คัดเค้า

คัดเค้า

คัดเค้า

คัดเค้า เป็นสมุนไพรไทยประเภทไม้พุ่มรอเลื้อยหรือไม้เถาเนื้อแข็งที่พบในประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีน มีจุดเด่นคือ หนามแหลมโค้งเป็นคู่ ดอกสีขาวนวลมีกลิ่นหอมแรงในช่วงเย็นถึงกลางคืน และผลเมื่อสุกเปลี่ยนเป็นสีดำ นอกจากใช้ในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยแล้ว ยังนิยมปลูกเป็นไม้ประดับและทำแนวรั้ว เนื่องจากมีลำต้นแข็งแรงและหนามช่วยป้องกันการบุกรุกได้

ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร

  • ชื่อสมุนไพร : คัดเค้า
  • ชื่อวิทยาศาสตร์ : Oxyceros horridus Lour.
  • ชื่อวิทยาศาสตร์ที่พบในเอกสารสมุนไพรไทย : Randia siamensis (Miq.) Craib. ซึ่งปัจจุบัน Kew Plants of the World Online จัดเป็นชื่อพ้องของ Oxyceros horridus Lour.
  • ชื่อวงศ์ : Rubiaceae หรือวงศ์เข็ม
  • ชื่อสามัญ : Siamese Randia, Fragrant Randia
  • ชื่อท้องถิ่น : เค็ดเค้า, หนามลิดเค้า, จีเก๊า, จีเค้า, พญาท้าวเอว, คัดเค้าเครือ, คัดเค้าหนาม และชื่ออื่น ๆ ตามแต่ละภูมิภาค
  • ลักษณะเด่น : เป็นไม้รอเลื้อยที่มีหนามแข็งและโค้งเป็นคู่บริเวณข้อและโคนใบ ดอกมีกลิ่นหอมมาก และผลแก่มีสีดำ
  • การใช้ประโยชน์ : ใช้เป็นสมุนไพรตามภูมิปัญญาไทย และใช้เป็นไม้ประดับหรือปลูกเป็นแนวรั้ว

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

  • ต้น : เป็นไม้พุ่มรอเลื้อยหรือไม้เถาเนื้อแข็ง สูงประมาณ 3–6 เมตร เนื้อไม้เหนียวแข็ง เปลือกลำต้นเรียบสีน้ำตาล กิ่งอ่อนมีลักษณะเป็นเหลี่ยม และสามารถเลื้อยพาดพันต้นไม้อื่นได้
  • หนาม : หนามแข็งแหลม ยาวประมาณ 1 เซนติเมตร ปลายโค้งงอ และมักเกิดเป็นคู่ตรงข้ามกันตามข้อหรือบริเวณโคนใบ เป็นลักษณะสำคัญที่ใช้จำแนกคัดเค้า
  • ใบ : ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปรีแกมขอบขนาน กว้างประมาณ 4–5 เซนติเมตร ยาว 6–12 เซนติเมตร เนื้อใบหนาและเหนียว ผิวด้านบนเรียบเป็นมันสีเขียวสด ด้านล่างมีสีอ่อนกว่า โคนใบสอบ ปลายใบแหลม และขอบใบเรียบ
  • ดอก : ออกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบและปลายกิ่ง ช่อดอกมีดอกย่อยประมาณ 10–25 ดอก ดอกมีลักษณะคล้ายดอกเข็ม สีขาวนวลในระยะแรกและเปลี่ยนเป็นสีเหลืองนวล กลีบดอกโคนเชื่อมเป็นหลอดสั้น ปลายแยก 5 กลีบ ดอกมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.5–2 เซนติเมตร มีกลิ่นหอมแรง โดยเฉพาะช่วงเย็นและกลางคืน
  • ผล : เป็นผลสดออกเป็นกลุ่มหรือพวง รูปกลมหรือกลมรี สีเขียวเข้ม เมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีดำ ขนาดประมาณ 1–1.5 เซนติเมตร ภายในมีเมล็ดขนาดเล็กจำนวนมาก
  • เมล็ด : เมล็ดขนาดเล็ก มีจำนวนมากอยู่ภายในผล

ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์

  • ถิ่นกำเนิด : ปัจจุบันฐานข้อมูล Plants of the World Online ของ Royal Botanic Gardens, Kew ระบุถิ่นกำเนิดของ Oxyceros horridus อยู่ในภูมิภาคอินโดจีน
  • การกระจายพันธุ์ : พบใน ไทย กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม
  • ถิ่นอาศัยในประเทศไทย : พบตามป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ ป่าละเมาะ และพื้นที่ธรรมชาติ ตั้งแต่ระดับใกล้น้ำทะเลจนถึงประมาณ 500 เมตร
  • ในประเทศไทยมีการนำมาปลูกตามบ้านและสวน เนื่องจากดอกมีกลิ่นหอมและหนามสามารถใช้เป็นแนวรั้วได้

การปลูกและการขยายพันธุ์

  • การขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด : เป็นวิธีที่ใช้กันทั่วไป โดยเก็บผลที่สุกแก่และมีสีดำ แยกเมล็ดออกจากเนื้อผล แล้วนำไปเพาะในวัสดุเพาะที่มีความชื้นเหมาะสม
  • การปักชำ : สามารถใช้กิ่งที่สมบูรณ์มาปักชำในวัสดุเพาะที่ระบายน้ำได้ดีและมีความชื้นสม่ำเสมอ
  • การตอนกิ่ง : เป็นอีกวิธีที่ใช้ขยายพันธุ์ต้นที่มีลักษณะดี
  • การดูแล : คัดเค้าปลูกเลี้ยงค่อนข้างง่ายและทนทาน ควรมีค้างหรือโครงสำหรับให้กิ่งเลื้อย และควรตัดแต่งกิ่งเพื่อควบคุมทรงพุ่ม โดยเฉพาะเมื่อปลูกเป็นแนวรั้ว

ส่วนที่ใช้เป็นยา

  • ราก
  • ต้นและเถา
  • เปลือกต้น
  • ใบ
  • ดอก
  • ผล
  • หนาม
  • แก่น

การแพทย์แผนไทยและภูมิปัญญาพื้นบ้านมีการใช้คัดเค้าหลายส่วน โดยสรรพคุณแตกต่างกันตามส่วนของพืชและตำรับยา

สรรพคุณทางสมุนไพร มีการใช้ตามภูมิปัญญา

หมายเหตุ: ข้อมูลส่วนนี้เป็นการรวบรวมการใช้ตามภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและพื้นบ้าน ไม่ควรตีความว่าเป็นข้อบ่งใช้ทางการแพทย์ที่ได้รับการยืนยันจากการทดลองในมนุษย์

  • ราก : ตามภูมิปัญญาใช้รสเย็นและฝาดเล็กน้อย แก้ไข้ และใช้แก้เลือดออกตามไรฟัน
  • ใบ : ใช้แก้ไข้ และใช้ในตำรับที่เกี่ยวข้องกับอาการที่เรียกว่าโลหิตซ่าน
  • ต้น : ใช้บำรุงโลหิต
  • เปลือกต้น : ใช้แก้เสมหะและโลหิตซ่าน และมีการระบุการใช้ในตำรับสำหรับเลือดออกตามทวารทั้งเก้า
  • เถา : ใช้แก้เสมหะ แก้ไข้ และเกี่ยวกับความผิดปกติของโลหิตตามภูมิปัญญา
  • ดอก : ใช้แก้โลหิตในกองกำเดา และแก้เลือดออกตามไรฟันในบางตำรับ
  • ผล : ใช้เป็น ยาขับประจำเดือน ฟอกโลหิต และบำรุงโลหิต ตามตำรับพื้นบ้าน
  • หนาม : ใช้ในตำรับสำหรับฝีและพิษไข้บางชนิด
  • แก่น : มีการนำไปฝนกับน้ำเพื่อใช้ตามภูมิปัญญาในการแก้ไข้

วิธีใช้

การใช้คัดเค้าตามภูมิปัญญาแตกต่างกันตามส่วนของพืชและตำรับยา เช่น การนำ ราก เปลือกต้น เถา หรือแก่นมาต้ม/ฝน และการนำส่วนต่าง ๆ เข้าตำรับยา ส่วนผลมีการใช้เป็นยาตามตำรับพื้นบ้านเกี่ยวกับประจำเดือนและโลหิต

เนื่องจากมีหลักฐานการทดลองในสัตว์พบว่าสารจากผลคัดเค้าอาจมีผลต่อ ความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ และการหดตัวของมดลูก จึงไม่ควรนำผลหรือสารสกัดคัดเค้ามารับประทานเพื่อรักษาโรคหรือใช้ขับประจำเดือนด้วยตนเอง โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์

ในบัญชียาจากสมุนไพร

จากการค้นข้อมูลที่มีเผยแพร่และตรวจสอบได้ ยังไม่พบข้อมูลที่ยืนยันว่าคัดเค้า (Oxyceros horridus / Randia siamensis) เป็นสมุนไพรเดี่ยวที่อยู่ในบัญชียาจากสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ จึงควรแยกให้ชัดเจนระหว่าง การใช้ตามภูมิปัญญาไทย กับ รายการยาที่ได้รับการบรรจุในบัญชีทางราชการ

สารสำคัญ

มีรายงานการศึกษาทางเคมีของ ผลคัดเค้า พบสารกลุ่มไตรเทอร์พีนและไตรเทอร์พีนซาโปนิน ได้แก่

  • Ursolic acid
  • Pseudoginsenoside-RP₁
  • Pseudoginsenoside-RT₁
  • Siamenoside
  • สารกลุ่ม triterpenoid saponins อื่น ๆ

งานวิจัยระบุว่าสารเหล่านี้ถูกแยกและพิสูจน์โครงสร้างจากผลของ Randia siamensis ด้วยวิธีทางสเปกโทรสโกปี รวมถึง ^13C-NMR

งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

งานวิจัยเกี่ยวกับคัดเค้ามีทั้งการศึกษาองค์ประกอบทางเคมีและการทดลองฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา แต่หลักฐานส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับ การทดลองในหลอดทดลองหรือสัตว์ทดลอง ไม่ควรนำผลไปเทียบเท่ากับประสิทธิผลในการรักษาโรคในมนุษย์

งานวิจัยสำคัญ ได้แก่ การศึกษาผลคัดเค้าที่พบสาร ursolic acid และ saponins หลายชนิด และการศึกษาฤทธิ์ของ pseudoginsenoside-RT₁ ซึ่งพบผลต่อความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ และการหดตัวของมดลูกในหนูทดลอง

การศึกษาทางเภสัชวิทยา

  • ฤทธิ์ต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด : สารสกัดผลคัดเค้าสามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจในสัตว์ทดลอง โดยเกี่ยวข้องกับระบบ adrenergic และ nitric oxide
  • ฤทธิ์ต่อกล้ามเนื้อมดลูก : pseudoginsenoside-RT₁ ทำให้เกิดการเพิ่มการหดตัวของมดลูกในหนูทดลอง ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญด้านความปลอดภัย
  • ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ : งานวิจัยสารสกัดราก ลำต้น และใบของคัดเค้าพบความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระ โดยสารสกัดเมทานอลจากลำต้นมีผลเด่นในการทดสอบ DPPH และ FRAP และพบสารฟีนอลิกในระดับสูง
  • ฤทธิ์เกี่ยวกับระบบหัวใจ : การทดลองในสัตว์และเนื้อเยื่อแยกส่วนพบทั้งผลกระตุ้นและคลายตัวของหลอดเลือด แสดงให้เห็นว่าฤทธิ์ของสารสกัดมีความซับซ้อนและขึ้นกับขนาดยาและสภาวะการทดลอง

ความปลอดภัย

ข้อมูลความปลอดภัยของคัดเค้าในมนุษย์ยังมีจำกัด และยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะกำหนดขนาดรับประทานที่ปลอดภัยสำหรับการใช้เป็นยาด้วยตนเอง

งานทดลองในสัตว์พบว่าสารจากผลคัดเค้ามีผลต่อ ระบบหัวใจและหลอดเลือดและการหดตัวของมดลูก ขณะที่สารสกัดเอทานอลจากผลยังแสดงฤทธิ์เป็นพิษต่อปลาในการทดลอง จึงไม่ควรสรุปว่าการใช้ผลคัดเค้าในคนมีความปลอดภัยเพียงเพราะเป็นสมุนไพรธรรมชาติ

ข้อห้ามใช้

  • หญิงตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการใช้คัดเค้า โดยเฉพาะผลหรือสารสกัดจากผล เนื่องจากมีหลักฐานในสัตว์ทดลองว่าสารบางชนิดสามารถเพิ่มการหดตัวของมดลูก
  • ไม่ควรใช้คัดเค้าเพื่อ ขับประจำเดือนหรือทำให้แท้ง ด้วยตนเอง
  • ผู้ที่มีโรคหัวใจ ความดันโลหิตผิดปกติ หรือใช้ยาที่มีผลต่อหัวใจและหลอดเลือด ควรหลีกเลี่ยงการใช้สารสกัดเข้มข้นจนกว่าจะมีข้อมูลด้านความปลอดภัยที่เพียงพอ
  • ไม่ควรรับประทานสารสกัดหรือผลิตภัณฑ์คัดเค้าที่ไม่ทราบส่วนประกอบและปริมาณสารสำคัญ

ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา

ยังไม่มีข้อมูลการศึกษาปฏิกิริยาระหว่าง คัดเค้าและยาที่ใช้ในมนุษย์ อย่างเป็นระบบเพียงพอที่จะระบุคู่ยาที่แน่นอนได้

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการทดลองพบว่าสารสกัดผลคัดเค้ามีผลต่อ ความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ และระบบ adrenergic จึงควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษหากใช้ร่วมกับยาที่มีผลต่อความดันโลหิตหรือการทำงานของหัวใจ เช่น ยาลดความดันโลหิต ยากลุ่ม beta-blockers หรือยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทซิมพาเทติก โดยควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้

การใช้ในอาหาร

มีข้อมูลจากฐานข้อมูลพรรณไม้ท้องถิ่นระบุว่า ยอดอ่อนคัดเค้า สามารถนำไปปรุงอาหารได้ เช่น ใช้ทำยำร่วมกับมะพร้าวคั่ว อย่างไรก็ตาม ข้อมูลด้านความปลอดภัยของการบริโภคในปริมาณมากหรือการบริโภคส่วนอื่นของต้นยังมีจำกัด จึงไม่ควรนำผลหรือส่วนที่ใช้เป็นยามารับประทานเป็นอาหารโดยไม่มีข้อมูลรองรับ

การใช้ในผลิตภัณฑ์

  • ไม้ประดับ : นิยมปลูกเป็นไม้ประดับเนื่องจากมีดอกสีขาวนวล กลิ่นหอม และมีรูปทรงเป็นไม้พุ่มรอเลื้อย
  • แนวรั้ว : หนามแข็งและแหลมทำให้เหมาะสำหรับปลูกเป็นแนวรั้วหรือแนวป้องกัน
  • ผลิตภัณฑ์สมุนไพร : มีการกล่าวถึงการใช้ส่วนต่าง ๆ ในตำรับยาพื้นบ้าน แต่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์และข้อมูลมาตรฐานผลิตภัณฑ์สำหรับการใช้เป็นผลิตภัณฑ์ยาในมนุษย์ยังมีจำกัด

การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา

  • ราก : แหล่งข้อมูลด้านภูมิปัญญาระบุว่านิยมเก็บรากจากต้นที่มีอายุประมาณ 6–8 ปีขึ้นไปเพื่อนำมาใช้ทำยา
  • ผล : หากต้องการขยายพันธุ์ควรเก็บผลที่สุกแก่เต็มที่ ซึ่งผลจะเปลี่ยนเป็นสีดำและมีเมล็ดพร้อมเพาะ
  • ส่วนที่ใช้ทำยา : ควรเก็บจากต้นที่ระบุชนิดถูกต้อง และหลีกเลี่ยงบริเวณที่อาจปนเปื้อนสารเคมี
  • การเก็บรักษา : สมุนไพรสดควรทำความสะอาดและแปรรูปอย่างเหมาะสม ส่วนวัตถุดิบแห้งควรเก็บในภาชนะสะอาด แห้ง ปิดสนิท ป้องกันความชื้น แสง และแมลง

ภูมิปัญญาท้องถิ่น

คัดเค้าเป็นพืชที่คนไทยรู้จักและใช้ประโยชน์มาเป็นเวลานาน โดยมีการใช้แทบทุกส่วนของต้นในตำรับพื้นบ้าน เช่น รากใช้แก้ไข้ ใบใช้ในตำรับเกี่ยวกับโลหิต ดอกใช้แก้เลือดกำเดา ผลใช้เกี่ยวกับประจำเดือนและการบำรุงโลหิต หนามใช้เกี่ยวกับฝีและพิษไข้ และแก่นใช้แก้ไข้

นอกจากการใช้เป็นสมุนไพรแล้ว คัดเค้ายังมีคุณค่าด้านการใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน โดยนิยมปลูกไว้ตามบ้านและริมรั้ว เพราะดอกมีกลิ่นหอมและหนามช่วยทำหน้าที่เป็นแนวป้องกันได้

ประวัติและวัฒนธรรม

คัดเค้าเป็นพืชที่ปรากฏในความรู้ด้านพรรณไม้และสมุนไพรไทยมาเป็นเวลานาน ชื่อพื้นเมืองแตกต่างกันตามภูมิภาค เช่น คัดเค้าเครือ เค็ดเค้า จีเก๊า หนามลิดเค้า และพญาท้าวเอว ขณะที่พจนานุกรมราชบัณฑิตยสถานระบุคัดเค้าว่าเป็นไม้เถาเนื้อแข็งชนิด Oxyceros horridus ในวงศ์ Rubiaceae มีหนามโค้งแหลมและดอกมีกลิ่นหอม

ในวิถีชีวิตชนบท ผลคัดเค้ายังเคยถูกนำมาใช้เป็นของเล่นพื้นบ้านสำหรับเด็ก และต้นคัดเค้านิยมปลูกตามรั้วบ้านเพื่อใช้ประโยชน์ทั้งด้านความสวยงามและการป้องกันพื้นที่

สถานะการอนุรักษ์

ฐานข้อมูล Plants of the World Online ของ Royal Botanic Gardens, Kew ระบุ Oxyceros horridus เป็นชนิดที่ได้รับการยอมรับทางอนุกรมวิธาน และข้อมูล Angiosperm Extinction Risk Predictions v1 ระบุการประเมินเชิงคาดการณ์ว่า not threatened (ไม่อยู่ในกลุ่มที่คาดว่าถูกคุกคาม) โดยมีระดับความเชื่อมั่นสูง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวเป็นการคาดการณ์ความเสี่ยง ไม่ควรตีความว่าเป็นการประกาศสถานะ IUCN Red List โดยตรง

ข้อมูลอนุกรมวิธาน

  • อาณาจักร (Kingdom) : Plantae
  • หมวด (Phylum) : Streptophyta
  • ชั้น (Class) : Equisetopsida
  • ชั้นย่อย (Subclass) : Magnoliidae
  • อันดับ (Order) : Gentianales
  • วงศ์ (Family) : Rubiaceae
  • สกุล (Genus) : Oxyceros Lour.
  • ชนิด (Species) : Oxyceros horridus Lour.

ชื่อพ้องสำคัญ : Randia siamensis (Miq.) Craib, Randia horrida (Lour.) Schult., Gardenia horrida (Lour.) Spreng., Griffithia siamensis Miq., Randia uncata Ridl., Solena horrida (Lour.) D.Dietr. และ Webera siamensis Kurz.

การตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพร

การตรวจสอบคัดเค้าควรพิจารณาร่วมกันทั้ง ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ชื่อวิทยาศาสตร์ และแหล่งที่มาของวัตถุดิบ โดยลักษณะที่ช่วยระบุชนิดได้ดี ได้แก่

  • ไม้พุ่มรอเลื้อยหรือไม้เถาเนื้อแข็ง
  • มีหนามแข็งแหลมและโค้งเป็นคู่บริเวณข้อ
  • ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปรีแกมขอบขนาน
  • ดอกออกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบและปลายกิ่ง
  • ดอกสีขาวนวลเปลี่ยนเป็นเหลืองนวลและมีกลิ่นหอมแรง
  • ผลกลมหรือกลมรี สีเขียวเมื่ออ่อนและดำเมื่อแก่
  • ควรตรวจสอบตัวอย่างพรรณไม้กับ ตัวอย่างอ้างอิงในพิพิธภัณฑ์พืชหรือหอพรรณไม้ (herbarium) โดยเฉพาะเมื่อวัตถุดิบเป็นส่วนที่ไม่มีดอกหรือผล

ชื่อ Randia siamensis ที่พบในเอกสารสมุนไพรเก่าหรือเอกสารวิจัยสามารถใช้เป็นข้อมูลค้นคืนงานวิจัยได้ แต่ฐานข้อมูล Kew ปัจจุบันยอมรับชื่อ Oxyceros horridus Lour. เป็นชื่อที่ถูกต้อง และจัด Randia siamensis เป็นชื่อพ้อง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. (ม.ป.ป.). คัดเค้า. ฐานข้อมูลสมุนไพร.
  2. รัตนะ, สุรพงศ์. (2020). ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ปริมาณฟีนอลิก และปริมาณฟลาโวนอยด์ ในสารสกัดคัดเค้า (Oxyceros horridus). วารสารหมอยาไทยวิจัย, 6(2), 1–10.
  3. มูลนิธิหมอชาวบ้าน. (ม.ป.ป.). คัดเค้า: ความหอมอย่างไทย จากป่าไทย.
  4. มูลนิธิสุขภาพไทย. (ม.ป.ป.). คัดเค้า เป็นทั้งยา และไม้ประดับ.
  5. องค์การสวนพฤกษศาสตร์. (2540). สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เล่ม 3 (พิมพ์ครั้งที่ 3). โอ.เอส. พริ้นติ้ง เฮ้าส์.
  6. Jansakul, C., Intarit, K., Itharat, A., Phadungcharoen, T., Ruangrungsi, N., Merica, A., & Lange, G. L. (1999). Constituents of the fruit of Randia siamensis, biological activity of saponin pseudoginsenoside-RT₁. Studies in Plant Science, 6, 163–167. https://doi.org/10.1016/S0928-3420(99)80019-6
  7. Khwanchuea, R., Jansakul, C., Mulvany, M. J., Queiroz, E. F., & Hostettmann, K. (2007). Cardiovascular effects of an n-butanol extract from fresh fruits of Randia siamensis. Biological & Pharmaceutical Bulletin, 30(1), 96–104. https://doi.org/10.1248/bpb.30.96
  8. Royal Botanic Gardens, Kew. (2026). Oxyceros horridus Lour. Plants of the World Online.
Scroll to top