เข็มทอง
เข็มทอง เป็นไม้พุ่มในวงศ์ Rubiaceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Ixora javanica (Blume) DC. พบกระจายพันธุ์ในประเทศไทยและประเทศเขตร้อนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในประเทศไทยมีชื่อท้องถิ่นหลายชื่อ เช่น เข็มแดง เข็มแสด บือเจาะปูโยะ และยาราง จุดเด่นของเข็มทองคือช่อดอกสีส้ม แดง หรือเหลืองที่ออกบริเวณปลายกิ่ง และมีการนำมาใช้เป็นไม้ประดับ นอกจากนี้แหล่งข้อมูลสมุนไพรไทยบางแห่งยังบันทึก การใช้ราก ใบ ดอก และผลเข็มทองตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน อย่างไรก็ตาม หลักฐานทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการใช้เป็นยารักษาโรคในมนุษย์ยังมีจำกัด จึงควรแยกการกล่าวอ้างจากผลการทดลองในห้องปฏิบัติการและสัตว์ทดลองอย่างชัดเจน
ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร
- ชื่อสมุนไพร: เข็มทอง
- ชื่ออื่น: เข็ม, เข็มแดง, เข็มแสด, บือเจาะปูโยะ, ยาราง, ยารง และอ้อ ทั้งนี้ชื่อท้องถิ่นอาจแตกต่างกันตามพื้นที่
- ชื่อสามัญ: Javanese Ixora, Glossy Ixora
- ชื่อวิทยาศาสตร์: Ixora javanica (Blume) DC.
- ชื่อพ้องที่สำคัญ: Pavetta javanica Blume และ Ixora amoena Wall. ex G.Don
- วงศ์: Rubiaceae
- สกุล: Ixora
- ประเภทพืช: ไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก ไม่ผลัดใบ
- การใช้ประโยชน์: ไม้ประดับ และมีรายงานการใช้ตามภูมิปัญญาพื้นบ้านบางพื้นที่
- หมายเหตุด้านสมุนไพร: ข้อมูลสรรพคุณจากเอกสารสมุนไพรไทยบางแหล่งเป็นข้อมูลการใช้แบบดั้งเดิม ไม่ควรตีความว่าได้รับการพิสูจน์ประสิทธิผลทางคลินิกแล้ว
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
- ต้น: เป็นไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก สูงโดยทั่วไปประมาณ 3 เมตร และบางแหล่งระบุว่าสามารถสูงได้ประมาณ 3–5 เมตร ลำต้นแตกกิ่งเป็นพุ่ม ทรงพุ่มค่อนข้างกว้างและกลม เปลือกและกิ่งมีลักษณะเป็นเนื้อไม้
- ใบ: เป็นใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม แผ่นใบรูปรี รูปขอบขนาน หรือรูปรีแกมรูปไข่กลับ ขนาดประมาณ 7–18 เซนติเมตร ผิวใบค่อนข้างเกลี้ยง ปลายใบแหลมหรือเรียวแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ มีเส้นแขนงใบหลายคู่
- หูใบ: อยู่ระหว่างก้านใบ มีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยม ปลายเรียวเป็นติ่งแหลม ลักษณะของหูใบเป็นหนึ่งในลักษณะที่ช่วยในการจำแนกชนิด
- ดอก: ออกเป็นช่อบริเวณปลายกิ่ง ลักษณะช่อดอกเป็นช่อกระจุกคล้ายช่อเชิงหลั่น ดอกมีหลอดกลีบดอกและกลีบดอกประมาณ 4 กลีบ สีอาจแตกต่างตั้งแต่เหลือง ส้ม ส้มแดง จนถึงแดง ขึ้นอยู่กับแหล่งและระยะการพัฒนา
- ผล: เป็นผลสด รูปร่างค่อนข้างกลมหรือรี เมื่อสุกมีสีเข้มตั้งแต่ม่วงคล้ำถึงดำ ผลมีขนาดเล็กประมาณระดับไม่กี่มิลลิเมตร ไม่ใช่ผลขนาดหลายเซนติเมตรตามข้อมูลบางแหล่งบนเว็บไซต์สมุนไพรทั่วไป
- เมล็ด: มีเมล็ดอยู่ภายในผล ลักษณะเป็นส่วนที่ใช้ในการขยายพันธุ์แบบอาศัยเพศ
ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์
- ถิ่นกำเนิด: มีถิ่นกำเนิดตั้งแต่บริเวณเทือกเขาหิมาลัยตะวันออกไปจนถึงเขตมาเลเซีย หรือ Malesia
- การกระจายพันธุ์: พบในบังกลาเทศ เมียนมา ไทย กัมพูชา มาเลเซีย สุมาตรา ชวา บอร์เนียว และเวียดนาม
- ในประเทศไทย: กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชระบุว่าพบมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงใต้ และภาคใต้ และพบประปรายในภาคเหนือ โดยพบในป่าดิบแล้งและป่าดิบชื้นได้ถึงระดับความสูงประมาณ 1,000 เมตร
- สภาพแวดล้อม: โดยทั่วไปพบในบริเวณที่มีความชื้นและดินค่อนข้างอุดมสมบูรณ์
การปลูกและการขยายพันธุ์
- สภาพแสง: สามารถเจริญได้ตั้งแต่แดดจัดจนถึงร่มบางส่วน
- ดิน: ควรเป็นดินที่มีอินทรียวัตถุค่อนข้างสูง ระบายน้ำได้ดี และมีสภาพเป็นกรดเล็กน้อย
- น้ำ: ให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ แต่ควรหลีกเลี่ยงน้ำขัง
- การขยายพันธุ์: สามารถขยายพันธุ์ได้ทั้ง การเพาะเมล็ดและการปักชำกิ่ง
- การดูแล: ควรตัดแต่งกิ่งเพื่อควบคุมทรงพุ่มและส่งเสริมการแตกกิ่งใหม่ โดยเฉพาะเมื่อต้องการปลูกเป็นไม้ประดับ
- การปลูกเชิงสมุนไพร: หากนำมาปลูกเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบสมุนไพร ควรระบุชนิดพืชและแหล่งที่มาของวัตถุดิบให้ชัดเจน เพื่อป้องกันการปะปนกับ เข็มชนิดอื่นในสกุล Ixora ซึ่งมีหลายชนิดในประเทศไทย
ส่วนที่ใช้เป็นยา
- ราก: มีรายงานการใช้ตามตำราหรือข้อมูลสมุนไพรพื้นบ้านบางแหล่ง
- ใบ: มีรายงานการใช้เป็นสมุนไพรพื้นบ้าน
- ดอก: มีรายงานการใช้ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน
- ผล: มีรายงานการใช้ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน
ทั้งนี้ ฐานข้อมูล PROSEA ระบุว่าไม่พบการใช้เป็นยาของ I. javanica ที่มีการรายงานไว้อย่างชัดเจน และเน้นการใช้เป็นไม้ประดับ ดังนั้นข้อมูลการใช้เป็นยาในประเทศไทยควรจัดอยู่ในหมวด ภูมิปัญญาท้องถิ่นหรือการใช้ดั้งเดิม มากกว่าการกล่าวอ้างเป็นข้อบ่งใช้ทางการแพทย์
สรรพคุณทางสมุนไพร มีการใช้ตามภูมิปัญญา
- ราก: มีข้อมูลสมุนไพรไทยบางแหล่งระบุว่าใช้รับประทานเพื่อ แก้โรคตาและช่วยเจริญอาหาร
- ใบ: มีการบันทึกการใช้เป็น ยาฆ่าพยาธิ
- ดอก: มีการใช้ตามภูมิปัญญาเพื่อ แก้ตาแดงและตาแฉะ
- ผล: มีการระบุการใช้สำหรับ ริดสีดวงในจมูก
อย่างไรก็ตาม สรรพคุณข้างต้นเป็น ข้อมูลการใช้ตามภูมิปัญญา ไม่ใช่ข้อบ่งใช้ที่ได้รับการยืนยันจากการทดลองทางคลินิกในมนุษย์ และไม่ควรใช้ข้อมูลดังกล่าวแทนการวินิจฉัยหรือการรักษามาตรฐาน
วิธีใช้
- แหล่งข้อมูลสมุนไพรไทยมีการระบุการใช้ ราก ใบ ดอก และผล แต่ไม่ได้ให้ขนาดรับประทานมาตรฐานที่สามารถนำมาใช้เป็นคำแนะนำทางการแพทย์ได้อย่างปลอดภัย
- จึง ไม่ควรกำหนดขนาดยา วิธีต้ม หรือระยะเวลาการใช้เอง จากข้อมูลออนไลน์ โดยเฉพาะการนำสารสกัดเข้มข้นมารับประทาน
- หากต้องการใช้เป็นสมุนไพร ควรใช้วัตถุดิบที่ระบุชนิดพืชได้แน่นอนและปรึกษาแพทย์แผนไทยหรือบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความรู้ด้านสมุนไพร
ในบัญชียาจากสมุนไพร
จากการตรวจสอบข้อมูล บัญชียาสมุนไพรของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ไม่พบ Ixora javanica หรือชื่อ เข็มทอง เป็นรายการยาสำคัญในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพรที่แสดงอยู่ในฐานข้อมูลดังกล่าว จึงไม่ควรระบุว่าเข็มทองเป็น “สมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ”
สารสำคัญ
งานวิจัยเกี่ยวกับ สารสำคัญในเข็มทอง พบกลุ่มสารพฤกษเคมีหลายประเภท โดยเฉพาะในดอกและส่วนเหนือดิน ได้แก่
- ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids): มีรายงานการพบ quercetin, formononetin รวมถึง rutin และ kaempferol
- แอนโทไซยานิน (Anthocyanins): พบในดอกและเกี่ยวข้องกับรงควัตถุของดอก
- สารประกอบฟีนอลิก (Phenolic compounds): เป็นกลุ่มสารที่ตรวจพบในสารสกัดดอก
- กรดเฟรูลิก (Ferulic acid): มีรายงานเกี่ยวข้องกับฤทธิ์ทางชีวภาพของสารสกัดเข็มทอง
- กรดคาเฟอิก (Caffeic acid): พบในส่วนที่มีการศึกษาสารออกฤทธิ์
- Pyrocatechuic acid: มีรายงานจากการแยกสารในงานวิจัยเก่า
- Scopoletin: ตรวจพบในสารสกัดจาก Ixora บางส่วน รวมถึงตัวอย่าง I. javanica ในการศึกษาความแปรผันทางเคมี
- Isofraxidin และ geniposidic acid: มีรายงานการตรวจพบในงานศึกษาความแปรผันขององค์ประกอบทางเคมีของสกุล Ixora
งาน HPTLC ปี 2022 ตรวจพบและวิเคราะห์ปริมาณ rutin และ kaempferol ในใบและดอกของ I. javanica โดยพบ rutin ในสารสกัดดอกและ kaempferol ในสารสกัดใบในระดับที่ตรวจวัดได้
งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
งานวิจัยเกี่ยวกับ เข็มทอง (Ixora javanica) ส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับ ห้องปฏิบัติการและสัตว์ทดลอง ยังไม่มีหลักฐานทางคลินิกเพียงพอที่จะยืนยันประสิทธิผลในการรักษาโรคในมนุษย์
- งานวิจัยปี 1990 พบว่าสารสกัดจากดอกเข็มทองมีฤทธิ์ต้านการเจริญของเซลล์มะเร็งบางชนิดในหลอดทดลองและในแบบจำลองเนื้องอกในหนู และสามารถแยกสาร เช่น ferulic acid, pyrocatechuic acid และ caffeic acid ได้
- งานวิจัยปี 1991 พบว่าสารสกัดดอกสามารถยับยั้งการเกิดและการเจริญของเนื้องอกในแบบจำลองหนูบางชนิด โดยสารที่เกี่ยวข้องกับฤทธิ์ดังกล่าว ได้แก่ ferulic acid และอนุพันธ์ของกรดดังกล่าว
- งานวิจัยด้านสารต้านอนุมูลอิสระพบว่าสารสกัดดอกเข็มทองมี ฟลาโวนอยด์ โพลีฟีนอล และแอนโทไซยานิน และสารสกัดเอทานอลแสดงฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในระบบทดสอบ DPPH, superoxide และ nitric oxide
- งานวิจัยปี 2020 พัฒนาวิธีสกัดฟลาโวนอยด์จากดอกเข็มทองด้วยระบบ deep eutectic solvent และพบว่าสามารถเพิ่มปริมาณฟลาโวนอยด์ที่สกัดได้เมื่อเทียบกับการสกัดด้วยเอทานอลภายใต้เงื่อนไขที่ศึกษา
- งานวิจัยในประเทศไทยปี 2019 พบว่าสารสกัดจาก I. javanica มีฤทธิ์ต้านเชื้อ methicillin-resistant Staphylococcus aureus (MRSA) ในหลอดทดลอง โดยค่า MIC ของสารสกัดจากกลุ่ม Ixora ที่ศึกษาอยู่ในช่วง 64–256 µg/mL
ข้อสำคัญ: ผลการทดลองเหล่านี้ไม่ควรนำไปตีความว่าเข็มทองสามารถใช้รักษาโรคมะเร็ง การติดเชื้อ หรือโรคอื่นในมนุษย์ได้ เนื่องจากยังขาดหลักฐานการทดลองทางคลินิกที่เพียงพอ
การศึกษาทางเภสัชวิทยา
- ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ: สารสกัดดอกแสดงความสามารถในการกำจัดอนุมูลอิสระในระบบทดสอบหลายชนิด โดยสารสกัดเอทานอลมีฤทธิ์เด่นกว่าสารสกัดตัวทำละลายบางชนิด
- ฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย: สารสกัดบางส่วนของ I. javanica แสดงฤทธิ์ต่อ MRSA ในหลอดทดลอง
- ฤทธิ์ต้านเนื้องอก: สารสกัดดอกแสดงฤทธิ์ต่อเซลล์และแบบจำลองเนื้องอกในสัตว์ทดลอง โดยมี ferulic acid และสารฟีนอลิกอื่นเกี่ยวข้องกับฤทธิ์ที่ตรวจพบ
- ฤทธิ์เกี่ยวกับผิวหนังและเครื่องสำอาง: มีการศึกษาการสกัดดอกเพื่อให้ได้สารกลุ่มฟลาโวนอยด์และสารที่อาจเกี่ยวข้องกับการยับยั้ง tyrosinase จึงมีศักยภาพในการนำไปศึกษาต่อด้านเครื่องสำอาง
ความปลอดภัย
ข้อมูลด้าน ความปลอดภัยของเข็มทองในมนุษย์ ยังมีไม่เพียงพอที่จะกำหนดขนาดรับประทานที่ปลอดภัยอย่างเป็นมาตรฐาน
- งานสัตว์ทดลองด้านฤทธิ์ต้านเนื้องอกในปี 1991 รายงานการเปลี่ยนแปลงของค่า blood urea nitrogen หลังได้รับสารสกัดในขนาดทดลอง จึงไม่ควรสรุปว่าสารสกัดเข้มข้นมีความปลอดภัยโดยปราศจากการประเมินเพิ่มเติม
- ผลการทดลองในสัตว์หรือหลอดทดลองไม่สามารถใช้กำหนดขนาดยาสำหรับมนุษย์ได้โดยตรง
- ควรระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อนำ ราก เปลือก หรือสารสกัดเข้มข้น มาใช้ เนื่องจากข้อมูลพิษวิทยาในมนุษย์ยังมีจำกัด
ข้อห้ามใช้
ยังไม่พบข้อมูลทางคลินิกที่เพียงพอสำหรับกำหนด ข้อห้ามใช้เข็มทอง โดยเฉพาะอย่างเป็นมาตรฐาน
เพื่อความปลอดภัย ควรหลีกเลี่ยงการใช้เป็นยารับประทานในกรณีต่อไปนี้จนกว่าจะมีข้อมูลความปลอดภัยที่ชัดเจน
- หญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตร: ควรหลีกเลี่ยงการใช้สารสกัดหรือการรับประทานในรูปแบบยา เนื่องจากข้อมูลความปลอดภัยยังไม่เพียงพอ
- เด็ก: ไม่ควรนำสารสกัดหรือวัตถุดิบสมุนไพรมาใช้เอง
- ผู้ป่วยโรคตับหรือไต: ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้สารสกัดเข้มข้น
- ผู้ที่แพ้พืช: ควรหยุดใช้หากเกิดผื่น คัน บวม หรืออาการแพ้ผิดปกติ
ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา
ปัจจุบันยังไม่พบหลักฐานทางคลินิกที่น่าเชื่อถือเพียงพอสำหรับระบุ ปฏิกิริยาระหว่างเข็มทองกับยาแผนปัจจุบัน อย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีการศึกษาพบสารออกฤทธิ์หลายกลุ่ม เช่น flavonoids และ phenolic compounds จึงไม่ควรสรุปว่าไม่มีปฏิกิริยากับยาใด ๆ โดยเฉพาะเมื่อใช้ สารสกัดเข้มข้นหรือผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีปริมาณสารออกฤทธิ์สูง
การใช้ในอาหาร
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชระบุว่า ใบอ่อนและดอกของเข็มทองสามารถนำมารับประทานได้ ซึ่งเป็นข้อมูลด้านการใช้ประโยชน์จากพืชในท้องถิ่น
การใช้เป็นอาหารควรเลือกต้นที่ระบุชนิดได้ถูกต้อง ปลูกในพื้นที่ปลอดสารปนเปื้อน และควรใช้เฉพาะส่วนที่มีข้อมูลรองรับ ไม่ควรนำวัตถุดิบที่ใช้เป็นยาหรือสารสกัดเข้มข้นมารับประทานแทนอาหาร
การใช้ในผลิตภัณฑ์
- ไม้ประดับ: เป็นการใช้ประโยชน์หลักของเข็มทอง เนื่องจากมีช่อดอกสวยและออกดอกได้ดี
- ผลิตภัณฑ์สมุนไพร: ยังอยู่ในระดับการวิจัยและยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะจัดเป็นวัตถุดิบยาที่มีข้อบ่งใช้มาตรฐาน
- ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง: มีงานวิจัยเกี่ยวกับการสกัดสารฟลาโวนอยด์จากดอกเพื่อพัฒนาเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรและเครื่องสำอาง โดยเฉพาะสารที่มีศักยภาพด้าน antioxidant และ tyrosinase inhibition
การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา
- ใบ: หากเก็บเพื่อการศึกษาหรือใช้เป็นวัตถุดิบ ควรเลือกใบที่สมบูรณ์ ไม่มีเชื้อราและแมลงทำลาย
- ดอก: ควรเก็บในระยะที่ดอกสมบูรณ์และไม่มีการปนเปื้อน
- ราก: หากจำเป็นต้องใช้ควรเก็บจากต้นที่สมบูรณ์และสามารถระบุชนิดได้แน่นอน
- การทำให้แห้ง: ควรทำให้แห้งอย่างรวดเร็วในสภาพสะอาด อากาศถ่ายเท และหลีกเลี่ยงความชื้นสูง
- การเก็บรักษา: เก็บวัตถุดิบแห้งในภาชนะสะอาด ปิดสนิท ป้องกันแสง ความชื้น แมลง และเชื้อรา
- การระบุวัตถุดิบ: ควรติดฉลากชื่อวิทยาศาสตร์ ส่วนที่ใช้ แหล่งเก็บ และวันที่เก็บ เพื่อป้องกันการสับสนกับ เข็มชนิดอื่น
ภูมิปัญญาท้องถิ่น
ชื่อ เข็มทอง และชื่อท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องมีการใช้ในประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ กรมอุทยานแห่งชาติฯ บันทึกชื่อท้องถิ่น เช่น เข็มแดง เข็มแสด บือเจาะปูโยะ ยาราง และอ้อ และมีข้อมูลการใช้ประโยชน์ด้านอาหาร ได้แก่ ใบอ่อนและดอก
สำหรับการใช้เป็นยา แหล่งข้อมูลสมุนไพรไทยบางแห่งบันทึกการใช้ ราก ใบ ดอก และผล แต่ฐานข้อมูล PROSEA ระบุว่าไม่พบรายงานการใช้เป็นยาของ I. javanica อย่างชัดเจน จึงควรนำเสนอในเว็บไซต์ในฐานะ ข้อมูลภูมิปัญญาพื้นบ้านที่มีการบันทึกไว้ ไม่ใช่ข้อบ่งใช้ทางการแพทย์ที่ผ่านการพิสูจน์แล้ว
ประวัติและวัฒนธรรม
เข็มทองอยู่ในกลุ่มพืชสกุล Ixora ซึ่งมีความสำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในฐานะไม้ประดับและพืชพื้นถิ่น โดยมีการปลูกในสวนและใช้ประโยชน์จากดอกที่มีสีสันโดดเด่น
สำหรับ Ixora javanica โดยเฉพาะ ยังไม่พบหลักฐานทางเอกสารที่เพียงพอที่จะระบุพิธีกรรม ความเชื่อ หรือประเพณีเฉพาะที่เป็นเอกลักษณ์ของ “เข็มทอง” จึงไม่ควรนำข้อมูลของเข็มชนิดอื่นมาเหมารวมกับเข็มทอง
สถานะการอนุรักษ์
ข้อมูลจาก Plants of the World Online ของ Royal Botanic Gardens, Kew ระบุว่า Ixora javanica เป็นชนิดที่ได้รับการยอมรับทางอนุกรมวิธาน และข้อมูลสถานะการอนุรักษ์ตาม IUCN ระบุเป็น Least Concern (LC) หรือมีความเสี่ยงต่ำ
ดังนั้นในภาพรวม เข็มทองยังไม่ถูกจัดว่าเป็นพืชที่อยู่ในภาวะถูกคุกคามในระดับโลก อย่างไรก็ตาม การเก็บจากป่ามากเกินไปและการทำลายถิ่นอาศัยอาจส่งผลต่อประชากรในท้องถิ่นได้ จึงควรสนับสนุนการขยายพันธุ์และการปลูกเพื่อใช้ประโยชน์แทนการเก็บจากธรรมชาติโดยไม่จำเป็น
ข้อมูลอนุกรมวิธาน
- อาณาจักร (Kingdom): Plantae
- หมวด (Phylum): Streptophyta
- ชั้น (Class): Equisetopsida
- ชั้นย่อย (Subclass): Magnoliidae
- อันดับ (Order): Gentianales
- วงศ์ (Family): Rubiaceae
- สกุล (Genus): Ixora
- ชนิด (Species): Ixora javanica (Blume) DC.
ชื่อที่ยอมรับในปัจจุบัน: Ixora javanica (Blume) DC. โดย Plants of the World Online ระบุว่าชื่อนี้เป็นชื่อที่ได้รับการยอมรับ (accepted name)
ชื่อพ้องที่พบในฐานข้อมูลอนุกรมวิธาน: Pavetta javanica Blume, Ixora amoena Wall. ex G.Don และชื่อในระดับพันธุ์ย่อยหรือชื่อพ้องอื่น ๆ อีกหลายชื่อ
การตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพร
การตรวจสอบ เอกลักษณ์เข็มทอง ควรพิจารณาร่วมกันทั้งลักษณะทางพฤกษศาสตร์และชื่อวิทยาศาสตร์
- ลักษณะเด่นของต้น: ไม้พุ่มไม่ผลัดใบ แตกกิ่งเป็นพุ่ม
- ใบ: ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปรีถึงรูปขอบขนาน ผิวค่อนข้างเกลี้ยง ขอบใบเรียบ
- หูใบ: อยู่ระหว่างก้านใบและมีปลายเป็นติ่งแหลม
- ดอก: ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ดอกเป็นหลอด กลีบดอกประมาณ 4 กลีบ สีส้ม แดง หรือเหลือง
- ผล: ผลมีขนาดเล็ก เมื่อสุกมีสีม่วงคล้ำถึงดำ
- การยืนยันชนิด: ควรเปรียบเทียบตัวอย่างกับเอกสารอนุกรมวิธาน ตัวอย่างพรรณไม้แห้ง หรือฐานข้อมูลพรรณไม้ของหน่วยงานที่เชื่อถือได้ โดยเฉพาะเนื่องจากประเทศไทยมี Ixora หลายชนิด และชื่อพื้นเมือง “เข็ม” อาจใช้กับพืชคนละชนิด
สำหรับงานวิจัยหรือการผลิตวัตถุดิบสมุนไพร ควรเก็บ ตัวอย่างพรรณไม้อ้างอิง (voucher specimen) และบันทึกแหล่งเก็บ วันเก็บ ส่วนของพืช และชื่อผู้ตรวจสอบ เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. (2559). สารานุกรมพืช: เข็มทอง (Ixora javanica (Blume) DC.). สำนักหอพรรณไม้.
- กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (ม.ป.ป.). ฐานข้อมูลสมุนไพรและองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทย. กระทรวงสาธารณสุข.
- สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. (2567). บัญชียาสมุนไพรและหลักเกณฑ์การพัฒนายาจากสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ. กระทรวงสาธารณสุข.
- Buathong, R., Chamchumroon, V., Schinnerl, J., Bacher, M., Santimaleeworagun, W., Kraichak, E., & Vajrodaya, S. (2019). Chemovariation and antibacterial activity of extracts and isolated compounds from species of Ixora and Greenea (Ixoroideae, Rubiaceae). PeerJ, 7, e6893. https://doi.org/10.7717/peerj.6893
- Dontha, S., Kamurthy, H., & Manthripragada, B. R. (2015). Phytochemical screening and evaluation of in-vitro anti-oxidant activity of extracts of Ixora javanica D.C. flowers. Chemical Science International Journal, 10(1), 1–9. https://doi.org/10.9734/ACSJ/2016/20661
- Ghoshal, D. S., Kharat, S. N., & Godbole, S. A. (2022). HPTLC quantification and estimation of rutin and kaempferol using aerial parts of Ixora javanica (Blume) DC. and Ixora barbata Roxb. ex Sm. Research Journal of Pharmacy and Technology, 15(10), 4533–4536. https://doi.org/10.52711/0974-360X.2022.00761
- Nair, S. C., & Panikkar, K. R. (1990). Antitumour principles from Ixora javanica. Cancer Letters, 49(2), 121–126. https://doi.org/10.1016/0304-3835(90)90147-P
- Nair, S. C., Panikkar, B., Akamanchi, K. F., & Panikkar, K. R. (1991). Inhibitory effects of Ixora javanica extract on skin chemical carcinogenesis in mice and its antitumour activity. Cancer Letters, 60(3), 253–258. https://doi.org/10.1016/0304-3835(91)90121-W
- Oktaviyanti, N. D., Kartini, Hadiyat, M. A., Rachmawati, E., Wijaya, A. C., Hayun, & Mun’im, A. (2020). A green extraction design for enhancing flavonoid compounds from Ixora javanica flowers using a deep eutectic solvent. Royal Society Open Science, 7(10), 201116. https://doi.org/10.1098/rsos.201116
- Royal Botanic Gardens, Kew. (2026). Ixora javanica (Blume) DC. Plants of the World Online.
- Ysrael, M. C., & van Valkenburg, J. L. C. H. (n.d.). Ixora javanica (PROSEA). PlantUse.
