กระบูนขาว

กระบูนขาว

กระบูนขาว

กระบูนขาว หรือ ตะบูนขาว เป็นไม้ยืนต้นที่พบตามระบบนิเวศป่าชายเลนและพื้นที่ชายฝั่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Xylocarpus granatum J.Koenig อยู่ในวงศ์ Meliaceae (วงศ์กระท้อน) เป็นพืชที่มีความสำคัญทั้งด้านระบบนิเวศ การใช้ประโยชน์จากเนื้อไม้ และภูมิปัญญาการใช้เป็นสมุนไพร โดยเฉพาะเปลือก ผล และเมล็ด ซึ่งมีการใช้พื้นบ้านเกี่ยวกับอาการท้องร่วง ท้องเสีย บิด และการทำความสะอาดบาดแผล อย่างไรก็ตาม หลักฐานทางคลินิกในมนุษย์ยังมีจำกัด จึงควรแยกข้อมูลการใช้ตามภูมิปัญญาออกจากข้อสรุปทางการแพทย์สมัยใหม่อย่างชัดเจน

ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร

  • ชื่อไทย: กระบูนขาว, ตะบูนขาว, ตะบูน
  • ชื่อท้องถิ่น: กระบูน, กระบูนขาว, ตะบูน (ภาคกลางและภาคใต้), หยี่เหร่ (ภาคใต้)
  • ชื่อวิทยาศาสตร์: Xylocarpus granatum J.Koenig
  • วงศ์: Meliaceae
  • ชื่อสามัญภาษาอังกฤษ: Cannonball mangrove, Cannonball tree, Puzzle-nut tree
  • ประเภทพืช: ไม้ยืนต้นในกลุ่มพืชป่าชายเลน
  • ส่วนที่มีการใช้เป็นสมุนไพร: เปลือก ผล และเมล็ด

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

  • ต้น: ไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูงประมาณ 8–20 เมตร ลำต้นค่อนข้างสั้น แตกกิ่งใกล้โคน เรือนยอดแผ่กว้างและมีรูปทรงไม่แน่นอน โคนต้นมีพูพอนแผ่คดเคี้ยวต่อเนื่องกับรากที่มีลักษณะแบนคล้ายแผ่นกระดาน
  • เปลือก: เปลือกค่อนข้างเรียบและบาง สีเทา เทาอมขาว น้ำตาลอ่อน หรือน้ำตาลแกมชมพู และสามารถหลุดลอกออกเป็นแผ่นบาง ๆ ลักษณะคล้ายเปลือกต้นฝรั่งหรือตะแบก
  • ใบ: ใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ เรียงสลับ ไม่มีใบยอด ใบย่อยมักมี 1–2 คู่ เรียงตรงข้ามหรือเยื้องกันเล็กน้อย ใบมีรูปไข่กลับหรือรูปขอบขนานแกมไข่กลับ ปลายใบมนหรือทู่ โคนใบสอบเป็นรูปลิ่ม
  • ดอก: ดอกสีขาวถึงขาวอมเหลือง ออกเป็นช่อแยกแขนงบริเวณซอกใบหรือปลายกิ่ง มีกลิ่นหอมโดยเฉพาะในช่วงบ่ายถึงค่ำ กลีบเลี้ยงและกลีบดอกมีอย่างละ 4 กลีบ และมีเกสรเพศผู้ 8 อัน
  • ผล: ผลมีลักษณะกลม แข็ง สีน้ำตาลเมื่อแก่ มีร่องตามยาวแบ่งเป็นประมาณ 4 พู ขนาดอาจประมาณ 15–20 เซนติเมตร ภายในมีเมล็ดหลายเมล็ด โดยทั่วไปประมาณ 4–17 เมล็ดต่อผล
  • เมล็ด: มีขนาดใหญ่ รูปร่างค่อนข้างเหลี่ยมและโค้งนูน เมื่อผลแก่เมล็ดจะอยู่ภายในผลที่มีเปลือกแข็ง

ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์

  • แหล่งกำเนิด: เป็นพืชเขตร้อนที่มีถิ่นกำเนิดครอบคลุมบริเวณชายฝั่งตั้งแต่แอฟริกาตะวันออก มหาสมุทรอินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไปจนถึงออสเตรเลียและหมู่เกาะแปซิฟิก
  • ในประเทศไทย: พบตามป่าชายเลนและพื้นที่ชายฝั่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มักขึ้นปะปนกับพันธุ์ไม้ป่าชายเลนชนิดอื่น
  • สภาพแวดล้อม: เจริญได้ดีในบริเวณน้ำกร่อยและพื้นที่ชายฝั่งที่ได้รับอิทธิพลจากน้ำขึ้นน้ำลง สามารถพบในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมถึงเป็นครั้งคราว

การปลูกและการขยายพันธุ์

  • การขยายพันธุ์: นิยมขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด
  • การเพาะเมล็ด: เมล็ดกระบูนขาวมีขนาดใหญ่ สามารถเพาะลงถุงเพาะชำได้โดยตรง โดยควรเลือกเมล็ดจากผลที่สมบูรณ์และนำมาเพาะในระยะเวลาไม่นาน เนื่องจากความมีชีวิตของเมล็ดลดลงค่อนข้างเร็วเมื่อเก็บรักษาเป็นเวลานาน
  • การงอก: มีรายงานว่าเมล็ดสามารถงอกได้ประมาณ 70% ภายในช่วงประมาณ 1–2.5 เดือนภายใต้สภาพที่เหมาะสม
  • การปลูกในพื้นที่: เมื่อต้นกล้าแข็งแรงจึงนำไปปลูกในพื้นที่ป่าชายเลนหรือพื้นที่ที่มีสภาพเหมาะสมกับไม้ชายเลน ไม่ควรนำไปปลูกในพื้นที่แห้งแล้งหรือไม่มีความชื้นเพียงพอ

ส่วนที่ใช้เป็นยา

  • เปลือก
  • ผล
  • เมล็ด

ส่วนต่าง ๆ ดังกล่าวมีรายงานการใช้ในภูมิปัญญาพื้นบ้าน โดยเปลือกและเมล็ดมีลักษณะฝาดและถูกนำมาใช้เกี่ยวกับอาการท้องร่วงและบิด ขณะที่เปลือกและผลสามารถนำมาต้มใช้สำหรับล้างทำความสะอาดบาดแผลตามภูมิปัญญาท้องถิ่น

สรรพคุณทางสมุนไพร มีการใช้ตามภูมิปัญญา

  • เปลือก: ใช้เป็นยาฝาดสมานตามภูมิปัญญา ใช้แก้ท้องเสีย ท้องร่วง และบิด
  • เปลือกและผล: มีการใช้ในภูมิปัญญาพื้นบ้านสำหรับแก้อหิวาต์หรืออาการที่เกี่ยวข้องกับโรคอหิวาต์
  • เปลือกและเมล็ด: ใช้ต้มเป็นน้ำสำหรับชะล้างหรือทำความสะอาดบาดแผล
  • เมล็ด: มีการใช้เป็นยาฝาดสมานสำหรับอาการท้องร่วงและบิด
  • ผล: มีการใช้ต้มรับประทานเพื่อแก้อาการท้องเสียในบางตำรับพื้นบ้าน

ข้อมูลข้างต้นเป็น การใช้ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน ไม่ใช่ข้อยืนยันประสิทธิผลในการรักษาโรคตามหลักฐานทางคลินิก โดยการทบทวนงานวิจัยพบว่ามีการศึกษาในระดับห้องปฏิบัติการและสัตว์ทดลองหลายด้าน แต่ยังไม่พบการศึกษาทางคลินิกในมนุษย์ที่เพียงพอสำหรับยืนยันประสิทธิผลในการรักษาโรคต่าง ๆ

วิธีใช้

  • ใช้ภายนอกตามภูมิปัญญา: นำเปลือกหรือผลมาต้มกับน้ำ แล้วใช้เป็นน้ำสำหรับชะล้างบาดแผล
  • ใช้รับประทานตามภูมิปัญญา: มีข้อมูลพื้นบ้านระบุการนำเปลือกหรือเมล็ดประมาณ 1–2 ส่วนมาต้มกับน้ำประมาณ 2 ถ้วย เคี่ยวให้เหลือประมาณ 1 ถ้วย แล้วแบ่งรับประทานหลายครั้งเพื่อใช้เป็นยาฝาดสมานแก้ท้องเสียหรือบิด
  • ข้อควรระวัง: วิธีและปริมาณดังกล่าวเป็นข้อมูลจากภูมิปัญญาพื้นบ้าน ไม่ใช่ขนาดยามาตรฐานทางการแพทย์ และยังไม่มีข้อมูลด้านขนาดยาที่เหมาะสมและปลอดภัยจากการศึกษาทางคลินิกอย่างเพียงพอ

สารสำคัญ

จากการศึกษาทางพฤกษเคมี พบสารในหลายกลุ่ม โดยเฉพาะสารกลุ่ม limonoids ซึ่งเป็นสารสำคัญที่พบมากในพืชวงศ์ Meliaceae นอกจากนี้ยังพบสารกลุ่มอื่น ๆ ได้แก่

  • Limonoids
  • Phragmalin-type limonoids
  • Mexicanolides
  • Protolimonoids
  • Limonoid-based alkaloids
  • Flavonols
  • Lactones
  • Triterpenoids
  • Flavonoids
  • Condensed tannins

มีการแยกสาร limonoids ชนิดใหม่จากเปลือก ลำต้น เมล็ด ใบ และผลของกระบูนขาวอย่างต่อเนื่อง โดยงานวิจัยจากป่าชายเลนไทยพบสารกลุ่ม thaixylogranins หลายชนิดจากเมล็ดของ Xylocarpus granatum

งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

มีการศึกษากระบูนขาวในด้านพฤกษเคมีและเภสัชวิทยาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการค้นหาสาร limonoids และสารธรรมชาติชนิดใหม่

  • งานทบทวนทางวิชาการรายงานว่าพืชชนิดนี้มีสารออกฤทธิ์หลายกลุ่ม และมีการศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านจุลชีพ ต้านมาลาเรีย ต้านเบาหวาน ต้านมะเร็ง และฤทธิ์ต่อระบบประสาทในระดับก่อนคลินิก
  • งานวิจัยปี ค.ศ. 2005 สามารถแยกสาร xyloccensins P–U ซึ่งเป็น phragmalin-type limonoids จากเปลือกลำต้น
  • งานวิจัยปี ค.ศ. 2017 จากเมล็ดกระบูนขาวในประเทศไทยพบสารใหม่กลุ่ม thaixylogranins A–H โดยสารเหล่านี้แสดงฤทธิ์เป็นพิษต่อเซลล์มะเร็งเต้านม MDA-MB-231 ในระดับหนึ่ง แต่ผู้วิจัยจัดว่าฤทธิ์ดังกล่าวอยู่ในระดับอ่อน
  • งานวิจัยปี ค.ศ. 2020 รายงานการแยก limonoids ใหม่จำนวนมากจากใบและเปลือก และศึกษาฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ human carboxylesterase 2
  • งานวิจัยปี ค.ศ. 2025 รายงานสาร limonoids และ protolimonoids ใหม่จากเมล็ดกระบูนขาวจากป่าชายเลนในประเทศไทย โดยมุ่งศึกษาศักยภาพด้านการอักเสบของเซลล์ประสาทและการปกป้องเซลล์ประสาท

อย่างไรก็ตาม หลักฐานส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับ in vitro หรือการศึกษาก่อนคลินิก และยังไม่มีหลักฐานทางคลินิกในมนุษย์เพียงพอที่จะสรุปว่ากระบูนขาวสามารถรักษาโรคดังกล่าวได้

เภสัชวิทยา

จากข้อมูลการศึกษาในห้องปฏิบัติการและสัตว์ทดลอง มีรายงานศักยภาพทางเภสัชวิทยาหลายด้าน ได้แก่

  • ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ: สารสกัดจากส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะเปลือก มีรายงานความสามารถในการกำจัดอนุมูลอิสระ
  • ฤทธิ์ต้านการอักเสบ: มีการศึกษาสารสกัดและ limonoids บางชนิดที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการอักเสบ
  • ฤทธิ์ต้านจุลชีพ: มีรายงานฤทธิ์ต่อจุลชีพบางชนิดในระดับการทดลอง
  • ฤทธิ์ต้านมาลาเรีย: มีรายงานจากการศึกษาสารและสารสกัดบางส่วน
  • ฤทธิ์ต้านมะเร็ง: limonoids หลายชนิดแสดงความเป็นพิษต่อเซลล์มะเร็งในหลอดทดลอง
  • ฤทธิ์ต้านเบาหวาน: มีข้อมูลการทดลองเบื้องต้นเกี่ยวกับผลต่อกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับเบาหวาน
  • ฤทธิ์ต่อระบบประสาท: งานวิจัยใหม่มีการค้นหาสารที่อาจช่วยลดกระบวนการอักเสบของเซลล์ประสาท

ผลเหล่านี้เป็น ข้อมูลระดับก่อนคลินิก ไม่ควรตีความว่าเป็นประสิทธิผลในการรักษาผู้ป่วยจริง เนื่องจากยังต้องมีการศึกษาด้านขนาดยา กลไก ความปลอดภัย และการทดลองในมนุษย์เพิ่มเติม

ความปลอดภัย

ข้อมูลด้านความปลอดภัยของกระบูนขาวในมนุษย์ยังมีจำกัด โดยเฉพาะการรับประทานสารสกัดเข้มข้นหรือการใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน การทบทวนงานวิชาการระบุว่ายังจำเป็นต้องมีการศึกษาด้านพิษวิทยาเพิ่มเติม

  • ยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกเพียงพอที่จะกำหนดขนาดรับประทานที่ปลอดภัย
  • ไม่ควรนำผลการทดลองในหลอดทดลองมาใช้กำหนดขนาดยาสำหรับมนุษย์
  • ผู้ที่ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร เด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้มีโรคประจำตัว ควรหลีกเลี่ยงการใช้เป็นยารับประทานโดยไม่มีคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
  • การใช้เปลือกหรือเมล็ดในปริมาณสูงหรือสารสกัดเข้มข้นควรระมัดระวัง เนื่องจากข้อมูลพิษวิทยายังไม่เพียงพอ

ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา

ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกที่ชัดเจนเกี่ยวกับปฏิกิริยาระหว่างกระบูนขาวกับยารักษาโรคชนิดต่าง ๆ ดังนั้นจึงไม่ควรสรุปว่าปลอดภัยเมื่อใช้ร่วมกับยา

มีงานวิจัยระดับห้องปฏิบัติการพบว่า limonoids บางชนิดจาก Xylocarpus granatum สามารถยับยั้งเอนไซม์ human carboxylesterase 2 (CES2) ได้ แต่ผลดังกล่าวยังไม่สามารถใช้สรุปได้โดยตรงว่าจะเกิดปฏิกิริยากับยาชนิดใดในผู้ป่วยจริง

ผู้ที่รับประทานยาประจำ โดยเฉพาะยาที่มีช่วงการรักษาแคบ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้กระบูนขาวเป็นยา

การใช้ในผลิตภัณฑ์

  • ผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรพื้นบ้าน: เปลือกและเมล็ดมีการใช้ในภูมิปัญญาท้องถิ่นเกี่ยวกับอาการท้องเสียและบิด
  • ผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ภายนอก: เปลือกและผลสามารถนำมาต้มเป็นน้ำสำหรับชะล้างบาดแผลตามภูมิปัญญา
  • สีย้อมธรรมชาติ: เปลือกมีสารฝาดและมีการใช้ประโยชน์ในการย้อมผ้า
  • ผลิตภัณฑ์จากไม้: เนื้อไม้มีสีและลวดลายที่สวยงาม สามารถนำไปใช้ในงานตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์ได้

การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา

  • เปลือก: ควรเก็บจากต้นที่สมบูรณ์และไม่ควรลอกเปลือกรอบลำต้นจนหมด เพราะอาจทำให้ต้นไม้เสียหายหรือถึงตายได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าชายเลนที่มีคุณค่าทางระบบนิเวศ
  • ผลและเมล็ด: ควรเก็บจากผลที่สมบูรณ์และแก่เต็มที่
  • เมล็ด: ควรนำไปเพาะในเวลาไม่นานหลังการเก็บ เนื่องจากความมีชีวิตของเมล็ดลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อเก็บไว้นาน
  • วัสดุสมุนไพรแห้ง: หากนำเปลือกหรือส่วนอื่นมาใช้เป็นวัตถุดิบสมุนไพร ควรทำให้แห้งสนิทและเก็บในภาชนะสะอาด แห้ง ปิดสนิท ป้องกันความชื้น แมลง และเชื้อรา

ภูมิปัญญาท้องถิ่น

กระบูนขาวเป็นหนึ่งในพืชสมุนไพรจากระบบนิเวศป่าชายเลนที่มีการใช้ประโยชน์ในชุมชนชายฝั่ง โดยเฉพาะการใช้ เปลือกและเมล็ดเป็นยาฝาดสมาน สำหรับอาการท้องเสียและบิด และการใช้เปลือกหรือผลต้มเป็นน้ำสำหรับล้างบาดแผล นอกจากนี้เปลือกยังถูกนำไปใช้ประโยชน์ด้านสีย้อมเนื่องจากให้สารฝาด

ภูมิปัญญาเหล่านี้สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชายฝั่งกับทรัพยากรพืชป่าชายเลน แต่การนำมาใช้ในปัจจุบันควรคำนึงถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรและข้อจำกัดของหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ประกอบกัน

ประวัติและวัฒนธรรม

กระบูนขาวเป็นพืชพื้นถิ่นที่มีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตของชุมชนชายฝั่งและระบบนิเวศป่าชายเลนมาเป็นเวลานาน การใช้ประโยชน์ไม่ได้จำกัดเฉพาะด้านสมุนไพร แต่ยังรวมถึงการใช้เนื้อไม้และเปลือก โดยเฉพาะเนื้อไม้ที่มีสีและลวดลายเหมาะสำหรับงานตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์

ในด้านนิเวศวิทยา กระบูนขาวยังเป็นส่วนประกอบของป่าชายเลน ซึ่งมีบทบาทในการช่วยรักษาพื้นที่ชายฝั่งและเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตจำนวนมาก

สถานะการอนุรักษ์

กระบูนขาว (Xylocarpus granatum) มีสถานะการอนุรักษ์ในระดับโลกตามข้อมูล IUCN อยู่ในกลุ่ม Least Concern (LC) หรือมีความเสี่ยงต่ำต่อการสูญพันธุ์ อย่างไรก็ตาม สถานะดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าทุกประชากรในประเทศไทยจะมีความมั่นคง เนื่องจากพื้นที่ป่าชายเลนและถิ่นอาศัยตามธรรมชาติยังสามารถได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์พื้นที่ การพัฒนาชายฝั่ง และการเสื่อมโทรมของระบบนิเวศ

การเก็บเปลือก ราก หรือส่วนอื่นจากต้นธรรมชาติควรทำอย่างระมัดระวัง และควรสนับสนุนการขยายพันธุ์และการอนุรักษ์ป่าชายเลนควบคู่ไปกับการใช้ประโยชน์

ข้อมูลอนุกรมวิธาน

  • Kingdom: Plantae
  • Phylum: Tracheophyta
  • Class: Magnoliopsida
  • Order: Sapindales
  • Family: Meliaceae
  • Genus: Xylocarpus
  • Species: Xylocarpus granatum J.Koenig

ชื่อวิทยาศาสตร์ที่ยอมรับในฐานข้อมูลอนุกรมวิธานปัจจุบันคือ Xylocarpus granatum J.Koenig และมีชื่อพ้องทางอนุกรมวิธานหลายชื่อ เช่น Carapa granatum (J.Koenig) Alston, Carapa indica A.Juss. และ Xylocarpus obovatus (Blume) A.Juss.

ในบัญชียาจากสมุนไพร

จากการตรวจสอบข้อมูลที่ค้นได้ ยังไม่พบหลักฐานที่น่าเชื่อถือเพียงพอว่ากระบูนขาว (Xylocarpus granatum) เป็นรายการสมุนไพรในบัญชียาจากสมุนไพรของประเทศไทยที่ใช้เป็นยามาตรฐานในระบบบริการสุขภาพ จึงไม่ควรระบุว่ากระบูนขาวอยู่ในบัญชียาจากสมุนไพรโดยไม่มีเอกสารราชการรองรับ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง. (ม.ป.ป.). คู่มือความรู้เรื่องป่าชายเลน. กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง.
  2. สวนพฤกษศาสตร์คลองไผ่. (ม.ป.ป.). ตะบูนขาว (Xylocarpus granatum Koenig). องค์การสวนพฤกษศาสตร์.
  3. สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. (2555). ตะบูนขาว. ใน พรรณไม้ในพื้นที่เมืองและพื้นที่สีเขียว. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.
  4. สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน). (ม.ป.ป.). ตะบูนขาว: Xylocarpus granatum. ฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพประเทศไทย.
  5. สมุนไพรดอทคอม. (ม.ป.ป.). กระบูนขาว.
  6. สมุนไพรดอทคอม. (ม.ป.ป.). ตะบูนขาว.
  7. Cui, J., Deng, Z., Li, J., Fu, H., Proksch, P., & Lin, W. (2005). Phragmalin-type limonoids from the mangrove plant Xylocarpus granatum. Phytochemistry, 66(19), 2334–2339. https://doi.org/10.1016/j.phytochem.2005.06.020
  8. Dey, D., Quispe, C., Hossain, R., Jain, D., Khan, R. A., Janmeda, P., Islam, M. T., Suleria, H. A. R., Martorell, M., Daştan, S. D., Kumar, M., Taheri, Y., Petkoska, A. T., Sharifi-Rad, J., & others. (2021). Ethnomedicinal use, phytochemistry, and pharmacology of Xylocarpus granatum J. Koenig. Evidence-Based Complementary and Alternative Medicine, 2021, 8922196. https://doi.org/10.1155/2021/8922196
  9. Okorie, D. A., & Taylor, D. A. H. (1970). Limonoids from Xylocarpus granatum Koenig. Journal of the Chemical Society C: Organic, 1970, 211–213. https://doi.org/10.1039/J39700000211
  10. Zhang, J.-C., Liao, Q., Shen, L., & Wu, J. (2020). Twenty-five limonoids from the Hainan mangrove, Xylocarpus granatum. Bioorganic Chemistry, 100, 103903. https://doi.org/10.1016/j.bioorg.2020.103903

 

Scroll to top