คำแสด
คำแสด เป็นไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็กที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Bixa orellana L. อยู่ในวงศ์ Bixaceae มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของทวีปอเมริกา และมีการนำไปปลูกในประเทศเขตร้อนหลายแห่งรวมถึงประเทศไทย จุดเด่นของคำแสดคือ เมล็ดและเยื่อหุ้มเมล็ดสีแดงหรือสีแสด ซึ่งเป็นแหล่งของสีธรรมชาติที่เรียกว่า annatto โดยมีสารสำคัญอย่าง bixin และ norbixin นอกจากใช้เป็นสีผสมอาหารแล้ว คำแสดยังปรากฏในตำรับและภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยหลายด้าน
ชื่อ “คำแสด” เป็นชื่อท้องถิ่นที่ใช้เรียก Bixa orellana L. โดยแหล่งข้อมูลของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกใช้ชื่อ คำไทย และระบุ “คำแสด” เป็นชื่ออื่นที่ใช้ในกรุงเทพฯ ดังนั้นข้อมูลของคำไทยในเอกสารสมุนไพรไทยดังกล่าวจึงหมายถึงพืชชนิดเดียวกัน
ข้อมูลพื้นฐานของสมุนไพร
- ชื่อสมุนไพร : คำแสด
- ชื่อไทย : คำแสด, คำไทย
- ชื่อท้องถิ่น : คำเงาะ, คำแงะ, คำแฝด, แสด, มะกายหยุม, ชาตรี, ซิติหมัก, ชาด, หมากมอง และชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ
- ชื่อสามัญ : Annatto, Achiote, Lipstick tree, Anatto tree
- ชื่อวิทยาศาสตร์ : Bixa orellana L.
- ชื่อวงศ์ : Bixaceae
- ถิ่นกำเนิด : เม็กซิโก อเมริกากลาง และอเมริกาใต้เขตร้อน
- ลักษณะเด่น : ผลมีขนสีแดงคล้ายผลเงาะ เมื่อแก่จะแตกออก ภายในมีเมล็ดจำนวนมากที่มีเยื่อหุ้มเมล็ดสีแดงหรือสีแสด
- สารสีสำคัญ : Bixin และ norbixin
- ประโยชน์เด่น : ใช้เป็นสมุนไพรตามภูมิปัญญาท้องถิ่น ใช้เป็นสีธรรมชาติสำหรับอาหาร เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
- ต้น : เป็นไม้พุ่มกึ่งไม้ต้นหรือไม้ต้นขนาดเล็ก สูงโดยทั่วไปประมาณ 3–8 เมตร บางแหล่งรายงานว่าสามารถสูงได้ถึงประมาณ 10 เมตร ลำต้นแตกกิ่งก้านมาก เรือนยอดค่อนข้างกลมและหนาทึบ
- เปลือกต้น : เปลือกมีสีเทาหรือเทาเข้ม และมีลักษณะเป็นไม้เนื้อแข็งขนาดเล็ก
- ใบ : ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่หรือรูปหัวใจ ขอบใบเรียบ แผ่นใบค่อนข้างบาง สีเขียว และมีก้านใบค่อนข้างยาว
- ดอก : ออกเป็นช่อบริเวณปลายกิ่ง ดอกมีสีชมพูหรือชมพูอ่อน กลีบดอก 5 กลีบ และมีเกสรจำนวนมาก
- ผล : ผลมีลักษณะคล้ายรูปสามเหลี่ยมหรือรูปไข่ ปลายแหลม มีขนสีแดงเข้มหนาแน่นคล้ายผลเงาะ เมื่อแก่จะแตกออกเป็น 2 ซีก
- เมล็ด : มีเมล็ดจำนวนมากภายในผล เมล็ดมีขนาดเล็ก รูปร่างค่อนข้างเป็นเหลี่ยมหรือรูปกรวย และมีเยื่อหุ้มเมล็ดสีแดงถึงสีส้มแดง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการผลิตสี annatto
ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์
คำแสดมีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของทวีปอเมริกา โดยมีขอบเขตดั้งเดิมตั้งแต่เม็กซิโกลงไปจนถึงเขตร้อนของอเมริกาใต้ ปัจจุบันมีการนำไปปลูกและกระจายพันธุ์ในเขตร้อนทั่วโลก รวมถึงเอเชีย แอฟริกา และหมู่เกาะต่าง ๆ
ฐานข้อมูล Plants of the World Online ของ Royal Botanic Gardens, Kew ระบุว่าคำแสดเป็นพืชพื้นเมืองของเม็กซิโกถึงอเมริกาใต้เขตร้อน และมีการนำเข้าไปปลูกในประเทศไทยและประเทศเขตร้อนอีกหลายประเทศ
การปลูกและการขยายพันธุ์
- สภาพแวดล้อม : เจริญได้ดีในเขตร้อนและสามารถเจริญได้ในดินหลายประเภท โดยทั่วไปชอบดินที่ระบายน้ำดีและมีอินทรียวัตถุเพียงพอ
- การขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด : สามารถเพาะจากเมล็ดได้ เมล็ดสดจากผลสามารถงอกได้ค่อนข้างเร็วภายใต้สภาพความชื้นที่เหมาะสม โดยมีรายงานว่าสามารถเริ่มงอกภายในประมาณ 7–10 วัน
- การปักชำ : สามารถขยายพันธุ์ด้วยกิ่งปักชำได้ และเหมาะสำหรับการคงลักษณะของต้นพันธุ์ที่มีผลผลิตดี
- การปลูกเชิงการค้า : การใช้กิ่งปักชำช่วยให้ได้ต้นที่มีลักษณะสม่ำเสมอและสามารถออกดอกติดผลได้เร็วกว่าการปลูกจากเมล็ด
ส่วนที่ใช้เป็นยา
ตามเอกสารของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระบุ ดอกและเมล็ด เป็นส่วนที่ใช้ทำยาในองค์ความรู้การแพทย์แผนไทย โดยดอกและเมล็ดมีการใช้แตกต่างกันตามตำรับและสรรพคุณดั้งเดิม
นอกจากนี้ฐานข้อมูลสมุนไพรไทยยังมีการกล่าวถึง ใบ ผล เนื้อหุ้มเมล็ด เปลือกราก และน้ำมันจากเมล็ด ในการใช้ตามภูมิปัญญา แต่ควรแยกจากส่วนที่ได้รับการระบุเป็น “ส่วนที่ใช้ทำยา” ในเอกสารทางการ
สรรพคุณทางสมุนไพร มีการใช้ตามภูมิปัญญา
หมายเหตุสำคัญ : รายการต่อไปนี้เป็นข้อมูลจากตำรายาไทยและภูมิปัญญาการใช้สมุนไพร ไม่ได้หมายความว่าทุกข้อได้รับการยืนยันประสิทธิผลทางคลินิกในมนุษย์
- ดอก : ตำรายาไทยระบุว่ามีรสหวาน ใช้บำรุงเลือด แก้อาการแสบร้อนและคันตามผิวหนัง และมีการใช้ในตำรับสำหรับภาวะโลหิตจาง ประจำเดือนผิดปกติ บิด และไตพิการ
- เมล็ด : ตามภูมิปัญญาไทยมีรสร้อน ใช้เป็นยาหอม ยาฝาดสมาน แก้ไข้ แก้ลม สมานแผล ขับปัสสาวะ ขับเสมหะ แก้บิด และมีการใช้กับโรคผิวหนัง รวมถึงการใช้ในตำรับพื้นบ้านบางพื้นที่
- เนื้อหุ้มเมล็ด : ใช้เป็นยาระบายและขับพยาธิตามภูมิปัญญา และเป็นส่วนที่มีความสำคัญอย่างมากในด้านการให้สีธรรมชาติ
- ใบ : ตำรายาไทยระบุการใช้แก้เจ็บคอ ลดไข้ แก้บิด ขับปัสสาวะ และใช้กับอาการดีซ่าน
- เปลือกราก : มีการใช้ตามภูมิปัญญาเพื่อช่วยลดไข้และใช้กับโรคบางชนิด เช่น มาลาเรียและหนองใน อย่างไรก็ตามข้อบ่งใช้เหล่านี้ไม่ควรนำมาใช้แทนการรักษามาตรฐานสำหรับโรคติดเชื้อ
- น้ำมันจากเมล็ด : มีรายงานการใช้ภายนอกตามภูมิปัญญาเพื่อบรรเทาอาการปวดเมื่อยและอาการขัดตามข้อ
วิธีใช้
การใช้ คำแสดเป็นสมุนไพร ตามภูมิปัญญาพื้นบ้านมีหลายรูปแบบ เช่น
- ใช้ ดอกหรือเมล็ด เป็นส่วนประกอบของตำรับยาสมุนไพร
- ใช้ เนื้อหุ้มเมล็ด ในรูปแบบที่เกี่ยวข้องกับการระบายตามตำรับพื้นบ้าน
- ใช้ เมล็ดบดหรือเตรียมเป็นยาพอก/ทาภายนอก ในภูมิปัญญาบางพื้นที่
- ใช้ ใบหรือส่วนอื่นของต้น ในตำรับพื้นบ้านตามวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน
เนื่องจากหลักฐานทางคลินิกและข้อมูลขนาดยามาตรฐานของคำแสดมีจำกัด จึงไม่ควรกำหนดขนาดรับประทานจากข้อมูลภูมิปัญญาเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะเมื่อใช้เพื่อรักษาโรคหรือใช้ร่วมกับยาประจำ
ในบัญชียาจากสมุนไพร
จากการตรวจสอบข้อมูลตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ พบชื่อ คำไทย/ดอกคำ และระบุ Bixa orellana L. เป็นแหล่งของ Bixae Orellanae Flos หรือดอกคำไทย ในรายการตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ พ.ศ. 2564
ดังนั้น คำแสดไม่ได้ควรตีความว่าเป็นยาสำเร็จรูปเดี่ยวที่มีข้อบ่งใช้ทางคลินิกเฉพาะเหมือนยาสมุนไพรบางรายการ แต่ส่วนของพืช โดยเฉพาะดอก สามารถปรากฏเป็นวัตถุสมุนไพรในตำรับยาแผนไทยได้
สารสำคัญ
สารสำคัญของ คำแสด (Bixa orellana) ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดอยู่บริเวณเยื่อหุ้มเมล็ด ได้แก่
- Bixin : เป็นสารสีธรรมชาติกลุ่ม apocarotenoid และเป็นองค์ประกอบหลักของสี annatto
- Norbixin : เป็นอนุพันธ์ที่ได้จากการเปลี่ยนแปลงทางเคมีของ bixin และมีคุณสมบัติละลายน้ำได้มากกว่า bixin
- Carotenoids อื่น ๆ : เช่น β-carotene, cryptoxanthin, lutein และ zeaxanthin
- Tocotrienols และ tocopherols : พบในเมล็ดและมีความสนใจด้านฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
- สารกลุ่มอื่น : มีรายงานสารประกอบหลายชนิด เช่น geranylgeraniol และสารประกอบฟีนอลิกบางชนิด
Bixin เป็นสารที่มีความสำคัญต่อมูลค่าทางเศรษฐกิจของเมล็ดคำแสด เนื่องจากเป็นองค์ประกอบหลักของรงควัตถุสีแดงส้มในเยื่อหุ้มเมล็ด
งานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
งานวิจัยเกี่ยวกับ คำแสด Bixa orellana ในปัจจุบันมุ่งเน้นสารสกัดจากเมล็ด ใบ และสารสำคัญอย่าง bixin และ norbixin โดยพบข้อมูลที่น่าสนใจด้านฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ ต้านจุลชีพ และการควบคุมกระบวนการทางเมแทบอลิซึม แต่หลักฐานจำนวนมากยังอยู่ในระดับ หลอดทดลองหรือสัตว์ทดลอง จึงยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าใช้รักษาโรคในมนุษย์ได้
งานทบทวนปี 2014 รายงานว่าคำแสดมีการใช้ในภูมิปัญญาพื้นบ้านหลายประเทศ และมีการศึกษาฤทธิ์ทางชีวภาพหลายด้านของสารสกัดและสารประกอบจากพืช
งานทบทวนล่าสุดเกี่ยวกับ bixin และ norbixin ยังพบศักยภาพด้านต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ ปกป้องเซลล์ และการประยุกต์ใช้ทางชีวการแพทย์ แต่ยังมีข้อจำกัดด้านการละลาย ความคงตัว ชีวปริมาณออกฤทธิ์ และหลักฐานทางคลินิก
การศึกษาทางเภสัชวิทยา
- ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ : สารกลุ่ม bixin และ carotenoids ในคำแสดมีคุณสมบัติในการกำจัดอนุมูลอิสระและเกี่ยวข้องกับกลไกการป้องกัน oxidative stress
- ฤทธิ์ต้านการอักเสบ : การทดลองในสัตว์พบว่า bixin สามารถลดตัวชี้วัดบางชนิดของการอักเสบและลดการเคลื่อนที่ของเซลล์อักเสบได้
- ฤทธิ์ลดปวด : การศึกษาก่อนคลินิกพบว่าการให้ bixin ในสัตว์ทดลองสามารถลดพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับความเจ็บปวดได้
- ฤทธิ์ต้านจุลชีพ : งานทบทวนพบสารสกัดจาก Bixa orellana มีฤทธิ์ต่อแบคทีเรียแกรมบวก แกรมลบ และเชื้อราหลายชนิด แต่คุณภาพของหลักฐานแตกต่างกัน และยังต้องมีการศึกษาที่ได้มาตรฐานมากขึ้น
- ฤทธิ์ต้านเชื้อจุลชีพของใบ : งานวิจัยในหลอดทดลองพบว่าสารสกัดใบมีฤทธิ์ต่อเชื้อบางชนิดที่เกี่ยวข้องกับ bacterial vaginosis แต่ยังไม่ใช่หลักฐานว่าการใช้ใบคำแสดรักษาภาวะดังกล่าวในคนได้
- ฤทธิ์เกี่ยวข้องกับระดับน้ำตาล : มีข้อมูลจากการศึกษาก่อนคลินิกเกี่ยวกับผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาล แต่ยังไม่ควรนำมาใช้แทนยารักษาโรคเบาหวาน
งานทบทวนปี 2026 ระบุว่าหลักฐานด้านฤทธิ์ต้านจุลชีพของ Bixa orellana มีแนวโน้มที่น่าสนใจ แต่ยังมีความแตกต่างของวิธีสกัด ความเข้มข้น และวิธีทดสอบ รวมทั้งมีข้อมูลทางคลินิกค่อนข้างจำกัด
ความปลอดภัย
โดยทั่วไป annatto ที่ใช้เป็นสีผสมอาหาร มีการใช้ในอาหารอย่างแพร่หลาย และฐานข้อมูลของ FDA จัด annatto seed และ annatto extract ไว้ในกลุ่มสารที่ใช้เป็นสีหรือส่วนช่วยด้านกลิ่นรสในอาหาร
อย่างไรก็ตาม มีรายงาน อาการแพ้ annatto รวมถึงลมพิษและปฏิกิริยาแพ้รุนแรงแบบ anaphylaxis ในบางราย จึงควรระมัดระวังในผู้ที่เคยมีประวัติแพ้สี annatto หรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบจากคำแสด
งานศึกษาความเป็นพิษของ norbixin ในหนูเป็นเวลา 13 สัปดาห์พบว่า ระดับที่สูงขึ้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางชีวเคมีและน้ำหนักตับ โดยงานดังกล่าวประเมิน NOAEL ภายใต้เงื่อนไขการทดลองไว้ที่ระดับอาหาร 0.1%
สำหรับสารสกัดใบ มีรายงานการศึกษามนุษย์ขนาดเล็กที่ใช้ผงใบ 750 มก./วันเป็นเวลา 6 เดือน โดยไม่พบอาการไม่พึงประสงค์รุนแรงหรือมีนัยสำคัญ แต่ข้อมูลในมนุษย์ยังมีจำกัด
ข้อห้ามใช้
- ผู้ที่แพ้คำแสดหรือสี annatto : ควรหลีกเลี่ยง เนื่องจากมีรายงานอาการแพ้และ anaphylaxis
- หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร : ไม่ควรใช้สารสกัดเข้มข้นหรือใช้เป็นยาด้วยตนเอง เนื่องจากข้อมูลความปลอดภัยในมนุษย์ยังไม่เพียงพอ
- ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ใช้ยาประจำ : ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้คำแสดในรูปแบบสารสกัดหรือผลิตภัณฑ์เข้มข้น
- การใช้เพื่อรักษาโรคติดเชื้อ : ไม่ควรนำคำแสดมาใช้แทนยามาตรฐาน เช่น การรักษามาลาเรียหรือโรคหนองใน
ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรกับยา
หลักฐานเกี่ยวกับ ปฏิกิริยาระหว่างคำแสดกับยา ยังมีจำกัด และยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกที่เพียงพอสำหรับระบุรายการปฏิกิริยาระหว่างยาที่ชัดเจน
อย่างไรก็ตาม มีเหตุผลที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษในผู้ที่ใช้ ยาลดระดับน้ำตาลในเลือด เนื่องจากงานวิจัยก่อนคลินิกบางส่วนพบว่าสารจากคำแสดอาจมีผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาล
ส่วนการใช้ร่วมกับ ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น warfarin ยังไม่มีหลักฐานที่เพียงพอที่จะยืนยันว่ามีปฏิกิริยาระหว่างกัน แต่การขาดหลักฐานไม่ได้หมายความว่าไม่มีความเสี่ยง จึงควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้สารสกัดเข้มข้นร่วมกับยา
การใช้ในอาหาร
คำแสดเป็นแหล่งสีธรรมชาติที่สำคัญในอุตสาหกรรมอาหาร โดยนำเยื่อหุ้มเมล็ดมาผลิตสี annatto ซึ่งให้โทนสีเหลือง ส้ม ไปจนถึงแดงส้ม
- ใช้แต่งสี เนย
- ใช้แต่งสี เนยเทียม
- ใช้ใน ชีสและผลิตภัณฑ์นม
- ใช้ในอาหารแปรรูปและผลิตภัณฑ์ที่ต้องการสีเหลืองหรือส้ม
- ใช้เป็นส่วนผสมที่ช่วยเพิ่มสีและรูปลักษณ์ของอาหาร
FDA ระบุ annatto seed และ annatto extract จาก Bixa orellana เป็นวัตถุที่ใช้ด้านสีและการแต่งกลิ่นรสในอาหาร
การใช้ในผลิตภัณฑ์
สีจากคำแสดหรือ annatto extract มีการประยุกต์ใช้ในหลายอุตสาหกรรม ได้แก่
- ผลิตภัณฑ์อาหาร : ใช้เป็นสีธรรมชาติ
- เครื่องสำอาง : ใช้เป็นแหล่งสีจากธรรมชาติ
- ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว : มีการศึกษาสาร bixin และสารสกัดในด้าน antioxidant และ skin protection
- ผลิตภัณฑ์สิ่งทอ : ใช้เป็นสีย้อมธรรมชาติ
- ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม : สี annatto มีการนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์ที่ต้องการสีธรรมชาติ
การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา
เมล็ดคำแสด เป็นส่วนที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจมากที่สุด โดยเก็บเกี่ยวเมื่อผลแก่และเริ่มแห้ง จากนั้นจึงนำผลมาแยกเมล็ดและทำความสะอาด
เมล็ดที่เก็บเกี่ยวควรทำให้แห้งและเก็บในภาชนะที่สะอาด แห้ง ปิดสนิท และป้องกันความชื้น แสง และความร้อนมากเกินไป เพื่อช่วยรักษาคุณภาพของสารสี
มีรายงานว่าเมล็ดที่ทำความสะอาดและตากแห้งสามารถคงความสามารถในการงอกได้นานกว่าหนึ่งปี แต่ความมีชีวิตของเมล็ดจะลดลงเมื่อเก็บไว้นานขึ้น
ภูมิปัญญาท้องถิ่น
คำแสดมีทั้งคุณค่าด้านสมุนไพรและด้านการใช้ประโยชน์จากสีธรรมชาติ ในภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทยมีการนำดอก เมล็ด ใบ เนื้อหุ้มเมล็ด และส่วนอื่น ๆ มาใช้ในตำรับยาแตกต่างกันไป
ในบางชุมชนมีการใช้ เปลือกเมล็ดหรือเยื่อหุ้มเมล็ด เพื่อให้สีอาหารและใช้ย้อมผ้า ขณะที่ดอกและเมล็ดมีการนำไปใช้ในตำรับยาไทย
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกยังรวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับดอกและเมล็ดคำไทยไว้ในเอกสารสมุนไพรไทย โดยระบุการใช้ตามตำราสรรพคุณยาไทย เช่น การบำรุงเลือด แก้แสบร้อนคัน และแก้ไข้หรือแก้ลมตามส่วนของพืช
ประวัติและวัฒนธรรม
คำแสดมีประวัติการใช้มายาวนานในภูมิภาคอเมริกากลางและอเมริกาใต้ โดยเฉพาะการใช้ สีจากเมล็ดเป็นสีทาร่างกาย สีผ้า และสีอาหาร ในวัฒนธรรมพื้นเมือง
สีที่ได้จากคำแสดรู้จักกันในชื่อ annatto และมีความสำคัญต่อวัฒนธรรมอาหารของประเทศในลาตินอเมริกา โดยเฉพาะอาหารของชาวมายา นอกจากนี้เมล็ดและสารสีจากคำแสดยังกลายเป็นสินค้าเกษตรที่มีความสำคัญในหลายประเทศ
สถานะการอนุรักษ์
ข้อมูลจาก Plants of the World Online ระบุว่า Bixa orellana เป็นชนิดที่ได้รับการยอมรับทางอนุกรมวิธาน และข้อมูลที่เชื่อมโยงกับ IUCN ระบุสถานะ Least Concern (LC) หรือกังวลน้อยที่สุด
อย่างไรก็ตาม สถานะระดับโลกดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าประชากรของคำแสดในทุกพื้นที่ของประเทศไทยจะมีความมั่นคงเท่ากัน การอนุรักษ์สายพันธุ์พื้นเมืองและการเก็บรักษาพันธุกรรมของพันธุ์ที่มีคุณภาพสูงยังมีความสำคัญต่อการใช้ประโยชน์ในอนาคต
ข้อมูลอนุกรมวิธาน
- Kingdom : Plantae
- Phylum : Streptophyta
- Class : Equisetopsida
- Subclass : Magnoliidae
- Order : Malvales
- Family : Bixaceae
- Genus : Bixa L.
- Species : Bixa orellana L.
ชื่อวิทยาศาสตร์ที่ยอมรับ : Bixa orellana L.
ชื่อพ้องที่พบในฐานข้อมูลอนุกรมวิธาน : มีชื่อพ้องหลายชื่อ เช่น Bixa americana Poir., Bixa acuminata Bojer, Bixa odorata Ruiz & Pav. ex G.Don และ Orellana americana (Poir.) Kuntze โดย Kew ยอมรับ Bixa orellana L. เป็นชื่อที่ถูกต้องของชนิดนี้
การตรวจสอบเอกลักษณ์สมุนไพร
การตรวจสอบเอกลักษณ์ คำแสด (Bixa orellana L.) ควรพิจารณาร่วมกันหลายลักษณะ ได้แก่
- ลักษณะต้น : ไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก แตกกิ่งมาก
- ใบ : ใบเดี่ยว รูปไข่หรือรูปหัวใจ ขอบเรียบ
- ดอก : ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง กลีบดอกประมาณ 5 กลีบ สีชมพูหรือชมพูอ่อน
- ผล : ผลมีขนสีแดงเข้มหนาแน่นคล้ายผลเงาะ และเมื่อแก่แตกเป็น 2 ซีก
- เมล็ด : มีจำนวนมากภายในผล และมีเยื่อหุ้มเมล็ดสีแดงถึงสีแสด
- การตรวจสอบทางเภสัชเวท : ควรใช้ลักษณะทางมหภาคและจุลทรรศน์ร่วมกับการตรวจสอบสารสำคัญ เช่น bixin/norbixin เพื่อยืนยันชนิดและคุณภาพของวัตถุดิบ
ลักษณะผลที่มีขนสีแดงและเยื่อหุ้มเมล็ดสีแดงหรือสีแสดเป็นลักษณะเด่นที่ช่วยแยกคำแสดออกจากพืชชนิดอื่นได้
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (2568). คำไทย (Bixa orellana L.). กระทรวงสาธารณสุข.
- กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (2564). รายการตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ ฉบับพุทธศักราช 2564. กระทรวงสาธารณสุข.
- คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. (ม.ป.ป.). คำแสด. ฐานข้อมูลสมุนไพร.
- หมอชาวบ้าน. (2545). คำแสด สีสันบนใบหญ้าและผืนผ้า. มูลนิธิหมอชาวบ้าน.
- Ashraf, A., Ijaz, M. U., Muzammil, S., Nazir, M. M., Zafar, S., Zihad, S. M. N. K., Uddin, S. J., & Nayak, A. K. (2023). The role of bixin as antioxidant, anti-inflammatory, anticancer, and skin protecting natural product extracted from Bixa orellana L. Fitoterapia, 169, 105612.
- Gómez-Linton, D. R., Monroy, A., Alavez, S., & Pérez-Flores, L. J. (2026). An update on the therapeutic potential of bixin and norbixin apocarotenoids. Planta Medica.
- Raddatz-Mota, D., Pérez-Flores, L. J., Carrari, F., Mendoza-Espinoza, J. A., Díaz de León-Sánchez, F., Pinzón-López, L. L., Godoy-Hernández, G., & Rivera-Cabrera, F. (2017). Achiote (Bixa orellana L.): A natural source of pigment and vitamin E. Journal of Food Science and Technology, 54, 1729–1741. https://doi.org/10.1007/s13197-017-2579-7
- Silva, V. R. P. da, et al. (2024). Annatto (Bixa orellana)-based nanostructures for biomedical applications—A systematic review. Pharmaceutics, 16(10), 1275. https://doi.org/10.3390/pharmaceutics16101275
- Stohs, S. J. (2014). Safety and efficacy of Bixa orellana (achiote, annatto) leaf extracts. Phytotherapy Research, 28(7), 956–960. https://doi.org/10.1002/ptr.5088
- Vilar, D. A., Vilar, M. S. A., de Lima e Moura, T. F. A., Raffin, F. N., Oliveira, M. R., Franco, C. F. O., de Athayde-Filho, P. F., Diniz, M. F. F. M., & Barbosa-Filho, J. M. (2014). Traditional uses, chemical constituents, and biological activities of Bixa orellana L.: A review. The Scientific World Journal, 2014, 857292. https://doi.org/10.1155/2014/857292
- Moreno, B. de S., Abreu, L. P. G. C., Silva, G. de O., et al. (2026). Technological prospection and scientific evidence of the antimicrobial activity of Bixa orellana: An integrative review. Revista Brasileira de Farmacognosia, 36, 61.
- Royal Botanic Gardens, Kew. (2026). Bixa orellana L. Plants of the World Online.
- U.S. Food and Drug Administration. (2026). Substances Added to Food: Annatto, seed and annatto extract.
