เข็มแดง

เข็มแดง

เข็มแดง

เข็มแดง เป็นไม้พุ่มดอกสีแดงที่พบและปลูกอย่างแพร่หลายในประเทศไทย นอกจากใช้เป็นไม้ประดับและไม้จัดสวนแล้ว เข็มแดง (Ixora coccinea L.) ยังปรากฏในภูมิปัญญาการใช้สมุนไพร โดยเฉพาะการใช้ รากและดอกเข็มแดง ในตำรับพื้นบ้านบางพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับการทดลองในหลอดทดลองและสัตว์ทดลอง จึงไม่ควรนำผลการทดลองมาเทียบเท่ากับประสิทธิผลในการรักษาโรคในมนุษย์โดยตรง

ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร

  • ชื่อสมุนไพร : เข็มแดง
  • ชื่ออื่น : เข็มบ้าน, เข็มฝรั่ง, เข็มหนู, เข็มดอกแดง
  • ชื่อสามัญ : Red Ixora, Jungle Flame, Flame of the Woods, Jungle Geranium, Needle Flower
  • ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ixora coccinea L.
  • ชื่อวงศ์ : Rubiaceae หรือวงศ์เข็ม/วงศ์กาแฟ
  • ประเภทพืช : ไม้พุ่มยืนต้น ไม่ผลัดใบ
  • การใช้ประโยชน์ : ไม้ประดับ ไม้ทำแนวรั้ว ไม้ตัดแต่ง และมีการใช้เป็นสมุนไพรตามภูมิปัญญาท้องถิ่น

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

  • ต้น : เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กถึงขนาดกลาง แตกกิ่งก้านมาก ทรงพุ่มค่อนข้างแน่น ลำต้นและกิ่งเป็นเนื้อไม้ โดยข้อมูลของพรรณไม้ในประเทศไทยระบุว่าสามารถพบต้นที่มีความสูงตั้งแต่ประมาณ 0.3–5 เมตร ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและการปลูกเลี้ยง
  • ใบ : ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามหรือบางแหล่งอธิบายว่าอาจพบการเรียงเป็นวงที่ข้อ ใบรูปรี รูปขอบขนาน หรือรูปไข่กลับ เนื้อใบค่อนข้างหนาและเหนียว ผิวใบเรียบเป็นมัน สีเขียวเข้ม เส้นแขนงใบเห็นได้ชัด
  • ดอก : ออกเป็นช่อแน่นบริเวณปลายยอดหรือปลายกิ่ง ดอกย่อยจำนวนมาก กลีบดอกเชื่อมเป็นหลอดยาว ปลายแยกเป็นประมาณ 4–5 กลีบ สีแดงถึงแดงอมส้ม เกสรเพศผู้มักติดอยู่บริเวณปากหลอดดอก
  • ผล : ผลค่อนข้างกลมและมีเนื้อ เมื่อสุกเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มหรือม่วงแดงจนเกือบดำ ภายในมีเมล็ด
  • เมล็ด : มีลักษณะกลมถึงกึ่งกลม และสามารถใช้ในการขยายพันธุ์ได้ แต่การผลิตเชิงไม้ประดับนิยมใช้การปักชำมากกว่า

ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์

  • ถิ่นกำเนิด : มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของเอเชีย โดยฐานข้อมูล Plants of the World Online ระบุถิ่นกำเนิดตั้งแต่อินเดียและศรีลังกา ผ่านบังกลาเทศ เมียนมา ไปจนถึงอินโดจีน
  • การกระจายพันธุ์ : พบเป็นพืชพื้นถิ่นในบังกลาเทศ กัมพูชา อินเดีย เมียนมา ศรีลังกา ไทย และเวียดนาม และมีการนำไปปลูกในเขตร้อนของภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก
  • ในประเทศไทย : นิยมปลูกเป็นไม้ประดับตามบ้าน สวน สถานศึกษา วัด และพื้นที่สาธารณะ เนื่องจากเป็นไม้พุ่มที่ตัดแต่งทรงได้ง่ายและออกดอกสวยงาม

การปลูกและการขยายพันธุ์

  • สภาพแสง : เจริญได้ดีในบริเวณที่ได้รับแสงแดดมาก การได้รับแสงเพียงพอช่วยให้ทรงพุ่มแน่นและออกดอกได้ดี
  • ดิน : ควรใช้ดินร่วนหรือดินที่มีอินทรียวัตถุและระบายน้ำได้ดี เข็มแดงสามารถเจริญได้ดีในดินที่มีความเป็นกรดเล็กน้อย แต่ดินด่างอาจทำให้เกิดอาการใบซีดจากการขาดธาตุอาหารบางชนิด
  • น้ำ : ต้องการน้ำในระดับปานกลาง ควรรักษาความชื้นของดินโดยไม่ปล่อยให้น้ำขัง
  • การตัดแต่ง : สามารถตัดแต่งทรงพุ่มได้ดี จึงนิยมปลูกเป็นแนวรั้วหรือไม้พุ่มประดับ
  • การขยายพันธุ์ : สามารถขยายพันธุ์ด้วย การปักชำ การตอนกิ่ง และการเพาะเมล็ด โดยการปักชำเป็นวิธีที่นิยมในการผลิตต้นจำนวนมาก

ส่วนที่ใช้เป็นยา

  • ราก : เป็นส่วนที่มีการกล่าวถึงในภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้านไทย โดยมีข้อมูลการใช้รากเข็มแดงในตำรับยาต้ม
  • ดอก : มีการใช้ตามภูมิปัญญาพื้นบ้านและมีข้อมูลเกี่ยวกับการนำดอกมาใช้เป็นอาหารในประเทศไทย
  • ใบ : มีรายงานการใช้ในภูมิปัญญาพื้นบ้าน และมีการศึกษาทางเภสัชวิทยาหลายด้าน โดยเฉพาะฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและต้านจุลชีพ

สรรพคุณทางสมุนไพร มีการใช้ตามภูมิปัญญา

  • ราก : มีการใช้ตามภูมิปัญญาพื้นบ้านเพื่อบรรเทาอาการบวม แก้ไข้ แก้เสมหะ แก้อาการเกี่ยวกับเลือดกำเดา และใช้เป็นส่วนประกอบของยาต้มบางตำรับ นอกจากนี้มีข้อมูลท้องถิ่นกล่าวถึงการใช้เพื่อช่วยเจริญอาหารและดูแลอาการเกี่ยวกับตา
  • ดอก : มีการใช้ตามตำรับพื้นบ้านสำหรับ แก้ท้องเสีย แก้บิด แก้ไอเรื้อรัง และดูแลอาการเกี่ยวกับตา โดยข้อมูลเหล่านี้เป็นการใช้ตามภูมิปัญญา ไม่ควรตีความว่าได้รับการยืนยันประสิทธิผลทางคลินิกแล้ว
  • ใบ : มีรายงานการใช้ในตำรับพื้นบ้านบางแห่ง แต่หลักฐานด้านการรักษาโรคในมนุษย์ยังไม่เพียงพอ

วิธีใช้

  • การใช้ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน : มีข้อมูลระบุการนำ รากเข็มแดงมาต้มเป็นยาต้มรับประทาน ในบางตำรับ
  • การใช้ดอก : ในบางวัฒนธรรมมีการนำดอกไปปรุงอาหารหรือใช้เป็นส่วนประกอบของตำรับพื้นบ้าน
  • ข้อควรทราบ : ยังไม่มีขนาดรับประทานมาตรฐานสำหรับการใช้เข็มแดงเดี่ยว ๆ เพื่อรักษาโรคที่สามารถแนะนำแก่ประชาชนทั่วไปได้อย่างชัดเจน ดังนั้นไม่ควรนำข้อมูลจากตำรับพื้นบ้านไปกำหนดขนาดยาเอง

ในบัญชียาจากสมุนไพร

  • จากการตรวจสอบข้อมูล บัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพรของประเทศไทย ไม่พบหลักฐานที่ยืนยันว่า เข็มแดง (Ixora coccinea L.) เป็นรายการยาเดี่ยวที่อยู่ในบัญชียาจากสมุนไพรในปัจจุบัน
  • การที่สมุนไพรมีการใช้ในตำรับพื้นบ้านหรือมีงานวิจัย ไม่ได้หมายความว่าสมุนไพรนั้นเป็นรายการยาในบัญชียาหลักแห่งชาติ โดยบัญชีดังกล่าวมีหลักเกณฑ์ด้านประสิทธิผล ความปลอดภัย คุณภาพ และหลักฐานประกอบการคัดเลือกโดยเฉพาะ

สารสำคัญ

มีการตรวจพบสารพฤกษเคมีหลายกลุ่มใน Ixora coccinea ได้แก่

  • Triterpenoids : lupeol, ursolic acid, oleanolic acid และสารในกลุ่ม amyrins
  • Sterols : β-sitosterol และสารสเตียรอลอื่น ๆ
  • Flavonoids : quercetin, kaempferol และอนุพันธ์ของสารเหล่านี้
  • Phenolic compounds : catechin, chlorogenic acid และสารฟีนอลิกอื่น ๆ
  • Proanthocyanidins : procyanidin A2, cinnamtannin B-1 และ ixoratannin A-2
  • สารกลุ่มอื่น : tannins, saponins, glycosides, carbohydrates และ fatty acids

งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

งานวิจัยของเข็มแดงส่วนใหญ่เป็น การศึกษาระดับสารสกัด เซลล์ การทดลองในหลอดทดลอง และสัตว์ทดลอง ขณะที่หลักฐานทางคลินิกในมนุษย์ยังมีจำกัด

  • งานวิจัยสารจากใบพบ ixoratannin A-2 และสารกลุ่ม proanthocyanidins รวมทั้งอนุพันธ์ของ quercetin และ kaempferol ซึ่งแสดงฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และสารบางชนิดมีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียในการทดลอง
  • งานวิจัยรากพบว่าสารสกัดรากมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและต้านแบคทีเรีย และตรวจพบสารฟีนอลิก เช่น pyrocatechol, catechin และ chlorogenic acid
  • งานทบทวนวรรณกรรมรวบรวมข้อมูลว่าพืชชนิดนี้มีรายงานฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาหลายด้าน เช่น antioxidant, antibacterial, gastroprotective, hepatoprotective, antidiarrhoeal และ anti-inflammatory แต่หลักฐานส่วนใหญ่ยังเป็นการทดลองก่อนคลินิก

การศึกษาทางเภสัชวิทยา

  • ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ : สารสกัดจากใบและราก รวมถึงสารกลุ่ม proanthocyanidins แสดงความสามารถในการกำจัดอนุมูลอิสระในแบบจำลองทางห้องปฏิบัติการ
  • ฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย : สารจากใบและรากมีฤทธิ์ต่อแบคทีเรียหลายชนิดในการทดลอง เช่น Staphylococcus aureus, Bacillus subtilis และเชื้อแกรมลบบางชนิด
  • ฤทธิ์ต้านการอักเสบ : สารสกัดดอกมีผลในการทดลองแบบ in vitro ที่ใช้ประเมินการอักเสบ เช่น protein denaturation และ membrane stabilization
  • ฤทธิ์ต้านอาการท้องเสีย : มีการศึกษาสารสกัดดอกในแบบจำลองสัตว์ทดลองที่พบผลลดอาการท้องเสีย
  • ฤทธิ์เกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด : มีการศึกษาสารสกัดใบในหนูทดลองที่ได้รับ doxorubicin โดยรายงานผลด้านการป้องกันความเสียหายของหัวใจในแบบจำลองดังกล่าว
  • ฤทธิ์อื่น ๆ : มีรายงานการศึกษาเกี่ยวกับฤทธิ์ต้านการเกิดแผลในกระเพาะ ต้านปวด ต้านมะเร็ง และฤทธิ์ต่อตับ แต่ยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม โดยเฉพาะการทดลองทางคลินิกในมนุษย์ก่อนนำไปกล่าวอ้างเป็นการรักษา

ความปลอดภัย

  • ข้อมูลความปลอดภัยของ เข็มแดงในมนุษย์ยังมีไม่เพียงพอ โดยเฉพาะการใช้สารสกัดเข้มข้นหรือการรับประทานเป็นเวลานาน
  • การศึกษาความเป็นพิษเฉียบพลันในหนูของสารสกัดเมทานอลจากใบรายงานว่าไม่พบการตายในสัตว์ทดลองที่ขนาดสูงถึง 3,000 มก./กก. ในการทดลองดังกล่าว แต่ผลนี้ ไม่สามารถนำมาใช้กำหนดขนาดปลอดภัยในมนุษย์โดยตรง
  • การใช้เป็นสมุนไพรควรแยกออกจากการใช้เป็นไม้ประดับหรือดอกไม้รับประทาน เนื่องจากรูปแบบสารสกัด ความเข้มข้น และปริมาณที่ได้รับแตกต่างกัน

ข้อห้ามใช้

  • ยังไม่มีหลักฐานทางคลินิกที่เพียงพอสำหรับกำหนด ข้อห้ามใช้เฉพาะของเข็มแดง ในระดับเดียวกับยาที่มีข้อมูลการใช้ในมนุษย์จำนวนมาก
  • ผู้ที่แพ้พืชหรือผลิตภัณฑ์จากเข็มแดงควรหลีกเลี่ยง
  • หญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตร ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานสารสกัดหรือการใช้ในขนาดยา เนื่องจากข้อมูลด้านความปลอดภัยยังไม่เพียงพอ
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือรับประทานยาประจำควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ผลิตภัณฑ์สารสกัดเข็มแดง

ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา

ยังไม่พบข้อมูลทางคลินิกที่เพียงพอในการยืนยัน ปฏิกิริยาระหว่างเข็มแดงกับยาแผนปัจจุบัน อย่างชัดเจน จึงไม่ควรสรุปว่าปลอดภัยเมื่อใช้ร่วมกับยาทุกชนิด โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สารสกัดเข้มข้นที่มีสารฟีนอลิก ฟลาโวนอยด์ และสารออกฤทธิ์หลายชนิด

ผู้ที่รับประทานยาประจำ เช่น ยาละลายลิ่มเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาลดความดันโลหิต ยารักษาเบาหวาน หรือยาที่มีช่วงความปลอดภัยแคบ ควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ก่อนใช้สารสกัดเข็มแดง

การใช้ในอาหาร

  • ดอกเข็มแดง มีข้อมูลการจัดเป็นดอกไม้ที่สามารถรับประทานได้ และมีการบริโภคในประเทศไทยมาเป็นเวลานาน
  • ดอกมีรสหวานตามข้อมูลการสำรวจดอกไม้กินได้ และสามารถนำไปใช้ประกอบอาหารหรือเตรียมเป็นอาหารพื้นบ้านได้
  • การนำดอกมาใช้เป็นอาหารควรเลือกดอกจากต้นที่ปลูกโดยไม่ใช้สารเคมีทางการเกษตรที่ไม่เหมาะสำหรับการบริโภค และควรล้างทำความสะอาดก่อนนำไปประกอบอาหาร

การใช้ในผลิตภัณฑ์

  • ผลิตภัณฑ์ไม้ประดับ : นิยมใช้เป็นไม้พุ่ม แนวรั้ว ไม้กระถาง และไม้ตัดแต่ง
  • ผลิตภัณฑ์อาหาร : ดอกสามารถนำไปพัฒนาเป็นส่วนประกอบอาหารและผลิตภัณฑ์จากดอกไม้กินได้
  • ผลิตภัณฑ์สมุนไพร : มีศักยภาพในการนำสารสกัดจากใบ ดอก หรือรากไปศึกษาต่อเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ antioxidant หรือ antimicrobial แต่การพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อรักษาโรคจำเป็นต้องมีข้อมูลด้านประสิทธิผล ความปลอดภัย และมาตรฐานผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม

การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา

  • ราก : หากเก็บเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบสมุนไพร ควรเลือกต้นที่สมบูรณ์ แข็งแรง และเก็บในพื้นที่ที่ไม่มีการปนเปื้อนสารเคมีหรือโลหะหนัก
  • ดอก : ควรเก็บในระยะที่เหมาะสมและนำมาใช้สดหากต้องการบริโภค หรือทำให้แห้งอย่างสะอาดหากต้องการเก็บเป็นวัตถุดิบสมุนไพร
  • การเก็บรักษา : วัตถุดิบแห้งควรทำให้ความชื้นต่ำก่อนเก็บ บรรจุในภาชนะสะอาด แห้ง ปิดสนิท และเก็บให้พ้นแสง ความร้อน ความชื้น และแมลง
  • ควรแยกวัตถุดิบที่ใช้รับประทานออกจากวัตถุดิบที่ใช้ปลูกประดับหรือมีโอกาสสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืช

ภูมิปัญญาท้องถิ่น

  • ภาคเหนือและภาคกลาง : พบการใช้รากเข็มแดงในตำรับยาพื้นบ้าน โดยเฉพาะการนำไปต้มเป็นยาดื่ม
  • มีข้อมูลการใช้ ราก สำหรับอาการไข้ เสมหะ เลือดกำเดา และอาการบวม
  • ดอก มีการใช้ในตำรับพื้นบ้านเกี่ยวกับท้องเสีย บิด ไอ และอาการเกี่ยวกับตา
  • ข้อมูลภูมิปัญญาเหล่านี้มีความแตกต่างกันตามพื้นที่และตำรา จึงควรระบุว่าเป็น การใช้ตามภูมิปัญญาท้องถิ่น ไม่ใช่ข้อบ่งใช้ทางการแพทย์ที่ได้รับการยืนยันแล้ว

ประวัติและวัฒนธรรม

  • ดอกเข็ม เป็นดอกไม้ที่มีความสำคัญในวัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะ พิธีไหว้ครู ซึ่งมีการนำดอกเข็มมาจัดรวมกับดอกไม้ชนิดอื่นในพานไหว้ครู
  • ความหมายเชิงสัญลักษณ์เชื่อมโยงกับ สติปัญญา ความเฉียบแหลม และการเรียนรู้ โดยเปรียบกับลักษณะปลายดอกที่แหลมคล้ายเข็ม
  • ในวัฒนธรรมอินเดีย ดอกของพืชสกุล Ixora ยังมีความเกี่ยวข้องกับการบูชาทางศาสนา โดยมีการใช้ดอกเป็นเครื่องสักการะ

สถานะการอนุรักษ์

  • Ixora coccinea L. เป็นชนิดที่ได้รับการยอมรับในฐานข้อมูล Plants of the World Online ของ Royal Botanic Gardens, Kew และมีถิ่นกำเนิดครอบคลุมพื้นที่กว้างในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย
  • จากข้อมูลที่ตรวจสอบ ไม่พบข้อมูลเพียงพอที่จะระบุว่าเข็มแดงเป็นพืชสมุนไพรไทยที่มีสถานะใกล้สูญพันธุ์ในระดับประเทศ
  • อย่างไรก็ตาม ควรส่งเสริมการใช้ต้นพันธุ์จากแหล่งเพาะปลูกและหลีกเลี่ยงการเก็บจากป่าธรรมชาติโดยไม่จำเป็น

ข้อมูลอนุกรมวิธาน

  • Kingdom : Plantae
  • Phylum : Streptophyta
  • Class : Equisetopsida
  • Subclass : Magnoliidae
  • Order : Gentianales
  • Family : Rubiaceae
  • Genus : Ixora L.
  • Species : Ixora coccinea L.
  • ชื่อวิทยาศาสตร์ที่ยอมรับ : Ixora coccinea L.
  • ชื่อพ้องที่พบในฐานข้อมูลอนุกรมวิธาน : Pavetta coccinea (L.) Blume

การตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพร

การตรวจสอบ เอกลักษณ์เข็มแดง ควรพิจารณาร่วมกันทั้งลักษณะทางสัณฐานวิทยาและชื่อวิทยาศาสตร์ เนื่องจากไม้สกุล Ixora มีหลายชนิดและมีชื่อพื้นเมืองที่อาจซ้ำกัน

  • ลักษณะต้น : ไม้พุ่มแตกกิ่งมาก ทรงพุ่มแน่น
  • ใบ : ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม ใบค่อนข้างหนา ผิวเป็นมัน
  • ดอก : ช่อดอกแน่นบริเวณปลายกิ่ง ดอกสีแดง กลีบดอกเชื่อมเป็นหลอดและปลายแยกเป็น 4–5 แฉก
  • ผล : ผลกลม มีเนื้อ และเปลี่ยนสีเมื่อสุก
  • ชื่อวิทยาศาสตร์ : ต้องตรวจสอบให้ตรงกับ Ixora coccinea L.
  • การตรวจยืนยันในห้องปฏิบัติการ : หากเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตยาสมุนไพร ควรใช้เอกสารอ้างอิงทางเภสัชเวท การตรวจทางจุลทรรศน์ และการวิเคราะห์ทางเคมีหรือ DNA barcoding ตามมาตรฐานที่เหมาะสม ไม่ควรใช้ชื่อพื้นเมืองเพียงอย่างเดียวในการระบุชนิด

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. (ม.ป.ป.). สารานุกรมพืชในประเทศไทย: สกุลเข็ม (Ixora). สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช.
  2. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร. (2567). การจัดกลุ่มดอกไม้กินได้ในประเทศไทย. คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
  3. สวนสมุนไพรสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ. (ม.ป.ป.). เข็มแดง (Ixora coccinea L.). บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน).
  4. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. (2567). บัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร: หลักปรัชญา หลักการ และเกณฑ์การพัฒนายาจากสมุนไพร. กระทรวงสาธารณสุข.
  5. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี. (ม.ป.ป.). รายงานกรณีศึกษาสมุนไพร: เข็มแดง.
  6. Fasal, K. F., Jimsha, E. V., Kunnool, H., & Krupa, S. (2024). A review on Ixora coccinea: Uses, properties and pharmacological studies. Journal of Pharmacognosy and Phytochemistry, 13(5), 298–301. https://doi.org/10.22271/phyto.2024.v13.i5d.15091
  7. Idowu, T. O., Ogundaini, A. O., Salau, A. O., Obuotor, E. M., Bezabih, M., & Abegaz, B. M. (2010). Doubly linked, A-type proanthocyanidin trimer and other constituents of Ixora coccinea leaves and their antioxidant and antibacterial properties. Phytochemistry, 71(17–18), 2092–2098. https://doi.org/10.1016/j.phytochem.2010.08.018
  8. Annapurna, J., Amarnath, P. V. S., Amar Kumar, D., Ramakrishna, S. V., & Raghavan, K. V. (2003). Antimicrobial activity of Ixora coccinea leaves. Fitoterapia, 74(3), 291–293. https://doi.org/10.1016/S0367-326X(03)00037-6
  9. Muhammad, H., Qasim, M., Ikram, A., Versiani, M. A., Tahiri, I. A., Yasmeen, K., Waseem Abbasi, M., Azeem, M., Ali, S. T., & Gul, B. (2020). Antioxidant and antimicrobial activities of Ixora coccinea root and quantification of phenolic compounds using HPLC. South African Journal of Botany, 135, 71–79. https://doi.org/10.1016/j.sajb.2020.08.012
  10. Royal Botanic Gardens, Kew. (2026). Ixora coccinea L. Plants of the World Online.
  11. National Center for Biotechnology Information. (2026). Ixora coccinea L.: Taxonomy browser. NCBI Taxonomy.
Scroll to top