โกฐพุงปลา

โกฐพุงปลา

โกฐพุงปลา เป็นเครื่องยาสมุนไพรไทยที่มีความสำคัญในกลุ่ม ยาฝาดสมานและยาบรรเทาอาการท้องเสีย โดยไม่ได้หมายถึงผลของสมอไทยโดยตรง แต่หมายถึง ปุ่มปมหรือกอลล์ (gall) ที่เกิดบนใบของสมอไทย (Terminalia chebula Retz.) แล้วนำมาตากแห้งใช้เป็นเครื่องยา ตำรามาตรฐานยาสมุนไพรไทยระบุชื่อเครื่องยานี้ว่า Terminaliae Chebulae Galla หรือ Terminalia Chebula Gall และจัดอยู่ในกลุ่มยาฝาดสมานและยาต้านอาการท้องเสีย

ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร

  • ชื่อสมุนไพร : โกฐพุงปลา
  • ชื่อไทย : โกฐพุงปลา, ปูดกกส้มมอ
  • ชื่อท้องถิ่น : ส้มมอ, สมอ, สมออัพยา, ม่าแน่, หมากแน่ะ และปูดกกส้มมอ ทั้งนี้ชื่อพื้นเมืองอาจแตกต่างกันตามพื้นที่
  • ชื่อภาษาอังกฤษ : Chebulic Myrobalan Gall, Terminalia Chebula Gall
  • ชื่อวิทยาศาสตร์ของพืชต้นกำเนิด : Terminalia chebula Retz.
  • วงศ์ : Combretaceae
  • ชื่อเครื่องยาในตำรามาตรฐานยาสมุนไพรไทย : Terminaliae Chebulae Galla
  • ส่วนที่เป็นเครื่องยา : กอลล์แห้งที่เกิดบนใบของสมอไทย
  • ลักษณะสำคัญ : เป็นก้อนปูดคล้ายถุงหรือกระเพาะปลาขนาดเล็ก จึงเป็นที่มาของชื่อ โกฐพุงปลา
  • รสยา : ฝาดและขม
  • กลุ่มการใช้ : ยาฝาดสมานและยาบรรเทาอาการท้องเสีย

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

  • ต้น : สมอไทยเป็นไม้ต้นผลัดใบขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงประมาณ 15–25 เมตร และอาจพบต้นที่สูงได้ถึงประมาณ 30 เมตร ลำต้นค่อนข้างตรง เปลือกหนา ขรุขระ สีน้ำตาลแก่ถึงดำ และแตกเป็นร่องตามยาว เรือนยอดเป็นพุ่มค่อนข้างโปร่ง
  • กิ่ง : กิ่งอ่อนและยอดอ่อนมักมีขนสีน้ำตาลแดง กิ่งแก่มีลักษณะแข็งแรงและแตกแขนงเป็นพุ่ม
  • ใบ : เป็นใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามหรือเยื้องกันเล็กน้อย รูปรี รูปไข่ หรือรูปไข่แกมขอบขนาน ขอบใบเรียบ มีต่อมหรือตุ่มบริเวณใกล้โคนก้านใบ แผ่นใบค่อนข้างหนา
  • ดอก : ออกเป็นช่อบริเวณปลายกิ่งหรือซอกใบ ดอกขนาดเล็ก สีขาวอมเหลืองหรือเหลืองอ่อน ไม่มีกลีบดอกเด่นชัด และมีกลิ่นค่อนข้างแรง
  • ผล : เป็นผลแบบ drupe รูปกลมหรือรีถึงรูปกระสวย เปลือกค่อนข้างแข็ง ผลอ่อนมีสีเขียวแกมเหลือง เมื่อแก่และแห้งจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลถึงดำ มักมีสันตามยาวประมาณ 5 สัน และมีเมล็ดเดียว
  • โกฐพุงปลา : ไม่ใช่ผลสมอไทย แต่เป็น กอลล์ที่เกิดจากปฏิกิริยาของพืชต่อการเข้าทำลายหรือการวางไข่ของแมลงบริเวณใบและส่วนอ่อนของพืช ทำให้เนื้อเยื่อพืชเกิดการเจริญผิดปกติและกลายเป็นปุ่มปมหรือถุง มีลักษณะคล้ายกระเพาะปลาขนาดเล็ก เมื่อแห้งจะมีสีน้ำตาล ด้านในมักเป็นโพรงและมีผิวขรุขระ

ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์

  • ถิ่นกำเนิด : มีถิ่นกำเนิดในอนุทวีปอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กระจายตั้งแต่อินเดีย เนปาล ศรีลังกา บังกลาเทศ เมียนมา ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม ไปจนถึงจีนตอนใต้
  • ประเทศไทย : พบสมอไทยในป่าผลัดใบ ป่าเต็งรัง และป่าที่มีสภาพค่อนข้างแห้ง โดยสามารถพบได้ในหลายภูมิภาคของประเทศ
  • ระดับความสูง : พบได้ตั้งแต่พื้นที่ราบจนถึงพื้นที่สูงประมาณ 1,500 เมตร และบางพื้นที่อาจพบสูงกว่านี้
  • สภาพแวดล้อม : เจริญได้ในดินหลายชนิด ทั้งดินร่วน ดินทราย และดินเหนียวที่ระบายน้ำได้ดี เป็นพืชที่ต้องการแสงค่อนข้างมากเมื่อเจริญเต็มที่

การปลูกและการขยายพันธุ์

  • การขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด : เป็นวิธีที่ใช้กันทั่วไป โดยเก็บผลแก่จากต้น นำมาผึ่งหรือตากให้แห้ง แล้วแยกเมล็ดออกก่อนเพาะ
  • การเตรียมเมล็ด : เมล็ดมีเปลือกแข็งและมีการพักตัว จึงสามารถเตรียมก่อนเพาะด้วยการหมัก หรือกรีดบริเวณปลายด้านกว้างของเมล็ดโดยไม่ทำลายตัวอ่อน แล้วแช่น้ำประมาณ 36–48 ชั่วโมง
  • การเพาะกล้า : ควรเพาะในถุงหรือแปลงเพาะก่อนย้ายลงพื้นที่ปลูก เนื่องจากการงอกตามธรรมชาติค่อนข้างต่ำและต้นกล้าเจริญเติบโตช้า
  • การปักชำ : สามารถใช้วิธีขยายพันธุ์ด้วยกิ่งปักชำได้ แต่โดยทั่วไปการใช้ต้นกล้าที่ได้จากเมล็ดมีข้อมูลและการใช้มากกว่า
  • การดูแล : ระยะแรกควรมีร่มเงาบางส่วนและรักษาความชื้นให้เหมาะสม เมื่อโตขึ้นต้องการแสงมากขึ้น และควรปลูกในบริเวณที่ระบายน้ำได้ดี
  • ข้อมูลการทดลองเพาะเมล็ด : งานวิจัยด้านการงอกของเมล็ดพบว่าการแช่เมล็ดในน้ำหรือการเตรียมเมล็ดบางวิธีสามารถช่วยเพิ่มการงอกได้ และการหมักเมล็ดในสารละลายมูลโคเป็นเวลา 6 วันให้ผลการงอกสูงในการทดลองหนึ่ง

ส่วนที่ใช้เป็นยา

  • ส่วนที่ใช้ : กอลล์หรือปุ่มปมบนใบของสมอไทย (Terminalia chebula Retz.) ที่เก็บและทำให้แห้ง
  • ชื่อเครื่องยา : Terminaliae Chebulae Galla
  • ลักษณะเครื่องยา : ก้อนปูดคล้ายถุงแบนหรือกระเพาะปลาขนาดเล็ก มีคอคอดและส่วนปลายป่อง เมื่อแห้งมีสีน้ำตาลถึงน้ำตาลคล้ำ

สรรพคุณทางสมุนไพร มีการใช้ตามภูมิปัญญา

  • ตามภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย : ใช้เป็น ยาฝาดสมาน ช่วยบรรเทาอาการท้องเสียและอาการผิดปกติของธาตุ
  • อาการท้องเสีย : ใช้ในตำรับยาที่มีสรรพคุณบรรเทาอาการท้องเสีย โดยเฉพาะอาการที่ไม่มีลักษณะบ่งชี้การติดเชื้อรุนแรง
  • อาการบิด : ตำรายาไทยมีการใช้โกฐพุงปลาเป็นส่วนประกอบในตำรับที่เกี่ยวข้องกับอาการบิดและอุจจาระผิดปกติ
  • อาการอาเจียน : มีการใช้ตามตำรับยาโบราณเพื่อบรรเทาอาการอาเจียน
  • อาการไอและมีเสมหะ : โกฐพุงปลาเป็นส่วนประกอบสำคัญของ ยาอำมฤควาที ซึ่งใช้บรรเทาอาการไอและขับเสมหะ
  • ระบบทางเดินอาหาร : เป็นส่วนประกอบของ ยาธาตุบรรจบ ซึ่งใช้บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และอาการอุจจาระธาตุพิการหรือท้องเสียชนิดไม่ติดเชื้อ
  • กลุ่มยาหอม : พบเป็นส่วนประกอบของตำรับ ยาหอมนวโกฐ และตำรับยาหอมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ลมตามภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย

หมายเหตุ: สรรพคุณข้างต้นเป็นข้อมูลจากตำรายาและการใช้ตามภูมิปัญญา ไม่ควรตีความว่าเป็นข้อพิสูจน์ประสิทธิผลทางคลินิกของโกฐพุงปลาเดี่ยวในทุกข้อบ่งใช้

วิธีใช้

  • การใช้เป็นเครื่องยา : โดยทั่วไปนำโกฐพุงปลาที่แห้งแล้วมาบดเป็นผง หรือใช้เป็นส่วนประกอบในตำรับยาไทย
  • การใช้ในตำรับยา : ปริมาณและวิธีใช้ขึ้นอยู่กับสูตรตำรับ ไม่ควรกำหนดขนาดรับประทานของโกฐพุงปลาเดี่ยวจากขนาดของตำรับยาอื่น
  • ยาอำมฤควาที : โกฐพุงปลาเป็นส่วนประกอบในตำรับยาอำมฤควาที ซึ่งใช้ บรรเทาอาการไอและขับเสมหะ โดยขนาดการใช้ของตำรับต้องเป็นไปตามฉลากและข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์
  • ยาธาตุบรรจบ : เป็นส่วนประกอบในตำรับยาสำหรับบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และท้องเสียที่ไม่เกิดจากการติดเชื้อ

ในบัญชียาจากสมุนไพร

โกฐพุงปลาไม่ได้เป็นตำรับยาเดี่ยวในบัญชียาจากสมุนไพร แต่เป็นตัวยาสำคัญในตำรับยาหลายชนิด ได้แก่

  • ยาธาตุบรรจบ : ใช้บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และอาการอุจจาระธาตุพิการหรือท้องเสียที่ไม่เกิดจากการติดเชื้อ โดยโกฐพุงปลาอยู่ในสูตรตำรับร่วมกับสมุนไพรอีกหลายชนิด
  • ยาอำมฤควาที : ใช้บรรเทาอาการไอและขับเสมหะ โดยมีโกฐพุงปลาเป็นหนึ่งในส่วนประกอบของตำรับ
  • ยาหอมนวโกฐ : อยู่ในกลุ่มตำรับยารักษาอาการทางระบบไหลเวียนโลหิตหรือ แก้ลม และมีโกฐพุงปลาเป็นหนึ่งในพิกัดโกฐทั้ง 9 ของตำรับ
  • ยาหอมเทพจิตรและตำรับยาหอมอื่น : มีข้อมูลการใช้โกฐพุงปลาเป็นส่วนประกอบของตำรับยาหอมตามองค์ความรู้ดั้งเดิม

สารสำคัญ

  • แทนนิน (Tannins) : เป็นสารกลุ่มสำคัญที่พบในโกฐพุงปลา และเป็นพื้นฐานของฤทธิ์ฝาดสมาน
  • กรดแกลลิก (Gallic acid) : เป็นสารบ่งชี้สำคัญที่ใช้ในการตรวจสอบเอกลักษณ์ทางเคมีของโกฐพุงปลา
  • Chebulagic acid : เป็นสารแทนนินชนิดไฮโดรไลซ์ที่พบใน T. chebula
  • Tannic acid : พบเป็นองค์ประกอบของสารกลุ่มแทนนิน
  • Phenolic acids : พบสารประกอบฟีนอลิกหลายชนิด
  • Flavonoids : ตรวจพบสารกลุ่มฟลาโวนอยด์ในสารสกัด
  • Triterpenoids : พบสารกลุ่มไตรเทอร์พีนอยด์ในพืชชนิดนี้

มาตรฐานทางเภสัชเวท : ตำรามาตรฐานยาสมุนไพรไทยกำหนดให้ ปริมาณแทนนินไม่น้อยกว่า 30% โดยน้ำหนัก และกำหนดค่าความชื้น เถ้ารวม สารสกัดที่ละลายในเอทานอลและน้ำ รวมถึงลักษณะทางโครมาโทกราฟีเพื่อควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ

งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

  • ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ : สารสกัดโกฐพุงปลามีสารกลุ่มฟีนอลิกและแทนนินจำนวนมาก และมีรายงานฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในการทดลองหลายรูปแบบ
  • ฤทธิ์ต้านเอนไซม์ AChE : งานวิจัยของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกที่ศึกษาสมุนไพรในตำรับยาหอมนวโกฐพบว่า สารสกัดเอทานอลของโกฐพุงปลาแสดงฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ acetylcholinesterase สูง โดยมีเปอร์เซ็นต์การยับยั้ง 88.74 ± 2.16 และแสดงฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงในการทดสอบ DPPH
  • ฤทธิ์ต้านการอักเสบ : งานวิจัยระดับห้องปฏิบัติการพบศักยภาพของสารสกัดจากกอลล์ในการยับยั้งกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ รวมถึงฤทธิ์ต้านเอนไซม์ lipoxygenase
  • ฤทธิ์ต้านจุลชีพ : สารสกัดจาก Terminalia chebula มีรายงานฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียและจุลชีพบางชนิด อย่างไรก็ตามหลักฐานส่วนใหญ่ยังเป็นการศึกษาในห้องปฏิบัติการ
  • ฤทธิ์ต้านมาลาเรีย : งานวิจัยปี 2025 พบว่าสารสกัดน้ำจากกอลล์ของ T. chebula สามารถยับยั้งปรสิตมาลาเรียในแบบจำลองทดลองได้ และแสดงผลแบบขึ้นกับขนาดยา แต่ยังเป็นหลักฐานระดับก่อนคลินิก ไม่ใช่หลักฐานว่าการรับประทานโกฐพุงปลาสามารถรักษาโรคมาลาเรียในคนได้
  • หลักฐานทางคลินิก : หลักฐานเกี่ยวกับ โกฐพุงปลาเดี่ยวในมนุษย์ยังมีจำกัด งานวิจัยจำนวนมากเป็นการศึกษาสารสกัด พืชทั้งชนิด หรือสารประกอบในระดับเซลล์และสัตว์ทดลอง จึงควรแยกให้ชัดเจนระหว่าง “สรรพคุณตามภูมิปัญญา” กับ “ประสิทธิผลที่ได้รับการยืนยันทางคลินิก”

การศึกษาทางเภสัชวิทยา

  • ฤทธิ์ฝาดสมาน : แทนนินในโกฐพุงปลาสามารถจับกับโปรตีนและมีคุณสมบัติฝาดสมาน ซึ่งสอดคล้องกับการใช้เป็นเครื่องยาในกลุ่ม ยาฝาดสมาน
  • ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ : สัมพันธ์กับสารกลุ่มฟีนอลิกและแทนนินหลายชนิด
  • ฤทธิ์ต้านการอักเสบ : มีหลักฐานจากการทดลองระดับเซลล์และเอนไซม์
  • ฤทธิ์ต้านเชื้อจุลชีพ : มีรายงานจากการทดสอบสารสกัดของ T. chebula
  • ฤทธิ์ยับยั้ง acetylcholinesterase : มีผลเด่นในการศึกษาสารสกัดเอทานอลของโกฐพุงปลาในงานวิจัยของกรมการแพทย์แผนไทยฯ
  • ฤทธิ์ต้านมาลาเรีย : สารสกัดน้ำจากกอลล์แสดงฤทธิ์ต่อ Plasmodium ในแบบจำลองเซลล์และสัตว์ทดลอง แต่ยังไม่เพียงพอที่จะใช้แทนยามาตรฐานสำหรับผู้ป่วย
  • ฤทธิ์ต่อเซลล์มะเร็ง : สารสกัดเอทานอลจากกอลล์สามารถยับยั้งการเจริญของเซลล์บางสายพันธุ์ในการทดลองแบบเซลล์เพาะเลี้ยง แต่ไม่ควรนำผลดังกล่าวไปกล่าวอ้างว่าโกฐพุงปลารักษาโรคมะเร็งในคนได้

ความปลอดภัย

  • ข้อมูลความปลอดภัยของโกฐพุงปลาโดยตรงยังมีจำกัด โดยเฉพาะการใช้ในคนระยะยาว
  • การศึกษาในสัตว์ปี 2025 พบว่าสารสกัดน้ำจากกอลล์ของ T. chebula ที่ให้ทางปากขนาด 2,000 มก./กก. ไม่พบสัญญาณพิษเฉียบพลันที่ชัดเจน และไม่พบความผิดปกติทางพยาธิสภาพของตับและไตภายใต้เงื่อนไขการทดลองดังกล่าว
  • ในทางกลับกัน การศึกษาความเป็นพิษด้วย brine shrimp พบว่าสารสกัดเอทานอลจากกอลล์มีความเป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิตทดสอบมากกว่าสารสกัดชนิดอื่น แสดงให้เห็นว่า ชนิดของตัวทำละลายและองค์ประกอบของสารสกัดมีผลต่อความเป็นพิษ
  • ผลการทดลองในสัตว์หรือสิ่งมีชีวิตทดสอบไม่สามารถใช้ยืนยันความปลอดภัยในมนุษย์ได้ทั้งหมด จึงควรใช้โกฐพุงปลาตามตำรับและขนาดที่กำหนด และหลีกเลี่ยงการใช้สารสกัดเข้มข้นโดยไม่มีข้อมูลรองรับ

ข้อห้ามใช้

  • ไม่ควรใช้แทนการรักษาโรคท้องเสียที่มีสัญญาณอันตราย เช่น มีไข้สูง ถ่ายเป็นเลือด อาเจียนรุนแรง ขาดน้ำ หรือสงสัยการติดเชื้อ
  • หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร : ยังมีข้อมูลด้านความปลอดภัยของโกฐพุงปลาเดี่ยวไม่เพียงพอ จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้เองและปรึกษาแพทย์หรือแพทย์แผนไทยผู้ประกอบวิชาชีพก่อนใช้
  • เด็กเล็ก : ไม่ควรใช้โกฐพุงปลาเดี่ยวเองโดยไม่มีคำแนะนำจากผู้ประกอบวิชาชีพ
  • ผู้มีโรคประจำตัวหรือใช้ยาหลายชนิด : ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ โดยเฉพาะการใช้สารสกัดเข้มข้น

ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา

  • ยาเมแทบอลิซึมผ่าน CYP2C19 และ CYP2E1 : การศึกษาในหนูพบว่าสารสกัด Terminalia chebula สามารถยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ CYP2C19 และ CYP2E1 จึงมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดปฏิกิริยากับยาบางชนิดที่อาศัยเอนไซม์ดังกล่าวในการกำจัดยา แต่ยังขาดหลักฐานยืนยันผลในมนุษย์
  • Omeprazole และ chlorzoxazone : การทดลองในสัตว์พบการเปลี่ยนแปลงทางเภสัชจลนศาสตร์ของยาทั้งสองชนิดเมื่อใช้ร่วมกับ T. chebula จึงควรระมัดระวังจนกว่าจะมีข้อมูลในมนุษย์ที่ชัดเจน
  • ยาลดน้ำตาลในเลือด : เนื่องจากมีข้อมูลการทดลองที่ชี้ว่าสารสกัด T. chebula อาจมีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด การใช้ร่วมกับยาลดน้ำตาลจึงควรติดตามระดับน้ำตาลอย่างเหมาะสม
  • ยาที่รับประทานพร้อมกัน : เนื่องจากโกฐพุงปลามีแทนนินสูง จึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานพร้อมยาหรือสารบางชนิดที่อาจจับกับแทนนินและลดการดูดซึม โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เสริมธาตุเหล็ก ควรเว้นระยะและปรึกษาเภสัชกรเมื่อจำเป็น
  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด : ยังไม่มีหลักฐานทางคลินิกเพียงพอที่จะยืนยันปฏิกิริยาที่แน่นอนของโกฐพุงปลาเดี่ยว แต่ผู้ใช้ยากลุ่มนี้ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้สารสกัดสมุนไพรเข้มข้น

การใช้ในอาหาร

  • โกฐพุงปลาในฐานะกอลล์แห้ง : โดยทั่วไปใช้เป็น เครื่องยา มากกว่าอาหาร และไม่ใช่วัตถุดิบอาหารที่นิยมบริโภคโดยตรง
  • ผลสมอไทย : แตกต่างจากโกฐพุงปลา เพราะผลของ Terminalia chebula สามารถนำมาใช้เป็นอาหารในบางพื้นที่ของเอเชีย มีการบริโภคสดหรือแปรรูป เช่น การหมัก การดอง และการทำผลิตภัณฑ์อาหารพื้นเมือง
  • แทนนิน : ผลสมอไทยมีแทนนินสูง จึงมีการใช้ในอุตสาหกรรมฟอกหนังและสีธรรมชาติ มากกว่าการนำมาเป็นอาหารทั่วไป

การใช้ในผลิตภัณฑ์

  • ผลิตภัณฑ์สมุนไพร : ใช้เป็นวัตถุดิบในยาแผนไทยและผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหารและตำรับยาหอม
  • สารสกัดสมุนไพร : มีการพัฒนาสารสกัดจากโกฐพุงปลาที่มีสารกลุ่มแทนนินและสารฟีนอลิก เช่น gallic acid สำหรับใช้เป็นวัตถุดิบในการพัฒนาผลิตภัณฑ์
  • ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง : มีการนำสารสกัดโกฐพุงปลาไปศึกษาหรือใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ สารต้านอนุมูลอิสระ การยับยั้ง tyrosinase และการดูแลผิว
  • ผลิตภัณฑ์สีธรรมชาติ : ในระดับพืช T. chebula ผลที่มีแทนนินสามารถนำไปผลิตสีธรรมชาติและใช้ในอุตสาหกรรมฟอกหนังได้

การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา

  • การเก็บเกี่ยว : เก็บกอลล์ที่เกิดบนใบหรือส่วนอ่อนของสมอไทย แล้วคัดเอาสิ่งแปลกปลอมออก
  • การทำแห้ง : ทำความสะอาดและทำให้แห้งสนิทก่อนนำไปเก็บหรือบดเป็นผง
  • การเก็บรักษา : ควรเก็บในภาชนะที่สะอาด แห้ง ปิดสนิท ป้องกันความชื้น แสงแดด และแมลง
  • การควบคุมคุณภาพ : ตำรามาตรฐานยาสมุนไพรไทยกำหนดให้โกฐพุงปลามีความชื้นไม่เกิน 13% เถ้ารวมไม่เกิน 4% สิ่งแปลกปลอมไม่เกิน 1% สารสกัดที่ละลายในเอทานอลไม่น้อยกว่า 42% สารสกัดที่ละลายในน้ำไม่น้อยกว่า 50% และแทนนินไม่น้อยกว่า 30%

ภูมิปัญญาท้องถิ่น

  • ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย : โกฐพุงปลาเป็นหนึ่งในกลุ่มเครื่องยา พิกัดโกฐ และอยู่ใน พิกัดโกฐทั้ง 9 หรือเนาวโกฐ ร่วมกับโกฐชนิดอื่น
  • การใช้ในระบบทางเดินอาหาร : ใช้เป็นยาฝาดสมานและเกี่ยวข้องกับการบรรเทาอาการท้องเสีย บิด และอาการผิดปกติของธาตุ
  • การใช้ในตำรับยาหอม : ใช้ร่วมกับสมุนไพรจำนวนมากในตำรับยาหอม เช่น ยาหอมนวโกฐ
  • การใช้แก้ไอ : เป็นส่วนประกอบของยาอำมฤควาที ซึ่งเป็นตำรับยาไทยสำหรับบรรเทาอาการไอและขับเสมหะ

ประวัติและวัฒนธรรม

โกฐพุงปลา เป็นเครื่องยาที่มีความสัมพันธ์กับองค์ความรู้ด้าน การแพทย์แผนไทยและเภสัชกรรมไทย โดยเฉพาะกลุ่มพิกัดโกฐ ชื่อเรียกมีความเกี่ยวข้องกับรูปลักษณ์ของกอลล์ที่แห้งแล้วมีลักษณะคล้ายถุงหรือกระเพาะปลาขนาดเล็ก

นอกจากนี้ Terminalia chebula ยังมีประวัติการใช้ในระบบการแพทย์ดั้งเดิมของเอเชีย เช่น อายุรเวท สิทธา และการแพทย์พื้นบ้านของอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยส่วนผลของสมอไทยมีบทบาททางวัฒนธรรมและการแพทย์อย่างกว้างขวาง

สถานะการอนุรักษ์

สมอไทย (Terminalia chebula Retz.) ได้รับการประเมินสถานะการอนุรักษ์ในฐานข้อมูล Plants of the World Online ว่าอยู่ในกลุ่ม Least Concern (LC) ตามข้อมูลที่อ้างอิงจาก IUCN และการประเมินความเสี่ยงการสูญพันธุ์ในระดับโลกยังไม่จัดว่าเป็นพืชที่ถูกคุกคาม

อย่างไรก็ตาม การเก็บส่วนกอลล์จากต้นธรรมชาติอย่างไม่เหมาะสมอาจส่งผลต่อสุขภาพของต้นไม้ได้ จึงควรส่งเสริมการใช้วัตถุดิบจากแหล่งที่มีการจัดการและควบคุมคุณภาพ รวมทั้งการปลูกและอนุรักษ์สมอไทยในพื้นที่ธรรมชาติ

ข้อมูลอนุกรมวิธาน

  • Kingdom : Plantae
  • Phylum : Tracheophyta
  • Class : Magnoliopsida
  • Order : Myrtales
  • Family : Combretaceae
  • Genus : Terminalia
  • Species : Terminalia chebula Retz.

ชื่อพ้องทางวิทยาศาสตร์ที่พบในเอกสาร : Buceras chebula (Retz.) Lyons, Myrobalanus chebula (Retz.) Gaertn. และชื่อพ้องอื่น ๆ โดยปัจจุบัน Terminalia chebula Retz. เป็นชื่อที่ยอมรับ

การตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพร

  • การตรวจสอบทางพฤกษศาสตร์ : ตรวจสอบให้ตรงกับกอลล์ของ Terminalia chebula Retz. และไม่ปะปนกับกอลล์จากพืชสกุล Terminalia ชนิดอื่น
  • ลักษณะทางมหภาค : กอลล์แห้งมีรูปร่างคล้ายถุงหรือกระเพาะปลา แบนหรือป่อง มีคอคอด ผิวภายนอกสีน้ำตาลถึงน้ำตาลคล้ำ และด้านในค่อนข้างขรุขระ
  • การตรวจสอบด้วยกล้องจุลทรรศน์ : ใช้ลักษณะทางกายวิภาคของเนื้อเยื่อกอลล์ประกอบการตรวจสอบ
  • การตรวจสอบทางเคมี : ตำรามาตรฐานยาสมุนไพรไทยใช้ gallic acid เป็นสารอ้างอิงในการตรวจสอบด้วย TLC โดยสารสกัดน้ำจากตัวอย่างต้องให้ตำแหน่งสารที่สอดคล้องกับ gallic acid ที่ค่า hRf ประมาณ 84–89
  • การตรวจสอบปริมาณสารสำคัญ : ตรวจปริมาณ tannins ซึ่งมาตรฐานกำหนดไม่น้อยกว่า 30% โดยน้ำหนัก
  • การควบคุมสิ่งแปลกปลอม : สิ่งแปลกปลอมต้องไม่เกิน 1% และควบคุมความชื้น เถ้ารวม และสารสกัดที่ละลายในน้ำหรือเอทานอลตามเกณฑ์มาตรฐาน
  • Herbarium specimen : ตำรามาตรฐานยาสมุนไพรไทยระบุตัวอย่างอ้างอิง Herbarium Specimen Number DMSC 899 และ Crude Drug Number DMSc 0937

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (ม.ป.ป.). ข้อมูลมอโนกราฟสมุนไพร: สมอไทย (Terminalia chebula Retz. var. chebula). กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก.
  2. กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (ม.ป.ป.). คลังความรู้: ฤทธิ์ต้านเอนไซม์อะซิติลโคลีนเอสเตอเรสและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระจากตำรับยาหอมนวโกฐ. กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก.
  3. กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์. (2021). ตำรามาตรฐานยาสมุนไพรไทย (Thai Herbal Pharmacopoeia): โกฐพุงปลา (KOT PHUNG PLA). สำนักยาและวัตถุเสพติด กระทรวงสาธารณสุข.
  4. คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล. (2013). สมุนไพรแก้ไอ. คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.
  5. Alam, M. A., Rahman, M. H., Rahim, M. A., Hossain, M. M., Saifullah, M., & Jewel, K. N. A. (2022). Enhancing seed germination and seedling growth of chebulic myrobalan (Terminalia chebula Retz.) by appropriate soaking and sowing time after collection of fruits. Bangladesh Journal of Agriculture, 46(1–6), 45–54. doi:10.3329/bjagri.v46i1-6.59973
  6. Bulbul, M. R. H., Chowdhury, M. N. U., Naima, T. A., Sami, S. A., Imtiaj, M. S., Huda, N., & Uddin, M. G. (2022). A comprehensive review on the diverse pharmacological perspectives of Terminalia chebula Retz. Heliyon, 8(8), e10220. doi:10.1016/j.heliyon.2022.e10220
  7. Eshwarappa, R. S. B., Ramachandra, Y. L., Subaramaihha, S. R., Subbaiah, S. G. P., Austin, R. S., & Dhananjaya, B. L. (2016). In vivo toxicity studies on gall extracts of Terminalia chebula (Gaertn.) Retz. (Combretaceae). Pharmacognosy Research, 8(3), 199–201. doi:10.4103/0974-8490.182914
  8. Phuwajaroanpong, A., Punsawad, C., Septama, A. W., & Plirat, W. (2025). Antiplasmodial screening of Phikud Navakot formulation and in vivo evaluation, toxicity, and phytochemical profiling of the potent Terminalia chebula gall aqueous extract. Scientifica, 2025, 9598524. doi:10.1155/sci5/9598524
  9. World Flora Online. (2026). Terminalia chebula Retz. World Flora Online.
  10. Royal Botanic Gardens, Kew. (2026). Terminalia chebula Retz. Plants of the World Online.
Scroll to top