กำยาน

กำยาน

กำยาน

กำยาน เป็นสมุนไพรและพรรณไม้พื้นถิ่นของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีความสำคัญทั้งในด้านภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้านและการใช้ประโยชน์จาก ยางหอม (benzoin resin) ซึ่งมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว นิยมนำไปใช้ทำเครื่องหอม ธูป เครื่องสำอาง และตำรับยาพื้นบ้านหลายชนิด กำยานที่กล่าวถึงในข้อมูลนี้หมายถึง Styrax benzoides Craib วงศ์ Styracaceae ไม่ใช่กำยานอินเดียหรือ frankincense ในสกุล Boswellia ซึ่งเป็นพืชคนละชนิดกัน

ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร

  • ชื่อสมุนไพร: กำยาน
  • ชื่อไทย: กำยาน, กำยานไทย, กำยานต้น
  • ชื่อท้องถิ่น: กำหยาน, กำมะแย, เซ่พอบอ (กะเหรี่ยง-เชียงใหม่), เข้ว (ละว้า-เชียงใหม่), เกลือตานตุ่น (ศรีสะเกษ), ชาติสมิงหรือซาดสมิง (นครพนม) และมีชื่อที่เกี่ยวข้องกับกำยานสุมาตราในบางพื้นที่
  • ชื่อสามัญ: Siam benzoin, Benzoin resin, Gum benzoin, Gum benjamin
  • ชื่อวิทยาศาสตร์: Styrax benzoides Craib
  • วงศ์: Styracaceae
  • ประเภท: ไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่
  • ส่วนที่ให้ผลิตผลสำคัญ: ยางหรือชันหอมจากลำต้นและเปลือก ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่รู้จักกันในชื่อ benzoin resin

หมายเหตุด้านชื่อสมุนไพร: คำว่า “กำยาน” ในประเทศไทยอาจใช้เรียกพืชต่างชนิดกัน จึงควรตรวจสอบชื่อวิทยาศาสตร์ทุกครั้ง โดย กำยานไทยชนิด Styrax benzoides อยู่ในวงศ์ Styracaceae ขณะที่กำยานอินเดียหรือ Indian frankincense เช่น Boswellia serrata อยู่ในวงศ์ Burseraceae และมีลักษณะทางพฤกษศาสตร์และสารสำคัญแตกต่างกัน

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

  • ลำต้น: เป็นไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบ ขนาดเล็กถึงขนาดกลาง โดยทั่วไปสูงประมาณ 10–20 เมตร ลำต้นค่อนข้างตรง เปลือกสีเทาหรือเทาอมแดง เมื่อมีบาดแผลสามารถเกิดยางหรือชันออกมาได้ กิ่งอ่อนมีขนและอาจพบปุ่มหรือกอลล์ตามกิ่ง
  • ใบ: เป็นใบเดี่ยว เรียงสลับหรือเรียงเวียน แผ่นใบรูปรีถึงรูปใบหอก ปลายใบเรียวแหลม ใบอ่อนมีขนค่อนข้างมาก ส่วนใบแก่ด้านบนมักมีสีเขียวเข้มและเรียบกว่า ด้านล่างมีขนละเอียด โดยข้อมูลทางพฤกษศาสตร์ระบุขนาดใบประมาณ 7–15 × 3.5–5.5 เซนติเมตร
  • ดอก: ออกเป็นช่อบริเวณปลายกิ่งและซอกใบ ดอกมีกลิ่นหอม กลีบดอกมีสีขาว รูปร่างคล้ายหลอดหรือระฆัง มีเกสรเพศผู้ประมาณ 10 อัน
  • ผล: เป็นผลมีเนื้อแข็งหรือผลแบบมีผนังชั้นในแข็ง รูปร่างกลมหรือค่อนข้างแป้น เมื่อแก่สามารถแตกออกเป็นประมาณ 3 ส่วน มีเมล็ดสีน้ำตาลประมาณ 1–2 เมล็ด และผิวผลมีขนละเอียด
  • ยางหรือชัน: เป็นสารคัดหลั่งจากบริเวณลำต้นและเปลือกเมื่อเกิดบาดแผล เมื่อปล่อยให้แห้งจะจับตัวเป็นก้อนหรือหยดแข็ง มีกลิ่นหอม จัดเป็นผลิตผลสำคัญของต้นกำยาน

ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์

  • ถิ่นกำเนิด: ปัจจุบันฐานข้อมูล Plants of the World Online ของ Royal Botanic Gardens, Kew ระบุว่ามีถิ่นกำเนิดตั้งแต่จีนตอนใต้ โดยเฉพาะยูนนานตอนใต้ ลงมาถึงอินโดจีน
  • การกระจายพันธุ์: พบในจีน ลาว เมียนมา ไทย และเวียดนาม
  • การกระจายพันธุ์ในประเทศไทย: พบเด่นในพื้นที่ภาคเหนือและพื้นที่ภูเขา โดยข้อมูลโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชระบุว่าพบในป่าดิบเขาที่ระดับความสูงประมาณ 600–1,600 เมตรจากระดับน้ำทะเล
  • สภาพนิเวศ: สามารถพบในป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง ป่าผสมผลัดใบ และป่าเต็งรังในพื้นที่สูง โดยทั่วไปชอบพื้นที่ที่มีการระบายน้ำดี

การปลูกและการขยายพันธุ์

  • การขยายพันธุ์: วิธีที่มีข้อมูลสำหรับกำยานคือ การเพาะเมล็ด โดยเมล็ดสดมีอัตราการงอกค่อนข้างดี แต่เมล็ดมีอายุเก็บรักษาสั้นประมาณ 1–3 เดือน จึงควรนำเมล็ดที่สดและสมบูรณ์มาเพาะโดยเร็ว
  • สภาพแสง: เจริญเติบโตได้ทั้งบริเวณที่ได้รับแสงแดดจัดและแสงรำไรในระยะที่เหมาะสม
  • ดิน: ควรเป็นดินร่วนหรือดินที่มีโครงสร้างโปร่ง สามารถระบายน้ำได้ดี
  • น้ำ: ต้องการน้ำในระดับน้อยถึงปานกลางเมื่อเจริญเติบโตเต็มที่ และไม่ควรปลูกในพื้นที่น้ำขัง
  • การเจริญเติบโต: เป็นไม้ที่มีการเจริญเติบโตค่อนข้างช้า จึงควรคำนึงถึงระยะเวลาในการปลูกก่อนที่จะนำมาใช้ประโยชน์ด้านเนื้อไม้หรือยางหอม

ส่วนที่ใช้เป็นยา

  • ยางหรือชันจากลำต้นและเปลือก: เป็นส่วนสำคัญที่ใช้เป็นยาและเครื่องหอม เรียกว่า กำยาน หรือ benzoin resin
  • เปลือกต้น: มีการใช้ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน โดยนำไปต้ม ฝน หรือตำพอกตามวัตถุประสงค์
  • ลำต้นหรือแก่น: มีรายงานการใช้ในตำรับพื้นบ้านบางพื้นที่
  • ราก: มีการใช้ในตำรับพื้นบ้านบางแห่ง โดยเฉพาะตำรับที่ใช้ร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่น

สรรพคุณทางสมุนไพร มีการใช้ตามภูมิปัญญา

  • ยางกำยาน: ตามภูมิปัญญาไทยใช้เป็น ยาบำรุงเส้น แก้ลม ขับลม ขับเสมหะ และช่วยขับปัสสาวะ รวมถึงใช้เป็นส่วนประกอบของยาสมุนไพรและเครื่องหอม
  • ยางกำยาน: มีการนำไปผสมกับขี้ผึ้งเพื่อใช้ทาภายนอกในตำรับพื้นบ้านสำหรับ แผล โรคผิวหนัง และเชื้อราบางชนิด รวมถึงใช้ทำเครื่องรมและอบควัน
  • เปลือกต้น: ตามตำรับพื้นบ้านมีการใช้สำหรับ แก้ไข้ ระงับปวด และตำพอกบริเวณที่ถูกแมลงหรือสัตว์กัดต่อย
  • ลำต้นหรือแก่น: มีข้อมูลภูมิปัญญาการนำไปต้มดื่มเพื่อใช้ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับ โรคไตหรืออาการผิดปกติของระบบปัสสาวะ แต่ข้อมูลดังกล่าวเป็นการใช้ตามภูมิปัญญา ไม่ควรตีความว่าได้รับการพิสูจน์ประสิทธิผลในการรักษาโรคไตในมนุษย์แล้ว
  • ยางกำยาน: ในตำรับพื้นบ้านบางแห่งใช้สำหรับ แน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก จุกเสียด และขับเสมหะ

ข้อควรแยกจากหลักฐานทางคลินิก: สรรพคุณข้างต้นจำนวนมากเป็นข้อมูลจากตำรายาและภูมิปัญญาพื้นบ้าน ขณะที่หลักฐานการทดลองในมนุษย์โดยตรงสำหรับ Styrax benzoides ยังมีจำกัด จึงไม่ควรใช้ข้อมูลภูมิปัญญาแทนการวินิจฉัยหรือการรักษาทางการแพทย์

วิธีใช้

  • ใช้ภายนอก: ยางกำยานอาจนำไปผสมกับขี้ผึ้งหรือสารพื้นเพื่อใช้ในตำรับทาภายนอกตามภูมิปัญญา
  • ใช้เป็นเครื่องรม: ยางแห้งนำมาเผาเพื่อให้เกิดควันหอม ใช้ในพิธีกรรม การทำเครื่องหอม และการรม
  • ใช้ในตำรับยาพื้นบ้าน: เปลือก ลำต้น หรือส่วนอื่นของต้นอาจนำมาต้ม ฝน หรือตำพอกตามตำรับท้องถิ่น
  • ขนาดรับประทาน: ยังไม่ควรกำหนดขนาดรับประทานมาตรฐานสำหรับ Styrax benzoides จากข้อมูลที่มี เนื่องจากชนิดของวัตถุดิบ ความเข้มข้นของสารสกัด และตำรับยาแตกต่างกัน

สารสำคัญ

ยางกำยาน (benzoin resin) ของพืชสกุล Styrax เป็นกลุ่มเรซินหรือบาลซัมที่มีสารประกอบประเภทกรดอะโรมาติก แอลกอฮอล์ และเอสเทอร์เป็นองค์ประกอบสำคัญ โดยองค์ประกอบจะแตกต่างกันตามชนิดของพืชและแหล่งผลิต

สารที่พบหรือรายงานในกลุ่ม benzoin resin ได้แก่

  • Benzoic acid
  • Cinnamic acid
  • Vanillin
  • Benzyl benzoate
  • Benzyl cinnamate
  • Coniferyl benzoate
  • Sumaresinolic acid
  • Siaresinolic acid
  • สารกลุ่ม triterpenoids
  • สารกลุ่ม lignans และ benzofurans ในส่วนต่าง ๆ ของพืชสกุล Styrax

สำหรับ Styrax benzoides โดยตรง มีงานวิจัยทางเคมีที่แยกสารจากลำต้นได้ 5 ชนิด ได้แก่ erythrodiol-3-acetate, stigmasterol, (24R)-24-ethylcholesta-4,22-dien-3-one และสารกลุ่ม benzofuran อีก 2 ชนิด โดยรายงานว่าสารทั้ง 5 ชนิดถูกแยกจาก S. benzoides เป็นครั้งแรกในงานดังกล่าว

งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

  • งานวิจัยในปี พ.ศ. 2561 ศึกษาสารพฤกษเคมีจากลำต้นของ Styrax benzoides และสามารถแยกสารได้ 5 ชนิด ซึ่งช่วยเพิ่มข้อมูลด้านองค์ประกอบทางเคมีและความสัมพันธ์ทางอนุกรมวิธานของพืชชนิดนี้
  • งานทบทวนวิชาการเกี่ยวกับพืชสกุล Styrax พบว่าพืชในสกุลนี้มีสารทุติยภูมิจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่ม lignans และ triterpenoids และมีการศึกษาฤทธิ์ทางชีวภาพ เช่น antioxidant, antimicrobial และ anti-inflammatory ในพืชหลายชนิดของสกุลนี้
  • งานทบทวนล่าสุดเกี่ยวกับ Styrax ระบุว่าเรซินของพืชสกุลนี้มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและถูกใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องหอม เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์ทางยา แต่ผลการศึกษาทางเภสัชวิทยาของแต่ละชนิดไม่สามารถนำมาใช้แทนหลักฐานเฉพาะของ S. benzoides ได้
  • หลักฐานทางคลินิกเกี่ยวกับ benzoin resin หรือพืชสกุล Styrax โดยรวมยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่ากำยาน Styrax benzoides สามารถใช้รักษาโรคใดเป็นมาตรฐานได้

เภสัชวิทยา

  • สารจากพืชสกุล Styrax มีรายงานฤทธิ์ทางชีวภาพหลายด้าน ได้แก่ ต้านอนุมูลอิสระ ต้านจุลชีพ ต้านการอักเสบ และฤทธิ์ทางชีวภาพอื่น ๆ แต่ข้อมูลจำนวนมากเป็นการทดลองในหลอดทดลองหรือการทดลองในพืชชนิดอื่นของสกุลเดียวกัน
  • Benzoic acid และอนุพันธ์ของกรดอะโรมาติก เป็นองค์ประกอบสำคัญของ benzoin resin และมีส่วนเกี่ยวข้องกับคุณสมบัติด้านกลิ่น การเก็บรักษา และฤทธิ์ทางชีวภาพบางประการของเรซิน
  • สำหรับ Styrax benzoides โดยเฉพาะ ยังจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมทั้งด้าน pharmacokinetics, pharmacodynamics, ขนาดที่เหมาะสม และการทดลองทางคลินิกในมนุษย์ก่อนจะระบุข้อบ่งใช้ทางการแพทย์ได้อย่างชัดเจน

ความปลอดภัย

  • การใช้ benzoin resin หรือผลิตภัณฑ์ที่มี benzoin บนผิวหนังสามารถทำให้เกิดการระคายเคืองหรือ ผื่นแพ้สัมผัส (allergic contact dermatitis) ได้ในผู้ที่ไวต่อสารกลุ่มนี้
  • มีรายงานการแพ้จาก tincture of benzoin และ compound tincture of benzoin รวมถึงการเกิดปฏิกิริยาข้ามกับสารก่อภูมิแพ้บางชนิด เช่น fragrance mix และ balsam of Peru
  • ไม่ควรนำ ยางกำยานดิบ หรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานมารับประทานเอง เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลด้านขนาดและความปลอดภัยที่เพียงพอสำหรับการใช้รักษาโรค
  • การสูดควันจากการเผาเครื่องหอมเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดการระคายเคืองทางเดินหายใจได้ โดยเฉพาะผู้ที่ไวต่อควันหรือกลิ่นหอม

ข้อห้ามใช้

  • ผู้ที่มีประวัติแพ้กำยานหรือ benzoin: ควรหลีกเลี่ยงการใช้
  • ผู้ที่เคยเกิดผื่นแพ้จากผลิตภัณฑ์ tincture benzoin หรือเครื่องหอมบางชนิด: ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีกำยาน
  • หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร: ไม่ควรรับประทานกำยานในรูปแบบสมุนไพรหรือสารสกัดเอง เนื่องจากข้อมูลความปลอดภัยเฉพาะของ Styrax benzoides ยังไม่เพียงพอ
  • เด็ก: ไม่ควรนำยางกำยานหรือสารสกัดมาใช้รับประทานเองโดยไม่มีคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
  • ผิวหนังที่มีแผลหรือผิวบอบบาง: ควรระวังการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีกำยาน เพราะอาจเกิดการระคายเคืองหรือแพ้สัมผัสได้

ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา

ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกที่เพียงพอสำหรับระบุ ปฏิกิริยาระหว่างยาและ Styrax benzoides โดยเฉพาะอย่างชัดเจน ดังนั้นผู้ที่รับประทานยาประจำ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคเรื้อรังหรือใช้ยาหลายชนิด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้สารสกัดกำยานในรูปแบบรับประทาน

การใช้ในผลิตภัณฑ์

  • เครื่องหอมและธูป: ยางกำยานมีกลิ่นหอมและสามารถใช้เป็นวัตถุดิบของเครื่องหอม
  • น้ำหอม: benzoin resin เป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมน้ำหอม และสามารถทำหน้าที่เป็นสารช่วยยึดกลิ่น
  • เครื่องสำอาง: มีการใช้วัตถุดิบจาก Styrax ในผลิตภัณฑ์ที่ต้องการกลิ่นหอมและคุณสมบัติของเรซิน
  • ผลิตภัณฑ์ยาและเภสัชกรรม: benzoin resin มีประวัติการใช้ในตำรับยาบางชนิด โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ใช้ภายนอก
  • สบู่ โลชั่น และผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย: กลิ่นหอมของเรซินทำให้สามารถนำไปใช้เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์เครื่องหอมและผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย
  • ผลิตภัณฑ์สำหรับงานหัตถกรรมและพิธีกรรม: ใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับเครื่องหอมและการรมควัน

การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา

  • การเก็บยางกำยาน: ยางเกิดขึ้นบริเวณบาดแผลของลำต้นหรือเปลือก จึงมีการกรีดหรือทำให้เปลือกเกิดบาดแผลเพื่อกระตุ้นการไหลของเรซิน จากนั้นปล่อยให้ยางแข็งตัวและเก็บรวบรวม
  • การเก็บเกี่ยวอย่างยั่งยืน: ไม่ควรกรีดหรือทำบาดแผลซ้ำบริเวณเดิมมากเกินไป เพราะการทำลายเนื้อเยื่อซ้ำสามารถทำให้ต้นไม้เสื่อมโทรมและตายได้
  • การเก็บรักษา: ยางกำยานควรเก็บในภาชนะที่ปิดสนิท แห้ง ปราศจากความชื้น และป้องกันความร้อนและแสงโดยตรง
  • การป้องกันการปนเปื้อน: ควรแยกจากวัตถุดิบที่มีกลิ่นแรงหรือสารเคมีอื่น เพราะเรซินมีกลิ่นหอมและสามารถดูดซับกลิ่นจากสิ่งแวดล้อมได้

ภูมิปัญญาท้องถิ่น

  • กำยานมีการใช้ในตำรับ ยาไทยและยาพื้นบ้าน โดยเฉพาะส่วนยาง เปลือก และลำต้น
  • มีการใช้ยางกำยานเป็น ยาขับลม ขับเสมหะ และแก้จุกเสียด ตามภูมิปัญญาท้องถิ่น
  • เปลือกต้นมีการใช้ แก้ไข้ ระงับปวด และพอกบริเวณที่ถูกแมลงกัดต่อย
  • ยางกำยานถูกนำไปผสมกับขี้ผึ้งเพื่อใช้ในตำรับยาภายนอก
  • มีการใช้กำยานเป็น เครื่องหอม ธูป และวัสดุสำหรับการรมควัน เนื่องจากมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว

ประวัติและวัฒนธรรม

กำยานเป็นพืชที่มีความเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมการใช้ เครื่องหอมและยางหอม ในภูมิภาคเอเชียมาเป็นเวลานาน ยางจากพืชสกุล Styrax มีการซื้อขายและนำไปใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องหอม น้ำหอม และยา โดย Styrax benzoides เป็นหนึ่งในพืชที่ให้ benzoin resin และมีชื่อสามัญว่า Siam benzoin

ในบริบทของประเทศไทย กำยานยังปรากฏอยู่ในภูมิปัญญาการใช้สมุนไพรพื้นบ้านและการใช้เป็นเครื่องหอม โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือซึ่งเป็นแหล่งกระจายพันธุ์สำคัญของพืชชนิดนี้

สถานะการอนุรักษ์

  • ฐานข้อมูล Plants of the World Online ของ Royal Botanic Gardens, Kew จัด Styrax benzoides Craib เป็นชื่อวิทยาศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับ และระบุว่ามีถิ่นกำเนิดในจีนตอนใต้ถึงอินโดจีน
  • การประเมินความเสี่ยงการสูญพันธุ์ของ Angiosperm Extinction Risk Predictions ระบุว่า คาดการณ์ว่าไม่อยู่ในกลุ่มถูกคุกคาม (predicted not threatened) อย่างไรก็ตามข้อมูลดังกล่าวเป็นการประเมินเชิงคาดการณ์ ไม่ควรตีความว่าเป็นการรับรองว่าไม่มีความเสี่ยงในทุกพื้นที่
  • การอนุรักษ์กำยานในประเทศไทยควรให้ความสำคัญกับการรักษาถิ่นอาศัยตามธรรมชาติ การเก็บยางอย่างไม่ทำลายต้น และการขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดเพื่อรักษาทรัพยากรพันธุกรรมในระยะยาว

ข้อมูลอนุกรมวิธาน

  • อาณาจักร (Kingdom): Plantae
  • หมวด (Phylum): Streptophyta
  • กลุ่มพืชมีท่อลำเลียง (Division): Tracheophyta
  • กลุ่มพืชมีเมล็ด (Clade): Spermatophytes
  • กลุ่มพืชดอก (Clade): Angiosperms
  • กลุ่มใบเลี้ยงคู่แท้ (Clade): Eudicots
  • กลุ่ม Asterids: Asterids
  • อันดับ (Order): Ericales
  • วงศ์ (Family): Styracaceae
  • สกุล (Genus): Styrax L.
  • ชนิด (Species): Styrax benzoides Craib

ฐานข้อมูล Kew และ ITIS ต่างยอมรับ Styrax benzoides Craib เป็นชื่อวิทยาศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับในปัจจุบัน

การตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพร

การตรวจสอบกำยานควรพิจารณาทั้ง ลักษณะทางพฤกษศาสตร์และลักษณะทางกายวิภาคของเนื้อไม้ เพื่อป้องกันการปะปนกับพืชสกุล Styrax ชนิดอื่น

  • ลักษณะต้น: ไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงกลาง สูงได้ประมาณ 20 เมตร เปลือกสีเทาหรือเทาอมแดง
  • กิ่งอ่อน: มีขนละเอียด โดยเฉพาะขนลักษณะคล้ายดาว และอาจพบกอลล์หรือปุ่มบนกิ่ง
  • ใบ: ใบเดี่ยวเรียงสลับหรือเวียน ด้านล่างมีขนละเอียด
  • ดอก: ดอกสีขาว มีกลิ่นหอม ออกเป็นช่อบริเวณปลายกิ่งและซอกใบ
  • ผล: กลมหรือค่อนข้างแป้น ผิวมีขน เมื่อแก่แตกออกเป็นประมาณ 3 ส่วน
  • เนื้อไม้: มีสีเหลืองถึงน้ำตาลหรือโทนเหลืองน้ำตาล มีรูพรุนแบบกระจัดกระจายและสามารถใช้ลักษณะทางกายวิภาคช่วยจำแนกชนิดได้
  • ยางกำยาน: มีลักษณะเป็นเรซินหรือยางหอมที่เกิดบริเวณบาดแผลของต้น และเมื่อแห้งจะจับตัวเป็นก้อนแข็ง

ข้อควรระวังในการระบุชนิด: กำยานมีพืชในสกุล Styrax หลายชนิดที่ให้เรซินและมีลักษณะใกล้เคียงกัน เช่น Styrax benzoin และ Styrax tonkinensis ดังนั้นการใช้ชื่อพื้นบ้านเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอสำหรับการยืนยันเอกลักษณ์ของวัตถุดิบ ควรตรวจสอบด้วยตัวอย่างพรรณไม้ ชื่อวิทยาศาสตร์ และหากเป็นวัตถุดิบยา ควรใช้วิธีตรวจสอบทางเภสัชเวทหรือการวิเคราะห์ทางเคมีเพิ่มเติม

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ. (ม.ป.ป.). กำยาน (Styrax benzoides Craib). สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน.
  2. กรมป่าไม้. (2569). คู่มือพรรณไม้และข้อมูลลักษณะทางกายวิภาคของไม้กำยาน (Styrax benzoides Craib). กรมป่าไม้.
  3. Meepowpan, P., Winairuangrid, P., Thangsunan, P., & Thavornyutikarn, P. (2018). Phytochemical constituents of the stems of Styrax benzoides Craib and their chemosystematic significance. Chiang Mai Journal of Science, 45(3), 1407–1414.
  4. ราชบัณฑิตยสถาน. (2538). อนุกรมวิธานพืช อักษร ก. กรุงเทพมหานคร: เพื่อนพิมพ์.
  5. Royal Botanic Gardens, Kew. (2026). Styrax benzoides Craib. Plants of the World Online.
  6. Integrated Taxonomic Information System. (2026). Styrax benzoides Craib. ITIS.
  7. Modugno, F., Ribechini, E., & Colombini, M. P. (2006). Aromatic resin characterisation by gas chromatography–mass spectrometry: Raw and archaeological materials. Journal of Chromatography A, 1134(1–2), 298–304.
  8. Meepowpan, P., Winairuangrid, P., Thangsunan, P., & Thavornyutikarn, P. (2018). Phytochemical constituents of the stems of Styrax benzoides Craib and their chemosystematic significance. Chiang Mai Journal of Science, 45(3), 1407–1414.
  9. Styrax spp.: Habitat, Phenology, Phytochemicals, Biological Activity and Applications. (2025). Plants, 14(5), 746.
  10. Coskey, R. J. (1978). Contact dermatitis owing to tincture of benzoin. Archives of Dermatology, 114(1), 128.
  11. James, W. D., White, S. W., & Yanklowitz, B. (1984). Allergic contact dermatitis to compound tincture of benzoin. Journal of the American Academy of Dermatology, 11(5), 847–850.
  12. Scardamaglia, L., Nixon, R., & Fewings, J. (2003). Compound tincture of benzoin: A common contact allergen? Australasian Journal of Dermatology, 44, 180–184.

 

Scroll to top