transcriptome assembly of Senna occidentalis sheds light on the anthraquinone biosynthesis pathway. Frontiers in Plant Science, 12, 773553.
- Yagi, S., et al. (2025). Novel natural candidates for replacing synthetic additives in nutraceutical and pharmaceutical areas: Two Senna species (S. alata and S. occidentalis). Food Science & Nutrition, 13, e4705. https://doi.org/10.1002/fsn3.4705
