เข็มเหลือง

เข็มเหลือง

เข็มเหลือง

เข็มเหลือง เป็นชื่อที่พบในข้อมูลสมุนไพรไทย โดยในตำราสมุนไพรบางแหล่งใช้เรียกกล้วยไม้ เอื้องเข็มแสด ซึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์เดิมว่า Ascocentrum miniatum (Lindl.) Schltr. ปัจจุบันชื่อที่ได้รับการยอมรับในฐานข้อมูลอนุกรมวิธานของ Kew คือ Vanda miniata (Lindl.) L.M.Gardiner และ Ascocentrum miniatum ถือเป็นชื่อพ้องของชนิดดังกล่าว

ชื่อ “เข็มเหลือง” มีความสับสนกับไม้สกุลเข็ม (Ixora) ที่มีดอกสีเหลืองอยู่บ้าง ดังนั้นบทความนี้ ยึดเข็มเหลืองในความหมายของสมุนไพรตามตำราที่ระบุ Ascocentrum miniatum หรือเอื้องเข็มแสด เพื่อป้องกันการนำข้อมูลของพืชคนละชนิดมาใช้ปะปนกัน

ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร

  • ชื่อสมุนไพร : เข็มเหลือง
  • ชื่ออื่น : เข็มแสด, เอื้องเข็มแสด, พุ่มสุวรรณ, เอื้องไข่เหลือง, เอื้องมันปู, เอื้องฮางคาง, เอื้องฮ่องคำ, เอื้องเหลืองพระฝาง, สุขสำราญ โดยชื่อท้องถิ่นอาจแตกต่างกันตามพื้นที่
  • ชื่อวิทยาศาสตร์ที่พบในตำราสมุนไพรไทย : Ascocentrum miniatum (Lindl.) Schltr.
  • ชื่อวิทยาศาสตร์ที่ยอมรับในปัจจุบัน : Vanda miniata (Lindl.) L.M.Gardiner
  • วงศ์ : Orchidaceae หรือวงศ์กล้วยไม้
  • ลักษณะวิสัย : กล้วยไม้อิงอาศัย
  • ส่วนที่ใช้ตามภูมิปัญญาสมุนไพร : ราก
  • การใช้ประโยชน์เด่น : เป็นไม้ประดับ และมีการบันทึกการใช้รากในตำราสมุนไพรไทย
  • ข้อควรทราบ : ข้อมูลด้านสรรพคุณทางยาของเข็มเหลืองมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ค่อนข้างจำกัด จึงไม่ควรตีความข้อมูลการใช้ตามตำราเป็นหลักฐานยืนยันประสิทธิผลในการรักษาโรค

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

  • ต้น : เป็นกล้วยไม้อิงอาศัยขนาดเล็ก ลำต้นเรียว เจริญเติบโตแบบฐานเดี่ยว มีรากอากาศ และมีความสูงประมาณ 10–20 เซนติเมตรตามข้อมูลพรรณไม้ไทยบางแหล่ง
  • ราก : เป็นรากอากาศ ทำหน้าที่เกาะยึดกับวัสดุหรือพืชอาศัยและดูดซับน้ำกับธาตุอาหารจากสภาพแวดล้อม
  • ใบ : ใบเดี่ยว เรียงสลับในระนาบเดียวและซ้อนกัน ใบมีลักษณะรูปขอบขนาน แผ่นใบหนาและค่อนข้างแข็ง กว้างประมาณ 1–1.5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 10–12 เซนติเมตร ใบพับเป็นร่องตามยาว และอาจมีสีม่วงปนเล็กน้อยเมื่ออยู่ในสภาพแห้งแล้ง
  • ดอก : ออกเป็นช่อตั้งตามซอกใบ ช่อมีลักษณะค่อนข้างเป็นทรงกระบอก ยาวประมาณ 12–15 เซนติเมตร มีดอกประมาณ 20–50 ดอกต่อช่อ กลีบเลี้ยงและกลีบดอกมีสีส้มหรือเหลืองอมส้ม ส่วนกลีบปากมีสีแสด ฝาปิดกลุ่มเรณูมีสีน้ำตาลเข้มเกือบดำ ดอกเมื่อบานเต็มที่กว้างประมาณ 1.5 เซนติเมตร
  • ผล : กล้วยไม้กลุ่มนี้สามารถสร้างผลแบบแห้งแตกและมีเมล็ดขนาดเล็กจำนวนมากตามลักษณะทั่วไปของกล้วยไม้

ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์

ข้อมูลการกระจายพันธุ์ของเข็มเหลืองมีความแตกต่างกันระหว่างฐานข้อมูล เนื่องจากชื่อ Ascocentrum miniatum ในอดีตถูกใช้ครอบคลุมกล้วยไม้หลายกลุ่มที่ภายหลังมีการทบทวนอนุกรมวิธานและแยกชนิดออกจากกัน

ตามฐานข้อมูล Kew ปัจจุบัน Vanda miniata มีถิ่นกำเนิดที่ระบุไว้ในชวา มลายา และสุมาตรา ขณะที่เอกสารอนุกรมวิธานระบุว่าการกระจายพันธุ์ของชนิดนี้ในอดีตเคยถูกบันทึกกว้างกว่านั้น และมีปัญหาการระบุชนิดปะปนกับ Vanda garayi และชนิดอื่นในกลุ่มเดียวกัน

สำหรับข้อมูลพรรณไม้ไทย มีการระบุชื่อ เข็มแสด/เอื้องเข็มแสด ว่าพบในประเทศไทยและมีรายงานการพบในป่าผลัดใบ ป่าดิบแล้ง และป่าเบญจพรรณ

การปลูกและการขยายพันธุ์

  • สภาพแวดล้อม : ควรปลูกในบริเวณที่มีแสงค่อนข้างมากและมีการถ่ายเทอากาศดี
  • วัสดุปลูก : เนื่องจากเป็นกล้วยไม้อิงอาศัย จึงเหมาะกับการปลูกเกาะขอนไม้ กิ่งไม้ หรือวัสดุปลูกที่ระบายน้ำได้ดี
  • น้ำ : ต้องการความชื้น แต่ไม่ควรปล่อยให้รากแฉะหรือมีน้ำขังเป็นเวลานาน
  • การขยายพันธุ์ : สามารถขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดและวิธีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ซึ่งเป็นแนวทางที่เหมาะกับการผลิตต้นพันธุ์จำนวนมากและช่วยลดการเก็บต้นจากธรรมชาติ
  • การปลูกเลี้ยง : แหล่งข้อมูลไทยระบุว่าสามารถปลูกติดขอนไม้ ปลูกในกระเช้า หรือเลี้ยงจากต้นที่ได้จากการเพาะขวดได้ และควรปรับสภาพแสงอย่างค่อยเป็นค่อยไปหลังนำต้นออกจากสภาพร่ม

ส่วนที่ใช้เป็นยา

  • ราก : เป็นส่วนที่มีการระบุไว้ในตำราสมุนไพรไทยสำหรับเข็มเหลือง โดยใช้ตามภูมิปัญญาในรูปแบบยาตำรับ ไม่ใช่ข้อมูลจากการทดลองทางคลินิกสมัยใหม่

สรรพคุณทางสมุนไพร มีการใช้ตามภูมิปัญญา

  • ราก : ตำราสมุนไพรไทยระบุว่าใช้ปรุงเป็นยา รักษาฝีกาฬจับหัวใจ ซึ่งเป็นข้อความตามองค์ความรู้การแพทย์แผนไทยดั้งเดิม
  • ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางคลินิกที่เพียงพอสำหรับยืนยันว่าเข็มเหลืองหรือสารสกัดจากรากสามารถรักษาภาวะดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิผล

หมายเหตุด้านการแพทย์: คำว่า “ฝีกาฬจับหัวใจ” เป็นศัพท์ตามแนวคิดของตำรายาไทยโบราณ ไม่ควรนำไปเทียบตรงตัวกับการวินิจฉัยโรคหัวใจในระบบการแพทย์แผนปัจจุบัน และไม่ควรใช้สมุนไพรแทนการวินิจฉัยหรือการรักษาโดยบุคลากรทางการแพทย์

วิธีใช้

  • ตามภูมิปัญญาไทย : มีการระบุการใช้ รากเข็มเหลืองเป็นส่วนประกอบในตำรับยา สำหรับสรรพคุณดังกล่าว แต่แหล่งข้อมูลที่ตรวจสอบได้ไม่ได้ให้ข้อมูลมาตรฐานเกี่ยวกับขนาดรับประทาน วิธีเตรียม และระยะเวลาการใช้ที่สามารถนำมาแนะนำแก่ประชาชนทั่วไปได้อย่างปลอดภัย
  • จึง ไม่แนะนำให้เตรียมรากเข็มเหลืองรับประทานเอง โดยเฉพาะเพื่อรักษาโรคหัวใจหรืออาการรุนแรง

ในบัญชียาจากสมุนไพร

จากการตรวจสอบข้อมูล บัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568 ของกองนโยบายแห่งชาติด้านยา ไม่พบข้อมูลที่ยืนยันว่า เข็มเหลือง (Ascocentrum miniatum / Vanda miniata) เป็นตัวยาหรือรายการยาที่บรรจุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร ดังนั้นไม่ควรกล่าวว่าเข็มเหลืองเป็นสมุนไพรในบัญชีดังกล่าว

สารสำคัญ

ยังไม่พบข้อมูลทางวิชาการที่น่าเชื่อถือเพียงพอสำหรับระบุ สารสำคัญหรือสารออกฤทธิ์มาตรฐานของรากเข็มเหลือง (Vanda miniata) ที่ใช้เป็นหลักในการพัฒนายาหรือผลิตภัณฑ์สมุนไพร

ดังนั้นไม่ควรนำข้อมูลสารสำคัญของกล้วยไม้สกุล Vanda หรือ Ascocentrum ชนิดอื่นมาอ้างว่าเป็นสารสำคัญของเข็มเหลืองโดยตรง

งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

งานวิชาการที่พบเกี่ยวข้องกับเข็มเหลืองในปัจจุบันมีความโดดเด่นในด้าน อนุกรมวิธานและการจำแนกชนิดของกล้วยไม้ มากกว่าการศึกษาสรรพคุณทางยา

  • มีการทบทวนกลุ่ม Ascocentrum และย้ายชนิด Ascocentrum miniatum มาอยู่ในสกุล Vanda เป็น Vanda miniata
  • งานศึกษาด้านวิวัฒนาการระดับโมเลกุลของกลุ่ม Aerides–Vanda แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ทางวิวัฒนาการของกล้วยไม้ในกลุ่มดังกล่าว และรวม Ascocentrum miniatum ไว้ในการวิเคราะห์
  • ยังไม่มีหลักฐานการทดลองทางคลินิกที่เพียงพอ ที่ยืนยันสรรพคุณของรากเข็มเหลืองตามตำรายาไทย

ดังนั้น หากนำข้อมูลไปใช้บนเว็บไซต์สมุนไพร ควรแยกให้ชัดเจนระหว่าง “สรรพคุณตามภูมิปัญญาไทย” กับ “สรรพคุณที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์”

การศึกษาทางเภสัชวิทยา

ปัจจุบันยังไม่พบหลักฐานทางเภสัชวิทยาที่มีคุณภาพเพียงพอและจำเพาะต่อ ราก Vanda miniata สำหรับสรุปฤทธิ์ต้านการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ ต้านเชื้อ ฤทธิ์ต่อระบบหัวใจ หรือฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาอื่นในมนุษย์

จึงควรหลีกเลี่ยงการระบุว่าเข็มเหลืองมีฤทธิ์รักษาโรคใด ๆ จากผลการศึกษาของกล้วยไม้ชนิดอื่น

ความปลอดภัย

ข้อมูลด้านความปลอดภัยของ เข็มเหลือง (Vanda miniata) ในรูปแบบสมุนไพรรับประทาน ยังมีจำกัด ไม่พบข้อมูลทางพิษวิทยาและการทดลองในมนุษย์ที่เพียงพอที่จะกำหนดขนาดรับประทานที่ปลอดภัย

  • ไม่ควรใช้รากเข็มเหลืองรับประทานเองโดยไม่มีผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์แผนไทยหรือบุคลากรทางการแพทย์กำกับ
  • ไม่ควรนำข้อมูลความปลอดภัยของกล้วยไม้ชนิดอื่นมาใช้แทนข้อมูลของเข็มเหลือง
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว ใช้ยาประจำ ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร ควรหลีกเลี่ยงการใช้เป็นยาโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

ข้อห้ามใช้

เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกที่เพียงพอ จึงไม่สามารถกำหนดข้อห้ามใช้เฉพาะของเข็มเหลืองในระดับเดียวกับยาสมุนไพรที่มีข้อมูลมาตรฐานได้ อย่างไรก็ตาม

  • ห้ามใช้เพื่อรักษาโรคหัวใจหรือภาวะฉุกเฉินแทนการรักษาทางการแพทย์
  • ไม่ควรรับประทานเองในหญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตร เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลความปลอดภัยเพียงพอ
  • ไม่ควรใช้ในเด็ก หากไม่มีคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือใช้ยาหลายชนิดควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้

ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา

ยังไม่พบข้อมูลทางคลินิกที่เพียงพอเกี่ยวกับ ปฏิกิริยาระหว่างเข็มเหลือง (Vanda miniata) กับยาแผนปัจจุบัน จึงไม่สามารถระบุคู่ยาที่มีปฏิกิริยาแน่นอนได้

เพื่อความปลอดภัย ผู้ที่รับประทานยาประจำ โดยเฉพาะยาที่มีช่วงความปลอดภัยแคบหรือยาสำหรับโรคหัวใจและหลอดเลือด ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ผลิตภัณฑ์จากเข็มเหลือง

การใช้ในอาหาร

ไม่พบข้อมูลการใช้ **เข็มเหลือง (Vanda miniata) เป็นผัก เครื่องเทศ หรืออาหารพื้นบ้านที่เป็นองค์ความรู้แพร่หลายและมีหลักฐานชัดเจน จึงไม่ควรนำส่วนต่าง ๆ ของต้นมารับประทานเป็นอาหารโดยถือว่าเป็นพืชกินได้

การใช้ในผลิตภัณฑ์

  • ไม้ประดับ : เป็นการใช้ประโยชน์ที่มีข้อมูลชัดเจนที่สุด นิยมปลูกเป็นกล้วยไม้ประดับเนื่องจากช่อดอกมีสีส้มถึงเหลืองอมส้มและมีสีสันสวยงาม
  • ผลิตภัณฑ์สมุนไพร : ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรที่มีรากเข็มเหลืองเป็นตัวยาสำคัญและได้รับการรับรองในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร

การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา

เนื่องจากรากเป็นส่วนที่มีการใช้ตามตำราสมุนไพร แต่ยังไม่มีมาตรฐานวัตถุดิบสมุนไพรเข็มเหลืองที่ชัดเจน จึงควรเน้น การอนุรักษ์ต้นพันธุ์และหลีกเลี่ยงการเก็บจากธรรมชาติ

  • หากเก็บตัวอย่างเพื่อศึกษาทางพฤกษศาสตร์ ควรเก็บและจัดทำตัวอย่างพรรณไม้โดยผู้มีความรู้
  • หากต้องใช้เป็นวัตถุดิบวิจัย ควรตรวจสอบชนิดพืชและแหล่งที่มาอย่างถูกต้อง
  • วัตถุดิบแห้งควรเก็บในภาชนะสะอาด แห้ง ปิดสนิท และป้องกันความชื้น แมลง และเชื้อรา
  • ไม่ควรนำต้นกล้วยไม้ป่ามาขุดเอารากเพื่อใช้เป็นยา เนื่องจากอาจกระทบต่อประชากรพืชในธรรมชาติ

ภูมิปัญญาท้องถิ่น

เข็มเหลืองหรือเอื้องเข็มแสดมีชื่อเรียกท้องถิ่นหลายชื่อ เช่น เอื้องมันปู เอื้องฮางคาง เอื้องฮ่องคำ และเอื้องเหลืองพระฝาง สะท้อนให้เห็นถึงการรับรู้และการเรียกชื่อกล้วยไม้ชนิดนี้ที่แตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค

ด้านการแพทย์แผนไทย มีการบันทึก การใช้รากเข็มเหลืองเป็นยารักษาฝีกาฬจับหัวใจ ในตำราสมุนไพรไทย แต่ข้อมูลดังกล่าวควรนำเสนอในฐานะภูมิปัญญาดั้งเดิม ไม่ใช่ข้อสรุปประสิทธิผลทางการแพทย์สมัยใหม่

ประวัติและวัฒนธรรม

เข็มเหลืองในความหมายของเอื้องเข็มแสดเป็นกล้วยไม้ที่มีคุณค่าด้านไม้ประดับ เนื่องจากมีช่อดอกสีส้มและเหลืองอมส้มที่โดดเด่น จึงมีการนำมาปลูกเลี้ยงและขยายพันธุ์ในวงการกล้วยไม้

ชื่อวิทยาศาสตร์ของพืชชนิดนี้มีประวัติการเปลี่ยนแปลงจาก Saccolabium miniatum เป็น Gastrochilus miniatus และต่อมาเป็น Ascocentrum miniatum ก่อนที่จะได้รับการยอมรับเป็น Vanda miniata ในระบบอนุกรมวิธานปัจจุบัน

สถานะการอนุรักษ์

Vanda miniata อยู่ในวงศ์ Orchidaceae และเป็นกล้วยไม้ที่อยู่ภายใต้การควบคุมการค้าระหว่างประเทศตามอนุสัญญา CITES Appendix II โดยรายชื่อ CITES ได้ปรับชื่อจาก Ascocentrum miniatum มาเป็น Vanda miniata ตามการจัดจำแนกทางอนุกรมวิธานปัจจุบัน

ฐานข้อมูล Kew ระบุการประเมินความเสี่ยงเบื้องต้นของ Vanda miniata ว่า not threatened แต่ไม่ได้หมายความว่าสามารถเก็บจากธรรมชาติหรือค้าขายได้โดยไม่มีข้อกำหนด เพราะกล้วยไม้ในสกุล Vanda อยู่ภายใต้กฎระเบียบด้านการค้าระหว่างประเทศ

ข้อมูลอนุกรมวิธาน

  • อาณาจักร (Kingdom) : Plantae
  • ไฟลัม (Phylum) : Tracheophyta
  • ชั้น (Class) : Liliopsida
  • อันดับ (Order) : Asparagales
  • วงศ์ (Family) : Orchidaceae
  • สกุล (Genus) : Vanda
  • ชนิด (Species) : Vanda miniata
  • ชื่อวิทยาศาสตร์เต็ม : Vanda miniata (Lindl.) L.M.Gardiner
  • ชื่อพ้องสำคัญ : Ascocentrum miniatum (Lindl.) Schltr., Gastrochilus miniatus (Lindl.) Kuntze และ Saccolabium miniatum Lindl.

หมายเหตุด้านอนุกรมวิธาน : Ascocentrum miniatum ซึ่งเป็นชื่อที่พบมากในเอกสารไทยเก่า ปัจจุบัน Kew จัดเป็นชื่อพ้องของ Vanda miniata ดังนั้นในการทำฐานข้อมูลเว็บไซต์ควรใส่ทั้งชื่อปัจจุบันและชื่อพ้อง เพื่อช่วยให้ผู้ค้นหาข้อมูลด้วยชื่อเดิมสามารถพบข้อมูลได้

การตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพร

การตรวจสอบเข็มเหลืองควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากชื่อสามัญ “เข็มเหลือง” สามารถถูกใช้กับพืชคนละกลุ่มได้

  • ตรวจสอบชื่อวิทยาศาสตร์ : ควรตรวจสอบให้ตรงกับ Vanda miniata (Lindl.) L.M.Gardiner หากหมายถึงเข็มเหลืองตามตำราสมุนไพรที่ใช้ชื่อเดิม Ascocentrum miniatum
  • ตรวจสอบลักษณะต้น : เป็นกล้วยไม้อิงอาศัยขนาดเล็ก ลำต้นเรียว และมีรากอากาศ
  • ตรวจสอบใบ : ใบหนา แข็ง รูปขอบขนาน เรียงซ้อนกันในระนาบเดียว
  • ตรวจสอบดอก : ช่อดอกตั้ง ดอกจำนวนมาก กลีบมีสีส้มถึงเหลืองอมส้ม และกลีบปากมีสีแสด
  • ตรวจสอบตัวอย่างพรรณไม้ : หากเป็นวัตถุดิบยา ควรเปรียบเทียบกับตัวอย่างอ้างอิงในพิพิธภัณฑ์พืชหรือหอพรรณไม้
  • การตรวจสอบทางพันธุศาสตร์ : สามารถใช้ DNA barcoding หรือข้อมูลลำดับ DNA เป็นเครื่องมือช่วยยืนยันชนิดเมื่อจำแนกด้วยลักษณะภายนอกได้ยาก
  • ข้อควรระวัง : ไม่ควรใช้ชื่อ “เข็มเหลือง” เพียงอย่างเดียวในการจัดซื้อหรือใช้เป็นวัตถุดิบสมุนไพร เพราะอาจปะปนกับพืชสกุล Ixora ที่มีชื่อสามัญใกล้เคียงกัน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร. (2563). เอื้องเข็มแสด.
  2. กองนโยบายแห่งชาติด้านยา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. (2568). ประกาศบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568.
  3. กรมวิชาการเกษตร. (2567). รายงานโครงการวิจัย: การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ทรัพยากรพันธุกรรมกล้วยไม้.
  4. Gardiner, L. M. (2012). New combinations in the genus Vanda (Orchidaceae). Phytotaxa, 61, 47–54.
  5. Royal Botanic Gardens, Kew. (2026). Vanda miniata (Lindl.) L.M.Gardiner. Plants of the World Online.
  6. Convention on International Trade in Endangered Species of Wild Fauna and Flora. (2024). CITES nomenclatural changes in the genus Vanda.
  7. Chen, S.-C., et al. (2013). A new molecular phylogeny and a new genus, Pendulorchis, of the Aerides–Vanda alliance (Orchidaceae: Epidendroideae). PLoS ONE.
Scroll to top