กำลังช้างสาร
กำลังช้างสาร เป็นสมุนไพรพื้นบ้านของไทยที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ปัจจุบันว่า Thailentadopsis tenuis (Craib) Kosterm. เดิมมีชื่อวิทยาศาสตร์ที่ใช้กันในเอกสารสมุนไพรว่า Pithecellobium tenue Craib เป็นไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็กในวงศ์ Fabaceae มีหนามตามลำต้นและกิ่ง พบตามธรรมชาติค่อนข้างจำกัดในประเทศไทย โดยภูมิปัญญาไทยนำ เนื้อไม้กำลังช้างสาร มาใช้เป็นยา โดยเฉพาะตำรับที่เกี่ยวข้องกับ แก้ไข้ แก้ร้อนใน และบรรเทาอาการปวดเมื่อยเส้นเอ็น
หมายเหตุด้านชื่อพืช: ชื่อ “กำลังช้างสาร” มีการใช้เรียกพืชหลายชนิดในเอกสารท้องถิ่น จึงควรตรวจสอบชื่อวิทยาศาสตร์และลักษณะทางพฤกษศาสตร์ก่อนนำมาใช้เป็นยา บทความนี้กล่าวถึง กำลังช้างสารที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ Thailentadopsis tenuis (Craib) Kosterm. ซึ่งมีชื่อพ้อง Pithecellobium tenue Craib
ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร
- ชื่อสมุนไพร: กำลังช้างสาร
- ชื่อท้องถิ่น: ฮ่อสะพายควาย พบเรียกในจังหวัดกาญจนบุรี
- ชื่อวิทยาศาสตร์ที่ยอมรับในปัจจุบัน: Thailentadopsis tenuis (Craib) Kosterm.
- ชื่อวิทยาศาสตร์เดิมที่พบในเอกสารสมุนไพร: Pithecellobium tenue Craib
- ชื่อพ้อง: Acacia tenue (Craib) Kosterm., Acacia tenuis (Craib) Kosterm., Pithecellobium tenue Craib
- วงศ์: Fabaceae
- ลักษณะการดำรงชีวิต: ไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก เป็นพืชยืนต้น
- ถิ่นกำเนิด: เป็นพืชถิ่นเดียวของประเทศไทย (endemic)
- ส่วนที่ใช้ตามภูมิปัญญา: เนื้อไม้เป็นส่วนที่มีข้อมูลการใช้ทางยาเด่นที่สุด
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
- ต้น: เป็นไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก สูงได้ประมาณ 5 เมตร ลำต้นและกิ่งมีหนาม กิ่งมีลักษณะเป็นเหลี่ยม
- หูใบ: เปลี่ยนรูปเป็นหนามแข็ง มีความยาวประมาณ 0.5–2 เซนติเมตร
- ใบ: เป็นใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงสลับ แกนกลางใบประกอบมีครีบเป็นปีก
- ใบย่อย: มีประมาณ 1–3 คู่ รูปรีหรือรูปไข่กลับ ลักษณะค่อนข้างเบี้ยว ปลายใบแหลม และไม่มีก้านใบย่อย
- ดอก: ออกเป็นช่อแตกแขนงบริเวณปลายกิ่งและซอกใบ ดอกมีสีขาวหรือขาวนวล และมีเกสรตัวผู้จำนวนมาก
- ผล: เป็นฝักแห้ง ลักษณะแบน ตรงถึงโค้งเล็กน้อย มีรอยคอดบริเวณเมล็ด เมล็ดมีลักษณะแบนและรูปรี
- เมล็ด: รูปรี แบน ยาวประมาณ 1.3 เซนติเมตร และเว้าบริเวณปลายทั้งสองด้าน
ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์
- ถิ่นกำเนิด: เป็นพืชถิ่นเดียวของประเทศไทย ไม่ได้มีถิ่นกำเนิดตามธรรมชาติกระจายกว้างในประเทศอื่น
- พื้นที่พบในประเทศไทย: มีรายงานพบในภาคเหนือและภาคตะวันตกเฉียงใต้ ได้แก่ จังหวัดตาก นครสวรรค์ และกาญจนบุรี
- สภาพแวดล้อม: พบตามป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง และบริเวณเขาหินปูน โดยพบได้ที่ระดับความสูงประมาณ 200–900 เมตรจากระดับน้ำทะเล
- ลักษณะการกระจายพันธุ์: มีการกระจายตัวค่อนข้างห่างกันและมีพื้นที่ธรรมชาติจำกัด จึงเป็นพืชที่ควรให้ความสำคัญด้านการอนุรักษ์
การปลูกและการขยายพันธุ์
ข้อมูลเฉพาะด้านการเพาะปลูกเชิงเกษตรของ Thailentadopsis tenuis ยังมีไม่มากเมื่อเทียบกับสมุนไพรเศรษฐกิจทั่วไป จึงควรหลีกเลี่ยงการนำข้อมูลการปลูกของพืชที่มีชื่อท้องถิ่นเหมือนกันมาใช้ปะปนกัน
- การขยายพันธุ์: เนื่องจากเป็นพืชที่มีผลและเมล็ด จึงสามารถศึกษาการขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดได้ แต่ควรใช้เมล็ดจากต้นที่ตรวจสอบชนิดพันธุ์แล้ว
- การปลูกอนุรักษ์: ควรส่งเสริมการปลูกในแหล่งรวบรวมพันธุกรรม สวนสมุนไพร หรือแปลงอนุรักษ์ มากกว่าการเก็บจากธรรมชาติ เนื่องจากชนิดนี้มีสถานภาพถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Vulnerable (VU) ในข้อมูลพืชถูกคุกคามของประเทศไทย
ส่วนที่ใช้เป็นยา
- เนื้อไม้: เป็นส่วนที่มีข้อมูลการใช้เป็นยาชัดเจนที่สุด โดยใช้ในภูมิปัญญาไทยสำหรับ แก้ไข้ แก้ร้อนใน และแก้ปวดเมื่อยเส้นเอ็น
- ลำต้น: มีรายงานการนำลำต้นไปต้มเป็นยาสมุนไพรพื้นบ้านสำหรับอาการปวดหลังและปวดเอว
สรรพคุณทางสมุนไพร มีการใช้ตามภูมิปัญญา
- เนื้อไม้: ตามตำรายาพื้นบ้านมีรสสุขุม ใช้ แก้ไข้ แก้ร้อนใน และแก้ปวดเมื่อยเส้นเอ็น
- ลำต้น: มีข้อมูลการต้มกับน้ำซาวข้าวแล้วดื่มเป็นยาพื้นบ้านเพื่อ แก้ไข้และแก้ร้อนใน
- ตำรับยาแก้ปวดเส้น: มีการใช้กำลังช้างสารเป็นส่วนประกอบร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นในตำรับพื้นบ้านสำหรับอาการ ปวดเส้น ปวดเอว และอาการเกี่ยวกับเส้นเอ็น
- ตำรับยาบำรุงร่างกาย: กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกมีข้อมูลตำรับยาบำรุงร่างกายที่ใช้กำลังช้างสารร่วมกับสมุนไพรอื่น โดยมีแนวคิดด้านการ บำรุงกำลัง บำรุงร่างกาย บำรุงโลหิต และบำรุงเส้นเอ็นกล้ามเนื้อ
ข้อสำคัญ: สรรพคุณข้างต้นเป็นข้อมูลจากภูมิปัญญาและตำรับยาแผนไทย ไม่ควรตีความว่าเป็นข้อบ่งใช้ที่ได้รับการยืนยันจากการทดลองทางคลินิกในมนุษย์
วิธีใช้
- การต้มดื่ม: ภูมิปัญญาพื้นบ้านมีการนำลำต้นหรือเนื้อไม้ไปต้มกับน้ำ โดยบางข้อมูลระบุการต้มกับน้ำซาวข้าวแล้วนำมาดื่มเพื่อใช้ในกรณี ไข้และร้อนใน
- การใช้ในตำรับยา: เนื้อไม้กำลังช้างสารสามารถใช้เป็นส่วนประกอบของตำรับยาแผนไทยร่วมกับสมุนไพรอื่น โดยเฉพาะตำรับที่เกี่ยวข้องกับ อาการปวดเมื่อยและเส้นเอ็น
- การใช้จริง: ไม่ควรกำหนดขนาดรับประทานจากข้อมูลพื้นบ้านเพียงอย่างเดียว เนื่องจากยังขาดข้อมูลทางคลินิกเกี่ยวกับขนาดยาที่เหมาะสม ความปลอดภัย และสารออกฤทธิ์ที่เป็นมาตรฐาน
ในบัญชียาจากสมุนไพร
- พบชื่อ กำลังช้างสาร (เนื้อไม้) อยู่ในรายการ ตัวยาช่วย ของตำรับ ยากษัยเส้นหรือยาบรรเทาอาการปวดเมื่อย ตามประกาศเกี่ยวกับยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ โดยไม่ได้หมายความว่ากำลังช้างสารเป็นยาเดี่ยวสำหรับรักษาอาการดังกล่าว
- กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกยังมีข้อมูลตำรับ ยาบำรุงร่างกาย ที่มีกำลังช้างสารเป็นหนึ่งในตัวยา เช่น สูตรที่ใช้ร่วมกับกำลังวัวเถลิง เถาวัลย์เหล็ก เถาวัลย์เอ็นอ่อน และสมุนไพรอื่น ๆ
- ดังนั้น ในฐานข้อมูลเว็บไซต์ควรระบุอย่างชัดเจนว่า “มีการใช้เป็นตัวยา/ตัวยาช่วยในตำรับยาแผนไทย” มากกว่าการระบุว่าเป็นยาสมุนไพรเดี่ยวที่มีข้อบ่งใช้เฉพาะ
สารสำคัญ
สำหรับ Thailentadopsis tenuis โดยตรง ยังมีข้อมูลทางเภสัชเคมีที่เผยแพร่ในวรรณกรรมวิชาการสากลค่อนข้างจำกัด จึงไม่ควรระบุชื่อสารเคมีเฉพาะชนิดเป็น “สารสำคัญประจำต้น” โดยไม่มีหลักฐานจากการวิเคราะห์ทางเคมีของพืชชนิดนี้โดยตรง
- มีผลิตภัณฑ์สารสกัด Pithecellobium tenue Stem Extract ในภาคอุตสาหกรรม โดยมีการนำเสนอในฐานะสารสกัดสำหรับผลิตภัณฑ์บางประเภท
- ข้อมูลทางการค้าบางแห่งกล่าวถึงคุณสมบัติด้านการต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบของสารสกัด แต่ข้อมูลดังกล่าวควรแยกออกจาก หลักฐานทางเภสัชวิทยาและการทดลองทางคลินิก และยังไม่เพียงพอที่จะสรุปผลต่อมนุษย์
งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
- งานด้านอนุกรมวิธานและพฤกษศาสตร์มีข้อมูลค่อนข้างชัดเจน โดยมีการฟื้นฟูสถานะของสกุล Thailentadopsis และย้าย Pithecellobium tenue มาอยู่ภายใต้ชื่อ Thailentadopsis tenuis
- งานศึกษาด้านการกระจายพันธุ์ยืนยันว่าพืชชนิดนี้เป็น พืชถิ่นเดียวของประเทศไทย และพบในพื้นที่จำกัด
- ด้านการใช้เป็นยา มีข้อมูลจากตำราและหน่วยงานด้านการแพทย์แผนไทยที่สนับสนุนการใช้ เนื้อไม้กำลังช้างสาร ในตำรับแก้ไข้ แก้ร้อนใน และบรรเทาอาการปวดเมื่อยเส้นเอ็น
- หลักฐานการทดลองในมนุษย์: จากการสืบค้นแหล่งข้อมูลที่เข้าถึงได้ ยังไม่พบหลักฐานการทดลองทางคลินิกคุณภาพสูงที่เพียงพอสำหรับยืนยันประสิทธิผลของกำลังช้างสารเดี่ยวในข้อบ่งใช้ทางการแพทย์
- การวิจัยต่อยอด: ควรมีการศึกษาด้านสารสำคัญ กลไกการออกฤทธิ์ ความเป็นพิษ การกำหนดมาตรฐานสารสกัด และการทดลองทางคลินิกเพิ่มเติม
เภสัชวิทยา
ข้อมูลเภสัชวิทยาของ Thailentadopsis tenuis โดยตรงยังมีจำกัด จึงควรระมัดระวังในการนำผลการศึกษาของพืชสกุลอื่นหรือพืชที่มีชื่อท้องถิ่นเหมือนกันมาอ้างแทน
- ฤทธิ์ต้านการอักเสบ: มีการกล่าวถึงในข้อมูลผลิตภัณฑ์สารสกัดเชิงพาณิชย์ แต่ยังไม่ควรถือเป็นหลักฐานทางคลินิกสำหรับการรักษาอาการอักเสบในมนุษย์
- ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ: มีการระบุเป็นคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์สารสกัดบางชนิด แต่จำเป็นต้องมีการศึกษาที่ระบุสารสกัด วิธีทดสอบ และมาตรฐานสารสำคัญอย่างชัดเจนก่อนนำไปสรุปเชิงการรักษา
- ฤทธิ์เกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์เพศชาย: มีการนำสารสกัดไปพัฒนาเป็นวัตถุดิบเชิงพาณิชย์ที่อ้างถึงการเสริมสมรรถภาพเพศชาย แต่ยังไม่ควรสรุปว่าเป็นผลการรักษาที่ได้รับการยืนยันทางคลินิก
ความปลอดภัย
- ข้อมูลด้าน ความเป็นพิษเฉียบพลัน ความเป็นพิษเรื้อรัง ความเป็นพิษต่อระบบสืบพันธุ์ และความปลอดภัยในมนุษย์ ของ Thailentadopsis tenuis ยังมีจำกัด
- ไม่ควรใช้สารสกัดเข้มข้นหรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานแทนการใช้ตำรับยาแผนไทยที่มีการควบคุม
- การนำพืชจากธรรมชาติมาใช้ควรระมัดระวังเรื่อง การจำแนกชนิดพืชผิด เนื่องจากชื่อ “กำลังช้างสาร” ถูกใช้กับพืชหลายชนิดในข้อมูลท้องถิ่น
- เนื่องจากเป็นพืชที่มีสถานภาพ Vulnerable (VU) ควรหลีกเลี่ยงการตัดต้นจากป่าเพื่อใช้เป็นยา และควรสนับสนุนวัตถุดิบจากแหล่งปลูกหรือแหล่งอนุรักษ์
ข้อห้ามใช้
- ยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกที่เพียงพอสำหรับกำหนด ข้อห้ามใช้เฉพาะของกำลังช้างสาร อย่างเป็นระบบ
- ควรหลีกเลี่ยงการใช้ใน หญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร เด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้มีโรคประจำตัว หากไม่มีคำแนะนำจากแพทย์แผนไทย แพทย์ หรือเภสัชกร
- ผู้ที่มีประวัติแพ้สมุนไพรหรือพืชในวงศ์ Fabaceae ควรระมัดระวัง
- ไม่ควรนำพืชที่ระบุชนิดไม่ได้มาปรุงเป็นยา เนื่องจากชื่อท้องถิ่นอาจซ้ำกับพืชชนิดอื่น
ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา
ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกที่เพียงพอเกี่ยวกับ ปฏิกิริยาระหว่างกำลังช้างสารกับยาแผนปัจจุบัน โดยตรง
- ผู้ที่ใช้ยาประจำ โดยเฉพาะยาที่มีดัชนีการรักษาแคบ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้สารสกัดกำลังช้างสาร
- ไม่ควรใช้สารสกัดเข้มข้นร่วมกับยาอื่นโดยสันนิษฐานว่าไม่มีปฏิกิริยาระหว่างกัน เนื่องจากข้อมูลด้านเภสัชจลนศาสตร์และเภสัชพลศาสตร์ยังไม่เพียงพอ
การใช้ในอาหาร
- มีฐานข้อมูลพืชสวนรายงานว่า ใบอ่อน ของกำลังช้างสารสามารถนำมารับประทานเป็นผักสดได้
- อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกำลังช้างสารเป็นพืชที่มีสถานภาพ VU และเป็นพืชถิ่นเดียวของประเทศไทย การเก็บใบจากต้นธรรมชาติควรหลีกเลี่ยง และควรให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ประชากรในธรรมชาติ
การใช้ในผลิตภัณฑ์
- สารสกัดสมุนไพร: มีการผลิตสารสกัดจากส่วนลำต้น/เนื้อไม้ของ Pithecellobium tenue ในรูปแบบสารสกัดน้ำและสารสกัดผง
- ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง: มีการนำสารสกัด Pithecellobium tenue ไปใช้เป็นวัตถุดิบในผลิตภัณฑ์บางประเภท โดยมีการกล่าวถึงคุณสมบัติด้านการดูแลผิวและการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ชาย
- ผลิตภัณฑ์สมุนไพร: มีผลิตภัณฑ์ยาแคปซูลที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาและมีชื่อการค้าว่า “ยาแคปซูลผสมกำลังช้างสาร ตราสมุนไพรคุณสัมฤทธิ์” โดยควรแยกการมีทะเบียนผลิตภัณฑ์ออกจากการยืนยันประสิทธิผลของสมุนไพรเดี่ยว
การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา
- ส่วนที่ใช้: เนื้อไม้เป็นส่วนที่มีข้อมูลการใช้ทางยามากที่สุด
- เนื่องจากกำลังช้างสารเป็นพืชถิ่นเดียวของประเทศไทยและมีสถานภาพ Vulnerable (VU) ไม่ควรส่งเสริมการตัดเนื้อไม้จากต้นธรรมชาติในปริมาณมาก
- วัตถุดิบที่ใช้ทำยาควรมาจากแหล่งที่ตรวจสอบชนิดพืชได้ มีข้อมูลแหล่งที่มา และผ่านกระบวนการทำความสะอาดและทำให้แห้งอย่างเหมาะสม
- วัตถุดิบแห้งควรเก็บในภาชนะสะอาด แห้ง ปิดสนิท ป้องกันความชื้น แสงแดด แมลง และเชื้อรา
ภูมิปัญญาท้องถิ่น
- ภูมิปัญญาภาคกลางและภาคตะวันตก: ใช้เนื้อไม้กำลังช้างสารเป็นสมุนไพรในตำรับเกี่ยวกับ แก้ไข้ แก้ร้อนใน และบรรเทาอาการปวดเมื่อยเส้นเอ็น
- การต้มกับน้ำซาวข้าว: มีข้อมูลตำรับพื้นบ้านที่นำต้นหรือเนื้อไม้ไปต้มกับน้ำซาวข้าวเพื่อใช้ดื่มแก้ไข้และร้อนใน
- ตำรับปวดเส้นและปวดเอว: ใช้ร่วมกับสมุนไพรหลายชนิดในตำรับพื้นบ้านสำหรับอาการปวดเส้นและปวดเอว
- ตำรับบำรุงร่างกาย: กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกมีข้อมูลการใช้กำลังช้างสารร่วมกับสมุนไพรอื่นในตำรับบำรุงกำลังและบำรุงเส้นเอ็นกล้ามเนื้อ
ประวัติและวัฒนธรรม
กำลังช้างสารเป็นหนึ่งในพืชสมุนไพรพื้นบ้านที่มีชื่อปรากฏในองค์ความรู้ด้าน เภสัชกรรมไทยและตำรับยาพื้นบ้าน โดยเฉพาะกลุ่มตำรับที่เกี่ยวข้องกับอาการปวดเมื่อย เส้นเอ็น และการบำรุงร่างกาย
ชื่อวิทยาศาสตร์ของพืชมีการเปลี่ยนแปลงตามการศึกษาทางอนุกรมวิธาน โดยเดิมใช้ชื่อ Pithecellobium tenue Craib ก่อนที่นักพฤกษศาสตร์จะจัดพืชชนิดนี้ไว้ในสกุล Thailentadopsis เป็น Thailentadopsis tenuis (Craib) Kosterm.
สถานะการอนุรักษ์
- สถานะพืชถิ่นเดียว: เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดเฉพาะประเทศไทย (endemic)
- สถานภาพพืชถูกคุกคามในประเทศไทย: จัดอยู่ในกลุ่ม VU – Vulnerable (มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์) ตามข้อมูล Threatened Plants in Thailand และฐานข้อมูล TH-BIF
- พื้นที่กระจายพันธุ์: พบจำกัดในตาก นครสวรรค์ และกาญจนบุรี โดยขึ้นในป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง และพื้นที่หินปูนที่ระดับความสูงประมาณ 200–900 เมตร
- แนวทางอนุรักษ์: ควรอนุรักษ์ประชากรในถิ่นอาศัยเดิม ส่งเสริมการขยายพันธุ์นอกถิ่นกำเนิด และพัฒนาระบบวัตถุดิบจากการปลูกเพื่อลดแรงกดดันจากการเก็บจากธรรมชาติ
ข้อมูลอนุกรมวิธาน
- Kingdom: Plantae
- Phylum: Tracheophyta
- Class: Magnoliopsida
- Order: Fabales
- Family: Fabaceae
- Genus: Thailentadopsis
- Species: Thailentadopsis tenuis (Craib) Kosterm.
ชื่อพ้องทางอนุกรมวิธาน
- Pithecellobium tenue Craib
- Acacia tenue (Craib) Kosterm.
- Acacia tenuis (Craib) Kosterm.
การตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพร
การตรวจสอบเอกลักษณ์ของ กำลังช้างสาร ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะชื่อท้องถิ่น “กำลังช้างสาร” สามารถพบในข้อมูลที่หมายถึงพืชต่างชนิดกัน
- ชื่อวิทยาศาสตร์ที่ควรใช้เป็นหลัก: Thailentadopsis tenuis (Craib) Kosterm.
- ชื่อพ้องที่พบในเอกสารสมุนไพร: Pithecellobium tenue Craib
- ลักษณะเด่น: ไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก ลำต้นมีหนาม กิ่งเป็นเหลี่ยม ใบประกอบสองชั้น แกนกลางใบมีครีบเป็นปีก และมีใบย่อยประมาณ 1–3 คู่
- ช่อดอก: ช่อดอกแตกแขนงบริเวณปลายกิ่งและซอกใบ ดอกสีขาว มีเกสรตัวผู้จำนวนมาก
- ผล: ฝักแบน มีรอยคอดตามตำแหน่งเมล็ด เมล็ดแบนรูปรี
- การตรวจสอบวัตถุดิบแห้ง: ควรตรวจสอบลักษณะทางมหภาคและจุลทรรศน์ รวมถึงตรวจสอบสารบ่งชี้หรือ DNA barcoding เมื่อจำเป็น โดยเฉพาะวัตถุดิบที่ใช้ในอุตสาหกรรมสมุนไพร
- ข้อควรระวังในการระบุชนิด: ไม่ควรใช้เพียงชื่อพื้นบ้านหรือภาพถ่ายจากอินเทอร์เน็ตในการยืนยันชนิดพืช
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (ม.ป.ป.). ยาดองสมุนไพร สุขภาพในน้ำสีอำพัน. กระทรวงสาธารณสุข.
- กรมวิชาการเกษตร. (2563). รายงานโครงการวิจัยและพัฒนาระบบการจัดการผลผลิตพืชที่ยั่งยืน. กรมวิชาการเกษตร.
- กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. (2561). กำลังช้างสาร: Thailentadopsis tenuis (Craib) Kosterm. สารานุกรมพืช.
- กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. (2561). Threatened Plants in Thailand. Forest Herbarium, Department of National Parks, Wildlife and Plant Conservation.
- มหาวิทยาลัยมหิดล คณะเภสัชศาสตร์. (2560). Kamlang chang san: Pithecellobium tenue Craib. Siriruk Herbal Information.
- สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน). (ม.ป.ป.). Thailentadopsis tenuis (Craib) Kosterm. Thai Biodiversity Information Facility.
- สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. (2556). รายละเอียดผลิตภัณฑ์ยา: ยาแคปซูลผสมกำลังช้างสาร ตราสมุนไพรคุณสัมฤทธิ์. กระทรวงสาธารณสุข.
- Kew Science. (2026). Thailentadopsis tenuis (Craib) Kosterm. Plants of the World Online.
- Lewis, G. P., & Schrire, B. (2003). Thailentadopsis Kostermans (Leguminosae: Mimosoideae: Ingeae) resurrected. Kew Bulletin, 58, 491–494.
- Nielsen, I. C. (1985). Leguminosae-Mimosoideae (Pithecellobium tenue). In Flora of Thailand (Vol. 4, Part 2, pp. 205–206).
