กัญชาเทศ

กัญชาเทศ

กัญชาเทศ

กัญชาเทศเป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่มีประวัติการใช้ในตำรับยาไทยและการแพทย์แผนจีน โดยเฉพาะการใช้ส่วนเหนือดินและใบในกลุ่มอาการที่เกี่ยวข้องกับสตรี การไหลเวียนโลหิต และการขับปัสสาวะ ชื่อวิทยาศาสตร์ที่ใช้ในเอกสารสมุนไพรไทยคือ Leonurus sibiricus L. อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันฐานข้อมูลอนุกรมวิธานของ Kew ยอมรับชื่อ Paraleonurus sibiricus (L.) M.L.Qian, C.L.Xiang & Bo Li เป็นชื่อที่ได้รับการยอมรับ และจัด Leonurus sibiricus L. เป็นชื่อพ้อง

ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร

  • ชื่อสมุนไพร: กัญชาเทศ
  • ชื่อท้องถิ่น: ซ้าซา (นครพนม), ส่าน้ำ (เลย), ผักหนอกช้าง (น่าน) และมีชื่อจีนว่า เอี้ยะบ่อเช่า
  • ชื่อภาษาอังกฤษ: Siberian motherwort, Oriental motherwort, Chinese motherwort, Honeyweed
  • ชื่อวิทยาศาสตร์: Leonurus sibiricus L.
  • ชื่อวิทยาศาสตร์ที่ยอมรับในฐานข้อมูล Kew ปัจจุบัน: Paraleonurus sibiricus (L.) M.L.Qian, C.L.Xiang & Bo Li
  • วงศ์: Lamiaceae หรือวงศ์กะเพรา
  • ชื่อเครื่องยา: Leonuri Herba สำหรับส่วนเหนือดิน และในรายการตำรับยาแผนไทยแห่งชาติระบุใบเป็น Leonuri Sibirici Folium
  • กัญชาเทศไม่ใช่พืชชนิดเดียวกับกัญชา (Cannabis sativa L.) แม้ชื่อไทยจะมีคำว่า “กัญชา” เหมือนกัน

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

  • ลำต้น: เป็นไม้ล้มลุก โดยทั่วไปมีอายุประมาณ 1 ปี บางแหล่งจัดเป็นไม้ล้มลุกอายุหนึ่งถึงสองปี ลำต้นตั้งตรง แตกกิ่ง และมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมตามแบบพืชในวงศ์ Lamiaceae
  • ความสูง: ประมาณ 1–1.2 เมตร
  • ใบ: ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามกัน ใบช่วงล่างมักมีขอบหยักไม่ลึก ส่วนใบด้านบนมีแฉกหรือหยักประมาณ 5–7 แฉก
  • ดอก: ออกเป็นช่อบริเวณซอกใบ ดอกย่อยอยู่รวมกันเป็นวงรอบข้อของลำต้น กลีบดอกมีลักษณะสองปาก สีม่วงแดงถึงชมพูอมม่วง
  • ผล: ผลแห้งขนาดเล็ก มีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยมและมีสัน
  • ลักษณะเครื่องยา: ส่วนเหนือดินแห้งประกอบด้วยลำต้น ใบ และช่อดอก โดยการศึกษามาตรฐานทางเภสัชเวชศาสตร์พบลักษณะสำคัญ เช่น ท่อลำเลียง ขนต่อม ผลึกแคลเซียมออกซาเลต และปากใบ ซึ่งใช้ช่วยตรวจสอบเอกลักษณ์ของเครื่องยาได้

ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์

  • ตามฐานข้อมูลอนุกรมวิธานปัจจุบันของ Kew ชนิดที่ใช้ชื่อ Paraleonurus sibiricus มีถิ่นกำเนิดตั้งแต่ไซบีเรียตอนใต้ จีนตอนเหนือ มองโกเลีย และพื้นที่ใกล้เคียง
  • มีการแพร่กระจายและนำไปปลูกในหลายพื้นที่ของเอเชีย รวมถึงอินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดจนพื้นที่เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนบางแห่งของแอฟริกาและทวีปอเมริกา
  • ในประเทศไทยพบและมีการใช้เป็นสมุนไพรพื้นบ้าน โดยมีการเก็บตัวอย่างเครื่องยาจากหลายพื้นที่ของประเทศไทยเพื่อศึกษามาตรฐานวัตถุดิบ

การปลูกและการขยายพันธุ์

  • การขยายพันธุ์: สามารถขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดเป็นหลัก
  • การเตรียมดิน: ควรใช้ดินที่ระบายน้ำได้ดี มีความชื้นพอเหมาะ และได้รับแสงแดดหรือแสงรำไร
  • การเพาะเมล็ด: หว่านเมล็ดในวัสดุเพาะที่โปร่งและชื้นพอเหมาะ เมื่อกล้าแข็งแรงจึงย้ายปลูก
  • การงอก: เมล็ดของกัญชาเทศอาจมีภาวะพักตัวและใช้เวลางอกค่อนข้างนาน งานศึกษาหนึ่งพบว่าเมล็ดที่หว่านในเดือนสิงหาคมใช้เวลาประมาณ 75 วันจึงงอก และมีอัตราการงอกประมาณ 20–40% ขณะที่การทดลองเพาะเลี้ยงในหลอดทดลองพบว่าการใช้ GA₃ สามารถช่วยกระตุ้นการงอกได้
  • สภาพแวดล้อม: ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำขัง และควรมีการระบายน้ำที่ดี

ส่วนที่ใช้เป็นยา

  • ใบ
  • ส่วนเหนือดิน
  • ทั้งต้น
  • เมล็ด
  • ราก

สำหรับการใช้เป็นเครื่องยาในระบบข้อมูลสมุนไพรไทย มีการระบุ “กัญชาเทศ ใบ” เป็น Leonuri Sibirici Folium และศูนย์ข้อมูลสมุนไพรไทย-จีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติระบุเครื่องยา “กัญชาเทศ (ส่วนเหนือดิน)” หรือ Leonuri Herba

สรรพคุณทางสมุนไพร มีการใช้ตามภูมิปัญญา

  • ทั้งต้นและเมล็ด: ตามภูมิปัญญาไทยใช้เป็นยาบำรุง บำรุงกำลัง บำรุงหัวใจ ช่วยขับลม ขับปัสสาวะ และใช้ในกลุ่มอาการประจำเดือนมาไม่ปกติ
  • ใบ: นิยมใช้มากกว่าส่วนรากในตำรายาพื้นบ้าน
  • รากและใบ: ใช้เป็นยาแก้ไข้ แก้ปวดศีรษะ และขับลม
  • เมล็ด: ตามภูมิปัญญาจีนใช้ในกลุ่มยาที่ช่วยส่งเสริมการไหลเวียนโลหิต ขับปัสสาวะ ลดอาการบวมน้ำ และใช้เกี่ยวกับความผิดปกติของประจำเดือน
  • การใช้ในตำรับสตรี: มีรายงานการใช้กัญชาเทศในตำรับยาสตรีพื้นบ้านเพื่อช่วยกระตุ้นประจำเดือนและเกี่ยวข้องกับการดูแลหลังคลอด
  • การใช้ตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน: มีการนำส่วนเหนือดินไปต้มเป็นน้ำดื่มในตำรับพื้นบ้านบางแห่งเพื่อใช้กับอาการไข้ อย่างไรก็ตาม การใช้ดังกล่าวเป็นข้อมูลด้านภูมิปัญญา ไม่ควรตีความว่าเป็นหลักฐานยืนยันประสิทธิผลในการรักษาโรคมาลาเรียในปัจจุบัน

วิธีใช้

  • ยาต้มพื้นบ้าน: มีข้อมูลตำรายาพื้นบ้านระบุการนำส่วนเหนือดินประมาณ 3–4 กิ่ง ต้มกับน้ำประมาณ 3 ถ้วยจนเดือด แล้วดื่มครั้งละประมาณ 1 ถ้วย วันละ 3 ครั้ง
  • วิธีดังกล่าวเป็นสูตรจากภูมิปัญญาพื้นบ้าน ไม่ใช่ขนาดยามาตรฐานสำหรับการรักษาโรค และไม่ควรนำไปใช้แทนการรักษาทางการแพทย์
  • การใช้กัญชาเทศเพื่อกระตุ้นประจำเดือนหรือเกี่ยวข้องกับมดลูกควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือบุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะในสตรีตั้งครรภ์

ในบัญชียาจากสมุนไพร

  • มีชื่ออยู่ในรายการตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ: รายการตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ พ.ศ. 2564 ระบุ กัญชาเทศ ใบ — Leonuri Sibirici FoliumLeonurus sibiricus L.
  • นอกจากนี้ งานศึกษามาตรฐานเครื่องยาระบุว่า L. sibiricus เป็นส่วนประกอบสำคัญของตำรับ ประสะจันทน์แดง? ไม่ใช่; ข้อมูลที่ตรวจสอบพบชัดเจนว่าเป็นส่วนประกอบของ ตำรับปราบชมพูทวีป ซึ่งอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านยาแผนไทยและใช้ในกลุ่มอาการหวัดและภูมิแพ้จมูก
  • หมายเหตุ: การที่พืชมีชื่ออยู่ในตำรับหรือบัญชีสมุนไพร ไม่ได้หมายความว่าสามารถนำสมุนไพรสดหรือสารสกัดมาใช้เองในปริมาณใดก็ได้

สารสำคัญ

  • Leonurine: เป็นอัลคาลอยด์ที่ได้รับความสนใจอย่างมาก และใช้เป็นหนึ่งในสารบ่งชี้คุณภาพของกัญชาเทศ
  • Stachydrine: เป็นอัลคาลอยด์ที่พบในกลุ่มพืชสกุล Leonurus
  • Flavonoids: พบสารกลุ่มฟลาโวนอยด์หลายชนิด ซึ่งเกี่ยวข้องกับฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและฤทธิ์ทางชีวภาพต่าง ๆ
  • Phenolic compounds: เป็นกลุ่มสารประกอบฟีนอลิกที่มีบทบาทต่อฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
  • Diterpenes และ triterpenes: มีรายงานการพบสารกลุ่มไดเทอร์พีนและไตรเทอร์พีนหลายชนิด
  • งานวิจัยด้านเคมีในช่วงหลังพบสารกลุ่ม labdane diterpenoids ชนิดใหม่หลายชนิดจากส่วนเหนือดินของ L. sibiricus
  • การศึกษาตัวอย่างเครื่องยาจากประเทศไทยพบว่าสามารถใช้ ปริมาณ leonurine เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำหรับการควบคุมคุณภาพของเครื่องยาได้

งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

  • ฤทธิ์แก้ปวดและต้านการอักเสบ: สารสกัดเมทานอลจากส่วนเหนือดินแสดงฤทธิ์ลดความเจ็บปวดในแบบจำลองสัตว์ทดลอง และแสดงฤทธิ์ต้านการอักเสบในแบบจำลองอาการบวมของอุ้งเท้าหนูทดลอง
  • ฤทธิ์ต่อมดลูก: งานวิจัยในหลอดทดลองพบว่าสารสกัดเอทานอลจากกัญชาเทศสามารถกระตุ้นการหดตัวของมดลูกหนูทดลอง โดยกัญชาเทศมีผลต่อความถี่ของการหดตัวค่อนข้างเด่นในกลุ่มสมุนไพรที่ศึกษา
  • ฤทธิ์ต้านเกล็ดเลือด: leonurine จาก L. sibiricus สามารถยับยั้งการรวมตัวของเกล็ดเลือดในหลอดทดลองเมื่อกระตุ้นด้วย thrombin, arachidonic acid และ collagen
  • ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ: มีรายงานจากงานทบทวนวรรณกรรมถึงฤทธิ์ทางชีวภาพของสารกลุ่ม diterpenes, triterpenes, flavonoids และ phenolic acids แต่หลักฐานส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับหลอดทดลองหรือสัตว์ทดลอง
  • การควบคุมคุณภาพเครื่องยา: มีการพัฒนาวิธีวิเคราะห์ปริมาณ leonurine ด้วย capillary electrophoresis เพื่อใช้ประเมินคุณภาพกัญชาเทศส่วนเหนือดิน และศึกษาตัวอย่างเครื่องยาจากหลายพื้นที่ในประเทศไทย
  • ข้อจำกัดของหลักฐาน: ปัจจุบันยังมีหลักฐานทางคลินิกในมนุษย์ไม่เพียงพอที่จะสรุปว่ากัญชาเทศสามารถรักษาโรคต่าง ๆ ได้โดยตรง จึงควรแยก “สรรพคุณตามภูมิปัญญา” ออกจาก “ประสิทธิผลที่พิสูจน์ทางคลินิก”

เภสัชวิทยา

  • ระบบหัวใจและหลอดเลือด: สารบางชนิดในกัญชาเทศมีรายงานเกี่ยวกับการคลายตัวของหลอดเลือดและการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือด
  • ระบบเลือด: leonurine มีฤทธิ์ยับยั้งการรวมตัวของเกล็ดเลือดในหลอดทดลอง จึงมีความสำคัญต่อการพิจารณาปฏิกิริยากับยาที่มีฤทธิ์ต่อการแข็งตัวของเลือด
  • ระบบสืบพันธุ์: สารสกัดสามารถกระตุ้นการหดตัวของมดลูกในแบบจำลองสัตว์ทดลอง ซึ่งสอดคล้องกับการใช้ตามภูมิปัญญาเกี่ยวกับการกระตุ้นประจำเดือน
  • ฤทธิ์ต้านการอักเสบและแก้ปวด: มีข้อมูลจากแบบจำลองสัตว์ทดลองสนับสนุนฤทธิ์ดังกล่าว
  • ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ: มีการตรวจพบสารกลุ่มฟลาโวนอยด์และฟีนอลิกซึ่งมีศักยภาพในการต้านอนุมูลอิสระ
  • ฤทธิ์ต้านจุลชีพ: มีรายงานฤทธิ์ทางชีวภาพต่อจุลชีพบางชนิด แต่ยังไม่เพียงพอสำหรับใช้เป็นข้อบ่งใช้รักษาการติดเชื้อในคน

ความปลอดภัย

  • กัญชาเทศไม่ควรถูกมองว่าเป็นสมุนไพรที่ไม่มีความเสี่ยงเพียงเพราะมีประวัติการใช้พื้นบ้าน
  • สตรีมีครรภ์ควรหลีกเลี่ยง: เนื่องจากมีหลักฐานจากการทดลองว่าสารสกัดสามารถกระตุ้นการหดตัวของมดลูก จึงมีความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์
  • ผู้ที่มีเลือดออกง่ายหรือใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด: ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ เนื่องจาก leonurine และสารสกัดมีข้อมูลเกี่ยวกับการยับยั้งการรวมตัวของเกล็ดเลือดในหลอดทดลอง
  • งานศึกษาความเป็นพิษในสัตว์ทดลองพบว่าเมื่อได้รับในปริมาณสูงเป็นเวลานานอาจพบการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของตับและไต จึงไม่ควรใช้สารสกัดเข้มข้นหรือรับประทานในปริมาณสูงต่อเนื่องโดยไม่มีการดูแล
  • เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคตับหรือโรคไต และผู้ที่ใช้ยาหลายชนิด: ควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ก่อนใช้
  • ข้อมูลความปลอดภัยในมนุษย์สำหรับการใช้สารสกัดเข้มข้นในระยะยาวยังมีจำกัด

ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา

  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด: ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากมีข้อมูลฤทธิ์ต้านการรวมตัวของเกล็ดเลือดของ leonurine ในหลอดทดลอง จึงมีความเป็นไปได้ที่จะเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกเมื่อใช้ร่วมกับยาบางชนิด แม้ยังไม่มีหลักฐานทางคลินิกที่ชัดเจนเพียงพอ
  • ยาที่มีผลต่อความดันโลหิต: ควรระมัดระวัง เนื่องจากมีข้อมูลฤทธิ์ต่อหลอดเลือดและการไหลเวียนโลหิต
  • ยาที่มีผลต่อมดลูก: ควรหลีกเลี่ยงการใช้ร่วมกันโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ เนื่องจากกัญชาเทศมีฤทธิ์กระตุ้นการหดตัวของมดลูก
  • เนื่องจากยังไม่มีการศึกษาปฏิกิริยาระหว่างยากับกัญชาเทศอย่างเป็นระบบในมนุษย์ หากใช้ยาประจำควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้สมุนไพร

การใช้ในอาหาร

  • มีรายงานการใช้ Leonurus sibiricus เป็นส่วนประกอบอาหารพื้นบ้านในบางพื้นที่ของเอเชีย โดยเฉพาะในมาเลเซียซึ่งมีการใช้ “kacangma” เป็นทั้งสมุนไพรและส่วนประกอบอาหาร
  • อย่างไรก็ตาม การใช้เป็นอาหารควรแยกจากการใช้เป็นยา เพราะปริมาณและวิธีเตรียมอาจแตกต่างกัน
  • ไม่ควรนำข้อมูลการใช้ในอาหารมาเทียบเท่ากับขนาดการใช้เป็นยา

การใช้ในผลิตภัณฑ์

  • ใช้เป็นวัตถุดิบสมุนไพรแห้งสำหรับการแพทย์แผนไทยและการแพทย์แผนจีน
  • ใช้เป็นวัตถุดิบในตำรับสมุนไพร โดยเฉพาะส่วนเหนือดินหรือใบ
  • มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สารสกัดเพื่อศึกษาฤทธิ์ต้านการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ หรือผลิตภัณฑ์สมุนไพรด้านสตรี แต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงรักษาจำเป็นต้องมีการควบคุมมาตรฐานสารสำคัญ ความปลอดภัย และหลักฐานประสิทธิผลเพิ่มเติม

การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา

  • การเก็บเกี่ยว: โดยทั่วไปเก็บส่วนเหนือดินในช่วงที่ต้นเจริญเต็มที่และมีดอก ก่อนเมล็ดแก่จัด
  • การทำแห้ง: ควรทำให้แห้งอย่างรวดเร็วในบริเวณที่สะอาด อากาศถ่ายเทดี และหลีกเลี่ยงความชื้นสูง
  • การเก็บรักษา: เก็บในภาชนะปิดสนิท ป้องกันความชื้น แสง ความร้อน และแมลง
  • ควรเก็บวัตถุดิบแห้งให้พ้นจากสารเคมีและสมุนไพรชนิดอื่น เพื่อป้องกันการปนเปื้อนและการสับสนของวัตถุดิบ
  • งานมาตรฐานเครื่องยากัญชาเทศมีการกำหนดค่าควบคุมด้านความชื้น เถ้ารวม เถ้าที่ไม่ละลายในกรด และปริมาณสารสกัดที่ละลายในน้ำและเอทานอล เพื่อช่วยประเมินคุณภาพวัตถุดิบ

ภูมิปัญญาท้องถิ่น

  • พบการใช้กัญชาเทศในตำรับพื้นบ้านของหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะตำรับที่เกี่ยวข้องกับประจำเดือน การดูแลสตรีหลังคลอด การขับปัสสาวะ และอาการปวดเมื่อย
  • มีชื่อพื้นเมืองแตกต่างกันไปตามภูมิภาค เช่น ซ้าซา ส่าน้ำ และผักหนอกช้าง
  • ในการแพทย์แผนจีนใช้ในชื่อ อี้หมูฉ่าว (益母草) และใช้ส่วนเหนือดินเป็นเครื่องยา Leonuri Herba

ประวัติและวัฒนธรรม

  • กัญชาเทศมีประวัติการใช้ในเอเชียมายาวนาน โดยเฉพาะการแพทย์แผนจีน ซึ่งใช้ในตำรับเกี่ยวกับการไหลเวียนโลหิต ประจำเดือน และอาการบวมน้ำ
  • ชื่อจีน “อี้หมูฉ่าว” หมายถึงสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อมารดา สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างพืชชนิดนี้กับภูมิปัญญาด้านสุขภาพสตรี
  • ในประเทศไทยกัญชาเทศปรากฏอยู่ในระบบเครื่องยาและตำรับยาแผนไทย และมีการบันทึกเป็นวัตถุดิบสมุนไพรในรายการตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ

สถานะการอนุรักษ์

  • ฐานข้อมูล Kew ระบุสถานะการคาดการณ์ความเสี่ยงการสูญพันธุ์ของ Paraleonurus sibiricus ว่า ไม่ถูกคุกคาม (not threatened) โดยเป็นการประเมิน Angiosperm Extinction Risk Predictions ไม่ใช่การประเมินเฉพาะประชากรในประเทศไทย
  • ในประเทศไทยยังไม่พบข้อมูลจากแหล่งที่ตรวจสอบได้ว่ากัญชาเทศอยู่ในกลุ่มพืชสมุนไพรที่มีสถานะใกล้สูญพันธุ์เป็นพิเศษ
  • การอนุรักษ์ควรเน้นการเก็บเมล็ดพันธุ์ การรักษาแหล่งพันธุกรรม และการปลูกทดแทนอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะแหล่งที่มีการเก็บจากธรรมชาติเป็นประจำ

ข้อมูลอนุกรมวิธาน

  • อาณาจักร (Kingdom): Plantae
  • หมวด (Phylum): Streptophyta
  • ชั้น (Class): Equisetopsida
  • ชั้นย่อย (Subclass): Magnoliidae
  • อันดับ (Order): Lamiales
  • วงศ์ (Family): Lamiaceae
  • สกุล (Genus): Paraleonurus
  • ชนิด (Species): Paraleonurus sibiricus (L.) M.L.Qian, C.L.Xiang & Bo Li
  • ชื่อที่ใช้ในเอกสารสมุนไพรไทย: Leonurus sibiricus L.
  • ชื่อพ้องสำคัญ: Leonurus sibiricus L.

หมายเหตุด้านอนุกรมวิธาน: สำหรับฐานข้อมูลเว็บไซต์สมุนไพรไทย แนะนำให้แสดง “Leonurus sibiricus L.” เป็นชื่อวิทยาศาสตร์เดิม/ชื่อที่ใช้ในตำรับไทย และใส่ “ปัจจุบัน Kew ยอมรับ Paraleonurus sibiricus…” ไว้ในหมายเหตุ เพื่อให้ผู้ค้นหาที่ใช้ชื่อเดิมยังสามารถค้นพบข้อมูลได้

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (2564). รายการตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ พ.ศ. 2564. กระทรวงสาธารณสุข.
  2. ศูนย์ข้อมูลสมุนไพรไทย-จีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ. (ม.ป.ป.). กัญชาเทศ (ส่วนเหนือดิน).
  3. สมุนไพรดอทคอม. (ม.ป.ป.). กัญชาเทศ.
  4. พิชิต, น., และคณะ. (2554). การศึกษาฤทธิ์ของสมุนไพรที่มีในตำรับยาสตรีแผนโบราณต่อการหดตัวของมดลูก. วารสารไทยเภสัชศาสตร์และวิทยาการสุขภาพ, 6(3).
  5. Almeida, L. F. R., Poletto, R. S., Pinho, S. Z., & Delachiave, M. E. A. (2011). Methodology for Leonurus sibiricus L. seed germination. Revista Brasileira de Plantas Medicinais, 13(2).
  6. Amirul Islam, M., Ahmed, F., Das, A. K., & Bachar, S. C. (2005). Analgesic and anti-inflammatory activity of Leonurus sibiricus. Fitoterapia, 76(3–4), 359–362. https://doi.org/10.1016/j.fitote.2005.03.014
  7. Chua, H. P., Abdullah, A., & Murugaiyah, M. (2009). Toxicological evaluation of dried kacangma herb (Leonurus sibiricus) in rats. Sains Malaysiana, 38(4), 499–509.
  8. Li, J., et al. (2024). Anti-inflammatory labdane diterpenoids from the aerial parts of Leonurus sibiricus. Phytochemistry, 217, 113927. https://doi.org/10.1016/j.phytochem.2023.113927
  9. Qian, M. L., Xiang, C. L., & Li, B. (2024). Paraleonurus sibiricus (L.) M.L.Qian, C.L.Xiang & Bo Li. Turkish Journal of Botany, 48, 436.
  10. Rattanaburee, T., et al. (2021). Standardization of Leonurus sibiricus L. aerial part and capillary electrophoresis quantitative analysis of its leonurine content. Journal of Traditional and Complementary Medicine.
  11. Wang, X., et al. (2016). Leonurus sibiricus L. (honeyweed): A review of its phytochemistry and pharmacology. Asian Pacific Journal of Tropical Biomedicine, 6(12), 1076–1080. https://doi.org/10.1016/j.apjtb.2016.10.003
  12. Royal Botanic Gardens, Kew. (2026). Paraleonurus sibiricus (L.) M.L.Qian, C.L.Xiang & Bo Li. Plants of the World Online.

 

Scroll to top