แคฝอย
แคฝอย เป็นไม้ต้นในวงศ์แคหางค่าง (Bignoniaceae) ที่พบในป่าธรรมชาติของประเทศไทย โดยในฐานข้อมูลสมุนไพรไทยใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ Stereospermum tetragonum DC. และมีชื่อท้องถิ่น เช่น แคหิน แคหันแห้ แคนา แคทราย แคสัก แคเขา และแคขาว อย่างไรก็ตาม คำว่า “แคฝอย” เป็นชื่อพื้นเมืองที่อาจใช้เรียกพืชหลายชนิดในสกุล Stereospermum จึงควรตรวจสอบเอกลักษณ์ทางพฤกษศาสตร์ก่อนนำมาใช้เป็นวัตถุดิบสมุนไพร
ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร
- ชื่อสมุนไพร: แคฝอย
- ชื่ออื่น: แคหิน, แคหันแห้, แคนา, แคทราย, แคสัก, แคเขา, แคขาว
- ชื่อวิทยาศาสตร์: Stereospermum tetragonum DC.
- ชื่อที่พบในอนุกรมวิธานสากล: Stereospermum colais (Buch.-Ham. ex Dillwyn) Mabb. โดย Stereospermum tetragonum DC. เป็นชื่อพ้องที่สำคัญ ทั้งนี้ e-Flora of Thailand ระบุ S. tetragonum เป็นชื่อที่ใช้ใน Flora of Thailand ขณะที่ Kew Plants of the World Online ปัจจุบันยอมรับ S. colais เป็นชื่อที่ยอมรับ
- วงศ์: Bignoniaceae หรือวงศ์แคหางค่าง
- ประเภทพืช: ไม้ต้นผลัดใบ
- การใช้ประโยชน์: เป็นพืชสมุนไพรตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน และเป็นไม้ป่า/ไม้เนื้อแข็งที่มีประโยชน์ด้านเนื้อไม้
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
- ต้น: เป็นไม้ต้นผลัดใบ สูงประมาณ 10–25 เมตร ลำต้นค่อนข้างตรง แตกกิ่งก้าน เปลือกสีน้ำตาลและอาจแตกเป็นสะเก็ดเล็ก ๆ
- ใบ: เป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ เรียงสลับ ใบประกอบยาวประมาณ 25–45 เซนติเมตร มีใบย่อยประมาณ 3–6 คู่ ใบย่อยรูปรีหรือรูปรีแกมขอบขนาน ขนาดประมาณ 6–13 × 3–6 เซนติเมตร ด้านล่างของใบมีจุดหรือต่อมสีคล้ำกระจายอยู่
- ดอก: ออกเป็นช่อบริเวณปลายกิ่ง ดอกมีกลิ่นหอม สีเหลืองนวลหรือครีม มีสีม่วงแดงหรือสีน้ำตาลบริเวณกลีบเลี้ยง ดอกมีลักษณะเป็นหลอดและปลายแยกเป็นกลีบ ดอกทยอยบานในช่วงกลางคืนถึงเช้า
- ผล: เป็นฝักหรือแคปซูลยาว ทรงกระบอก โค้งหรือบิด มีสันตามยาว 4 สัน เมื่อแก่และแห้งสามารถแตกออกได้ ฝักมีความยาวประมาณ 9–55 เซนติเมตร
- เมล็ด: มีจำนวนมากภายในฝัก เป็นเมล็ดมีปีก ช่วยให้กระจายพันธุ์ด้วยลม
ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์
- ถิ่นกำเนิด: มีถิ่นกระจายพันธุ์กว้างในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- การกระจายพันธุ์: พบตั้งแต่ศรีลังกา อินเดีย เนปาล บังกลาเทศ เมียนมา จีนตอนใต้ ลาว กัมพูชา เวียดนาม ไทย ไปจนถึงบางส่วนของมาเลเซียและสุมาตรา
- ในประเทศไทย: พบในหลายพื้นที่ เช่น แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำปาง แพร่ ตาก อุตรดิตถ์ นครสวรรค์ ชัยภูมิ จันทบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี สระบุรี และจังหวัดทางภาคใต้บางแห่ง
- ถิ่นอาศัย: พบได้ในป่าเบญจพรรณ ป่าโปร่ง ทุ่งหญ้าสะวันนา และบริเวณใกล้ลำธาร รวมถึงพื้นที่ป่าเต็งรังและป่าโอ๊กในระดับความสูงได้ถึงประมาณ 1,400 เมตร
การปลูกและการขยายพันธุ์
- การขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด: เป็นวิธีหลักที่ใช้ในการขยายพันธุ์ โดยเก็บฝักแก่จากต้นแม่ นำไปผึ่งในที่ร่ม แล้วแยกเมล็ดออกจากฝัก
- เมล็ด: ควรเพาะหลังเก็บเกี่ยวไม่นาน เนื่องจากความมีชีวิตของเมล็ดลดลงเมื่อเก็บรักษาเป็นเวลานาน
- การเพาะกล้า: เมล็ดสามารถเพาะในวัสดุเพาะที่ระบายน้ำได้ดี และควรรักษาความชื้นให้เหมาะสม
- การปักชำ: มีรายงานว่าสามารถขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศด้วยกิ่งหรือท่อนพันธุ์ได้เช่นกัน
- การปลูก: เหมาะกับพื้นที่ที่มีสภาพอากาศร้อนถึงร้อนชื้น ดินระบายน้ำดี และมีความชื้นเพียงพอในระยะเริ่มต้นของการเจริญเติบโต
ส่วนที่ใช้เป็นยา
- ใบ
- เปลือกต้น
- เนื้อไม้
- ราก มีรายงานการใช้ในตำรายาและงานวิจัยของอินเดีย แต่ข้อมูลการใช้รากแตกต่างจากการใช้ตามภูมิปัญญาไทย จึงควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูลทุกครั้ง
สรรพคุณทางสมุนไพร มีการใช้ตามภูมิปัญญา
- ใบแห้ง: ตามข้อมูลภูมิปัญญาสมุนไพรไทย ใช้สำหรับรักษาหรือดูแลบาดแผล
- เปลือกต้น: ใช้ทาหรือล้างบริเวณแผลเปื่อยและแผลพุพอง
- เปลือกต้นและใบ: มีรายงานภูมิปัญญาการนำมาใช้ร่วมกันสำหรับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น ซิฟิลิสและหนองใน แต่ข้อมูลดังกล่าวเป็น การใช้ตามภูมิปัญญา ไม่ใช่หลักฐานว่ารักษาโรคได้ และไม่ควรนำมาใช้แทนการรักษามาตรฐาน
- เนื้อไม้: ตามตำราเภสัชกรรมไทยมีการระบุรสฝาดเฝื่อนหวาน และใช้ตามภูมิปัญญาในกลุ่มอาการ เช่น ท้องบวม ขับพยาธิ และอาการตกเลือด
- ราก: ในระบบการแพทย์ดั้งเดิมของอินเดียมีรายงานการใช้สำหรับไข้ ไอ อาการทางเดินอาหาร และอาการอื่น ๆ หลายประการ แต่ยังไม่ควรสรุปเป็นข้อบ่งใช้ทางการแพทย์สำหรับมนุษย์
วิธีใช้
- ใช้ภายนอก: ใบแห้งหรือเปลือกต้นมีรายงานการนำมาใช้กับบาดแผลและแผลพุพองตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน
- ใช้เป็นยาต้ม/ยาสมุนไพร: มีการใช้ส่วนต่าง ๆ ของพืชในระบบการแพทย์ดั้งเดิมของอินเดีย แต่ยังไม่มีขนาดรับประทานมาตรฐานที่ยืนยันด้านประสิทธิผลและความปลอดภัยสำหรับประชากรไทย
- ข้อควรระวัง: ไม่ควรกำหนดขนาดรับประทานจากข้อมูลสัตว์ทดลองหรือสูตรพื้นบ้านมาใช้กับคนโดยตรง
ในบัญชียาจากสมุนไพร
- จากการตรวจสอบฐานข้อมูล บัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และข้อมูลรายการที่เผยแพร่ล่าสุด ไม่พบชื่อ แคฝอย (Stereospermum tetragonum) เป็นรายการยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพรที่ตรวจสอบได้
- บัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพรมีการปรับปรุงเป็นระยะ โดยมีประกาศฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568 ดังนั้นควรตรวจสอบประกาศฉบับล่าสุดก่อนนำข้อมูลไปเผยแพร่ในเชิงกฎหมายหรือการรักษา
สารสำคัญ
- Iridoid glycoside: มีการแยกสารกลุ่ม iridoid glycoside จากส่วนรากในงานวิจัยด้านฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด
- Naphthoquinone derivative: พบสารอนุพันธ์แนฟโทควิโนนชนิดหนึ่ง คือ 5,8-dihydro-7-isopentyl-2,3,5,8-tetramethoxynaphthalene-1,4,6-triol
- Coumarin: งานวิจัยระยะแรกมีรายงานการวิเคราะห์เบื้องต้นว่าอาจมีสารกลุ่ม coumarin ขณะที่การศึกษาในเวลาต่อมาสามารถแยกและจำแนกสารออกฤทธิ์ได้ละเอียดขึ้น
- Specioside: ฐานข้อมูล IMPPAT ระบุการพบสาร specioside ในเปลือกของพืชชนิดนี้
งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
- มีงานวิจัยในสัตว์ทดลองที่ศึกษาสารสกัดจากราก Stereospermum tetragonum ต่อระดับน้ำตาลในเลือด
- การศึกษาในหนูที่ทำให้เกิดเบาหวานด้วย alloxan พบว่าส่วนสกัดจากรากมีฤทธิ์ลดภาวะน้ำตาลในเลือดสูง และมีการศึกษาความเป็นพิษระยะสั้นและกึ่งเรื้อร้อนร่วมด้วย
- งานวิจัยต่อมาในหนูเบาหวานชนิดที่ 2 ที่เหนี่ยวนำด้วย streptozotocin พบฤทธิ์ลดน้ำตาลของส่วนสกัดที่ออกฤทธิ์ และสามารถแยกสารสำคัญ 2 ชนิด ได้แก่ iridoid glycoside และอนุพันธ์ naphthoquinone
- ผลดังกล่าวเป็น หลักฐานระดับห้องปฏิบัติการและสัตว์ทดลอง ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันประสิทธิผลในการรักษาโรคเบาหวานในมนุษย์
การศึกษาทางเภสัชวิทยา
- ฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด: ส่วนสกัดจากรากแสดงฤทธิ์ลดภาวะน้ำตาลในเลือดสูงในหนูทดลอง
- การดูดซึมกลูโคส: งานวิจัยเสนอว่าส่วนสกัดอาจเกี่ยวข้องกับการลดการดูดซึมกลูโคสจากทางเดินอาหาร และเพิ่มการนำกลูโคสไปใช้ในเนื้อเยื่อบางชนิด
- การหลั่งอินซูลิน: งานวิจัยพบว่าส่วนสกัดที่ออกฤทธิ์ไม่ได้เพิ่มการหลั่งอินซูลินจากเกาะเซลล์ตับอ่อนอย่างมีนัยสำคัญ จึงอาจมีกลไกอื่นที่เกี่ยวข้องกับการลดน้ำตาลในเลือด
- ฤทธิ์ต้านพิษงู: มีการศึกษาเบื้องต้นทั้งในหลอดทดลองและสัตว์ทดลองเกี่ยวกับความสามารถในการลดผลของพิษงู Russell’s viper แต่ยังไม่ใช่หลักฐานสำหรับใช้รักษาผู้ถูกงูกัด และการรักษาหลักยังคงเป็นการได้รับเซรุ่มต้านพิษตามมาตรฐาน
ความปลอดภัย
- งานวิจัยในสัตว์ทดลองรายงานว่าส่วนสกัดที่ออกฤทธิ์ไม่ทำให้สัตว์ทดลองเสียชีวิตหรือเกิดความผิดปกติเด่นชัดในการศึกษาความเป็นพิษเฉียบพลันในขนาดทดลองสูงถึง 2,000 มก./กก. และการให้ซ้ำ 28 วันในขนาด 100–400 มก./กก. ไม่พบความผิดปกติสำคัญของค่าทางโลหิตวิทยาและชีวเคมีส่วนใหญ่
- อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวเป็นผลจากสัตว์ทดลอง ไม่สามารถใช้ยืนยันความปลอดภัยในมนุษย์ได้
- ยังมีข้อมูลจำกัดเกี่ยวกับความปลอดภัยของแคฝอยในหญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
ข้อห้ามใช้
- ยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกเพียงพอที่จะกำหนดข้อห้ามใช้เฉพาะของ แคฝอย (Stereospermum tetragonum) ในมนุษย์อย่างเป็นมาตรฐาน
- ผู้ตั้งครรภ์และให้นมบุตร: ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานในรูปสารสกัดหรือยา เนื่องจากข้อมูลความปลอดภัยยังไม่เพียงพอ
- ผู้ป่วยเบาหวาน: ไม่ควรใช้สารสกัดแคฝอยแทนยาลดน้ำตาลที่แพทย์สั่ง แม้งานทดลองในสัตว์จะแสดงฤทธิ์ลดน้ำตาล
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือรับประทานยาหลายชนิด: ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา
- ยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกที่น่าเชื่อถือเพียงพอเกี่ยวกับปฏิกิริยาระหว่าง แคฝอยกับยาในมนุษย์
- เนื่องจากมีข้อมูลสัตว์ทดลองเกี่ยวกับฤทธิ์ลดน้ำตาล จึงมีเหตุผลทางทฤษฎีที่ควรระวังการใช้ร่วมกับ ยาลดระดับน้ำตาลในเลือด เพราะอาจเสริมฤทธิ์กันได้ แต่ยังไม่มีหลักฐานทางคลินิกยืนยัน
- ผู้ที่ใช้ยาประจำ โดยเฉพาะยารักษาเบาหวาน ยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือยาที่มีช่วงความปลอดภัยแคบ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้ผลิตภัณฑ์แคฝอยเข้มข้น
การใช้ในผลิตภัณฑ์
- ผลิตภัณฑ์สมุนไพร: ส่วนใบ เปลือก และเนื้อไม้มีประวัติการใช้เป็นวัตถุดิบสมุนไพรตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน
- ผลิตภัณฑ์จากเนื้อไม้: ไม้มีลักษณะค่อนข้างแข็งและมีรายงานการใช้ประโยชน์เป็นไม้สำหรับงานต่าง ๆ
- ไม้ประดับและไม้ให้ร่มเงา: สามารถนำไปปลูกเป็นไม้ต้นในพื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมเหมาะสม
การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา
- ใบ: ควรเก็บจากต้นที่สมบูรณ์และไม่ปนเปื้อน แล้วทำความสะอาดและทำให้แห้งอย่างเหมาะสม
- เปลือกและเนื้อไม้: ควรเก็บจากต้นที่ระบุชนิดได้ถูกต้อง และหลีกเลี่ยงการลอกเปลือกรอบลำต้น เพราะอาจทำให้ต้นไม้ตาย
- เมล็ด: ควรใช้เมล็ดสดหรือเมล็ดที่เก็บรักษาในช่วงเวลาสั้น เนื่องจากความมีชีวิตของเมล็ดลดลงเมื่อเก็บไว้นาน
- การเก็บวัตถุดิบแห้ง: ควรเก็บในภาชนะสะอาด แห้ง ป้องกันความชื้น แสงแดด แมลง และเชื้อรา
ภูมิปัญญาท้องถิ่น
- แคฝอยมีชื่อพื้นเมืองแตกต่างกันตามภูมิภาค โดยชื่อที่พบ ได้แก่ แคหิน แคหันแห้ แคทราย แคเขา และแคขาว
- ในภูมิปัญญาเภสัชกรรมไทย มีการกล่าวถึง เนื้อไม้และเปลือกต้น ในกลุ่มยาที่มีรสฝาดเฝื่อนหวาน และใช้ตามตำรับพื้นบ้านเกี่ยวกับอาการทางเดินอาหาร การขับพยาธิ และการตกเลือด
- ควรระวังการใช้ชื่อ “แคฝอย” ในตำรายาพื้นบ้าน เนื่องจากชื่อเดียวกันอาจหมายถึงพืชหลายชนิดในสกุล Stereospermum
ประวัติและวัฒนธรรม
- ชื่อ แคฝอย ปรากฏในวรรณกรรมและคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาไทย โดยมีการกล่าวถึงต้นแคฝอยในพระไตรปิฎกหลายแห่ง
- ในพุทธประวัติของพระวิปัสสีพุทธเจ้า มีการกล่าวถึง ต้นปาตลีหรือแคฝอย ว่าเป็นต้นไม้ที่พระวิปัสสีพุทธเจ้าตรัสรู้
- พระไตรปิฎกยังมีเรื่องราวเกี่ยวกับการบูชาต้นแคฝอยและดอกแคฝอย สะท้อนให้เห็นว่าชื่อและภาพแทนของต้นไม้ชนิดนี้มีความเกี่ยวข้องกับวรรณกรรมและคติทางพระพุทธศาสนามาเป็นเวลานาน
- หมายเหตุด้านพฤกษศาสตร์: ชื่อ “แคฝอย” ในเอกสารโบราณไม่ควรถูกนำมาเทียบกับ Stereospermum tetragonum โดยอัตโนมัติ เพราะชื่อพื้นเมืองอาจครอบคลุมพืชหลายชนิด
สถานะการอนุรักษ์
- ฐานข้อมูล Kew Plants of the World Online ซึ่งยอมรับชื่อ Stereospermum colais ระบุการประเมินความเสี่ยงจาก Angiosperm Extinction Risk Predictions ว่า not threatened หรือยังไม่ถูกคาดการณ์ว่าอยู่ในกลุ่มถูกคุกคาม โดยมีระดับความเชื่อมั่นสูง
- อย่างไรก็ตาม สถานะดังกล่าวไม่ควรตีความว่าทรัพยากรในประเทศไทยไม่มีความเสี่ยง เพราะการทำลายถิ่นอาศัยและการเก็บส่วนรากหรือเปลือกจากต้นธรรมชาติอาจกระทบต่อประชากรท้องถิ่น
- การเก็บวัตถุดิบสมุนไพรควรเน้น การปลูกทดแทน การเก็บเกี่ยวอย่างยั่งยืน และการรักษาต้นแม่พันธุ์
ข้อมูลอนุกรมวิธาน
- อาณาจักร: Plantae
- หมวด: Tracheophyta
- ชั้น: Equisetopsida
- กลุ่ม: Angiosperms
- อันดับ: Lamiales
- วงศ์: Bignoniaceae
- สกุล: Stereospermum Cham.
- ชนิด: Stereospermum tetragonum DC.
- ชื่อที่ยอมรับในฐานข้อมูล Kew: Stereospermum colais (Buch.-Ham. ex Dillwyn) Mabb.
- ชื่อพ้องสำคัญ: Bignonia colais, Bignonia caudata, Bignonia tetragona, Dipterosperma personatum, Stereospermum personatum และ Stereospermum tetragonum DC.
หมายเหตุเรื่องชื่อวิทยาศาสตร์: สำหรับเว็บไซต์สมุนไพรไทย สามารถใช้ Stereospermum tetragonum DC. เป็นชื่อหลักเพื่อให้สอดคล้องกับ Flora of Thailand และฐานข้อมูลไทย พร้อมระบุ Stereospermum colais (Buch.-Ham. ex Dillwyn) Mabb. เป็นชื่อที่ยอมรับในฐานข้อมูลอนุกรมวิธานสากลบางระบบ เพื่อช่วยให้ผู้ค้นหาข้อมูลทั้งสองระบบพบข้อมูลตรงกัน
การตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพร
- ตรวจสอบชื่อวิทยาศาสตร์: ควรตรวจสอบให้ตรงกับ Stereospermum tetragonum DC. หรือชื่อพ้อง Stereospermum colais ตามระบบฐานข้อมูลที่ใช้อ้างอิง
- ลักษณะเด่น: ไม้ต้นผลัดใบสูงประมาณ 10–25 เมตร ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ใบย่อย 3–6 คู่ และฝักยาว มีสัน 4 สัน เป็นลักษณะที่ช่วยแยกชนิด
- การตรวจสอบตัวอย่างแห้ง: ควรพิจารณารูปร่างใบ ใบย่อย ก้านใบ เปลือก และเนื้อไม้ร่วมกัน
- การตรวจสอบทางเภสัชเวท: หากเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตยา ควรใช้ตัวอย่างอ้างอิงจาก herbarium และตรวจสอบทางกายภาพ จุลทรรศน์ และสารเคมีตามมาตรฐานที่เหมาะสม
- ข้อสำคัญ: ชื่อพื้นเมือง “แคฝอย” ใช้กับพืชหลายชนิด จึงไม่ควรระบุชนิดจากชื่อพื้นเมืองเพียงอย่างเดียว
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. (ม.ป.ป.). e-Flora of Thailand: Bignoniaceae, Stereospermum. สำนักหอพรรณไม้.
- กองนโยบายแห่งชาติด้านยา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. (2568). บัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568. กระทรวงสาธารณสุข.
- กองผลิตภัณฑ์สมุนไพร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. (2566). บัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร พ.ศ. 2566. กระทรวงสาธารณสุข.
- สุขอึ่ง, ก., วงศ์ชัย, พ., และ ลาเกอร์ต, จ. (2562). การศึกษาพืชสมุนไพรในป่าพรุพื้นที่ชุ่มน้ำของอุทยานแห่งชาติภูซาง จังหวัดพะเยา. วารสารหน่วยวิจัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้, 10(2).
- สมุนไพรดอทคอม. (ม.ป.ป.). แคฝอย. ฐานข้อมูลสมุนไพรไทย.
- Kingsley, R. B., Nair, S. A., John, J. A., Mishra, M., Brindha, P., & Subramoniam, A. (2012). Effect of Stereospermum tetragonum DC. in alloxan induced diabetic rats. Journal of Pharmacology and Pharmacotherapeutics, 3(2), 191–193. https://doi.org/10.4103/0976-500X.95530
- Kingsley, R. B., Mishra, M., Brindha, P., & Subramoniam, A. (2013). Anti-diabetic activity of active fractions of Stereospermum tetragonum DC and isolation of active principles. Journal of Young Pharmacists, 5(1), 7–12. https://doi.org/10.1016/j.jyp.2012.09.002
- Kingsley, R. B., Brindha, P., & Subramoniam, A. (2015). Pharmacological action of the active fraction—Stereospermum tetragonum DC. International Journal of Pharmacy and Pharmaceutical Sciences, 7(10/11), 312–315.
- Kew Science. (2026). Stereospermum colais (Buch.-Ham. ex Dillwyn) Mabb. Plants of the World Online.
- Santisuk, T. (1987). Bignoniaceae. In Flora of Thailand (Vol. 5, Part 1, pp. 32–66). The Forest Herbarium, Royal Forest Department.
- Sasmitamihardja, D. (1998). Stereospermum colais (Buch.-Ham. ex Dillw.) Mabb. In M. S. M. Sosef, L. T. Hong, & S. Prawirohatmodjo (Eds.), Plant Resources of South-East Asia No. 5(3): Timber trees; Lesser-known timbers. PROSEA Foundation.
